Masuk
ตอนที่ 1 แค่เด็กน้อยคนหนึ่ง
โลกปัจจุบัน
เฉินซือเล่อ เด็กน้อยวัย 5 ขวบ ที่มีผิวขาวราวน้ำนม ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอมทองจ้องมองเด็กน้อยอีกคนที่กำลังเล่านิทานให้เธอฟัง ซือเล่อขมวดคิ้วอย่างสงสัยทุกครั้งที่ได้ฟัง
นิทานเรื่องนี้ช่างแปลกประหลาด มีเธออยู่ในนิทานเรื่องนี้ด้วย เนื้อเรื่องบอกว่า... เธอจะสามารถข้ามไปอีกมิติหนึ่งได้ และยังบอกอีกว่า... เธอจะข้ามไปทั้งตัวและจิตวิญญาณ ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็พยักหน้ารับฟัง
จะเชื่อถือได้ไหมก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะคนที่บอกเล่าเรื่องนี้ก็เป็นเด็กเหมือนกันกับเธอ และเด็กคนนี้ไม่ยอมเรียกชื่อของเธอเหมือนคนอื่น แต่จะเรียกเธอว่านายหญิง!!
"นายหญิง... จำได้ไหมเจ้าคะ" ถิงถิงถามก่อนจะยื่นขนมในมือให้
"จำได้" ซือเล่อพยักหน้าอย่างดุเดือด พลางแบมือขอขนมจากอีกคน
"นายหญิงตอบก่อน... นี่ชื่ออะไร" ถิงถิงชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
"ถิงถิง... พี่ถิงถิง" ซือเล่อยังคงทำตัวดี... ตอบทุกคำถาม เพราะต้องการขนมที่อยู่ในมืออีกคน
"กินเลยเจ้าค่ะ" ถิงถิงหยิบขนมใส่มือน้อย ๆ ของนายหญิง
เธอมาอยู่โลกนี้ตั้งแต่นายหญิงถือกำเนิด และจะแอบมาหาได้เป็นบางครั้งเท่านั้น นายหญิงไม่มีความทรงจำหลงเหลืออยู่เลย เหมือนกับทุกอย่างได้เริ่มต้นใหม่
และที่น่าแปลกใจกว่าเรื่องอื่น เธอไม่สามารถล่วงรู้ชะตาชีวิตของผู้เป็นนาย รู้เพียงว่านายหญิงมีความสามารถพิเศษเดินทางข้ามมิติได้ แต่ไม่รู้ว่าจะสามารถเดินทางข้ามแบบไหน เดินทางได้เมื่อไร นี่คือสิ่งที่ถิงถิงกำลังกังวล เธอไม่สามารถพานายหญิงเข้ามิติได้ ทั้งที่นายหญิงเป็นเจ้าของมิติแท้ ๆ
เรื่องนี้ทำให้ถิงถิงกังวลใจเป็นอย่างมาก เธอไม่สามารถช่วยเหลือมารดาผู้ให้กำเนิดนายหญิงได้ นายหญิงเลยสูญเสียมารดาตั้งแต่แรกเกิด นายหญิงอาศัยอยู่กับบิดา โชคดีที่บิดารักนายหญิงมาก
นายหญิงอยู่อย่างสุขสบาย ทุกคนในบ้านดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี จึงทำให้เธอคลายกังวลลงได้บ้าง ของวิเศษบางอย่างไม่สามารถเอามาช่วยนายหญิงได้ หากให้เปรียบเทียบ... นายหญิงของเธอคือคนธรรมดาดี ๆ นี่เอง ไร้ซึ่งความสามารถพิเศษ ไร้ซึ่งพรวิเศษ
