Mag-log in“จากที่เจอกันวันแรกที่ร้านอาหารก็มีทีท่าว่าอย่างนั้นนี่คะ” ตอบแทบจะทันควัน
“นั่นก็เพราะคุณจะเข้ามาทำงานเป็นเลขาผม แค่ต้องการจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีตอนที่เจอกันครั้งแรก”
“แต่บทสนทนาของคุณดูเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้นนะคะ”
“หึ...ดูคุณจะมั่นใจในตัวเองน่าดูเลยนะครับ”
“ก็พอสมควร”
พูดอย่างมั่นใจก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหาโต๊ะทำงานของตัวเอง ก็เห็นมันตั้งอยู่ทางขวามือของเขาถัดจากโซฟารับแขกกลางห้องและค่อนข้างที่จะใกล้โต๊ะของเขา เธอจึงเดินสะบัดบั้นท้ายไปยังโต๊ะนั้นพร้อมเอามือเรียวเท้าวางไว้ ใบหน้าสวยหันมองเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“นี่ใช่ไหมคะ? โต๊ะทำงานของฉัน”
ดีนมองเธอแต่ไม่ทันได้ตอบอะไร นิลมณีก็พาตัวเองไปหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะนั้นอย่างมั่นใจ และมันก็ไม่ผิดเพราะนั่นคือโต๊ะที่เขาเตรียมเอาไว้ให้เธอ
“ผมยังไม่ได้บอกให้คุณเริ่มงานเลย” ดีนเอ่ย แต่ดูท่านิลมณีไม่ได้สนใจคำพูดของเขาเท่าไหร่เพราะเธอมองว่าไร้สาระ เธอเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารที่กองกันอยู่หน้าโต๊ะทำงานขึ้นมาอ่านอย่างละเอียดและทำความเข้าใจกับงานที่เธอต้องรับผิดชอบ อย่างน้อยการทำงานจนเขาไว้วางใจจนตัวติดกับเขาได้ก็อาจจะรู้ว่าเขาไปเจอใครมาบ้างแล้วต้นตอของไอจอมปีศาจนั้นคืออะไร
การอยู่ใกล้เขามันจะอันตรายเพราะกลิ่นไอแห่งบาปในเรื่องกามาราคะของเขาค่อนข้างแรง ราวกับเป็นมนต์ดึงดูดเพศตรงข้ามไม่เว้นแม้แต่เพศเดียวกันหรือที่เรียกว่ามีเสน่ห์ยาแฝดติดตัวมาก็ว่าได้และมันก็น่าแปลก เหมือนกับว่ามีใครมาฝากมนต์แห่งบาปราคะนี้เอาไว้ให้เขาอย่างไรอย่างนั้น
ดีนเห็นว่านิลมณีตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่วางอยู่บนโต๊ะเขาจึงวางเอกสารประวัติของเธอลงแล้วหันไปสนงานของตัวเองต่อ เป็นอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบใหม่ที่ฝ่ายออกแบบส่งมาให้ซึ่งเขายังไม่ได้ตัดสินใจสั่งทำอุปกรณ์นี้ สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดพลางนึกถึงสัตว์เลี้ยงในห้องของตัวเองเป็นหลัก
แต่เพราะเขาไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อนจึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจที่จะสั่งทำอุปกรณ์อาบน้ำสำหรับแมว อ่างอาบน้ำกันแมวข่วนขณะอาบน้ำให้นั้นเขาคิดอยู่ว่ามันอาจจะมีเรื่องดีและหมดปัญหาที่แมวจะข่วนเจ้าของเหมือนที่เจ้าสีนิลข่วนเขา
“คุณนิลมณี”
“เรียกนิลก็ได้ค่ะ”
“คุณนิล คุณช่วยดูอุปกรณ์นี้หน่อย ผมว่าจะอนุมัติ แต่ผมอยากได้ความคิดเห็นของคุณ"
“ค่ะ” ตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะหันไปเปิดโน้ตบุ๊คที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของตัวเองเข้าเช็คอีเมล์ที่เธอเคยกรอกไว้ในใบสมัคร เพราะตอนอยู่ในโลกของปีศาจเธอก็ต้องเรียนรู้การเป็นอยู่ของใช้ต่างๆของโลกมนุษย์ตามยุคตามสมัยเช่นกัน อย่างเช่นในยุคนี้ค่อนข้างที่ทันสมัยไฮเทคเหล่าปีศาจล้วนมีเหมือนกับที่มนุษย์มีไม่เว้นแม้แต่โทรศัพท์หรือสื่อออนไลน์ การเข้าไปสิงสู่แล้วเรียนรู้มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เสื้อผ้าก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่เธออยากใส่และอยากซื้อเหมือนมนุษย์บ้างก็เท่านั้นจะได้ดูกลมกลืน
“อ่างอาบน้ำแมว?”
