Masukหลังปรับความเข้าใจกันแล้ว หญิงสาวนั่งลงบนตั่งไม้ กำชับเรื่องยาและการดูแลสุขภาพ
มีเพียงบุตรีท่านหมอหลวงได้รับโอกาสอันทรงเกียรติ นางเป็นผู้เดียวในต้าเหลียงที่ใกล้ชิดแม่ทัพอสรพิษ
เจี้ยนหยู่จ้องนางตาไม่กะพริบ แลเห็นนางจัดแจงสำรับยาวางไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ อากัปกิริยาของนางเหมือนเยว่ฉีทุกประการ เมื่อนางนั่งลงข้างกาย เขาสะบัดชายเสื้อ เลื่อนมือขึ้นแตะลำคอเพรียวระหง ด้วยความรู้สึกอับอายขายหน้าที่เข้าใจนางผิด “เจ้าเจ็บไหม?”
“เจ็บเจ้าค่ะ ข้าไม่คิดว่าท่านจะบั่นคอข้า ท่านผิดคำพูดที่ให้ไว้กับท่านพ่อ”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ” เขาสะบัดหน้าหนีนาง ท่าทางอ้ำอึ้งไร้ความกล้าหาญผิดวิสัยแม่ทัพใหญ่ หญิงสาวลุกไปหยิบตลับยาแล้วกลับมานั่งลงที่เดิม เอียงคอบอกให้เขารับผิดชอบนาง
บุรุษร่างกำยำบรรจงมือทายาบดสมุนไพรบนต้นคอของนาง ด้วยหน้าตาเคร่งเครียด อีกใจไม่เลิกสงสัยนาง เขาหลุบตามองนางที่ยิ้มตอบอย่างใจดี ก่อนจะยกปลายนิ้วซึ่งเคยเป็นกรงเล็บผิดมนุษย์มนาขึ้นดูให้แน่ใจว่ามือคู่นี้จะไม่ทำนางบาดเจ็บอีก
‘ดูเข้าสิ ทำร้ายข้า ทายาให้ข้า อับอายขายหน้าไม่พอ ดันหวาดกลัวที่ตัวเองเป็นปีศาจ คิดเองเออเองว่าไม่ควรแตะต้องบุตรีท่านหมอหลวง ท่านคิดเยอะเกินไปเจ้าค่ะ’ นางแอบต่อว่าในใจ นึกเอ็นดูแม่ทัพปีศาจยิ่งนัก ขนาดว่าปลายนิ้วร้อนผละจากไปนางแล้วยังนึกเสียดาย ไม่รู้ทำไมนางจึงโปรดปรานความเจ็บปวดเพื่อรับรางวัลขึ้นมาได้
“ข้าได้ยินข่าวเรื่องคุณชายสาม ไยเจ้าเป็นฝ่ายเอ่ยปากเลิกรากับเขาเล่า เจ้าชอบเขามากมิใช่หรือ?”
“ข้าเบื่อหน่ายเรื่องหนุ่มสาวเอามาก ๆ ข้าตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเสียสละ ทุ่มเทช่วงชีวิตอันแสนสั้นให้โรงปรุงยา ข้าจำเป็นต้องตัดสัมพันธ์กับคุณชายสามเจ้าค่ะ”
“อืม... ก็ไม่ใช่เรื่องของข้า แต่เดาว่าท่านหมอหลวงคงเป็นห่วงเจ้าไม่ใช่น้อย”
“ไม่เลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อตามใจข้า”
“จริงหรือ? ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะให้เจ้าออกเรือนเหมือนพวกอาวุโส”
“ท่านพ่อปรารถนาจะอยู่กับลูกสาวในโรงปรุงยา เช่นเดียวกับข้า เป็นพวกบ้างาน การเป็นหมอยาสำหรับข้า น่าสนุกดี”
เจี้ยนหยู่ไม่คิดว่าจะได้ยินถ้อยคำนี้จากนางผู้กล่าวชื่นชมคนรักไม่ขาดปาก
‘ท้องฟ้าในยามค่ำคืนมีพระจันทร์อย่างไร หัวใจข้ามีคุณชาย ข้าและเขาจะไม่ห่างหายไปจากกัน จิตใจกลมเกลียวดั่งสามีภรรยาในวันข้างหน้า’
ปีศาจผู้อยู่บนโลกมนุษย์มาเนิ่นนาน เข้าใจผู้คนที่นี่ ทั้งแววตาอบอุ่นที่คนรักจ้องมองกัน เขาพบเห็นจากทหาร จากผู้คนในเมือง จากสองหนุ่มสาวที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จากสามีภรรยา...