ถิงถิงใช้ชีวิตอยู่ที่โลกนี้ได้ 5 ปีตามอายุนายหญิง หาทางช่วยเหลือทุกวิถีทางก็ยังไม่สามารถช่วยได้ แม้แต่หยดเลือดใส่ของวิเศษ ทั้งให้ใส่ติดตัว แต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เกิดขึ้น
"พี่ถิงถิง... มีอีกไหม เล่อเล่ออยากกินอีก" ซือเล่อหรือที่คนในครอบครัวเรียก เล่อเล่อ กะพริบตาปริบ ๆ อย่างเฝ้ารอ ขนมที่พี่ถิงถิงให้มานั้นอร่อยมาก
"หมดแล้วเจ้าค่ะ" ถิงถิงบอกปัด เพราะขนมที่เธอให้กินนั้นมีน้ำวิเศษเป็นส่วนผสม สามารถรักษาโรคได้ทุกอย่าง และไม่ใช่แค่รักษาเพียงอย่างเดียว ยังทำให้อวัยวะภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
ความจริงแล้วถิงถิงไม่ได้หวงเลยสักนิดเดียว ทุกอย่างเป็นของนายหญิงอยู่แล้ว แต่ที่ห้ามเพราะหากกินในปริมาณที่มากเกินไป ร่างกายของนายหญิงจะขับมันออกมาจนหมด เธอทดลองมาหมดแล้ว จึงต้องกินปริมาณน้อยแต่สามารถกินได้ทุกวัน เธอเลยต้องเอาผสมขนมแล้วนำมาให้กินทุกวัน
“นายหญิง... ถิงถิงจะไม่อยู่... อย่าดื้ออย่าซนนะเจ้าคะ" ถิงถิงต้องเดินทางไปสถานที่อื่นเพื่อหาตัวช่วย หากเป็นแบบนี้นายหญิงจะลำบาก แค่เดินทางข้ามมิติได้ แต่ทำอย่างอื่นไม่ได้... นั่นหมายถึงไม่มีพรวิเศษอะไรติดตัว หนักกว่า ผู้ผ่านทาง ทั้งหลายที่ถิงถิงเคยช่วยไว้เสียอีก
"ขนมของเล่อเล่อล่ะคะ" เล่อเล่อไม่ได้สนใจเรื่องอื่น นอกจากเรื่องขนมที่มันอร่อยมาก ขนมที่เธอได้กินทุกวันจะหายไปด้วยไหม
"อย่ากินเยอะนะเจ้าคะ กินได้แค่วันละชิ้น" ถิงถิงเอากล่องใส่ขนมใส่ลงในกระเป๋าสะพายข้างแล้วแขวนไว้ที่ไหล่ให้นายหญิง
ถิงถิงมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เลยให้กระเป๋าผ้าที่ใส่ของจำเป็นไว้ แน่นอนว่าในนั้นมีแค่นายหญิงคนเดียวที่เห็นสิ่งของในกระเป๋า คนอื่นไม่สามารถมองเห็นได้ หากจะบอกว่าเป็นของวิเศษมันก็ใช่ แต่มันมีข้อจำกัดของมันอยู่ ไม่ได้ดีที่สุด... แต่เป็นสิ่งของหนึ่งในไม่กี่อย่าง ที่นายหญิงสามารถใช้งานได้
ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับนายหญิงนั้น ไม่สามารถรับรู้ล่วงหน้าได้เลย หากไม่มีปานรูปดอกโบตั๋นที่กลางฝ่ามือของนายหญิง เธอก็คิดว่าไม่น่าจะใช่นายหญิงตัวจริง เพราะไม่มีความสามารถอะไรเลย...