“เธอเลี้ยงแมวไหม?”
“ก็...เคยเลี้ยงค่ะ หลายตัวเลยล่ะ..” นั่นหมายถึงเหล่าบริวารแมวผีของเธอทั้งนั้น
“แล้วเธอคิดว่าไง?”
“คุณไม่เคยเลี้ยงเหรอคะ?” นิลมณีจงใจถามด้วยความอยากรู้และยังจำขึ้นใจที่เขาจับเธออาบน้ำใจตอนนั้น คำถามที่ดูปกติแต่น้ำเสียงกลับดูเหมือนประชดประชันเขา
“ก็เลี้ยงอยู่ตัวนึงนะตอนนี้ แมวสีดำ...ถึงจะชอบหมามากกว่าแต่เพราะมันน่าสงสารเลยเก็บมาเลี้ยง” ตอบไปตามความจริงแต่คำตอบของเขาทำเธอหงุดหงิด กับคำว่าสงสารนั้นมันแสดงชัดเจนแล้วว่าไม่ได้อยากเลี้ยง
“แล้วจะเก็บมันมาทำไม? แมวมันเป็นสัตว์ที่เอาชีวิตรอดได้อยู่แล้ว ไม่เคยได้ยินเหรอคะว่าแมวเก้าชีวิต น่าจะปล่อยๆมันไปนะคะ”
“เธอนี่ใจร้ายจริงๆ เธอเห็นมันขี้เรื้อนนอนเจ็บปางตายอยู่จะเดินผ่านมันไปเฉยๆเลย?”
“ขี้เรื้อนเหรอ?!! นี่คุณ!....” นิลมณีถึงกลับลุกพรวดขึ้นมือสองข้างตบโต๊ะ ใบหน้าสวยแสดงถึงความหงุดหงิดจนเขาสะดุ้งมองเธอด้วยสีหน้างุนงง นิลมณีสูดลมหายใจเข้าลึกระงับอารมณ์ตัวเองที่ลืมตัวไปก่อนจะหันไปพูดกับเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งดังเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณไม่ควรพูดว่าเจ้าแมวตัวน้อยน่ารักแบบนั้นนะคะ พวกเขาเข้าใจในสิ่งที่เราพูดแต่แค่ไม่สามารถโต้ตอบเป็นภาษาคนได้ ถ้าแมวตัวนั้นได้คงจะหงุดหงิดจนอยากข่วนหน้าคนที่มารับเลี้ยงเลยล่ะค่ะ” พูดก่อนจะนั่งลงที่เดิม
“ดูจะรักแมวมากสินะ”
“........”
“แล้วอ่างอาบน้ำ...”
“แมวไม่ชอบน้ำ! รู้เอาไว้ด้วย!! เป็นเรื่องพื้นฐานที่คนเลี้ยงแมวควรรู้! ไม่อนุมัติค่ะ!” ตอบพร้อมใส่อารมณ์
“ไม่เห็นต้องทำเสียงดุขนาดนั้น...แล้วไอ้ที่ว่าไม่อนุมัตินี่ควรเป็นฉันหรือเปล่าที่ต้องพูดน่ะ”
.
