Masukให้นางรอสามปีจึงค่อยมาตบแต่งเมี่ยวหลัวก็รอไม่บิดพลิ้ว ทว่าพอถึงวันแต่งงานไอ้ตัวต่ำช้ากลับมีทั้งลูกทั้งอนุภรรยามายกน้ำชา เมี่ยวหลัวจึงค่อยถ่องแท้ขึ้นมา คนดีกับคนโง่มีเส้นกั้นเพียงเล็กน้อยเท่านนั้น!
Lihat lebih banyakปลายจมูกโด่งของซ่างกวนโทวกดลงจุมพิตที่ท้ายทอยหลังจากเขาจับเส้นผมนุ่มและผอมของจีเมี่ยวหลัวหลบไปด้านข้างเปิดเผยหลังลำคอขาวสะอาด“เขาหอกันเถิดภรรยาของข้า”เขากระซิบกระซาบแล้วจึงใช้เรียวปากแกร่งสัมผัสกับใบหูของนางจนจีเมี่ยวไคร้ตัวสั่นสะท้าน เขินอายย่อมีมากแต่ระหว่างนางกับซ่างกวนโทวต่างก็ไม่ใช่หนุ่มน้อยและสาวน้อยแล้ว ต่างคนต่างอยู่ในวัยของผู้ใหญ่แล้วทั้งคู่ ดังนั้นเขินอายอย่างไรจีเมี่ยวหลัวย่อมไม่คิดปฏิเสธสามีของนางร่างอรชรหันกลับมาเผชิญหน้ากับเรือนกายสูงใหญ่ด้วยใบหน้าเขินอายสามส่วน มุ่งมั่นเสียเจ็ดส่วน ซ่านุ่มนิ่มโทวถึงกับหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ นี่แหละภรรยาของเขา จีเมี่ยวหลัวสำหรับเขาแต่ไหนแต่ไรมาจีเมี่ยวหลัวนั้นก็เป็นสตรีเช่นนี้ หากไม่ใช่นางเป็นเช่นนี้จะดึงสายตาของเขาให้หยุดอยู่ที่นางได้จนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไรนางเขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วใช้สองแขนของตนเองคล้องลำคอแกร่งจึงดึงให้ใบหน้าหล่อเหลาของท่านปีศาจดำโน้มลงมาหาตนเองโดยที่นางเอกก็เผยอเรียวปากนุ่มนิ่มขึ้นไปหาเขาเช่นกันปัง! ปัง! ปัง!ช่วงจังหวะที่เรียวปากของทั้งสองลงมาบรรจบกัน พลันนั้นดอกไม้ไฟก็ถูกจุดขึ้นมาพอดิบพอดี แสงสว่างวูบวาบกับภาพดอ
ใครจะคาดสตรีที่รูปโฉมไม่นับว่างดงามสะท้านแผ่นดินจะครอบครองดวงใจของปีศาจดำแห่งต้าเซี่ยได้ คราวแรกทุกคนที่ได้พบเห็นล้วนแปลกใจ ทว่าพอสืบกันไปลึกซึ้ง ตั้งแต่สมัยจีเมี่ยวหลัวไปอยู่แคว้นอิ๋งโจวจนถึงคดีสังหารคนยากไร้ขโมยอวัยวะภายในไปขาย ล้วนเป็นสตรีผู้นี้คอยให้การช่วยเหลือ ทุกคนจึงไม่แปลกใจอีกต่อไป สตรีบางคนโฉมงามเกินไปนอกจากจะอาภัพแล้วบางคนยังนำภัยมาสู่คนใกล้ตัวไปจนถึงชีวิตของตนเองและพอวันเวลาผ่านไปรูปโฉมที่เคยงดงามย่อมโรยราแต่สตรีที่มีสติปัญญา ยิ่งวันเวลาเนิ่นนานพวกนางจะยิ่งเฉลียวฉลาดดังคำว่าขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด คล้ายกับต้นอู่ถงยิ่งวันเวลาเพิ่มขึ้นเนื้อไม้จะยิ่งกล้าแกร่งสูงค่า ฉางตี้ฮ่องเต้คงมองเห็นความงามจากภายใน งดงามด้วยสติปัญญามิใช่งดงามด้วยรูปโฉมภายนอกกระมังจึงได้รักปักใจจนมีข่าวลือออกมาในช่วงแรกถึงขนาดที่เขาจะยินดีเป็นเขยแต่งเข้าทั้งที่หากจะกล่าวถึงฐานะ แค่ฉางตี้ฮองเต้นั้นกระดิกนิ้วสะบัดพู่กันเขียนราชโองการออกมาเขาก็สมหวังแล้ว ไม่ต้องมาตกแต่งไฟทั้งเมือง หรือแม้แต่สร้างหอชมเมืองเพื่อนาง ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อจะพาคุณหนูลิ่วจีขึ้นไปขอแต่งงานบนนั้นยังจะมีบุรุษใดคลั่งรักได้ยิ่งใหญ่เช่นฉางตี้