"ขอบคุณค่ะ" เล่อเล่อส่งยิ้มหวานไปให้ ถึงแม้ว่าอีกคนจะไม่อยู่ แต่เธอยังได้กินขนมทุกวันเหมือนเดิม
จริง ๆ เธออยากกินเยอะ ๆ แต่เคยมีครั้งหนึ่ง พี่ถิงถิงให้ไว้แล้วเธอเอาใส่ปากไปสองชิ้นในวันเดียว ขนมนั้นหายไปหมดเลย จากที่จะได้กินทุกวันจนกว่าพี่ถิงถิงจะกลับมา กลับได้กินสองชิ้นเพียงเท่านั้นเอง
ถิงถิงมองดูนายหญิงด้วยความอาลัย เคยได้รู้แต่ชะตาคนอื่น แต่พอถึงเวลาคนที่ตัวเองรักกลับไม่รู้อะไรเลย การเดินทางของถิงถิงในแต่ละครั้งเหมือนไปไม่นาน แต่พอกลับมาหานายหญิงก็ผ่านไปแล้ว 6 เดือน ซึ่งถือว่าเวลาที่โลกนี้ผ่านไปเร็วมาก ๆ
"คุณหนูคะ เข้าบ้านเถอะค่ะ" แม่นมเดินออกมาตามคุณหนูที่ชอบออกมานั่งเล่นที่สวนหลังบ้านในทุก ๆ เย็น เพื่อให้กลับเข้าบ้านก่อนที่นายท่านจะกลับมา
เล่อเล่อลุกขึ้นหันไปมองตามทิศทางของเสียง ก่อนจะหันมามองพี่ถิงถิง แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกคน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ พี่ถิงถิงจะไปหรือจะมาไม่มีใครเห็นนอกจากเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น และเธอก็ไม่เคยปริปากบอกเรื่องพี่ถิงถิงกับใครเลยสักคน
"ขอป้าดูก่อน ในนี้มีอะไรไหมคะ" แม่นมมองกระเป๋าที่คุณหนูชอบสะพายติดตัว แต่ของในนั้นไม่มีอะไรมาก มีแต่ของเล่นชิ้นสองชิ้นเท่านั้น แต่เพื่อความปลอดภัยเลยต้องตรวจกระเป๋าทุกครั้งก่อนเข้าบ้าน
1 ปีผ่านไป
กลางดึกสงัดที่ผู้คนต่างหลับใหล เล่อเล่อลืมตาขึ้นในความมืด หูของเธอได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันไม่ไกลจากห้องของเธอมากนัก เธอจึงลุกขึ้นจากเตียงและค่อย ๆ ขยับตัวออกจากผ้าห่มที่หนานุ่ม ก่อนจะย่องไปเปิดประตูห้องนอนของตัวเองอย่างเบามือ แล้วเดินไปตามทิศทางของเสียง ใช้ความมืดบดบังไม่ให้ผู้อื่นเห็น และค่อย ๆ เอาหูแนบกับผนัง แอบฟังในสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกัน
หากอยู่ที่ห้องของตัวเองจะได้ยินเสียงเหมือนคนกระซิบ แต่พอมาอยู่ตรงนี้กลับได้ยินเสียงคนด้านในชัดเจน มันเป็นเสียงของคนที่ทะเลาะกันเสียงดัง เสียงข้าวของด้านในหล่นกระทบพื้นเสียงดัง เล่อเล่อเริ่มกลัว เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นตามไรผมและหน้าผาก
ด้วยความอยากรู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น เลยแอบมองตรงช่องประตูที่เปิดแง้มไว้ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างกว่าเดิม เธอยกมือขึ้นปิดปาก ค่อย ๆ ก้าวถอยหลังอย่างเชื่องช้า ก่อนจะกลับหลังหันและวิ่งทันทีที่เห็นภาพนั้น...
"เล่อเล่อลูกรัก... หากเห็นพ่อยิ้มแล้วทำตาแบบนี้ ลูกต้องวิ่งหนีสุดชีวิตและซ่อนตัวอย่าให้ใครหาลูกเจอเป็นอันขาด รับปากพ่อสิเล่อเล่อ"
