หน้าหลัก / รักโบราณ / นายหญิงแห่งยุค 80 / ตอนที่ 5 สร้างความคุ้นเคย

แชร์

ตอนที่ 5 สร้างความคุ้นเคย

ผู้เขียน: จินเหมยเทียน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-04 15:04:38

ตอนที่ 5 สร้างความคุ้นเคย

เล่อเล่อถูกจับให้เข้ามาอาบน้ำในห้องน้ำที่แปลกตา โดยมีคุณป้าช่วยเธอทุกอย่าง ทั้งสระผม ล้างตัว ฟอกสบู่ ล้างเลือดที่ติดตามตัวและติดตามเส้นผม จับตัวเธอลงแช่ในถังไม้ที่มีน้ำสีขาว ๆ และมีดอกไม้ลอยอยู่เต็มถัง เธอไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อน ที่บ้านของเธอก็ไม่มี มีแต่ตุ๊กตาเป็ดลอยน้ำได้เพียงเท่านั้น

ทางด้านตงหยางก็มองข้าวของที่เจ้าตัวเล็กพกติดตัวมาด้วย มีเพียงเสื้อผ้าและกระเป๋าใบเดียว ด้านในกระเป๋าไม่มีอะไรอยู่เลย ซึ่งแปลกมาก เพราะเขาเห็นเจ้าตัวเล็กหยิบของออกจากกระเป๋าและยังใส่รูปภาพเข้าไปในกระเป๋าก่อนที่จะเข้าไปอาบน้ำ แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดในกระเป๋าเลย

"ขออนุญาตค่ะ ชุดมีเพียงเท่านี้ค่ะ"

เสียงพูดดังขึ้นทำให้ตงหยางเงยหน้าขึ้นมองชุดที่ให้คนไปเตรียมมาให้ เท่าที่ดูจากชุดที่เล่อเล่อใส่มานั้น... บ่งบอกว่าแตกต่างจากที่นี่มาก

ตอนนี้ทั่วทั้งประเทศมีหิมะตกหนัก อากาศเย็นจัด ถึงแม้จะอยู่ในบ้านหรือห้องนอนก็ยังต้องสวมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ แต่เจ้าตัวเล็กกลับมีชุดกระโปรงบาง ๆ สวมติดตัวมา ถุงเท้ารองเท้ายังไม่ใส่มาเลย สิ่งนี้บ่งบอกว่าเจ้าตัวเล็กไม่น่าจะมาจากที่ใดที่หนึ่งของประเทศนี้แน่นอน

"แต่หากเป็นประเทศอื่น... ก็ต้องใช้ภาษาที่แตกต่างกันถึงจะถูก" ตงหยางพึมพำออกมาเบา ๆ เขาพยายามหาคำตอบที่ตัวเองอยากรู้ เพราะคิดว่าเจ้าตัวเล็กยังเด็กเกินไปที่จะบอกรายละเอียดทั้งหมดได้

"เลือกที่หนา ๆ นุ่ม ๆ แล้วเอาเข้าไปในห้องน้ำได้เลย" ตงหยางหันไปบอกคนที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ทำตัวไม่ถูกอยู่ตรงหน้าประตูให้รีบเอาเข้าไปในห้องจะได้ไม่เสียเวลา

"นายครับ... ตั้งโต๊ะที่ไหนครับ" กัวซือเฉิน คนสนิทเดินเข้ามาถามเพราะในครัวไม่กล้าตั้งโต๊ะ หากเป็นทุกครั้งจะไม่มีปัญหา เพราะนายไม่เคยว่า แบบไหนก็ได้ นายกินง่ายอยู่ง่าย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่... นายมีคำสั่งให้ทำอาหารตามที่สั่งเท่านั้น!!

