로그인เยว่ฉีปฏิบัติตามพระประสงค์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน มีพระบรมราชโองการให้นางทำหน้าที่ดูแลแม่ทัพเจี้ยนหยู่ จัดสรรยาบำรุงกำลังอย่างดีให้เขาคุ้มกันภัยบ้านเมือง ทว่าทรงขอให้นางคอยสอดแนมเขาด้วย
ฮ่องเต้องค์นี้มีพระสติปัญญาเป็นเลิศในการซื้อใจคน ยังเป็นที่รักของปวงประชา น้ำพระทัยกว้างขวาง พระองค์ไม่ทำร้ายแม่ทัพครึ่งปีศาจเหมือนฮ่องเต้องค์ก่อนที่ปฏิบัติกับเขาอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต
ในมือเรียวมีตะกร้าไม้ นางปัดผ้าให้พ้นศีรษะเพื่อเข้าไปในกระโจม แม่ทัพเจี้ยนหยู่ยืนข้างหลังโต๊ะไม้ทรงกลม เรือนผมสีเงินเรียบลู่บนแผ่นหลังกว้าง
“มาแล้วหรือ? เยว่ฉี”
หลังจากที่ผ้าผืนใหญ่ปิดลง เหลือเพียงนางและเขา มือที่ถือตะกร้าใส่ยาสั่นเทา เหม่ยฉีลอบกลืนน้ำลาย ขยับปลายจมูกดมกลิ่นคาวเลือด กลิ่นโคลนดิน นางเห็นแค่เรือนผมสีเงินบนแผ่นหลังใต้ชุดสีนิล คาดว่าเขาคงรีบมาที่กระโจมโดยไม่ได้อาบน้ำเสียก่อน นางรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล
“นำยามาให้ข้า รีบเข้ามา วางเอาไว้”
เหม่ยฉีรับคำสั่ง วางตะกร้าไม้ลงบนโต๊ะไม้กลมถัดจากแผนที่ขนาดใหญ่ซึ่งนางไม่กล้าสอดรู้สอดเห็น เพียงหลุบตามองบุรุษร่างสูงกำยำ แข็งแกร่งสมเป็นแม่ทัพใหญ่ จนเขาหันกลับมาจ้องนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ยาเดิมใช่ไหม?”
บุตรีหมอหลวงเบิกตากว้าง นางได้ยินเสียงหัวใจตนเองเป็นครั้งแรก ราวเสียงของกลองศึก ยามพิจารณาคิ้วเข้มหนาเหนือนัยน์ตาสีชาด ใบหน้าหล่อเหลาแลดูดุดันก้าวร้าว จมูกโด่งเป็นสันคมรับริมฝีปากบางกระจับ แม้ปากของเขาจะแห้งแตกเพราะขาดน้ำในระหว่างทำศึก กลับน่ากลืนกินนัก
แม่ทัพเจี้ยนรูปงามเกินไป! แม่ทัพครึ่งปีศาจผู้นี้เกินจินตนาการนางมาก
ครู่นั้นนัยน์ตาสีชาดกลับมาเป็นสีดำขลับ แม่ทัพเจี้ยนหยู่ใช้เวทอำพรางตา ปิดบังความเป็นครึ่งปีศาจของตน เขาเลิกคิ้วมองนางอย่างสงสัย
“จ้องหน้าข้าทำไม เจ้ามีอะไร ข้าถามเจ้าว่ายานี่ดื่มยังไง ทำไมจึงไม่ตอบ?”
“ท่านรูปงามนัก... ราวหลุดมาจากภาพวาดของเทพปีศาจบรรพกาล ข้าไม่คิดว่าแม่ทัพเจี้ยน... น่าเกรงขามยิ่งนัก”
“ข้าได้ยินอยู่เหมือนกันว่าเจ้ามีพฤติกรรมแปลกประหลาด บ่าวรับใช้ในเรือนเจ้าบอกข้าว่าเจ้าล้มป่วยไปสองวัน ตื่นมาเป็นคนละคน เจ้ากินยาผิดขนานหรือ? เยว่ฉี”
“ข้าไม่ระวังคำพูดจา ขออภัยใต้เท้า...”
เหม่ยฉีก้มหน้าลง ยกมือประสาน ฉับพลันนั้นเอง เหล็กเย็นเฉียบวางลงบนต้นคอนาง แววตาที่คมกริบปานมีดหรี่เล็กลงจนเหยียดเป็นเส้นตรง
“เจ้าเป็นใคร?”