เล่อเล่อจ้องมองหน้าพ่อก่อนที่จะพยักหน้ารับเหมือนเช่นทุกครั้ง พ่อบอกเธอแบบนี้ทุกคืน จากที่จำไม่ได้ก็จำได้ และวันนี้คือวันที่เธอได้ทำตามคำสั่งที่พ่อพร่ำบอกก่อนนอนทุกคืน เล่อเล่อวิ่งตรงไปที่ห้องนอน ก่อนจะคว้ากระเป๋าคู่ใจที่พี่ถิงถิงให้ไว้เมื่อนานมาแล้ว จากนั้นก็มุดออกไปทางระเบียงทันทีที่ได้ยินเสียงเหมือนคนวิ่งตามมา
เล่อเล่อวิ่งออกไปตรงซอกระเบียงที่เชื่อมไปยังห้องทำงานของพ่อ มีไม่กี่คนที่รู้ว่ามีทางเชื่อมเล็ก ๆ ที่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ลอดผ่านได้
"ละ เล่อ หนี ลูก" เสียงที่เปล่งออกมาค่อนข้างเบาหวิว
"พ่อขา... ไปหาหมอค่ะ" เล่อเล่อในวัย 6 ขวบ ใช้แขนเรียวเล็กโอบกอดพ่อ พยายามอุ้มพ่อของเธอขึ้น เหมือนตอนที่พ่อเคยโอบกอดเธอแล้วสามารถอุ้มเธอขึ้นมาได้
"ฮึบ!! พ่อขา อดทน อดทน" เล่อเล่อพยายามอุ้มพ่อของเธอ แต่ว่าร่างกายของพ่อกลับไม่ขยับ
"หนะ... หนี ลูกรัก จำที่พ่อสอนได้ไหม รีบก่อนที่ทุกอย่างจะสาย" เฉินเสี่ยหานรวบรวมกำลังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ดันตัวลูกสาวออกพร้อมทั้งย้ำเตือนให้ลูกสาวเข้าใจในสิ่งที่ตนพร่ำสอน
เล่อเล่อปล่อยมือจากร่างกายของพ่อ ก่อนจะวิ่งออกไปที่ระเบียงพร้อมกับมุดเข้าห้องนอนไปเก็บสิ่งของที่พ่อเคยบอก รวบรวมทุกอย่างเข้ากระเป๋า เล่อเล่อใส่ทุกอย่างลงไปในนั้นจนหมดตามที่พ่อเคยสอนไว้ ถึงไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เธอก็ยังทำตามที่พ่อเคยบอกไว้ทุกอย่าง
เล่อเล่อไม่เคยรู้เลยว่าขนมที่พี่ถิงถิงให้กินทุกวันตลอดระยะ 6 ปีนั้น ทำให้เธอมีความจำที่ดี พูดจาคล่องแคล่วชัดเจน ถึงแม้จะไม่เข้าใจในหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง แต่เธอกลับมีความจำที่ดีเลิศ ทั้งที่เด็กวัย 6 ขวบไม่น่าจะทำตามที่พ่อบอกได้ครบทุกอย่าง แต่เล่อเล่อกลับทำได้ ก่อนที่จะเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ยอมหยุด
ดวงหน้าน้อย ๆ ขาว ๆ เลอะไปด้วยเลือดที่มาจากตัวบิดา ทุกครั้งที่ยกแขนเช็ดน้ำตา เลือดของพ่อที่เลอะอยู่ที่แขนก็มาเปรอะเปื้อนที่ใบหน้าน้อย ๆ นั้นด้วย
“พ่อขา... หนูทำทุกอย่างแล้ว เราไปหาหมอกัน" เล่อเล่อกลับไปหาพ่อแล้วเขย่าตัวแรง ๆ แต่พ่อกลับไม่กระดุกกระดิกแม้แต่นิดเดียว
"เสียงเหมือนเด็กร้องไห้ หาให้ทั่ว!! " เสียงดังขึ้นที่หน้าประตู ยิ่งทำให้มือน้อย ๆ เร่งเขย่าพ่อให้รีบตื่น
"อยู่นี่เองเด็กน้อย... เห็นหมดแล้วสินะ งั้นก็ตายตามกันไปแล้วกัน"
ปัง! ปัง! ปัง! สิ้นประโยคนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นสามนัดติดกัน
"กรี๊ด!!! " เสียงกรีดร้องของเด็กน้อยดังขึ้นทั่วบริเวณ พร้อมกับความมืดมิดที่ปกคลุมทั่วทั้งคฤหาสน์
พรึบ!!! ทันทีที่แสงสว่างกลับคืนมา... คนที่เล็งปืนออกไปนั้นคิดว่าระยะใกล้เพียงนิดเดียว เขาสามารถปลิดชีพเด็กน้อยได้อย่างง่ายดาย แต่ภายในห้องกลับเหลือเพียงความว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่างของทั้งสอง เหลือเพียงคราบเลือดที่กระจายอยู่เต็มพื้นห้องเท่านั้นเอง...
