เข้าสู่ระบบอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากหัวใจทำงานผิดปกติซะทีเดียว ส่วนหนึ่งมันเกิดจากจิตใจแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการทำงานของร่างกาย การปล่อยให้คนที่หัวใจอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วออกกำลังกายหนักๆ ก็เท่ากับว่าเราเปิดโอกาสให้หัวใจที่อ่อนแอทำงานหนักขึ้น และพอมีอะไรบางอย่างที่ส่งผลโดยตรงมากระทบ หัวใจก็เลยรับไม่ไหว
มารุตถอนใจหนักๆเมื่อนึกถึงคำพูดของนายแพทย์หนุ่มที่เป็นน้อยชายแท้ๆด้วยความรู้สึกผิด เขานั่งมองร่างบอบบางที่ยังหลับสนิทอยู่เตียงผู้ป่วยด้วยความรู้สึกหนักใจ ถ้าจะให้ว่ากันตามจริง เขากำลังทบทวนถึงเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเองและคนที่ยังไม่ฟื้นคืนสติกลับมาคงจะถูกต้องกว่า ชายหนุ่มละสายตาจากร่างที่หลับใหลแล้วหันเหไปสนใจเพื่อนร่วมห้องอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ห่าง และดูเหมือนอีกฝ่ายก็คงสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจับจ้องอยู่
“หายหงอยแล้วเหรอคะ? พิงค์นึกว่าพี่ลมจะหูลู่หางตกไปจนกว่าพี่พลอยจะฟื้น” กะรัตที่เพิ่งเข้ามาผลัดเวรเฝ้าคนเจ็บเมื่อช่วงเช้ามืดแทนนายแพทย์พิรุณที่ติดเคสผ่าตัดเอ่ยเสียงหวาน
“ไม่ใช่หมา” มารุตแหวเสียงขุ่น ไม่เข้าใจว่าเหตุใดน้องสาวแท้ๆของคนที่ยังนอนไม่ได้สติตั้งแต่เมื่อเย็นวานจึงดูสดใสไร้กังวลถึงเพียงนี้ ทั้งที่ตัวเขาที่นั่งเฝ้าอยู่ด้วยกันกลับรู้สึกเหมือนมีภูเขาลูกย่อมๆกดทับจนอึดอัดไปหมด
“เดี๋ยวก็ฟื้นค่ะ อย่าซีเรียสขนาดนั้น” คนรู้ทันบอกเรียบๆ ก่อนจะหยิบแฟ้มงานที่ถือติดมือมาเมื่อเช้าขึ้นอ่านต่อ ราวกับหมดความสนใจในสิ่งรอบกาย
“ฉันไม่ได้ชินกับการนั่งเฝ้าคนเจ็บเป็นวันๆแบบนี้ไหม มันหดหู่” คนรู้สึกหดหู่บอกเสียงหงุดหงิด
“เดี๋ยวก็ชิน แต่ถ้าไม่อยากชินก็รับข้อเสนอของคุณพ่อสิค่ะ หกเดือนเองนะ แค่แปปๆไม่ทันรู้สึกหรอก” กะรัตตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ถ้าฉันรับข้อเสนอ จะรู้ได้ยังไงว่าสุดท้ายจะไม่จบลงแบบตอนนี้ หรือจะไม่จบลงที่ห้องดับจิต”
กะรัตละสายตาจากเอกสารที่จดจ่ออยู่เมื่อครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมกล้าของรุ่นพี่คนสนิทแล้วเอ่ยสิ่งที่คิดทันที
“อย่าประเมินตัวเองสูงไปค่ะ พี่สาวของพิงค์ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น และพี่ลมก็น่าจะรู้เรื่องนั้นดีกว่าใคร”
“แกคิดว่า พี่ควรทำตามที่คุณลุงเสนอ?”
“เมื่อไม่คิดจะรักกันก็ไม่ควรเห็นแก่ตัว เพราะพี่จะกลายเป็นแค่ผู้ชายชั่วๆทันที เข้าใจนะคะ”
“ไอ้พิงค์! แกไม่ได้กำลังด่าฉันอยู่ใช่ไหม”
“ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบของพี่ค่ะ คุณรุ่นพี่ที่เคารพ” กะรัตเอ่ยเสียงหวาน ก่อนจะเก็บเอกสารใส่ในกระเป๋าถือคู่ใจแล้วลุกออกไปทันทีท่ามกลางความงุนงงของคู่สนทนา
“แกจะไปไหนเนี่ย พี่สาวแกยังไม่ฟื้นเลยนะ” มารุตเอ่ยถามเสียงขุ่น
“ไปประชุมค่ะ คุณพ่อไปมาเลเซียกลับพรุ่งนี้ ส่วนคุณแม่ไปกระบี่กลับพรุ่งนี้เหมือนกัน เพราะงั้นประชุมประจำปีของบริษัทคุณพ่อวันนี้ พิงค์ต้องรับผิดชอบแทน” คนงานยุ่งแจกแจง
ความจริงแล้วงานมากมายจะไม่สร้างความลำบากให้เธอมากขนาดนี้ หากพลอยชมพูสามารถก้าวขึ้นเป็นประธานของพลอยชมพูจิวเอลรีได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้น้องสาวอย่างเธอเหยียบเรือสองแคมทำงานควบสองบริษัทเช่นนี้ และหากไม่มีเพทายผู้เป็นคู่ชีวิตที่แสนเก่งกาจ กะรัตยังนึกสงสัยอยู่ว่า งานมายของสองบริษัทที่กำลังเติบโตอยู่ตอนนี้คงทับเธอและลูกในท้องตายไปแล้วแน่ๆ
“แล้วพี่สาวแกละ”
“เฝ้าไปสิค่ะ! อีกอย่างพี่พลอยคงดีใจมากกว่าที่เห็นพี่ลมอยู่เฝ้า แต่ถ้าไม่ไหวก็เรียกพยาบาลนะคะ” ว่าจบร่างระหงก็หยิบกระเป๋าใบเดิมที่วางลงขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะก้าวเดินออกไปโดยไม่คิดจะใส่ใจสายตาตำหนิของรุ่นพี่คนสนิท
“พิงค์” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งมารุตก็เอ่ยขึ้น
“คะ?” คนที่กำลังจะเปิดประตูออกไปชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าคมคายของคนที่เอ่ยเรียก
“ฝากบอกคุณลุงด้วย ว่าพี่ตกลงตามข้อเสนอของท่าน”
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







