Masuk-จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ เยว่ฉี X แม่ทัพเจี้ยนหยู่-
จัดลำดับความสำคัญของตัวละครในนิยายเรียบร้อยแล้ว ยามเซินนี้นางพยายามนึกว่าใครเป็นผู้เขียน นั่ง ๆ นอน ๆ นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก มิหนำซ้ำดันมีเรื่องประหลาด ลายมือของนางกลายเป็นลายมือของเยว่ฉี ที่นางรู้เรื่องนี้เพราะตำราบางเล่มในโรงยามีการลงพู่กันด้วยลายมือเยว่ฉี
“ตกลงเขาคิดยังไงกับเยว่ฉีกันแน่นะ?” นางบ่นพึมพำบนม้านั่งหินในสวนด้านหลังห้องนอนของนาง หัวคิดทบทวนถึงเรื่องราวในอดีต
เยว่ฉีเรียนรู้การใช้สมุนไพรเพื่อเลิกฝิ่นผ่านการสอนงานของบิดา นางยอมเป็นเครื่องต่อรองทางการเมืองอย่างเต็มใจ มิใช่เพียงเพราะเวทนาบุรุษอสรพิษที่ถูกฮ่องเต้องค์ก่อนกักขัง นางมีนิสัยทะเยอทะยานมาตั้งแต่เล็ก ๆ นางเป็นผู้มีเมตตา แต่ก็มองการณ์ไกล
แม่ทัพเจี้ยนหยู่อาจคิดกับนางอย่างผู้มีพระคุณ เขายอมอยู่ในแผ่นดินต้าเหลียง แม้ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินแล้วก็ตาม ก็เพื่อนาง
คุณชายจางเข้ามาพัวพันกับตระกูลหยางด้วยฝีมืออาวุโส พวกเขาอุตส่าห์ไปคัดขอคำอนุญาตอย่างเป็นทางการจากราชสำนัก ให้ท่านผู้ตรวจการมาเยี่ยมเยียนโรงปรุงยาแห่งนี้ได้ ด้วยความคาดหวังให้บุตรชายปรองดองกับเยว่ฉี
“ชาเจ้าค่ะคุณหนู ท่านผู้ตรวจการฝากทางโรงครัวมา...”
บ่าวคนสนิทเรียกนางให้ตื่นจากภวังค์ ได้ยินแว่ว ๆ ว่าท่านผู้ตรวจการมารอที่ห้องรับรอง เขาแต่งตัวดี พูดจารู้ความ ไม่เมามายเหมือนเมื่อวันก่อน
คุณหนูรองเก็บสมุดในมือ นำพู่กันใส่กล่องไม้ บ่าวสตรีอีกสองตามมาสมทบ พวกนางชื่นชมใบชาและของฝากจากท่านผู้ตรวจการเป็นใหญ่โต
“คราวนี้ใต้เท้าเดินทางไปถึงเมืองลั่วหยาง ไม่ลืมของที่คุณหนูรบกวนเป็นธุระ ใต้เท้าแจ้งว่ามีหีบเครื่องประดับ ไข่มุกที่คุณหนูอยากได้...”
“ท่านผู้ตรวจการคิดถึงคุณหนูรองสุดหัวใจ แม้ตัวห่างไกล ใจคะนึงหานางผู้เป็นที่รัก”
“ซีซวน ซิงอี พวกเจ้าชักจะน้ำเน่าเกินไปละ! เอาของส่งคืนเขา รับแค่ชาอาหาร ให้บ่าวรับใช้แบ่งกันกิน ในส่วนของข้า กินอะไรก็ได้ ไม่เรื่องมาก”
บ่าวรับใช้โดนตะคอกจนหน้าชา นอกเสียจากคุณหนูรองจะไม่ขวยเขินเอียงอาย ไม่กล่าวชมท่านผู้ตรวจการ ยังสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงเขาอีก เว้นเสียแต่ว่าพวกนางสมองมีปัญหา คุณหนูรองนี่แหละจะผ่าสมองพวกนางออกมาใส่โหลแช่เหล้าดองสมองหมู!
ความปากร้ายของคุณหนูคนเดิมทำเอาบ่าวก้มหน้าขยาด วิ่งแจ้นไปบอกท่านผู้ตรวจการว่าคุณหนูไม่สะดวกรับแขก นางปิดประตูโรงปรุงยา นำกระดาษแผ่นใหญ่เขียนด้วยพู่กันว่าห้ามใครรบกวน ก่อนเดินหายไปในสวนด้านหลัง
“ซูหนี่ว์ เจ้าคิดว่าแม่ทัพเจี้ยนแอบชอบข้าไหม เขาคิดยังไงกับข้า?”
“คุณหนูรอง!” บ่าวตะโกนพลันสะดุ้งเฮือก มองซ้ายขวาอย่างหวาดกลัว นางก้มตัวลงนั่งยอง ๆ กับพื้นหญ้าตามคุณหนูที่เตรียมตะกร้าเก็บสมุนไพร พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ถามอะไรเจ้าคะ? แม่ทัพผู้นั้นเป็นปีศาจนะเจ้าคะ”
“เจ้าตอบให้ตรงคำถาม ข้าไม่ได้ถามว่าเขาเป็นอะไร ข้าถามเจ้าว่าเขา... แอบชอบข้าไหม?”
“เอ่อ... คือ...”
“อย่าอ้ำอึ้ง ข้าถามอะไรก็ตอบมา” นางนั่งยองข้างซูหนี่ว์ เอียงคอฟังอีกฝ่ายเล่าความลับ
“เมื่อนานมาแล้วมีข่าวลือเรื่องแม่ทัพเจี้ยนหยู่กับคุณหนูรอง แต่คุณหนูรองยืนกรานว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ วัน ๆ คุณหนูอยู่แต่ในโรงยากับบิดา แม่ทัพเจี้ยนหยู่ไปตั้งทัพทำศึก เดินทางไกลไม่พบหน้าร่วมแรมปี การรักใคร่เยี่ยงหนุ่มสาวนับเป็นข่าวไร้มูล นานวันเข้าผู้คนเห็นไม่มีอะไรอย่างที่คุณหนูลั่นวาจา ท่านแม่ทัพก็พูดเช่นเดียวกันกับคุณหนูรอง”
“อ้อ... เป็นเช่นนี้เอง เลือดเย็นจริง ๆ”
ซูหนี่ว์ถามตาโต “ใครเลือดเย็นหรือเจ้าคะคุณหนู?”
“ก็ข้านี่ไง จะใครเล่า ซูหนี่ว์” นางแค่นหัวเราะ เก็บหญ้าสมุนไพรใส่ชะลอมไม้ไผ่ บ่าวรับใช้หัวเราะตาม นางเข่นเขี้ยวขู่ ในสีหน้าท่าทางข่มขวัญ “หรือเจ้าอยากรำลึกความหลังในกระท่อมมืดเงียบหลังโรงยา”
“มะ... ไม่เจ้าค่ะคุณหนู! ข้ากลัว ๆ”
“อื้ม... เช่นนั้นเจ้าเก็บใบไม้ไปอย่าพูดมาก หากเจ้าหยิบสมุนไพรผิดต้น ข้าจะตีมือเจ้า” เรียวปากอิ่มงามสีชาดขยับยิ้ม เหม่ยฉีเก็บใบฝิ่นอย่างระวังมือ ต้นไม้เหล่านี้มีไม่ถึงสิบต้น ในปริมาณเพียงพอสำหรับท่านแม่ทัพเจี้ยนหยู่และขุนนางคนสำคัญ มันเอาไว้ใช้ในยามคับขัน เมื่อพืชพรรณต้องห้ามได้รับการปลูกในราชสำนักพระราชวังของฮ่องเต้
ไม่นานนัก เสียงซอกแซกในพุ่มไม้เตี้ยพานางมอบขวับ หรี่ตามองสิ่งที่ซ่อนเร้น มันทอดนัยน์ตาสีชาดมา บ่าวสตรีโยนตะกร้าทิ้งไป ร้องเสียงหลง
“กรี๊ดดด งู!”