ตั้งหน้าตั้งทำงานพร้อมกับถกเถียงเรื่องแมวไม่ชอบอาบน้ำกับซีอีโอของบริษัทหน้าตั้ง เวลาตอนนี้ก็บ่งบอกถึงช่วงเวลาพักกลางวันของพนักงาน หลังจากที่บรรยากาศในห้องทำงานเงียบอยู่นาน ดีนละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เหลือบตามองนิลมณีที่ยังทำงานไม่สนใจเวลา
“ไม่ไปทานข้าวเหรอครับ? นี่พักกลางวันแล้วนะ...ทางบริษัทไม่มีนโยบายทำงานล่วงเวลากลางวันนะครับ” ดีนเอ่ยขึ้นเมื่อยังเห็นว่านิลมณีไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปไหน เธอหันไปปรายตามองเขาก่อนจะถอดถอนหายใจ
“ค่ะ” ตอบเพียงสั้นๆ
“ถ้าคุณไม่ไปแล้วคนเป็นหัวหน้าอย่างผมจะไปพักได้ยังไง”
“ลำไส้ไม่ได้ติดกันนี่คะ? คุณจะไปพักก็ไปสิคะ” พูดอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก
“หรือว่าคุณรอให้ผมเอ่ยปากเลี้ยงข้าวคุณงั้นเหรอ? มันคือแผนเรียกความสนใจจากผมสินะ” ดีนเอ่ยพลางเอนหลังไปพิงพนักเก้าอี้พร้อมยกรอยยิ้ม สายตาจับจ้องมองหญิงสาวที่นั่งโต๊ะเยื้องเขาอย่างมีเลศนัย นิลมณีขมวดคิ้วแล้วปราดสายตาดวงสวยมองเขา
เธอเลือกที่จะลุกขึ้นแทบจะทันทีโดยไม่มีคำพูดโต้ตอบอะไร ร่างอรชรก้าวฉับๆสะบัดผมเดินออกจากประตูไปทันทีทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งยิ้มเก้อมองตามแผ่นหลังของเธออย่างทำหน้าไม่ถูก ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าเมินเขาขนาดนี้ เพียงแค่เขามองตาก็พร้อมที่เข้าหาเขาตลอดเวลาราวกับต้องมนต์สะกด แต่นิลมณีเลขาคนใหม่ของเขากลับปล่อยให้เขาเขินมุกหยอดของตัวเองเสียอย่างนั้น ท่าทางไม่สนใจของเธอมันแสดงให้เขารับรู้ได้ว่าเธอไม่ได้สนใจเขาจริงๆ
“...หรือว่าเราไม่สเป๊คเธอ...” ดีนเอ่ยขึ้นกับตัวเองเบาๆ อย่างไม่เข้าใจ เขาจึงตัดสินใจลุกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งหวังจะลองใจเธออีกครั้ง ถ้าเกิดเขารุกจีบเธอขึ้นมาล่ะ เธอจะยังเมินเฉยต่อเขาได้อีกไหม คิดแล้วก็รีบเดินออกจากห้องเพื่อที่จะได้เดินตามเธอได้ทัน ในหัวคิดว่าจะทำให้มันเป็นเหมือนเรื่องบังเอิญที่เขาอยากจะทานอาหารมื้อกลางวันร้านเดียวกับเธอ
นิลมณีลงลิฟต์มาก่อนดีน หวังว่าจะไปหาร้านเนื้อย่างอร่อยๆทานข้างนอกบริษัทเสียหน่อย เผื่อจะช่วยให้ความหงุดหงิดของเธอดีขึ้นบ้าง ผู้ชายอะไรหลงตัวเองชะมัดถึงจะหล่อเหลาเอาการก็เถอะแต่ก็ไม่น่าเล่นมุกน่าหงุดหงิดนั่นกับเธอเลย ทั้งที่เธอเองก็แสดงชัดเจนแล้วว่าไม่สนใจเขา
ความคิดที่ว่าจะรอให้เขาไปพักแล้วจะแอบตามไปเพื่อที่จะได้รู้ว่าเขาเจอใครมาบ้าง และกลิ่นไอจอมปีศาจนั้นมาจากใคร คิดว่าถ้าเจอเจ้าของกลิ่นไอนั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมืองมนุษย์นี้อีกต่อไป แต่เพราะมุกห่วยๆของเขานั่นแหละที่ทำให้แผนเธอล่มไปเสียหมด
“คุณนิล! ไปทานข้าวเหรอคะ? ถ้าไม่รังเกียจ...”