กว่าจะฉุกใจคิดได้ว่านางไม่น่าพูดโพล่งอย่างไร้สติ โดยเฉพาะกับแม่ทัพเจี้ยนหยู่
คอนางเกือบขาด!
เหม่ยฉียืนหน้าซีดปากสั่น เมื่อกระบี่เย็นวาบกดลงบนเนื้อจนโลหิตไหลซึม แม่ทัพเจี้ยนข่มขู่นาง ซักไซ้นางโดยละเอียดว่าเขาพบนางที่ใด ตอนนั้นนางอายุเท่าไร นางได้รับของขวัญชิ้นแรกจากเขาเป็นอะไร ขณะที่นางตอบคำถามของเขาถูกต้องทั้งหมด เขาจึงยกดาบออกจากคอนาง
ผ่านความทรงจำของเยว่ฉีประกอบกับทุกประโยคที่นักเขียนบรรยายเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ตัวหนังสือเหล่านั้นมีชีวิตอยู่ในลมหายใจนาง ฝังลึกลงไปในความทรงจำทุกเศษเสี้ยว
เจี้ยนหยู่ไร้บิดามารดา ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงเก็บเขามาฟูมฟักกักขัง ฝึกฝนให้เชื่องและเชื่อฟังโดยให้เขาเสพติดสมุนไพรชนิดหนึ่ง อวยยศให้เป็นแม่ทัพใหญ่ รับสั่งให้เขาออกรบเพื่อแลกยา บุรุษผู้นี้จึงสังหารคนโดยไม่กะพริบตา
กองทัพต้าเหลียงได้รับชัยชนะเหนือสิบแคว้นเขตแดน ใต้เหมันต์เยียบเย็นบัดนี้โลหิตเจิ่งนองบนพื้นพรมสีชาด พิรุณโลหิตไม่หยุดลงสักเค่อหนึ่ง ข้าศึกล้วนหวาดกลัวแม่ทัพปีศาจ ยอมสวามิภักดิ์ต่อต้าเหลียง...
“เจ้าคงกินยาผิดขนานตามข่าวลือ ไม่แน่ว่าเจ้าอาจเป็นปีศาจปลอมตัวมา?”
“อ้อ... จิ้งจอกสาวที่ท่านอุปทานคงกินสมองคุณหนูรองเข้าไปด้วยกระมัง อย่าให้ข้าพูดเยอะกว่านี้เลยดีกว่า ท่านจะเสียหน้าไม่น้อย มีเรื่องราวมากมายระหว่างข้าและท่าน... เรื่องน่าอายของท่าน”
แม่ทัพเจี้ยนหยู่หรี่ตาจับพิรุธนาง “เจ้าหมายถึงเรื่องน่าขายหน้าของข้าหรือ?”
กระบี่แห่งความเมตตาของท่านแม่ทัพพึ่งละวางไป โลหิตไม่ทันแห้งเหือด คมดาบเย็นวาบวางลงบนคอขาว ๆ อีกครั้งหนึ่ง
“ไหนเจ้าลองพูดมา”
เหม่ยฉีเป่าลมออกทางปาก นางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เอาน่ะ นางมิใช่สตรีขี้ขลาดเสียหน่อย!
“คืนวันฉูซี[1]ท่านควักเงินส่วนตัวซื้ออาวุธจนหมด ท่านใจดีซื้อมันให้ทหารใหม่ด้วย หลังจากนั้นท่านก็แวะไปร่ำสุรา นอนเมาเป็นงูเผือกอยู่กลางเมือง เงินตำลึงไม่มีเหลือ โชคดีที่ข้าพบท่านเข้า ขออาสาจ่ายเงินให้แทน ท่านติดเงินข้าไว้เท่าไร ไม่เคยคืนแม้สักตำลึงเดียว”
“เจ้ากำลังทวงเงินข้า?”
“ข้าเปล่า ท่านไม่ต้องคืนเงินข้าก็ได้ เพียงแต่ท่าน...” นางจับกระบี่ด้วยปลายนิ้วชี้และนิ้วโป้ง ผลักมันออกไปให้ห่างจากคอ นางยิ้มเจื่อน “ไม่ควรบั่นคอผู้หยิบยื่นเงินให้ท่านยามขัดสน ที่ผ่านมาข้ารักษาหน้าตาของท่าน จึงไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร...”