ตอนที่ 42 ตอนพิเศษ5 ปีผ่านไปครอบครัวของเล่อเล่อกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งความสุขผสมกับความวุ่นวาย เพราะในวันหยุดแต่ละวันนั้นจะมีมหกรรมแย่งหลาน แย่งนายน้อย แย่งคุณหนูเกิดขึ้นไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็โต้เถียงอย่างไม่ยอมกัน จนต้องจับฉลากแล้วเลือกวันว่าเจ้าแฝดจะไปอยู่กับใครในวันไหนบ้าง"แม่ขา ขนมนี่ทำไมมันมีน้อยจังคะหนูไม่เคยอิ่มเลย" ซ่งหลินซิน หรือซินซินตัวน้อยมีกระเป๋าสะพายที่เป็นมรดกตกทอด ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องสะพายติดตัวเสมอ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่กระเป๋า แต่เป็นของที่อยู่ในกระเป๋าที่ซินซินให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ นั่นคือกล่องขนมที่วันหนึ่งจะมีให้กินเพียงชิ้นเดียว ไม่เคยพอกินเลยสักครั้ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน!!"เจ๊ไม่เคยแบ่ง" ซ่งเว่ยหลงหรือหลงหลงส่ายศีรษะไปมาทันที เมื่อเห็นพี่สาวพูดถึงขนมที่ม
ตอนที่ 41 บทส่งท้ายตงหยางลืมตาตื่นในมิติของตัวเองอย่างเชื่องช้า เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเขารับรู้ได้ทั้งหมด เขาได้พูดคุยกับเล่อเล่อที่เป็นหมู่ตานดอกน้อย ส่วนเขาคือท่านเทพ และเขาไม่รั้งรอที่จะบอกรักอีกคนตงหยางเพิ่งรู้ว่ามิติแห่งนี้คือมิติของเล่อเล่อ แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้นเอง เพราะส่วนใหญ่นั้นถิงถิงเป็นคนดูแล มีดสั้นนั้นคือตัวเชื่อมให้เขามาอยู่ในมิติของเล่อเล่อ แต่ไม่ได้เข้าไปในมิติได้ทั้งหมดเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหนังสือปริศนาถึงพูดถึงการเลือก เพราะมันคือการเลือกครั้งสุดท้าย ตอนนี้เขาอยากลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอกมิติแต่กลับขยับตัวไม่ได้ จึงต้องนอนนิ่งอยู่แบบนี้ แล้วคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา วาดหวังว่าออกไปแล้วจะเจอภรรยารออยู่ที่บ้าน หวังว่าภรรยาจะเลือกกลับมาหาเขาและลูกเพื่ออยู่ด้วยกันอีกครั้ง
ตอนที่ 40 นายหญิงหวนคืนในวันนี้หนูน้อยฝาแฝดมีอายุครบหนึ่งเดือนเด็กทั้งสองเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย กินแล้วนอนเพียงเท่านั้น ส่วนคนที่เลี้ยงนั้นมีแต่ผู้ชาย มีเพียงแม่นมกับป้าเหยียนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงไม่มีใครกล่าวถึงนายหญิงอีกเลยหลังจากที่นายท่านกลับมาพร้อมกับนายน้อยและคุณหนู คนในเรือนชั้นในและคนสนิทพอจะรู้เรื่องบ้าง แต่คนภายนอกก็มีคนสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามหาอยู่ดีตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตงหยางจมอยู่กับความเศร้า แต่เพราะลูกกับคนรอบข้างที่บอกว่าอาจเพราะภรรยานั้นหายไปรักษาตัวเหมือนที่พ่อตาเคยเป็น ถึงจะไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่หากคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้เขาสุขใจสบายใจ เขาก็จะคิดเช่นเดียวกันการหายไปของภรรยาในครั้งนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน เพราะกระเป๋าที่พกติดตัวเป็นประจำไม่ตามไปด้วย ยังคงอยู่ที่นี่และอยู่ใกล้ลูกสาวของเขาตลอด ไม่ว