จากนาง!
เหม่ยฉีรีบละสายตาไปจากใบหน้าหล่อเหลา มุมปากสีชาดโค้งขึ้นยิ้มละไม “ข้าลดปริมาณยาลงเล็กน้อย มีผลข้างเคียงอย่างไร ท่านแจ้งข้าได้ทุกเมื่อ บาดแผลบนไหล่ท่าน หายดีหรือยังเจ้าคะ?”
“หายดีแล้ว”
“เช่นนั้นข้าจะใช้ยาสูตรนี้ พรุ่งนี้ข้าจะมารับรายงานจากท่านเพื่อพัฒนารูปแบบยา”
แม่ทัพเจี้ยนขมวดคิ้วมุ่นมองนาง ไยคำพูดจาของนางประหลาดมากจนอดสงสัยไม่ได้ จนนางลุกขึ้นเดินไปวางตะกร้าไม้ใส่ยาบนโต๊ะอีกตัวหนึ่ง หลังจากที่เตรียมยาบดสมุนไพรหลายอย่างมาด้วย ยาสำหรับบำรุงกำลังวางอยู่ด้านซ้ายมือนาง ยาสมานบาดแผลอีกสองถ้วยทั้งแบบบดทาและแบบดื่มกิน ในหม้อดินอีกต่างหาก นางให้เขาเก็บไว้สำหรับมื้อหน้า
“เรื่องบาดแผลบนคอข้า หากใครถามขึ้นมา ข้าจะบอกพวกเขาเองว่าเกิดจากการฝึกกระบี่ ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป ข้ามิใช่สตรีขี้ฟ้องตีโพยตีพาย”
“บนร่างกายคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไม่ควรมีบาดแผล”
“ผู้สูงศักดิ์ ผู้ยากไร้ ไม่ว่าใครก็นอนโลงศพ ลงไปอยู่ในดินเหมือนกัน ข้าไม่ถือสาใต้เท้า บาดแผลเพียงเท่านี้สำหรับข้าเป็นเรื่องเล็กน้อย”
“เจ้าช่างคารมคมคาย ผิดจากเยว่ฉี... ไม่พูดจามากความ เจ้าไม่อธิบายเรื่องใด ๆ ให้ใครเข้าใจ”
“เอาเป็นว่าข้าจะบอกท่านเมื่อถึงเวลา”
เจี้ยนหยู่หยิบถ้วยยาตรงหน้าขึ้นแตะริมฝีปาก แม้นัยน์ตาดำขลับยังหลุบมองท่าทีสุขุมของนาง ไม่วางใจเสียทีเดียว นางว่าจะบอกเขา คืออะไรแน่?