ตงหยางถอนหายใจก่อนจะมองไปที่คนสนิท เขาไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ที่มีคนเรียกเขาว่า นาย นายท่าน ทั้งที่บอกแล้วว่าให้เรียก คุณตง หรือ คุณหยาง แต่ทุกคนเหมือนจะไม่ฟัง ทั้งที่ปกติจะเชื่อฟังเขาทุกอย่าง

"ที่เดิม เอาบัญชีมาด้วยไหม" ตงหยางตอบพร้อมกับถามหางานที่เขาต้องตรวจในช่วงเช้า

ด้วยยุคนี้ยังไม่มีการเปิดให้ทำการค้า มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับหลายอย่าง ข้าวปลาอาหารยังหายาก แต่ดีกว่าปี 60 ช่วงปีนั้นผู้คนล้มตายจำนวนมากเพราะอาหารก็หายาก มีทั้งภัยหนาวและเกิดโรคระบาดอีกด้วย

บางคนที่พอจะมีเส้นสายมีกำลังก็หนีออกนอกประเทศ หวังไปเริ่มต้นใหม่ในต่างแดน บางคนก็รอด บางคนก็เสียชีวิตระหว่างเดินทาง แต่ทุกอย่างก็ยังมีช่องว่างให้คนทำมาหากินได้ แค่เพียงรู้ช่องทางเท่านั้น เขาก็คือหนึ่งในนั้นที่รู้ช่องทาง รู้ว่าอะไรควรลงมือหรือไม่ควรลงมือ จึงทำให้เขาอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้

"นายครับอากาศหนาวยังต้องฝึกเหมือนเดิมไหมครับ" ซือเฉินส่งบัญชีให้นายและถามคำถามต่อ

"เข้าไปฝึกในอาคารใหญ่" วันนี้หิมะตกหนักมากกว่าทุกวัน แต่จะให้หยุดเลยมันก็ไม่ใช่

"ครับนาย" เมื่อรู้แล้วว่าต้องทำยังไง เขาก็ต้องรีบไปสั่งงาน

ซือเฉินนับถือผู้เป็นนายอย่างมาก หากไม่ได้นายท่าน เขาคงนอนตายข้างถนนไปแล้ว อย่าว่าแต่เขาเลย ทุกคนที่อยู่รวมกันที่นี่ก็ได้นายท่านช่วยเหลือทั้งนั้น มีงานให้ทำ มีที่ให้พัก รวมถึงมีอาหารให้กินไม่อดอยากอีกด้วย

ถึงแม้จะรู้ว่านายท่านอายุยังน้อย แต่พวกเขาทุกคนรักและนับถือเป็นอย่างมาก ไม่สนใจเรื่องอายุเลยสักนิด พวกเขาน้อมรับคำสั่ง ไม่ว่านายท่านจะสั่งให้เขาทำอะไรก็ตาม

"นายคะ... เสร็จแล้วค่ะ" เมื่อพาคุณหนูอาบน้ำและจับแต่งตัวด้วยชุดที่อุ่นแล้วก็รีบพามาส่งให้ผู้เป็นนายทันที

ถึงแม้จะสงสัยว่าคุณหนูน้อยคนนี้มาจากไหน แต่พวกเธอก็ไม่ปริปากถามสักคำ พวกเธอทำตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว ต้องดูแลให้ดี นั่นคือต้องดูแลให้ดีที่สุด!! ห้ามผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ไม่อย่างนั้นได้ไปทำงานในส่วนอื่นอย่างแน่นอน

หากใครได้เข้ามาทำงานในเรือนหลังใหญ่แล้ว นั่นหมายถึงการทำงานที่สบาย มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน และจัดทำอาหารให้นายท่านกับคนสนิทเพียงเท่านั้น ทุกคนต่างก็อยากเข้ามาทำงานที่เรือนหลังใหญ่ทั้งนั้น ถึงไม่มีตำแหน่ง แต่คนอื่น ๆ ก็จะให้ความเกรงใจ สามารถสั่งงานคนอื่น ๆ ได้ด้วย พวกเธอเป็นผู้หญิงยิ่งต้องรักษาหน้าที่การงานให้ดี เพราะกว่าจะได้เข้ามาทำงานในเรือนใหญ่ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