ตอนที่ 39 โชคดีหรือโชคร้าย...เมื่อถึงกำหนดคลอด ก่อนมานอนที่โรงพยาบาล เล่อเล่อได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว"ตื่นเต้นไหมคนสวย" เสี่ยหานเดินเข้ามาหาลูกสาว เขาตามมานอนเฝ้าด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่รู้ว่าที่นี่มีหมอมีพยาบาลพร้อม ถึงจะอุ่นใจมากแค่ไหนก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี"ตื่นเต้นค่ะ... ตอนที่แม่คลอดหนู พ่อตื่นเต้นไหมคะ" อยากรู้ความรู้สึกว่าคนอื่นจะเป็นแบบเดียวกันกับเธอไหม"ตื่นเต้นทั้งสองคนเลย แต่พ่อพยายามไม่แสดงออก เพราะกลัวแม่ของลูกจะกังวลมากกว่าเดิม พ่อคิดว่าพ่อเก็บอาการได้ดีกว่าลูกเขย" เสี่ยหานตอบลูกสาว และประโยคท้ายก็ก้มลงมากระซิบบอกลูกสาวเสียงเบา"เป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ" เล่อเล่อหัวเราะคิกคักทันทีที่หันไปเจอสามีที่มีสีหน้าซีดแล้วซีดอีกมีใครจะรู้บ้างว
ตอนที่ 38 ปริศนาส่วนที่เหลือชิวหานนั่งเหม่อมองพื้นที่ปลูกสมุนไพรของน้องสาวด้วยสายตาว่างเปล่าเรื่องราวนั้นได้ผ่านมาแล้วเกือบสามเดือน แต่มันก็ยังทำให้เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเห็นสถานที่ที่น้องสาวเคยอยู่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวเป็นตายร้ายดียังไง ไม่ได้ถามถึง ไม่ได้อยากรู้ ที่เขามองและเจ็บปวด เป็นเพราะเขารับรู้เรื่องราวของน้องสาวที่กล้าวางยาฆ่าแม่กับยาย นับประสาอะไรกับเขาที่เป็นพี่ชายจะไม่โดน เขาจึงไม่อยากรับรู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง รู้แค่ว่าถูกส่งตัวให้บ้านเศรษฐีที่ตายด้วยน้ำมือของเหมยฮวาเขาละอายใจในหลาย ๆ เรื่อง เขาคือคนที่ชักศึกเข้าบ้านผู้มีพระคุณ แต่เพราะอยากตอบแทนบุญคุณและชดใช้ในสิ่งที่น้องสาวทำ เขาเลยยังอยู่ตรงนี้ ทนอยู่กับความอัปยศที่น้องสาวทิ้งไว้"ยังไม่เลิกคิดอีก นายท่านกับนายหญิงไม่เคยว่าเลย แต่ก็ชอบมานั่งตรงนี้" ซือ
ตอนที่ 37 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเหมยฮวามองหน้านายท่านด้วยความหลงใหลสองมือค่อย ๆ ประคองเพื่อป้อนยาที่ตัวเองเพิ่งจะได้มาจากย่านที่เป็นตลาดมืดเมื่อครั้งเก่าก่อน ยานี้มีฤทธิ์ให้ผู้ชายอยากปลดปล่อย หากเป็นสมัยโบราณก็เป็นยาปลุกกำหนัด แต่สมัยนี้เธอไม่รู้ว่าเขาเรียกว่ายาอะไรมันไม่สำคัญว่าจะเรียกอะไร ขอแค่มันได้ผลเป็นพอ"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เราจะได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ สักที ต่อไปนายท่านก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน" เธอพยายามกรอกยาใส่ปากอีกคนที่ไม่ได้สติแต่ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงส่วนล่างแข็งขึ้นมาก็พอ นอกนั้นเธอจัดการเองได้อยู่แล้วตงหยางหงุดหงิดในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่ในแผนหรือว่าผิดแผนไปแล้ว เขาเป็นห่วงลูกกับภรรยา อยากช่วยเหลือ ในตอนแรกเขาคิดว่าเพียงนอนนิ่ง ๆ แกล้งหมดสติเท่านั้น ที่ไหนได้ ยาที่คนตัวเล็กให้กินกลายเป็นยาที่ทำให้เข