“ท่านอย่าลืมสมุนไพรเหล่านี้ ข้ากับท่านพ่อตั้งใจทำด้วยความยากลำบาก ให้ความใส่ใจกับมันเป็นอย่างมาก ท่านกินและทาให้ครบมื้อ” เหม่ยฉีเอ่ยด้วยสำนึกรู้ของเยว่ฉี นางกำชับเขาเรื่องยา ยกมือประสานกันไว้ด้านหน้า “ยาเรียบร้อยดีแล้ว ข้าลาเจ้าค่ะแม่ทัพเจี้ยน”
สตรีร่างผอมบางยกตะกร้าไม้ออกไปจากกระโจม ไม่เหลียวมองหลัง เจี้ยนหยู่หรี่ตา สะบัดศีรษะอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อเขารู้จักเยว่ฉีมานานนับสิบ ๆ ปี
‘วันนี้เป็นอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้เป็นอีกอย่างหนึ่ง คือวิสัยมนุษย์หรือ?’
------------
ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงตั้งพระทัยให้มีหญิงงามคอยเอาอกเอาใจแม่ทัพครึ่งปีศาจ ขุนพลคนสำคัญของต้าเหลียง เพื่อให้เขาคอยปกป้องบ้านเมืองต่อไป
บุตรีท่านหมอหลวงไท่ซือจิ่วเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ซึ่งนางเสนอตัวทำหน้าที่นี้ หลังพบบุรุษอสรพิษในห้องมืดแคบโดยบังเอิญระหว่างวิ่งซุกซน บิดามีความจำเป็นต้องพาบุตรสาวไปทำธุระด้วยกันในวังหลวงวันนั้น
เหม่ยฉีถือกระดาษที่เย็บต่อกันเป็นสมุดพกพาไว้ นางทำมันด้วยตนเอง เอาไว้สำหรับจดบันทึก นางจดข้อความสำคัญในนิยายอย่างระวัง
เด็กสาวตัวน้อยมีแววตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว นางได้ยินเสียงเรียกขอความช่วยเหลือ ราวกับว่าเป็นเสียงกระซิบในภวังค์ ทว่าไม่เชิงเสียทีเดียว... นางคลานผ่านช่องส่งอาหารเล็กแคบเข้าไปคว้าหางที่มีเกล็ดขาวสะอาด สบนัยน์ตาโลหิตของมันพลางเอ่ย ‘ข้าจะช่วยเจ้าเอง’
คุณหนูเล็กแก้แค้นอย่างสาแก่ใจนางแล้ว เข้าห้องไปดูแลสามีที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ บนฟูกแม่ทัพเจี้ยนหยู่ไม่ออกไปกระโจมร่วมอาทิตย์ เขานอนพักฟื้นโดยมีหมอหลวงเข้ามาดูอาการ เมื่อไรที่เขาตื่นจากการหมดสติไปเพราะฤทธิ์ยา บ่าวรับใช้จะรีบไปตามฮูหยินเพราะเขาเอาแต่เรียกนาง จะให้ป้อนยาลูกเดียวเหมือนคนพิการไร้มือเท้า กระทั่งฮ่องเต้เสด็จมาเยี่ยมเจี้ยนหยู่ตัดสินใจเล่าเรื่องการหลับไปของเหม่ยฉีว่านางตั้งครรภ์ปีศาจจึงสูญเสียพลัง นางกลับไปยังโลกของนาง หลังจากที่ปรึกษากับนางแล้วเผื่อวันใดสามีไปออกรบ ที่พึ่งจวนแม่ทัพย่อมเป็นองค์ฮ่องเต้คอยคุ้มกะลาหัว นางเองก็ไม่อยากปิดบังสหายคนสำคัญ ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน หากไม่มีนาง องค์ชายสิบสามไม่มีวันได้เป็นฮ่องเต้ บัดนี้พระองค์มีอำนาจล้นฟ้า ทรงปกป้องตระกูลแม่ทัพไป๋ ไม่มีใครกล้ารังแก“ข้าก็ว่าแล้ว สงสัยนางอยู่ตั้งนาน ไยนางกลับไปกลับมาราวกับว่าเป็นคนละคน”ใช่ครั้งแรกเสียเมื่อไรที่ฝ่าบาททรงข้องพระทัย พระองค์ไม่ถือสา ทรงเรียกขันทีที่ติดตามมามอบยารักษาโรคราคาแพง โสมป่า สมุนไพรล้ำค่าที่มีเพียงสองชิ้นในต้าเหลียง ก่อนตรัสลาสองสามีภรรยาบนฟูกนอน “ข้ากลับวังดีกว่า ไม่รบกวนพวกเจ้า ดู
วันต่อมากลุ่มผู้บุกรุกที่มีทั้งอาวุโสตระกูลหยางตระกูลจาง เสนาบดีตระกูลเจา ทยอยกันมาขอขมาท่านแม่ทัพ เสนาบดีกรมอาญานำสัญญาเก่ามามอบให้ฮูหยินแต่โดยดี โดยไม่รอให้ถึงพระกรรณฝ่าบาท“แม่ทัพเจี้ยนหยู่ไม่มีความคิดที่จะทำร้ายชาวเมืองต้าเหลียง เขาไม่เคยระรานใคร แม้แต่ผู้ใหญ่ในราชสำนัก ก็ใช่ว่าพวกท่านจะมาล้ำเส้นได้”ฮูหยินแต่งกายด้วยชุดสีขาวชาด เครื่องผมสง่างามสมฐานะ เจรจากับผู้มาเยือนแทนสามีในห้องรับรองกว้างขวาง เรียกสาวใช้ยกชาเข้ามาต้อนรับผู้ใหญ่แทบทั้งวันแม้แต่ไทเฮาก็เสด็จมาเยี่ยมเยียนท่านแม่ทัพและบุตรีสกุลแพทย์หลวงคนสำคัญของราชสำนัก จะมีผู้สูงศักดิ์สักกี่คนในต้าเหลียงที่มีอิทธิพลถึงขั้นทำให้ไทเฮาเสด็จมาด้วยพระองค์เองได้ ข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองแล้ว ชื่อเสียงของจวนแม่ทัพได้รับการกอบกู้กลับมา“...ข้าพักผ่อนเงียบ ๆ ในจวนอยู่หลายวันเพราะตั้งครรภ์ หาได้เป็นเช่นข่าวลือไม่ ระยะนี้ข้าไม่สะดวกต้อนรับแขก หวังว่าข้าจะไม่ได้ยินเรื่องไม่ดีจากพวกท่านหรือใครอีก”“ผู้ใหญ่ก็แค่เป็นห่วงเจ้า เกิดเจ้าถูกปีศาจทำร้ายขึ้นมา บ้านเราพอจะรู้จักนักพรตอยู่บ้าง เยว่ฉี เจ้าไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่งงานกับปีศาจไม่พอ ยังมีสั
เพราะนางไม่มีตรีเนตรเหมือนสามี จำต้องตามกลิ่นไอปีศาจเบาบางจากเรือนทิศประจิมไป กว่าจะพบซากงูเผือกใกล้ตาย กำลังถูกรุมกัดกินจากแมลงปีศาจตัวเล็ก ๆ ร่างแน่นิ่งนั้นบริเวณปลายหางล่องลอยเป็นเถ้าควัน“เจ้างูน้อย!” นางพุ่งเข้าไปโดยสัญชาตญาณ ใช้ฝ่ามือขวากำจัดกลุ่มพลังหยินบนผืนหญ้า พวกมันกรีดร้องโหยหวนอย่างทรมานแล้วหายไป “ไม่ต้องกลัว... เจ้างูน้อย ข้าอยู่นี่... ข้ามาแล้ว ข้ามาหาเจ้าแล้ว” ในน้ำเสียงสั่นเครือ อุ้งมือสั่นเทาคว้าร่างโชกเลือดขึ้นโอบประคองในอ้อมแขน นางก้มมองหางอสรพิษมีร่องรอยของการกัดกิน เกล็ดหลุดร่วงเห็นเป็นชิ้นเนื้อสดด้านใน สภาพเหมือนปลาที่โดนแล่เนื้อนางจำเขาได้!