"กินก่อนค่อยนอน... " ตงหยางเดินเข้ามาอุ้มเจ้าตัวเล็กไปที่โต๊ะอาหารทันที หากช้ากว่านี้เจ้าตัวเล็กได้นอนก่อนกินข้าวแน่ ๆ

"แล้วพ่อล่ะคะ” เธอยังหาพ่อไม่เจอเลย ไม่รู้ว่ามีคนส่งพ่อไปโรงพยาบาลหรือยัง

“เล่อเล่อครับ... หากเรายังไม่มีแรง เราไม่สามารถออกไปตามหาใครได้ หากออกไปแล้วเจอคนที่ไม่ดีจะทำยังไง ยืนหลับให้เขามาจับตัวไปเหรอครับ แบบนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดี" เขาไม่รู้หรอกว่าเด็กน้อยจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะบอกไหม แต่เขาก็ยังใจเย็นบอกในสิ่งที่ควรทำอยู่ดี เขาต้องสร้างความคุ้นเคยให้เจ้าตัวเล็ก เพื่อที่เจ้าตัวเล็กจะได้ไว้ใจและเชื่อใจ ยอมบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง

"ไปตามหาที่โรงพยาบาลได้ไหมคะ พ่อมีเลือดไหลออกจากตรงนี้และตรงนี้ พ่อน่าจะอยู่ที่โรงพยาบาล" เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบบอกอีกคนทันที หากหาตำรวจยากก็ไปหาที่โรงพยาบาลน่าจะเจอ

"เล่อเล่อต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เราออกไปตามหาแบบไม่มีจุดหมายไม่ได้ครับ" ตงหยางปัดปอยผมออกจากแก้มกลมๆ และปากของเจ้าตัวเล็ก ก่อนที่ผมจะเข้าไปอยู่ในปาก

คนงานในบ้านที่ได้ยินเสียงผู้เป็นนายพูดคุยกับคุณหนูน้อยก็ได้แต่มองหน้ากันอย่างสงสัย บางคนเข้ามาทำงานในเรือนใหญ่เป็นปีแล้ว ได้ยินนายท่านพูดไม่กี่ประโยค แต่วันนี้ผ่านไปไม่กี่นาที นายท่านกลับพูดยาวเหยียด และยังอธิบายอย่างละเอียดด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนมากกว่าทุกครั้งเสียอีก

ตงหยางสร้างความคุ้นเคยให้เจ้าตัวเล็กด้วยการชวนคุย บางครั้งเล่อเล่อก็ตอบ บางครั้งก็พยักหน้ารับเพียงเท่านั้น ตั้งแต่เจอกัน เด็กคนนี้ไม่เคยยิ้มเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเคยเห็นรอยยิ้มแค่ในภาพถ่ายที่เอาออกให้ดูเพียงเท่านั้น

และแน่นอนว่าช่วงเวลาที่เจ้าตัวเล็กกินข้าว เขาได้รู้อะไรบางอย่าง เพราะเจ้าตัวเล็กเอาภาพถ่ายออกมาให้เขาดูอีก ซึ่งเขามั่นใจแล้วว่าเจ้าตัวเล็กต้องมาจากอีกโลกหนึ่งหรือสถานที่หนึ่งแน่นอน หากเขาไม่ระลึกชาติในอดีตของตัวเองได้ เขาก็คงไม่เชื่อเรื่องแบบนี้แน่นอน แต่เพราะเคยเจอเรื่องที่แปลกประหลาดมาแล้วจึงทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าเล่อเล่อไม่ใช่คนในโลกนี้

"นายครับ... ไม่มีสถานที่แบบนี้แน่นอน" ซุนชิวหาน ส่งภาพคืนผู้เป็นนาย เขาคือคนสนิทอีกคนที่รับคำสั่งจากนายโดยตรง และเขาเดินทางมาทั่วทั้งประเทศ ทว่ายังไม่เคยเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อน