“ขอโทษนะคะ....พอดีอยากไปคนเดียว”
บรรยากาศในโต๊ะอาหารค่ำวันนี้ดูเงียบสงบกว่าปกติ แสงไฟสีวอร์มไวท์ในห้องอาหารขับเน้นใบหน้าสวยซึ้งของนิลมณีให้ดูหม่นเศร้าจนคนมองใจหาย ดีนนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาแสร้งทำเป็นตัดสเต็กในจานไปเรื่อยๆ แต่สายตาคมกริบกลับลอบสังเกตทุกอากัปกิริยาของหญิงสาวภาพเมื่อช่วงบ่ายที่เขาเห็นผ่านหน้าต่างห้องทำงานยังติดตา... นิลมณีไม่ได้ยืนรดน้ำต้นไม้ธรรมดาอย่างที่เธอบอก แต่เธอยืนอยู่ท่ามกลางเงาดำประหลาด และเขาเห็นชัดเจนว่าเธอเหมือนกำลังโต้เถียงกับ 'อะไรบางอย่าง' ที่ไร้ตัวตน"สเต็กไม่อร่อยเหรอ?" ดีนถามทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงไว้ด้วยการจับผิดนิลมณีสะดุ้งเล็กน้อย รวบช้อนส้อมลง "อร่อยค่ะ... นิลแค่... อิ่มเร็วนิดหน่อย"ดีนวางมีดลง กระดกไวน์แดงขึ้นจิบก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันของคู่สนทนา "นิล... ตั้งแต่เราสู้กับฮู่ลี่เสร็จ คุณมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกผมหรือเปล่า? อย่างเช่น... เรื่องของมิติปีศาจ หรือกฎเกณฑ์อะไรที่คุณต้องแลกมาเพื่อที่จะ
“ถ้าอยากรู้เรื่องมากกว่านี้ก็แวะมาที่เรือนกู” สิ้นเสียงของชายในชุดนักรบเหมือนท่านขุน ใบหน้าเหมือนเพื่อนของเขา ร่างนั้นก็หายไปเหลือไว้เพียงแต่แสงสีส้มระยิบระยับเหมือนหิ่งห้อย“นี่มันอะไรกันวะ” ดีนเริ่มหน้าเสีย เมื่อภาพตรงหน้ามันบ่งบอกชัดเจนว่าเพื่อนคนสนิทไม่ใช่มนุษย์ ก่อนที่เขาจะหันไปทางนิลมณีซึ่งเธอจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว“อย่าบอกนะว่าคุณรู้อยู่แล้ว” เขาเอ่ยถาม“ค่ะ...ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอคุณอัคคีแล้ว” เธอตอบ“แล้วทำไมไม่บอกผมตั้งแต่แรกว่าเพื่อนผมเป็นผี”“ขนาดตอนนี้ที่พลังปีศาจไหลเวียนอยู่ในตัว คุณยังกลัวเลย...แล้วถ้าเป็นตอนนั้นจะไม่เสียสติเลยหรือคะ” นิลมณีพูดอย่างยิ้มๆ ทำเอาดีนถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอ เพราะมันก็เป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ ถ้ารู้ตอนนนั้นเขาคงแย่แน่ๆ“เอาเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปถามไอ้อัคคี...ไม่สิ ต้องเรียกว่ายังไงล่ะ” ดีนเริ่มไม่แน่ใจสรรพนามที่ต้องใช้เรียกเพื่อนของตัวเอง “เอาเป็นว่าตอนนี้เราพักผ่อนกันก่อนดีกว่า”จบการสนทนาด้วยการที่ดีนพูดแบบนั้นก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน ในเมื่อเธอต้องลงมาอยู่ในโลกมนุษย์แล้วก็ยังคงต้องทำหน้าทีทุกวันคือเป็น