“อย่าขยับ!”
เหม่ยฉีตวาด พุ่งตัวไปคว้าหมับเข้ากลางลำคอที่เต็มไปด้วยเกล็ดขาวสะอาด อสรพิษร้ายแยกเขี้ยวโดยที่ยังเก็บพิษร้ายไว้ในปากไม่ให้กระเด็นออกมา พิษพวกนี้ทั้งแสบร้อน เผาไหม้ผิวหนังจนเป็นรูได้ นางก้มมองไปทางกองหญ้า เห็นเสื้อผ้าชุดหนึ่ง
“แขกไม่รับเชิญไม่ใช่อสรพิษร้ายที่ไหน มิเช่นนั้นคนกรี๊ดเสียงดังลั่นคงโดนฉกหน้าไปแล้ว” นางเกือบตะคอกสาวใช้ให้หุบปากเสียด้วย ซูหนี่ว์รู้ใจนางนัก ยกมือปิดปากตน ทำปิดหูปิดตา ย่องออกไปเงียบ ๆ
“ซูหนี่ว์ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ข้ารับประกันว่านางจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร ท่านวางใจได้” เหม่ยฉีไม่เข้าใจตัวนางเอง เหตุใดนางมีกิริยาวาจาร้ายกาจเหมือนเยว่ฉี ทว่านางก็ยังปกป้องบ่าว นางคว้าคองูเผือกได้เร็วกว่าความคิดในหัวนาง ยกงูตัวใหญ่ในมือขึ้นประจันหน้า “ท่านมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ ในพุ่มไม้หลังโรงยา ลักลอบมาหาข้าแต่หัววัน มีธุระอันใดเจ้าคะ? ใต้เท้าเจี้ยน”
คุณหนูเล็กแก้แค้นอย่างสาแก่ใจนางแล้ว เข้าห้องไปดูแลสามีที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ บนฟูกแม่ทัพเจี้ยนหยู่ไม่ออกไปกระโจมร่วมอาทิตย์ เขานอนพักฟื้นโดยมีหมอหลวงเข้ามาดูอาการ เมื่อไรที่เขาตื่นจากการหมดสติไปเพราะฤทธิ์ยา บ่าวรับใช้จะรีบไปตามฮูหยินเพราะเขาเอาแต่เรียกนาง จะให้ป้อนยาลูกเดียวเหมือนคนพิการไร้มือเท้า กระทั่งฮ่องเต้เสด็จมาเยี่ยมเจี้ยนหยู่ตัดสินใจเล่าเรื่องการหลับไปของเหม่ยฉีว่านางตั้งครรภ์ปีศาจจึงสูญเสียพลัง นางกลับไปยังโลกของนาง หลังจากที่ปรึกษากับนางแล้วเผื่อวันใดสามีไปออกรบ ที่พึ่งจวนแม่ทัพย่อมเป็นองค์ฮ่องเต้คอยคุ้มกะลาหัว นางเองก็ไม่อยากปิดบังสหายคนสำคัญ ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน หากไม่มีนาง องค์ชายสิบสามไม่มีวันได้เป็นฮ่องเต้ บัดนี้พระองค์มีอำนาจล้นฟ้า ทรงปกป้องตระกูลแม่ทัพไป๋ ไม่มีใครกล้ารังแก“ข้าก็ว่าแล้ว สงสัยนางอยู่ตั้งนาน ไยนางกลับไปกลับมาราวกับว่าเป็นคนละคน”ใช่ครั้งแรกเสียเมื่อไรที่ฝ่าบาททรงข้องพระทัย พระองค์ไม่ถือสา ทรงเรียกขันทีที่ติดตามมามอบยารักษาโรคราคาแพง โสมป่า สมุนไพรล้ำค่าที่มีเพียงสองชิ้นในต้าเหลียง ก่อนตรัสลาสองสามีภรรยาบนฟูกนอน “ข้ากลับวังดีกว่า ไม่รบกวนพวกเจ้า ดู