"แจ้งทุกคนว่าคุณหนูเล่อเล่อคือเจ้านายอีกคน" สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือ ไม่ให้คนอื่นรับรู้ว่าเจ้าตัวเล็กเป็นใครมาจากไหน หากเป็นเจ้านาย ทุกคนจะดูแลปกป้องและไม่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยว เล่อเล่อจะอยู่ที่นี่ได้อย่างปลอดภัย

"ครับนาย" ชิวหานรับคำสั่งแล้วรีบเดินออกไปสั่งคนของตัวเองให้รับรู้ทันที

3 ชั่วโมงผ่านไป

เล่อเล่องัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนจะมองสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบกาย จากนั้นก็รีบลุกขึ้นคว้าเอากระเป๋ามาสะพายติดตัวไว้ ตอนนี้เธออยู่ในห้องนอนคนเดียว เมื่อกินอิ่มนอนหลับแล้ว สิ่งที่เธอต้องทำต่อจากนี้คือกลับบ้านตัวเอง เมื่อนึกขึ้นได้ก็กระโดดลงจากเตียง เตรียมออกจากห้องนอนนี้ทันที

เล่อเล่อเดินไปทางหน้าต่าง เพื่อดูว่าช่องให้สามารถลอดผ่านไปได้เหมือนบ้านตัวเองไหม หากมีเธอก็สามารถลอดได้อย่างแน่นอน แต่พอปีนไปเปิดหน้าต่างเท่านั้น ความเย็นยะเยือกก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าทันที

"หนาวมาก" เล่อเล่อพึมพำพร้อมกับเอามือขึ้นเช็ดหน้าแล้วมองออกไปข้างนอกอีกครั้ง

ก่อนที่เธอจะมาที่นี่ บ้านของเธอยังไม่มีหิมะตก บางวันยังมีฝนตกอยู่เลย จากตอนแรกจะออกไปทางหน้าต่าง เล่อเล่อเลยหยุดคิดแล้วก้าวถอยหลังกลับเข้าห้องนอนเหมือนเดิม เธอออกไปแบบนี้ไม่ได้แน่ ๆ หิมะกองสูงสามารถทับเธอได้เลย ซึ่งมันอันตรายมาก!!

ตงหยางที่ยืนแอบมองอยู่ก็อยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะตัดสินใจทำอย่างไร เขาไม่ได้เข้ามาขัดขวาง เขาต้องการรู้ว่าเจ้าตัวเล็กมีไหวพริบและรู้จักเอาตัวรอดมากน้อยแค่ไหน

"เราจะตายก่อนที่จะหาพ่อกับลุงเจอแน่ ๆ อาจหนาวตายก่อนหาตำรวจเจอด้วย" เมื่อคิดได้แบบนั้นก็ปิดหน้าต่างระเบียงให้เรียบร้อย

"อ้าว... อยู่ในห้องด้วยเหรอคะ" เมื่อหันมาเจออีกคนที่นั่งมองอยู่ก็ถามขึ้น เธอคิดว่าตัวเองอยู่ในห้องนี้คนเดียวเสียอีก

"เล่อเล่อครับ... หากอยากให้ช่วย... ต้องเล่าครับ ไม่อย่างนั้นพี่จะเป็นเหมือนเล่อเล่อที่ยืนนิ่งมองดูหิมะ ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะไปทางไหนหรือควรทำอย่างไร ทุกอย่างมันแปลกไปหมด" ตงหยางหวังว่าเจ้าตัวเล็กจะเข้าใจเขามากขึ้น เปิดใจมากขึ้น เขาจะได้รู้ข้อมูลสักที

เล่อเล่อฟังแล้วคิดตาม หากเป็นเหมือนเธอที่ยืนมองหิมะ... นั่นหมายถึงเธอกำลังหลงทางไม่รู้อะไรเลย หากพี่ชายไม่บอกว่าที่นี่คือที่ไหน เธอก็ไม่รู้ มันคงเหมือนกันกับพี่ชายที่ไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไร เขาเลยตามหาพ่อของเธอไม่เจอสักที หากเธอบอก... เขาจะต้องหาพ่อเจอเร็วขึ้นแน่ ๆ 