“ข้าจะหาเงินมาคืนเจ้าก็แล้วกัน คราวหน้าเจ้าจะได้ไม่พูดถึงมันอีก”
“ท่านถามข้าเองนี่ ท่านหาว่าข้า ‘เยว่ฉี’ เป็นตัวปลอม ฮึ! แม่ทัพเจี้ยน…” นางแค่นหัวเราะ ในเมื่อนางน่ะไม่ปลอม แต่เป็นตำรับพิเศษ เยว่ฉีผสมเหม่ยฉียังไงเล่า! นางคิดพลันเชิดหน้าท้าทาย “รึท่านจะลองวิชากระบี่ที่ท่านเคยสอนข้า ดีหรือไม่? ข้าพร้อมเจ็บตัวเจ้าค่ะท่านอาจารย์ ข้าไม่เอาความท่านเรื่องรังแกสตรีด้วย”
“ท่านหมอหลวงบอกข้าว่าเจ้าป่วย...”
“เพียงเล็กน้อย”
---------
[1] (除夕) วันสิ้นปีตามปฏิทินจีน เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น
เจี้ยนหยู่ทำท่าจะอ้าปากอธิบายว่าในอดีตเขาเคยนำเงินทั้งหมดไปทุ่มเทกับอาวุธและสวัสดิการทหารจนสิ้น ร่ำสุราเมามายไม่เว้นวัน ซ้ำร้ายพวกทหารเสเพลที่มาขูดรีด เขาก็ควักให้ไปราวกับมองเห็นเงินทองเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าด้วยความเป็นครึ่งปีศาจ ต่อให้ไม่กินไม่นอนเขาก็มีชีวิตอยู่ได้ ตัวเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเหตุใดตนต้องกังวลเรื่องปากท้องให้เสียเวล“ขะ... ข้าจะไปออกรบ หาเงินรางวัลมามอบให้ฮูหยินขอรับ จวนนี้ข้าให้นางเป็นผู้จัดการทั้งหมด”“เมื่อก่อนข้าน่ะไม่เคยใส่ใจเรื่องเงินทองนักหรอก ยิ่งตอนที่ใต้เท้าไปกินอาหารตามโรงเตี๊ยมแล้วติดหนี้ไว้ จนข้ากับลูกสาวต้องคอยไปตามชำระแทน นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้ข้าอารมณ์ดีไปทั้งวันเชียวล่ะ รู้หรือไม่? ฮ่าๆ” ท่านหมอหลวงหัวเราะร่าเพื่อกลบเกลื่อนความอาย ใครจะคิดว่าผู้อารักขาที่แสนซื่อสัตย์ของบุตรสาวที่เขาเอ็นดูยิ่งนัก แม้เจ้าตัวจะชอบตบหน้าตัวเองจนบวมเพื่อแสร้งเป็นเศรษฐีอยู่บ่อยครั้ง จะกลายมาเป็นลูกเขยในวันนี้จริง ๆ“ก็อย่างที่ท่านย่าท่านยายของเจ้าเคยสบประมาทไว้ไม่มีผิด แม่ทัพเจี้ยนหยู่ใช้เงินมือเติบด้วยวิถีปีศาจ แต่งงานกันแล้วเจ้าคงต้องไปเป็นขอทานแน่”“ท่านพ่อก็พูดเกินไ
“ข้าไม่เคยกลัวท่านพ่อเลย ท่านก็รู้... ข้าเชื่อฟังใครที่ไหนกัน”แม้แต่พวกอาวุโสที่บังอาจมารุมรังแกสามีของนางในช่วงที่เขาอ่อนแอจนกลายเป็นเพียงงูตัวกระจ้อย เขาสูญสิ้นพลังไปเพราะการพาตัวนางกลับมาอยู่เคียงคู่กันในโลกนี้ เหม่ยฉีก็จัดการโยนคนพวกนั้นออกจากจวนแม่ทัพอย่างไม่ไยดีมาแล้ว นางไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น“ข้าจะปกป้องท่านเองเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องกลัวว่าผู้ใดจะมารังแกท่านได้อีก”“ไยเจ้าช่างออดอ้อนนัก เหม่ยฉี... แล้วข้าจะเอาหัวใจไปไว้ที่ใดได้เล่า ข้าไม่อยากห่างไกลจากต้าเหลียงก็เพราะมีเจ้าอยู่ที่นี่ รู้หรือไม่?”