วันต่อมากลุ่มผู้บุกรุกที่มีทั้งอาวุโสตระกูลหยางตระกูลจาง เสนาบดีตระกูลเจา ทยอยกันมาขอขมาท่านแม่ทัพ เสนาบดีกรมอาญานำสัญญาเก่ามามอบให้ฮูหยินแต่โดยดี โดยไม่รอให้ถึงพระกรรณฝ่าบาท“แม่ทัพเจี้ยนหยู่ไม่มีความคิดที่จะทำร้ายชาวเมืองต้าเหลียง เขาไม่เคยระรานใคร แม้แต่ผู้ใหญ่ในราชสำนัก ก็ใช่ว่าพวกท่านจะมาล้ำเส้นได้”ฮูหยินแต่งกายด้วยชุดสีขาวชาด เครื่องผมสง่างามสมฐานะ เจรจากับผู้มาเยือนแทนสามีในห้องรับรองกว้างขวาง เรียกสาวใช้ยกชาเข้ามาต้อนรับผู้ใหญ่แทบทั้งวันแม้แต่ไทเฮาก็เสด็จมาเยี่ยมเยียนท่านแม่ทัพและบุตรีสกุลแพทย์หลวงคนสำคัญของราชสำนัก จะมีผู้สูงศักดิ์สักกี่คนในต้าเหลียงที่มีอิทธิพลถึงขั้นทำให้ไทเฮาเสด็จมาด้วยพระองค์เองได้ ข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองแล้ว ชื่อเสียงของจวนแม่ทัพได้รับการกอบกู้กลับมา“...ข้าพักผ่อนเงียบ ๆ ในจวนอยู่หลายวันเพราะตั้งครรภ์ หาได้เป็นเช่นข่าวลือไม่ ระยะนี้ข้าไม่สะดวกต้อนรับแขก หวังว่าข้าจะไม่ได้ยินเรื่องไม่ดีจากพวกท่านหรือใครอีก”“ผู้ใหญ่ก็แค่เป็นห่วงเจ้า เกิดเจ้าถูกปีศาจทำร้ายขึ้นมา บ้านเราพอจะรู้จักนักพรตอยู่บ้าง เยว่ฉี เจ้าไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่งงานกับปีศาจไม่พอ ยังมีสั
เพราะนางไม่มีตรีเนตรเหมือนสามี จำต้องตามกลิ่นไอปีศาจเบาบางจากเรือนทิศประจิมไป กว่าจะพบซากงูเผือกใกล้ตาย กำลังถูกรุมกัดกินจากแมลงปีศาจตัวเล็ก ๆ ร่างแน่นิ่งนั้นบริเวณปลายหางล่องลอยเป็นเถ้าควัน“เจ้างูน้อย!” นางพุ่งเข้าไปโดยสัญชาตญาณ ใช้ฝ่ามือขวากำจัดกลุ่มพลังหยินบนผืนหญ้า พวกมันกรีดร้องโหยหวนอย่างทรมานแล้วหายไป “ไม่ต้องกลัว... เจ้างูน้อย ข้าอยู่นี่... ข้ามาแล้ว ข้ามาหาเจ้าแล้ว” ในน้ำเสียงสั่นเครือ อุ้งมือสั่นเทาคว้าร่างโชกเลือดขึ้นโอบประคองในอ้อมแขน นางก้มมองหางอสรพิษมีร่องรอยของการกัดกิน เกล็ดหลุดร่วงเห็นเป็นชิ้นเนื้อสดด้านใน สภาพเหมือนปลาที่โดนแล่เนื้อนางจำเขาได้!