ตงหยางจ้องมองเจ้าตัวเล็กที่ถูกจับใส่ชุดหนาเสียจนตัวกลมแทบกลิ้งได้ก็อดเอ็นดูไม่ได้ ดูจากท่าทางแล้วคงกำลังชั่งใจอยู่แน่ ๆ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ตงหยางพอใจมากพอสมควร เนื่องจากเจ้าตัวเล็กค่อนข้างฉลาด คิดก่อนที่จะตัดสินใจ แต่ก็ยังไร้เดียงสาอยู่ดี

โลกนี้ไม่ได้ดีมากนัก ไม่ว่าจะอยู่ไหนก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น หากอยู่ที่นี่ เขาสามารถปกป้องได้ตลอด แต่หากเจ้าตัวเล็กหายไปเหมือนครั้งนั้น... เขาควรสอนให้เอาตัวรอดมากกว่านี้ เพราะไม่ว่าเล่อเล่อจะเป็นเด็กฉลาดแค่ไหนก็ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนโตกว่าอย่างแน่นอน

"รับปากหนูก่อนว่าจะช่วยหนู... แล้วหนูจะเล่าให้ฟัง" เล่อเล่อเดินเข้ามาหาคนที่นั่งนิ่งอยู่กลางห้อง แม้เขาจะไม่ค่อยยิ้มหรือคุยกับคนอื่น แต่เขายิ้มให้เธอ คุยกับเธอ และยังใจดีแบ่งปันอาหารให้เธอกินอีกด้วย

เขาใจดีกับเธอ... เธอก็ต้องใจดีกับเขา...

หากเราต้องการให้คนอื่นยิ้มให้... เราควรยิ้มให้เขาก่อน..

ใครให้อะไรมา.. เราก็จงคืนเขาไปด้วย...

พ่อสอนเธอมาแบบนั้น!!!

ตงหยางกลั้นหัวเราะทันทีเมื่อเห็นท่าทางของเจ้าตัวเล็กที่หันมามองเขาและยิงฟันส่งมาให้ เจ้าตัวจะรู้ไหมว่ามันไม่ได้เรียกว่ารอยยิ้ม มันเหมือนแยกเขี้ยวให้มากกว่า แต่เขาก็ดีใจ เพราะดูเหมือนเจ้าตัวเล็กเริ่มเปิดใจเชื่อใจเขาแล้ว

เพราะเจ้าตัวกำลังล้วงเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพาย และมันไม่ใช่แค่ชิ้นเดียว กระเป๋าใบเล็กแค่นั้น แต่กลับบรรจุสิ่งของได้มากมาย 

นี่คืออีกเรื่องที่ทำให้รู้ว่า... เจ้าตัวเล็กของเขาไม่ธรรมดาจริง ๆ 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นายหญิงแห่งยุค 80   ตอนพิเศษ

    ตอนที่ 42 ตอนพิเศษ5 ปีผ่านไปครอบครัวของเล่อเล่อกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งความสุขผสมกับความวุ่นวาย เพราะในวันหยุดแต่ละวันนั้นจะมีมหกรรมแย่งหลาน แย่งนายน้อย แย่งคุณหนูเกิดขึ้นไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็โต้เถียงอย่างไม่ยอมกัน จนต้องจับฉลากแล้วเลือกวันว่าเจ้าแฝดจะไปอยู่กับใครในวันไหนบ้าง"แม่ขา ขนมนี่ทำไมมันมีน้อยจังคะหนูไม่เคยอิ่มเลย" ซ่งหลินซิน หรือซินซินตัวน้อยมีกระเป๋าสะพายที่เป็นมรดกตกทอด ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องสะพายติดตัวเสมอ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่กระเป๋า แต่เป็นของที่อยู่ในกระเป๋าที่ซินซินให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ นั่นคือกล่องขนมที่วันหนึ่งจะมีให้กินเพียงชิ้นเดียว ไม่เคยพอกินเลยสักครั้ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน!!"เจ๊ไม่เคยแบ่ง" ซ่งเว่ยหลงหรือหลงหลงส่ายศีรษะไปมาทันที เมื่อเห็นพี่สาวพูดถึงขนมที่ม