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักสุดหรูของดีน มันควรจะเป็นเช้าที่สดใสที่สุดหลังจากศึกหนักกับปีศาจจิ้งจอกจบลง แต่นิลมณีที่ตื่นขึ้นมาก่อนกลับรู้สึกว่าแสงแดดนั้นช่างบาดลึกเข้าไปในความทรงจำเธอขยับตัวเข้าไปซุกในอ้อมกอดของดีนที่ยังหลับใหล ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอของเขาคือทำนองเพลงที่เธออยากฟังไปชั่วชีวิต มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสโครงหน้าคมสัน ไล่ตั้งแต่คิ้วหนา จมูกโด่ง จนถึงริมฝีปากที่เคยก่นด่าเธอสารพัดแต่ก็เป็นปากเดียวกันนี้ที่พร่ำบอกรักเธอ"ถ้าข้าพาเจ้าลงไปอยู่ใต้มิติพิภพด้วยกันได้...ข้าคงทำไปแล้ว" นิลมณีพึมพำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "แต่หัวใจมนุษย์ของเจ้า คงมิอาจทนทานความเย็นเยียบในเมืองปีศาจได้แม้แต่ราตรีเดียว"ดีนเริ่มขยับตัว ลืมตาขึ้นมาเห็นดวงตาสีอำพันที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว เขาเผลอยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่หาดูได้ยากจากผู้ชายขี้เก๊กคนนี้"อรุณสวัสดิ์... วันนี้ตื่นก่อนผมเหรอ ยัยแมวผี" เขาใช้เสียงงัวเงียขยี้หัวเธอเล่น "มองหน้าผมแบบนี้ คิดแผนจะแกล้งอะไรอีก หรือว่าหิว?""นิลไม่ได้หิว... นิลแค่อยากมองหน้าคุณ" เธอไม่สวนกลับด้วยคำพูดร้ายๆ เหมือนทุกที แต่น้ำเสียงกลับหวานจน
ทุกอย่างเหมือนกับว่ากำลังจะจบลงด้วยดีและยังมีเรื่องราวใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน จุดจบของบางสิ่งเพื่อเริ่มต้นบางอย่าง... บรรยากาศภายในรถครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะของลุงเพิ่มและดีนที่พูดคุยล้อเล่นกันไปมาตามประสาผู้ชาย อาจจะเป็นเพราะหมดเรื่องที่ทำให้หนักใจไปแล้ว นิลมณีได้แต่นั่งมองดีนพร้อมรอยยิ้มบางๆ เธอไม่คิดเหมือนกันว่าสุดท้ายราชินีปีศาจอย่างเธอจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับเขาที่โลกมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะทิ้งโลกปีศาจที่ตัวเองปกครองอยู่เพียงแค่อาจจะต้องไปๆมาๆ“พูดตามตรงว่าผมนี่มันดวงซวยเหมือนกันนะ” ดีนพูดอย่างยิ้มพร้อมหันไปมองนิลมณี “รอดจากนางปีศาจจิ้งจอกมาได้ก็จริง แต่ต้องมาเห็นผีเนี่ยสิน่าคิดหนัก” เขาพุดต่อ“นั่นสิ...” นิลมณีพูดพร้อมยกยิ้มก่อยนจะหันหน้าออกนอกกระจกรถ “แต่ก็ดีกว่าเหลือตัวคนเดียวนะคะ อย่างน้อยฉันก็อยู่ข้างๆคุณ”
