เข้าสู่ระบบเมีย(ลับ)ของราเชนทร์ กลางวันเป็นเพียงลูกน้องที่บริษัท กลางคืนรับหน้าที่เป็นเมียลับๆ เธอต้องการเงิน ส่วนเขาต้องการทายาท เป็นได้แค่เพียงของตายเท่านั้น ไม่ได้มีความรู้สึกรักใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง
ดูเพิ่มเติมเวลา 19.00 นาฬิกา รถหรูราคาแพงที่มีราเชนทร์นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ข้าง ๆ กันนั้นเองก็คือภรรยาคนสวยของเขา “พี่กำลังไปไหนคะ?” สองข้างทางแสนไม่คุ้นตา แถมยังใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ออกมาจากบริษัทนานเกือบสองชั่วโมงได้ ทำให้คนที่นั่งมาด้วยกับเงียบ ๆ ในตอนแรกเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “ใกล้ถึงแล้วครับ รับรองว่าหนูจะต้องชอบอย่างแน่นอน” ราเชนทร์ไม่ได้ตอบในทีเดียว เขาหันมายิ้มให้เธอก่อนจะหันกลับไปเพ่งสมาธิกับถนนเบื้องหน้า ที่ไฟส่องสว่างข้างทางแทบจะไม่พอสำหรับการขับขี่ แสงสว่างจากพระจันทร์กลมโตสะท้อนภาพเบื้องหน้า ปรากฏเป็นพื้นน้ำอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ราเชนทร์ลดกระจกลงสองข้างเพื่อให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศโดยรอบ รอยยิ้มหวานผุดขึ้นมาบนใบหน้าสวย เธอมองออกไปด้านนอกอย่างชื่นชมรถจอดลงข้างบ้านติดชายทะเลหลังขนาดกลาง ไม่ได้เล็กหรือใหญ่จนเกินไป แต่ก็ดูสวยงามน่าอาศัย ราเชนทร์เปิดประตูรถเดินลงไปก่อน เขารีบเดินอ้อมไปเปิดประตูให้ภรรยาสาวอย่างรีบร้อนเพราะเกรงว่าเธอจะเปิดลงมาเองเสียก่อน “ขอบคุณค่ะ” โรสกล่าวขอบคุณพร้อมกับรอยยิ้ม มือวางไปที่มือหนาที่ยื่นมารอก่อนแล้ว สองมือกอบกุมเดินตามกันไป โดยมีราเชนทร์เป็นคนนำทา
กลับมายังประเทศไทย แสนร้อนระอุแห่งนี้แห่งเดิมภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยมกว้างขวางของราเชนทร์ผู้ที่มีตำแหน่งสูงที่สุดภายในบริษัทแห่งนี้ เวลานี้นั้นมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่โซฟาตัวยาวใจกลางห้องด้วยท่าทางเบื่อหน่าย “เฮ้อ~” เสียงถอนหายใจดังออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่เธอพ่นลมออกมาทุกครั้งเวลาไม่ได้ดั่งใจ รสสุคนธ์เบื่อหน่ายถึงขั้นสุด การที่ให้เธอมาเฝ้าเขาทำงานแบบนี้มันใช่เรื่องหรือไงกัน“อะไรขนาดนั้นล่ะครับคุณเมีย” ราเชนทร์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารมากมายที่กำลังรอให้เข้าจรดปลายปากกาเซ็นลงไป ก่อนรอบมองไปยังภรรยาสาวที่แสดงีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างไม่คิดปิดบังเลยสักนิดเดียว เห็นแบบนั้นแล้วเขาก็อยากจะแกล้งเธอเข้าไปอีกยิ่งกว่าเดิม“ถ้าพี่ยังทำตัวแบบนี้หนูจะหนีไปให้ไกล ๆ เลยคอยดู” งานการก็ไม่ยอมให้เธอทำ แถมยังต้องอยู่ในสายตาเขาแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีก โรสล่ะอยากจะบ้าตาย ไม่คิดว่าอาการหวงเมียของเขาจะเข้าขั้นโคม่าขนาดนี้“ถ้าคิดว่าหนีพ้นก็ลองดูสิครับ” น้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามเอื้อนเอ่ย“เชอะ!” คนตัวเล็กลุกขึ้นนั่งหลังตรง ยกสองแขนขึ้มากอดอกสะบัดหน
ระหว่างที่ทั้งหมดร่วมทานอาหารค่ำกันอย่างพร้อมเพียง ณ บ้านตระกูลพิทักกชดนัย โดยที่มีพ่อแม่ของลูกสะใภ้มาร่วมด้วย จึงเกิดเป็นภาพการรวมตัวของครอบครัวใหญ่ขึ้นมา “ถึงจะช้าไป… แต่ผมอยากพาโรสไปฮันนีมูลทุกคนว่ายังไงครับ” ราเชนทร์โพล่งขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนสนใจอาหารมากกว่าคนที่มาร่วมโต๊ะทานข้าว“คะ?” โรสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอียงคอถามออกไป ด้วยความรู้สึกปนสงสัยในความคิดของผู้ชายที่นั่งตัวตรงอย่างภาคภูมิ“เมื่อก่อนพี่ไม่ได้ใส่ใจหนูอย่างที่ควรยังไงล่ะครับ ครั้งนี้พี่อยากจะชดเชยให้บ้างสักนิดก็ยังดี” น้ำเสียงอ่อนลงเพราะความรู้สึกผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเขาเอาแต่ใจตัวเองเกินไป ไม่ได้มองถึงความสุขของคนรักเลยสักนิดเดียว“ก็ดีเหมือนกันเดี๋ยวฉันดูหลานเอง จะไปกันกี่วันก็ตามใจเจ้าลูกชายแม่จะได้มีเวลาพาน้องเรนไปเที่ยว” คุณหญิงหทัยกล่าว สายตาจ้องจับไปที่ลูกสะใภ้สลับกับหลานสาวที่กำลังเข้าสู่วัยซนด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข คุณคุณหญิงรจีแม่ของโรสกล่าหญิงหทัยผู้เป็นแม่เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม เธอดีใจเสียอีกที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับหลานสาวในช่วงปิดเทอม “ลูกไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวแม่ช่วยดูน้องเรนให้เอง” คุณหญิงรจีแม่ของโรสกล่าวเ
EPISODE (27) ลูกสาวตัวแสบเวลาแห่งความสุขช่างผ่านพ้นไปไวเสียเหลือเกิน เพราะตอนนี้น้องเรนนี่ ลูกสาวเพียงคนเดียวของทั้งคู่นั้นเข้าเรียนที่เนอสเซอรี่แล้ว ทั้งสองมักจะเลิกงานก่อนเวลาเพื่อจะได้มารับลูกสาวด้วยตนเอง พวกเขาอยากจะให้ความสำคัญกับลูกมาก ๆ เพื่อให้ลูกได้มีความสุข“หม่าม๊าขา~” ร่างเล็กของเด็กสาววัยสี่ขวบ ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก เรือนผมสีดำเงาพริ้มสวย ถูกมัดเป็นทรงเปียสองข้างอย่างน่ารักน่าเอ็นดู เธอวิ่งมาหาผู้เป็นแม่แล้วกระโดดกอดอย่างคิดถึง ทั้งที่เมื่อเช้าโรสก็เป็นคนมาส่งเองแท้ ๆ “ว่าวิ่งสิคะ เดี๋ยวก็ล้มหลอก” โรสว่ากล่าวลูกสาวอย่างเป็นห่วง หอมแก้มซ้ายขวาอย่างหวงแหน“แล้วไม่คิดถึงป๊าหรือไงคะเจ้าตัวเล็ก” ราเชนทร์ทักลูกบ้าง เพราะเรนนี่ไม่สนใจเขาเลยสักนิดเดียว “สวัสดีค่าคุณลุง” เด็กสาวยกมือขึ้นไหว้ด้วยรอยยิ้มสดใส แต่คนถูกเรียกว่าลุงถึงกับหน้าตึงขึ้นมาทันที“อะไรนะครับน้องเรน” ถามย้ำไปอีกครั้งเพราะกลัวว่าจะฟังผิดไป“ลุงเชน~” คนตัวเล็กเรียกราวกับว่าตั้งใจกลั่นแกล้งพ่อสุดที่รักของตนเอง “แกล้งป๊าเหรอตัวเล็ก” เขายกตัวลูกสาวขึ้นลอยคว้างกลางอากาศ พร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดูในความดื้อของเด็กน้อย
ร่างบางสะลึมสะลือ ตื่นขึ้นมาด้วยสภาพไม่เต็มร้อย เธอกระพริบตาถี่ระรัว ปรับโฟกัสมองไปทั่วบริเวร เสียงหายใจเป็นจังหวะดังอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อเธอจะขยับตัวแต่ไม่สามารถทำได้ เพราะร่างหนาของใครบางคนนั้นกดทับเธออยู่ ใบหน้าคมซุกอยู่บริเวณหน้าอกของเธอ แขนแกร่งโอบรัดเอวเธอไว้แน่นจนหายใจลำบาก “โอ๊ย!” ความปวดเข
-ย้อนกลับไปก่อนงานแต่ง-บ้านเจริญวงศ์“คุณหญิงฤดีท่านเสนอมาว่าถ้าลูกให้กำเนิดทายาทแก่ตะกูลได้ จะช่วยเหลือครอบครัวเราทุกอย่าง” ผู้เป็นแม่พูดประโยคที่เปรียบเสมือนดั่งแสงสว่างสุดท้ายอย่างอ้อยอิ่ง ปานคนไร้เรี่ยวแรง “ได้ค่ะ โรสจะยอมแต่งงานเข้าบ้านนั้นเอง” รสสุคนธ์กล่าวเสียงใส เพื่อไม่ให้ผู้เป็นแม่นั้นก
“โรส คุณนี่เรื่องมากจังเลยนะ” ปากต่อว่าออกไป แต่ก็ยอมหยุดยั้งการกระทำลงชั่วคราว เขาดึงตัวเธอให้ขึ้นไปนอนบนเตียงดี ๆ ตามด้วยร่างกายหนาที่ขึ้นคร่อมร่างบางเอาไว้ แทรกกลางระหว่างขาสวย “ตอนครางเรียกพี่ราเชนทร์” “?” ไม่ทันได้คลายข้อสงสัย ใบหน้าคมก็ขยับลงไปฟัดกับเต้าอวบของเธออย่างไม่ให้ตั้งตัว ปากหนาดู
-คืนเข้าหอ-บ่าวสาวในชุดวิวาห์แสนหรูหราสีขาวสะอาดราคาแพง พวกเขาช่างดูเหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก แต่ทั้งคู่กลับไม่มีทีท่าปลื้มปีติยินดีแต่อย่างใด “ถอดชุดออกแล้วไปนอนรอบนเตียง” น้ำเสียงดุดันสั่งด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เขาบอกพลางปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดจนหมดเผยให้เห็นหน้าอกแกร่งกับลอนกล้ามหน้าท้อง