ในหลายค่ำคืนนางเฝ้าฝันถึงเจ้างูน้อยกลายเป็นบุรุษรูปงาม มีร่างกายเป็นครึ่งอสรพิษ นางเรียกเขาสามี ร่วมสัมพันธ์กับเขาอย่างเร่าร้อน ก่อนที่ความทรงจำเสี้ยวส่วนหนึ่งจะหวนคืนตอนนางลืมตาตื่นในโลกนี้เหม่ยฉีกัดริมฝีปากแรงจนเป็นห้อเลือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวเข็มสักพันเล่มทิ่มแทง หยาดน้ำตาพรั่งพรูบนแก้มทั้งสองไม่ขาดสาย นางผายฝ่ามือเรียกไอปีศาจจำนวนมาก เพื่อรักษาชีวิตอสรพิษบนผืนหญ้า ด้วยพลังของนางย่อมไม่มากเกินกำลัง ชั่วอึดใจเดียว นัยน
หากท่านหมอเทวดาไท่ซือจิ่วเอ่ยปากคำเดียว ใครก็เกรงใจ วันนี้ถือว่าโชคไม่เข้าข้าง พอท่านหมอมาเยี่ยมบุตรสาวแล้วออกไปทำธุระ พวกขุนนางและอาวุโสก็มารวมตัว แถมพาชาวบ้านมาด้วยจำนวนหนึ่ง ต่างคนกร่นด่าประณามแม่ทัพปีศาจว่าทำร้ายฮูหยินตนทั้งเสนาบดีตระกูลจ้าวผู้ถืออำนาจใหญ่ในราชสำนัก เดิมไม่ชอบหน้าแม่ทัพเจี้ยนหยู่ผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ หวังยึดตราแม่ทัพกองทหารต้าเจียงจวิน เสนาบดีตระกูลเจาซึ่งมีบุตรชายอย่างคุณชายกู่หย่ง ตามขอยาสมุนไพรจากตระกูลหยางเพราะแอบชอบคุณหนูรองมานาน ไม่ถือสาว่าฮูหยินท่านแม่ทัพจะเป็นแม่ม่าย เขาจะมาสู่ขอนางทันทีที่สามีตายหรือหย่าขาดกันแน่ ยังมีเสนาบดีกรมคลัง ฮูหยินใหญ่ซึ่งเคยถูกจับโยนเข้าคุกเชลยหลังจวนแม่ทัพครั้งหนึ่ง ไม่รอช้าที่จะมาแก้แค้น!อสรพิษซ่อนเร้นกายอยู่ในพุ่มไม้ข้างประตูห้องนอนใหญ่ในท่าทีเฝ้าระวัง ด้วยเกรงว่าผู้คนจะพังประตูจวนเข้าไปรบกวนฮูหยินที่นอนหลับสนิท ถึงแม้ว่าด้านหน้าจวนจะมีทหารเฝ้ายามอยู่นับสิบ“คุณหนูรองถูกปีศาจกลืนวิญญาณไปแน่ ครอบครัวทหารของพวกท่านก็เคยได้รับยารักษาจากท่านหมอตระกูลหยาง ไม่สำนึกบุญคุณนางเลยหรือไร ท่านควรหลีกทางให้พวกเราเข้าไปตรวจสอบ”“ไร