ในหลายค่ำคืนนางเฝ้าฝันถึงเจ้างูน้อยกลายเป็นบุรุษรูปงาม มีร่างกายเป็นครึ่งอสรพิษ นางเรียกเขาสามี ร่วมสัมพันธ์กับเขาอย่างเร่าร้อน ก่อนที่ความทรงจำเสี้ยวส่วนหนึ่งจะหวนคืนตอนนางลืมตาตื่นในโลกนี้เหม่ยฉีกัดริมฝีปากแรงจนเป็นห้อเลือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวเข็มสักพันเล่มทิ่มแทง หยาดน้ำตาพรั่งพรูบนแก้มทั้งสองไม่ขาดสาย นางผายฝ่ามือเรียกไอปีศาจจำนวนมาก เพื่อรักษาชีวิตอสรพิษบนผืนหญ้า ด้วยพลังของนางย่อมไม่มากเกินกำลัง ชั่วอึดใจเดียว นัยน
หากท่านหมอเทวดาไท่ซือจิ่วเอ่ยปากคำเดียว ใครก็เกรงใจ วันนี้ถือว่าโชคไม่เข้าข้าง พอท่านหมอมาเยี่ยมบุตรสาวแล้วออกไปทำธุระ พวกขุนนางและอาวุโสก็มารวมตัว แถมพาชาวบ้านมาด้วยจำนวนหนึ่ง ต่างคนกร่นด่าประณามแม่ทัพปีศาจว่าทำร้ายฮูหยินตนทั้งเสนาบดีตระกูลจ้าวผู้ถืออำนาจใหญ่ในราชสำนัก เดิมไม่ชอบหน้าแม่ทัพเจี้ยนหยู่ผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ หวังยึดตราแม่ทัพกองทหารต้าเจียงจวิน เสนาบดีตระกูลเจาซึ่งมีบุตรชายอย่างคุณชายกู่หย่ง ตามขอยาสมุนไพรจากตระกูลหยางเพราะแอบชอบคุณหนูรองมานาน ไม่ถือสาว่าฮูหยินท่านแม่ทัพจะเป็นแม่ม่าย เขาจะมาสู่ขอนางทันทีที่สามีตายหรือหย่าขาดกันแน่ ยังมีเสนาบดีกรมคลัง ฮูหยินใหญ่ซึ่งเคยถูกจับโยนเข้าคุกเชลยหลังจวนแม่ทัพครั้งหนึ่ง ไม่รอช้าที่จะมาแก้แค้น!อสรพิษซ่อนเร้นกายอยู่ในพุ่มไม้ข้างประตูห้องนอนใหญ่ในท่าทีเฝ้าระวัง ด้วยเกรงว่าผู้คนจะพังประตูจวนเข้าไปรบกวนฮูหยินที่นอนหลับสนิท ถึงแม้ว่าด้านหน้าจวนจะมีทหารเฝ้ายามอยู่นับสิบ“คุณหนูรองถูกปีศาจกลืนวิญญาณไปแน่ ครอบครัวทหารของพวกท่านก็เคยได้รับยารักษาจากท่านหมอตระกูลหยาง ไม่สำนึกบุญคุณนางเลยหรือไร ท่านควรหลีกทางให้พวกเราเข้าไปตรวจสอบ”“ไร
ไท่ซือจิ่วให้เวลาบุตรเขยสามวัน เพื่อให้ตนเหลือเวลาอีกสี่วันในการพาบุตรสาวกลับมา หากแม่ทัพปีศาจผู้นี้เกิดไร้ประโยชน์ขึ้นมาจริง ๆท่านหมอขี่อาชาขาวสง่าตัวโปรดของบุตรสาวเดินเหยาะ ๆ ข้างรถม้าที่มีคุณชายน้อยตระกูลหยางและท่านยายของเขา สาวใช้อีกหนึ่งคนช่วยดูแลของสำคัญที่ซื้อมาเต็มคันรถ ในรถม้ามีกันสามคน ด้านนอกมีองครักษ์ประจำเรือนหมอหลวงอีกสาม‘ไยท่านหมอเข้มงวดกับลูกเขยเสียเหลือเกิน มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่?’