ไม่พูดเปล่า ว่าที่คุณพ่อยังย่อกายคุกเข่าลงเบื้องหน้าเพื่อให้ตนเองได้คุยกับเจ้าตัวน้อยในครรภ์ได้ถนัด “ไป๋จวิน... เจ้าได้ยินที่พ่อพูดหรือไม่? วันนี้อย่าได้ซุกซนนักล่ะ ท่านแม่ของเจ้าต้องอุ้มครรภ์เจ้า น้ำหนักมิใช่น้อย ๆ หนักเสียยิ่งชุดเกราะเหล็กของข้าอีก นางเหนื่อยล้าจะแย่อยู่แล้ว”เจี้ยนหยู่เอ่ยพลางแนบแก้มสากเข้ากับหน้าท้องนูนสวย สลัดภาพแม่ทัพปีศาจผู้เหี้ยมโหดทิ้งไปจนสิ้นสองสามีภรรยามิได้เพียงพูดคุยฝั่งเดียว เมื่อเจ้าอสรพิษน้อยในครรภ์มีสัมปชัญญะรับรู้ผิดแผกจากมนุษย์ทั่วไป ไป๋จวินส่งเสียงโต
“ข้าไปดูแลความเรียบร้อยในจวนก่อนนะเจ้าคะ ท่านเองก็ควรลุกไปสะสางงานที่กระโจมแม่ทัพได้แล้ว” นางประทับจูบลงบนแก้มสากของสามี นัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นสั่นไหวไปชั่วขณะ ราวกับเขายังคงหวาดผวาว่าหากกะพริบตาเพียงนิด นางจะอันตรธานหายไปเหมือนครั้งก่อนบุรุษครึ่งอสรพิษผู้นี้มิยอมปล่อยนางไปโดยง่าย เขายังคงรัดรอบเรียวขาของนางไว้แน่น โดยเว้นช่วงกลางลำตัวที่โอบอุ้มครรภ์ไว้อย่างระมัดระวังเหม่ยฉีหัวเราะออกมาเบา ๆ “ไม่ไปก็ไม่ไปเจ้าค่ะ... ท่านพี่นี่อย่างไรนะ ต้องให้ข้าคอยปลอบขวัญทุกเช้าเชียวหรือ ทีเมื่อก่อนล่ะเอาแต่ผลักไสข้าไปให้ชายอื่น” พูดจบนางก็ล้มตัวลงนอนหันหลังให้เช่นเดิมฝ่ามือหนาลูบไล้ปัดเรือนผมงามให้เรียบลงไปกับหมอน เขาก้มหน้าลงฝังจุมพิตที่ซอกคอระหงอย่างแผ่วเบา พร้อมกระชับร่างบางเข้าหาอกอุ่นมีเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว นับตั้งแต่เยว่ฉีตัดสินใจกลืนตำราผสานจิตใจเข้าไป ดวงวิญญาณเดิมของนางก็ดับสูญและถูกแทนที่ด้วยเหม่ยฉีอย่างสมบูรณ์ผิวขาวผ่องดุจหยกงามในบางคราแปรเปลี่ยนเป็นอักขระลึกลับ ราวกับผิวกายถูกแต่งแต้มด้วยอักษรจากตำราไปทั่วร่าง กระทั่งในดวงตาสว่างใสคู่นั้นยังปรากฏอักขระสีดำสนิท รอบกายนา
การหลับใหลอยู่ภายใต้อ้อมแขนที่ให้สัมผัสแปลกประหลาดทว่ามั่นคงยิ่งนัก... เกล็ดสีเงินอันสะอาดขดรัดรอบเรียวขาอย่างแน่นแฟ้น ปลายหางมนเกี่ยวพันรัดรึงไปจนถึงข้อเท้าเล็ก ๆ บ่งบอกถึงความรักใคร่หวงแหนในเรือนร่างหอมละมุนนี้ทุกอณูกายนัยน์ตาสีชาดดุจโลหิตยังคงจ้องมองใบหน้างามของภรรยายามพริ้มตาหลับใหลในนิทราหวาน เขาโอบกอดนางจากทางด้านหลัง ใช้มือลูบไล้หน้าท้องนูนเด่นซึ่งโอบอุ้มครรภ์วัยเจ็ดเดือนไว้ด้วยความอ่อนโยนเหม่ยฉีขยับกายเพียงน้อย ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นในช่วงสาย นางเอี้ยวหน้าหันกลับไปมองแสงตะวันที่ลอดผ่านม่านผืนบางลงมา ตกกระทบกับเกล็ดเงินบนพวงแก้ม ทอประกายเป็นสีรุ้งงดงาม“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่... ฮูหยิน”“ข้านอนหลับสบายดีเจ้าค่ะ... สามี ท่านเล่า ไม่พักผ่อนบ้างเลยหรือเจ้าคะ?”“ข้าชอบนอนเหมือนเจ้าเสียเมื่อไร” น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความอาทรดังขึ้นชิดใบหู ก่อนที่เขาจะเริ่มคลอเคลียนางด้วยอารมณ์แสนรักใคร่หวงแหนแท้จริงแล้ว ‘เหม่ยฉี’ มิใช่คนของโลกนี้ นางสวมร่างของ ‘เยว่ฉี’ บุตรีท่านหมอหลวงไท่ซือจิ่ว นางเอกตัวร้ายในนิยายเรื่อง ‘สตรีผู้ถือตำราลับสกุลหยาง’เดิมทีนางควรจะหลงใหลในตัวของผู้ตรวจการหนุ่มสกุลจ
คุณหนูเล็กแก้แค้นอย่างสาแก่ใจนางแล้ว เข้าห้องไปดูแลสามีที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ บนฟูกแม่ทัพเจี้ยนหยู่ไม่ออกไปกระโจมร่วมอาทิตย์ เขานอนพักฟื้นโดยมีหมอหลวงเข้ามาดูอาการ เมื่อไรที่เขาตื่นจากการหมดสติไปเพราะฤทธิ์ยา บ่าวรับใช้จะรีบไปตามฮูหยินเพราะเขาเอาแต่เรียกนาง จะให้ป้อนยาลูกเดียวเหมือนคนพิการไร้มือเท้า กระทั่งฮ่องเต้เสด็จมาเยี่ยมเจี้ยนหยู่ตัดสินใจเล่าเรื่องการหลับไปของเหม่ยฉีว่านางตั้งครรภ์ปีศาจจึงสูญเสียพลัง นางกลับไปยังโลกของนาง หลังจากที่ปรึกษากับนางแล้วเผื่อวันใดสามีไปออกรบ ที่พึ่งจวนแม่ทัพย่อมเป็นองค์ฮ่องเต้คอยคุ้มกะลาหัว นางเองก็ไม่อยากปิดบังสหายคนสำคัญ ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน หากไม่มีนาง องค์ชายสิบสามไม่มีวันได้เป็นฮ่องเต้ บัดนี้พระองค์มีอำนาจล้นฟ้า ทรงปกป้องตระกูลแม่ทัพไป๋ ไม่มีใครกล้ารังแก“ข้าก็ว่าแล้ว สงสัยนางอยู่ตั้งนาน ไยนางกลับไปกลับมาราวกับว่าเป็นคนละคน”ใช่ครั้งแรกเสียเมื่อไรที่ฝ่าบาททรงข้องพระทัย พระองค์ไม่ถือสา ทรงเรียกขันทีที่ติดตามมามอบยารักษาโรคราคาแพง โสมป่า สมุนไพรล้ำค่าที่มีเพียงสองชิ้นในต้าเหลียง ก่อนตรัสลาสองสามีภรรยาบนฟูกนอน “ข้ากลับวังดีกว่า ไม่รบกวนพวกเจ้า ดูแ
