เข้าสู่ระบบ“...เมื่อเช้าใครไปรับมาทำงาน” สุดท้ายความสงสัยที่มีมากเกินกว่าที่เก็บกดไว้ภายใน ก็ทำให้มารุตเอ่ยออกมาในที่สุด
“หืม? เมื่อกี้พี่ลมว่ายังไงนะคะ” คนที่เริ่มมีสมาธิกับงานตรงหน้าเอ่ยถามกลับทั้งที่ยังจดจ่ออยู่กับเอกสารตรงหน้า
“ไม่มีอะไร...ถ้าไม่ได้ยินก็แล้วไป”
“เมื่อเช้าพี่กันต์แวะมารับค่ะ จะว่าไปพี่เขาน่ารักมากนะคะ มีน้ำใจ แถมยังนิสัยดีด้วย” เธอเอ่ยตอบตามจริง ขณะใช้ดินสอแท่งโปรดขีดเน้นข้อความสำคัญบนหน้ากระดาษที่อ่านอยู่ เพื่อใช้ประกอบข้อมูลสำหรับการประชุมในช่วงบ่าย
“จะบอกว่าผมไม่มีน้ำใจ แล้วก็นิสัยไม่ดีงั้นสิ!” มารุตที่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่จนถึงเมื่อครู่ เงยหน้าขึ้นมองทันทีพลางเอ่ยถามเสียงขุ่น
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นคะ พี่ลมอาจจะปากจัดไปบ้างแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนนิสัยไม่ดีเมื่อไรกัน” เธอตอบเรียบเรื่อยอย่างไม่ใส่ใจ ขณะหยิบแฟ้มอีกอันที่อยู่ข้างกันขึ้นมาเปิดอ่านรายละเอียดเพื่อใช้เปรียบเทียบข้อมูลกับเอกสารต้นฉบับ
“คุณกำลังด่าผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”คนที่อารมณ์ไม่คงที่ตั้งแต่เช้าเอ่ยถามเสียงขุ่น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพาลเพโลอย่างไร้เหตุผล
“เปล่าหรอกค่ะ พลอยแค่พูดไปตามที่คิดเฉยๆ” เธอตอบกลับเรียบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบดวงตาคู่คมของผู้ช่วยคนเก่งแล้วเอ่ยต่อ “แล้วอยากรู้ไหมคะ ว่าตอนนี้พลอยคิดอะไรอยู่”
“คิดอะไร?” คนขี้หงุดหงิดเอ่ยถามเสียงกระด้าง ยิ่งเห็นดวงตากลมหวานที่ไร้อารมณ์ใดๆในดวงตา มารุตก็ยิ่งรู้สึกขุ่นใจขึ้นมาอย่างไร้เห็นผล
“คิดว่า...พี่ลมกำลังหึงพลอย ละมั้งคะ” คำพูดเรียบๆที่ติดจะขำขันเอ่ยออกมา ก่อนดวงหน้าหวานที่ละความสนใจจากงานตรงหน้า แล้วท้าวคางมองคนที่นั่งอยู่ห่างออกไปยิ้มๆ
“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย! หึงบ้าหึงบออะไรกัน” มารุตดีดตัวลุกจากโซฟาตัวกว้างที่นั่งอยู่อย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง จนเอกสารมากมายที่วางอยู่อย่างไร้ระเบียบตกกระจัดกระจายเต็มพื้น ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างง่ายดายจนคนที่นั่งมองอยู่ต้องเลิกคิ้วสวยได้รูปขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“อือหื้อ? ตกใจจนหน้าแดงเลยนะคะ พลอยแค่ล้อเล่นเองค่ะ” คนล้อเล่นบอกกลั้วหัวเราะ พลางถอนใจแล้วพูดต่อ “พลอยไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนั้นหรอกค่ะ พลอยรู้ตัวดี ว่าพี่เกลียดพลอยมากแค่ไหน”
“...อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย” มารุตบอกเสียงขุ่น ขณะก้มเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นด้วยความหงุดหงิด
“พลอยขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่ลมลำบากขนาดนี้” พลอยชมพูเอ่ยเสียงหวาน ขณะนั่งมองร่างสูงที่กำลังง่วนอยู่กับเอกสารมากมายตรงหน้า
เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้
ทุกอย่างเป็นเพราะความเอาแต่ใจที่ไร้ขอบเขตของเธอจึงทำให้มารุตต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่าเช่นนี้ ชายหนุ่มต้องทำงานมากมายอยู่จนดึกดื่นค่อนคืนเกือบทุกวันก็เพราะถูกย้ายมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเธอ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ แต่เพราะรู้ดีจึงทั้งซึ้งใจและเสียใจ ที่เมื่อก่อนเธอนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเองจนทำให้คนรอบข้างลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน
“รู้ตัวด้วยเหรอ? ว่าทำให้คนอื่นลำบาก ถ้ารู้ก็หัดปรับปรุงตัวซะบ้าง”
“นั่นสินะคะ พลอยจะพยายามปรับปรุงตัว...เพราะแบบนั้นพี่ลมช่วยทนอีกหน่อยนะคะ อีกแค่สองสามเดือนพี่ก็ไม่ต้องเห็นหน้าพลอยแล้ว พอเราหย่ากันพี่ลมก็จะไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้อีกแล้ว” พลอยชมพูเอ่ยตามความคิด
“...คิดได้แบบนั้นก็ดี คนอื่นจะได้ไม่ต้องลำบาก” คนฟังชะงักไปชั่วขณะ ไม่เข้าใจตัวเองสักนิดว่าทำไมถึงรู้สึกวูบโหวงลึกๆเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ของพลอยชมพู แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะตอบโต้คำพูดของเธอไปตามนิสัยที่เคยเป็นมา
บางครั้งเวลาก็เดินเร็วจนน่าใจหาย
หรือบางที อาจเพราะเวลาคือสิ่งที่ไม่เคยหยุดเดินก็เป็นได้
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