‘เรื่องนี้ไม่เกินกำลังท่านแม่ทัพ ที่ท่านหมอดุว่าก็เพื่อให้เขามีความตั้งใจ คุณหนูอย่าได้เป็นกังวล ข้าอยู่กับพวกเขามานาน รู้นิสัยผู้คนในตระกูลดี’‘ข้ามิใช่คุณหนูตระกูลลู่แล้ว เจ้าเรียกข้านางเจียงหรือพี่สาวเถิด อย่าถือข้าเป็นผู้สูงศักดิ์อีกเลย’‘เช่นนั้นเรามาเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เจ้าแซ่เจียง ข้าแซ่เฉียน พี่สาวสกุลเจียง ถึงข้าเป็นบ่าว แต่คุณหนูเล็กของข้าแสนดีเหลือเกิน คุณหนูดูแลพวกข้าประหนึ่งญาติสนิท กินข้าวร่วมโต๊ะเป็นประจำ หากพี่สาวมีเรื่องไม่สบายใจขอให้บอกข้า ไม่ต้องกลัวว่าใครจะรังแกคุณชายน้อย’‘คุณหนูเล็ก? เจ้าหมายถึงคุณหนูรองหรือน้องสาว’‘ท่านยายของข้านี่นะ ข้าบอกไปตั้งหลายครั้งแล
สีหน้าระทมทุกข์ของแม่ทัพใหญ่ทำเอาพ่อตากำหมัดแน่น ไม่รู้อะไรนักหนา! ลูกเขยแก้ตัวว่าคิดจะสังหารนางด้วยน้ำยาชนิดหนึ่งในห้องน้ำ หากใส่ลงไปในชามบะหมี่ของนาง คงเสียชีวิตในทันที แต่พอนางทำบะหมี่ในถ้วยกระดาษให้เขาชิม มันอร่อยมากเสียจนศีรษะงูจมลงไปถึงก้นถ้วย นางหัวเราะเสียงดังว่าเขาเป็นงูประหลาด กินอาหารคนได้ นางกอดเขา จูบแก้มงูของเขา นางยิ้ม นางมองเขาด้วยแววตาเอ็นดู หัวใจสามีก็เหลวละลาย ท่านหมอเคยมีภรรยาที่รักยิ่ง ควรจะเข้าใจ“น้ำยาล้างห้องน้ำไม่ใช่ยาพิษ ทำไมท่านไม่ลองดู”“หากมิใช่ยาพิษ... เหตุใดกลืนลงท้องเพียงนิดเดียวจึงแสบร้อน ข้าทดลองดูก่อนจะนำไปใช้กับนาง ดันปวดท้องเกือบตายเพราะพิษไส้ขาด แต่หมอเทวดาที่นั่นเก่งฉกาจสมคำเล่าลือของอามู่ พวกเขาเอามีดผ่าท้องข้า ล้างไส้ข้าแล้วเย็บกลับที่เดิมได้...”เป็นงูทั่วไปคงตายไปแล้ว! วันนั้นเจ้าของงูจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปจนหมด ในที่สุดนางก็ตัดสินใจลงประกาศขายสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเจี้ยนหยู่รู้สึกเจ็บในอก นอกเสียจากรู้สึกผิดที่เป็นภาระนาง ทำให้นางต้องทำงานหนักขึ้น เขายังคิดสังหารนาง แถมใช่วิธีเดียวเสียเมื่อไรครั้นจะผลักนางตกบันได ศีรษะกระแทกกับพื้นปูน ร่างกายหัก