ไท่ซือจิ่วให้เวลาบุตรเขยสามวัน เพื่อให้ตนเหลือเวลาอีกสี่วันในการพาบุตรสาวกลับมา หากแม่ทัพปีศาจผู้นี้เกิดไร้ประโยชน์ขึ้นมาจริง ๆท่านหมอขี่อาชาขาวสง่าตัวโปรดของบุตรสาวเดินเหยาะ ๆ ข้างรถม้าที่มีคุณชายน้อยตระกูลหยางและท่านยายของเขา สาวใช้อีกหนึ่งคนช่วยดูแลของสำคัญที่ซื้อมาเต็มคันรถ ในรถม้ามีกันสามคน ด้านนอกมีองครักษ์ประจำเรือนหมอหลวงอีกสาม‘ไยท่านหมอเข้มงวดกับลูกเขยเสียเหลือเกิน มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่?’‘เรื่องนี้ไม่เกินกำลังท่านแม่ทัพ ที่ท่านหมอดุว่าก็เพื่อให้เขามีความตั้งใจ คุณหนูอย่าได้เป็นกังวล ข้าอยู่กับพวกเขามานาน รู้นิสัยผู้คนในตระกูลดี’‘ข้ามิใช่คุณหนูตระกูลลู่แล้ว เจ้าเรียกข้านางเจียงหรือพี่สาวเถิด อย่าถือข้าเป็นผู้สูงศักดิ์อีกเลย’‘เช่นนั้นเรามาเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เจ้าแซ่เจียง ข้าแซ่เฉียน พี่สาวสกุลเจียง ถึงข้าเป็นบ่าว แต่คุณหนูเล็กของข้าแสนดีเหลือเกิน คุณหนูดูแลพวกข้าประหนึ่งญาติสนิท กินข้าวร่วมโต๊ะเป็นประจำ หากพี่สาวมีเรื่องไม่สบายใจขอให้บอกข้า ไม่ต้องกลัวว่าใครจะรังแกคุณชายน้อย’‘คุณหนูเล็ก? เจ้าหมายถึงคุณหนูรองหรือน้องสาว’‘ท่านยายของข้านี่นะ ข้าบอกไปตั้งหลายครั้งแล
สีหน้าระทมทุกข์ของแม่ทัพใหญ่ทำเอาพ่อตากำหมัดแน่น ไม่รู้อะไรนักหนา! ลูกเขยแก้ตัวว่าคิดจะสังหารนางด้วยน้ำยาชนิดหนึ่งในห้องน้ำ หากใส่ลงไปในชามบะหมี่ของนาง คงเสียชีวิตในทันที แต่พอนางทำบะหมี่ในถ้วยกระดาษให้เขาชิม มันอร่อยมากเสียจนศีรษะงูจมลงไปถึงก้นถ้วย นางหัวเราะเสียงดังว่าเขาเป็นงูประหลาด กินอาหารคนได้ นางกอดเขา จูบแก้มงูของเขา นางยิ้ม นางมองเขาด้วยแววตาเอ็นดู หัวใจสามีก็เหลวละลาย ท่านหมอเคยมีภรรยาที่รักยิ่ง ควรจะเข้าใจ“น้ำยาล้างห้องน้ำไม่ใช่ยาพิษ ทำไมท่านไม่ลองดู”“หากมิใช่ยาพิษ... เหตุใดกลืนลงท้องเพียงนิดเดียวจึงแสบร้อน ข้าทดลองดูก่อนจะนำไปใช้กับนาง ดันปวดท้องเกือบตายเพราะพิษไส้ขาด แต่หมอเทวดาที่นั่นเก่งฉกาจสมคำเล่าลือของอามู่ พวกเขาเอามีดผ่าท้องข้า ล้างไส้ข้าแล้วเย็บกลับที่เดิมได้...”เป็นงูทั่วไปคงตายไปแล้ว! วันนั้นเจ้าของงูจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปจนหมด ในที่สุดนางก็ตัดสินใจลงประกาศขายสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเจี้ยนหยู่รู้สึกเจ็บในอก นอกเสียจากรู้สึกผิดที่เป็นภาระนาง ทำให้นางต้องทำงานหนักขึ้น เขายังคิดสังหารนาง แถมใช่วิธีเดียวเสียเมื่อไรครั้นจะผลักนางตกบันได ศีรษะกระแทกกับพื้นปูน ร่างกายหัก