และบนศีรษะของจีเมี่ยวหลัวบัดนี้ประดับด้วยปิ่นทองสิบสองชิ้นครบตามธรรมเนียมของสตรีที่เตรียมตัวจะรับตำแหน่งฮองเพริศพริ้งฮาซึ่งบนศีรษะนอกจากปิ่นทองยังมีใบทับทิม ที่เหล่าฮูหยินจีกับซูหมัวมัวแซมเอาไว้ระหว่างปิ่นทองและเส้นผมที่ถูกเกล้างดงาม เรียกว่ากว่าจะเสร็จสิ้นจีเมี่ยวหลัวก็หนักไปหมดทั้งศีรษะและร่างกาย"งดงามมากเลยมากจริงๆ"ซูหมัวมัวพึมพำออกมาราวกับคนสติไม่ครบสมบูรณ์ อย่าว่าจะซูหมัวมัว แม้แต่นางกำนัลอาวุโสที่มาจากวังหลวงก็ยังตื่นตะลึงพอได้เห็นภาพของจีเมี่ยวหลัวหลังจากนางแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศของเจ้าสาวชั้นสูงเพื่อจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮา"เมี่ยวเมี่ยวมาเถอะ พวกเราไปทำพิธีกัน"หลังจากแต่งการครบเครื่อง ก็ถึงเวลาไปกราบไหว้ฟ้าดิน กราบไหว้ป้ายบรรพบุรุษในหอบรรพชนสกุลจี ซึ่งคนที่จะพาจีเมี่ยวหลัวทำพิธีดังกล่าวปกติต้องเป็นบิดา ทว่าบิดาของนางจากไปแล้ว ผู้ทำหน้าที่ผู้นำย่อมเป็นจีม่อชง เมื่อสามปีก่อน เขาเองก็เป็นทำหน้าที่นี้ แต่ในวันนั้นกับวันนี้ความรู้สึกของจีม่อชงและทุกคนในสกุลจีไม่เว้นแม้แต่จีเมี่ยวหลัวเองก็รู้สึกแตกต่างจากคราวนั้นไปไกลโขพอกราบไหว้ป้ายบรรพบุรุษเสร็จแล้วจึงค่อยออกไปร่วมรับประท
ค่ำคืนนั้นเป็นค่ำคืนที่ชาวเมืองเสียนหยางและเมืองรอบข้างที่สามารถจนท้องฟ้าของมหานครเสียนหยางนั้นเห็นแสงสว่างไสวของพลุและดอกไม้ไฟ ต่างกล่าวขานในเวลาออกไปในเวลาไม่ถึงสิบวันเรื่องที่ฉางตี้ฮองเต้จัดแจงทุกสิ่งเพื่อจะขอสตรีนางหนึ่งแต่งงานก็ดังไปทั่วดินแดนต้าเซี่ยและอาณาจักรใกล้เคียงรวมไปถึงชนเผ่าน้อยใหญ่และเป็นราตรีนั้นที่หยวนเค่อเจวี๋ยได้ทราบเช่นกันว่าเขาทำของดีหลุดมือไปแล้วจริงๆ สามปีแต่แรกเขายังคิดว่าตนเองจะสามารถหวนคืนกลับไปคืนดีและขอสตรีเช่นจีเมี่ยวหลัวแต่งงานได้อีกครั้งจนมาถึงราตรีดังกล่าวความจริงก็ตีแสกหน้าของหยวนเค่อเจวี๋ยว่าตลอดมาเขาหลอกตนเอง เขาหลอกตนเองว่าสุดท้ายจีเมี่ยวหลัวจะต้องหวนคืนมาอภัยให้เขาได้ แต่บัดนี้นางกำลังจะก้าวไปเป็นสตรีอันดับหนึ่งแห่งต้าเซี่ย แค่ฮูหยินเอกของบัณฑิตยากจนผู้หนึ่งจีเมี่ยวหลัวนั้นจะชายตาแลได้อย่างไร!ยิ่งผู้คนทั้งหลายต่างอยากเห็นสตรีผู้นั้นว่าจะโฉมงามสะท้านแผ่นดินเพียงใด แล้วยิ่งหลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนต่อมากลับเป็นฝ่ายของฉางตี้ฮ่องเต้ก็ได้จัดการส่งพ่อสื่อไปเจรจาตกลงสิ้นสอดซึ่งก็มิใช่ใครอื่นหากแต่เป็นโม่กงกงหรือโม่อี้หวายญาติและขันทีคู่พระทัยของเขานั่นเ

