ความมืดค่อย ๆ จางลง...แทนที่ด้วยแสงนวลสีเงินที่ส่องลอดผ่านม่านหมอกจาง ๆ อากาศอบอุ่นอย่างประหลาด คล้ายฤดูใบไม้ร่วงในโลกมนุษย์แต่กลับมีกลิ่นลมปีศาจเจืออยู่จาง ๆ นั่นคือสิ่งที่นิลมณีสร้างขึ้นเธอต้องการจบเรื่องนี้ให้มันเร็วที่สุด ทั้งเรื่องของเธอและเขาเสียงระลอกคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ ดังอยู่ไกล ๆดีนลืมตาขึ้นช้า ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิวไร้น้ำหนักเขานอนอยู่บนผืนน้ำที่นิ่งสนิทราวกับกระจก แต่เมื่อขยับตัวจึงรู้ว่าพื้นที่รองรับเขาไม่ใช่น้ำ หากเป็น แสง แสงสีเทาเงินที่ไหลวนช้า ๆ เหมือนสิ่งมีชีวิต“ที่นี่...ที่ไหน...” เขาพึมพำ“ระหว่างโลกของคุณ...กับของฉัน” เสียงหวานแผ่วลอยมาตามลม ดีนหันไปเห็นหญิงสาวในชุดสีดำยาวพลิ้ว ดวงตาสีเหลืองสะท้อนแสงราวกับดวงดาวกลางรัตติกาล นิลมณี กำลังยืนอยู่บนผืนน้ำแสงเช่นเดียวกับเขา“ผม...ยังไม่ตายสินะ” เขายิ้มแผ่ว ๆ“คุณไม่ตาย เพราะฉันดึงคุณมาที่นี่ก่อนที่พลังของฮู่ลี่จะกลืนไปหมด” เธอตอบด้วยเสียงสงบ แต
“นิลมณี...” เสียงของเขาแผ่วเบา ราวกับลมหายใจที่หลุดจากอกอย่างยากเย็นร่างของหญิงสาวในชุดดำสนิทย่างก้าวออกมาจากหมู่ปีศาจที่แหวกทางให้ เส้นผมดำยาวสะบัดตามแรงลม ดวงตาสีมรกตคมลึกจับจ้องชายตรงหน้า ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่เป็นสายตาของความรัก สายที่บ่งบอกว่าจำต้องเผชิญหน้าในสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้“ดีน...” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ เสียงนั้นทำให้หัวใจของชายหนุ่มแทบหยุดเต้น“เธอ...เป็นปีศาจจริงๆงั้นเหรอ” คำถามที่เปล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ มีทั้งความผิดหวังและไม่อยากเชื่อผสมอยู่นิลมณีไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงก้าวเข้าไปทีละก้าว ฝ่าฝูงปีศาจที่ยังคงยืนจ้องมองอย่างระแวดระวัง เพราะทุกตนต่างรู้ดีว่านางแมวผู้ถูกขนานนามว่า ราชินีปีศาจ นั้น ไม่ใช่ปีศาจธรรมดา“ฉันไม่เคยคิดจะปิดบัง...” เธอพูดในที่สุด “แต่ฉันรู้ว่าคุณจะรับมันไม่ได้ โลกของคุณกับฉัน มันต่างกันเกินไป”“แล้วที่เธอทำทั้งหมด...ก็เพื่อดวงจิตในตัวฉันใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาเย็นลง ดวงตาแดงฉานเริ่มปรากฏอีกครั้ง “เพื่อพลังปีศา