วันต่อมากลุ่มผู้บุกรุกที่มีทั้งอาวุโสตระกูลหยางตระกูลจาง เสนาบดีตระกูลเจา ทยอยกันมาขอขมาท่านแม่ทัพ เสนาบดีกรมอาญานำสัญญาเก่ามามอบให้ฮูหยินแต่โดยดี โดยไม่รอให้ถึงพระกรรณฝ่าบาท“แม่ทัพเจี้ยนหยู่ไม่มีความคิดที่จะทำร้ายชาวเมืองต้าเหลียง เขาไม่เคยระรานใคร แม้แต่ผู้ใหญ่ในราชสำนัก ก็ใช่ว่าพวกท่านจะมาล้ำเส้นได้”ฮูหยินแต่งกายด้วยชุดสีขาวชาด เครื่องผมสง่างามสมฐานะ เจรจากับผู้มาเยือนแทนสามีในห้องรับรองกว้างขวาง เรียกสาวใช้ยกชาเข้ามาต้อนรับผู้ใหญ่แทบทั้งวันแม้แต่ไทเฮาก็เสด็จมาเยี่ยมเยียนท่านแม่ทัพและบุตรีสกุลแพทย์หลวงคนสำคัญของราชสำนัก จะมีผู้สูงศักดิ์สักกี่คนในต้าเหลียงที่มีอิทธิพลถึงขั้นทำให้ไทเฮาเสด็จมาด้วยพระองค์เองได้ ข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองแล้ว ชื่อเสียงของจวนแม่ทัพได้รับการกอบกู้กลับมา“...ข้าพักผ่อนเงียบ ๆ ในจวนอยู่หลายวันเพราะตั้งครรภ์ หาได้เป็นเช่นข่าวลือไม่ ระยะนี้ข้าไม่สะดวกต้อนรับแขก หวังว่าข้าจะไม่ได้ยินเรื่องไม่ดีจากพวกท่านหรือใครอีก”“ผู้ใหญ่ก็แค่เป็นห่วงเจ้า เกิดเจ้าถูกปีศาจทำร้ายขึ้นมา บ้านเราพอจะรู้จักนักพรตอยู่บ้าง เยว่ฉี เจ้าไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่งงานกับปีศาจไม่พอ ยังมีสัม
บุรุษในเมืองกล่าวถึงความงามอันเด่นชัดของคุณหนูรองตระกูลหยาง ดวงตากลมโตของนางสว่างใสดั่งดวงดารา ผิวพรรณขาวผุดผ่อง ริมฝีปากบางกระจับงาม ประหนึ่งบุปผาสีชาดท่ามกลางฤดูเหมันต์ยามนี้นางสวมผ้าขนสัตว์ฟูฟ่องอย่างคุณหนูผู้สูงศักดิ์ มีแต้มสีชาดกลางหน้าผาก เจี้ยนหยู่ผายมือไปข้างหน้า เรียกก้อนไฟเล็ก ๆ ในอุ้งมื
ผู้ตรวจการหัวเราะประชด “ข้าได้ยินจากบ่าวว่านางทำเอง”“ท่านแน่ใจได้ยังไงว่าพวกเขาไม่โกหกเพื่อเอาใจคุณหนู”“ก็ข้าติดสินบนไว้เยอะ จะไม่แน่ใจได้อย่างไร นางทำอาหารให้บ่าวรับใช้กินด้วย นางเปลี่ยนไปมากทีเดียว คนทั้งบ้านจากที่เคยว่านางเป็นสตรีไม่เอาไหน ถึงกับยกย่องนางเป็นแม่ครัวใหญ่” พูดแล้วคุณชายก้มมองถ้ว
เจี้ยนหยู่เกิดความคลางแคลงใจอยู่หลายส่วน เขาพบเยว่ฉีมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อยอายุสักประมาณห้าขวบได้ จวบจนนางเติบใหญ่เป็นสาวสะพรั่ง อายุย่างเข้าสิบเก้าปี เขาจึงรู้นิสัยของนางดีนางไม่เคยเหยียบโรงครัว นางไม่ชอบงานปรุงอาหารเหมือนงานปรุงยาเลยแม้แต่น้อย นางแตกต่างจากสตรีชนชั้นสูงศักดิ์ทั่วไป‘ข้าไม่ชอบทำอาห
‘ปล่อยข้า’เสียงที่ดังขึ้นในภวังค์ทำให้นางประหลาดใจ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าไม่มีทางที่เสียงของใต้เท้าจะออกมาจากปากงู นางปล่อยอสรพิษร้ายลงบนพื้นแล้วยืนหันหลัง ให้เวลาเขาสวมเสื้อผ้า เขามักจะเปลือยกายเช่นนี้หากกลายเป็นอสรพิษเจี้ยนหยู่กำลังสงสัยนาง แต่นางก็ฉลาดนัก นางเอะใจตั้งแต่ทหารคนสนิทของเขาไม่มายืนเฝ้า