  • นายหญิงแห่งยุค 80   ตอนที่ 41 บทส่งท้าย

    ตอนที่ 41 บทส่งท้ายตงหยางลืมตาตื่นในมิติของตัวเองอย่างเชื่องช้า เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเขารับรู้ได้ทั้งหมด เขาได้พูดคุยกับเล่อเล่อที่เป็นหมู่ตานดอกน้อย ส่วนเขาคือท่านเทพ และเขาไม่รั้งรอที่จะบอกรักอีกคนตงหยางเพิ่งรู้ว่ามิติแห่งนี้คือมิติของเล่อเล่อ แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้นเอง เพราะส่วนใหญ่นั้นถิงถิงเป็นคนดูแล มีดสั้นนั้นคือตัวเชื่อมให้เขามาอยู่ในมิติของเล่อเล่อ แต่ไม่ได้เข้าไปในมิติได้ทั้งหมดเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหนังสือปริศนาถึงพูดถึงการเลือก เพราะมันคือการเลือกครั้งสุดท้าย ตอนนี้เขาอยากลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอกมิติแต่กลับขยับตัวไม่ได้ จึงต้องนอนนิ่งอยู่แบบนี้ แล้วคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา วาดหวังว่าออกไปแล้วจะเจอภรรยารออยู่ที่บ้าน หวังว่าภรรยาจะเลือกกลับมาหาเขาและลูกเพื่ออยู่ด้วยกันอีกครั้ง

  • นายหญิงแห่งยุค 80   ตอนที่ 40 นายหญิงหวนคืน

    ตอนที่ 40 นายหญิงหวนคืนในวันนี้หนูน้อยฝาแฝดมีอายุครบหนึ่งเดือนเด็กทั้งสองเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย กินแล้วนอนเพียงเท่านั้น ส่วนคนที่เลี้ยงนั้นมีแต่ผู้ชาย มีเพียงแม่นมกับป้าเหยียนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงไม่มีใครกล่าวถึงนายหญิงอีกเลยหลังจากที่นายท่านกลับมาพร้อมกับนายน้อยและคุณหนู คนในเรือนชั้นในและคนสนิทพอจะรู้เรื่องบ้าง แต่คนภายนอกก็มีคนสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามหาอยู่ดีตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตงหยางจมอยู่กับความเศร้า แต่เพราะลูกกับคนรอบข้างที่บอกว่าอาจเพราะภรรยานั้นหายไปรักษาตัวเหมือนที่พ่อตาเคยเป็น ถึงจะไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่หากคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้เขาสุขใจสบายใจ เขาก็จะคิดเช่นเดียวกันการหายไปของภรรยาในครั้งนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน เพราะกระเป๋าที่พกติดตัวเป็นประจำไม่ตามไปด้วย ยังคงอยู่ที่นี่และอยู่ใกล้ลูกสาวของเขาตลอด ไม่ว

  • นายหญิงแห่งยุค 80   ตอนที่ 39 โชคดีหรือโชคร้าย...

    ตอนที่ 39 โชคดีหรือโชคร้าย...เมื่อถึงกำหนดคลอด ก่อนมานอนที่โรงพยาบาล เล่อเล่อได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว"ตื่นเต้นไหมคนสวย" เสี่ยหานเดินเข้ามาหาลูกสาว เขาตามมานอนเฝ้าด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่รู้ว่าที่นี่มีหมอมีพยาบาลพร้อม ถึงจะอุ่นใจมากแค่ไหนก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี"ตื่นเต้นค่ะ... ตอนที่แม่คลอดหนู พ่อตื่นเต้นไหมคะ" อยากรู้ความรู้สึกว่าคนอื่นจะเป็นแบบเดียวกันกับเธอไหม"ตื่นเต้นทั้งสองคนเลย แต่พ่อพยายามไม่แสดงออก เพราะกลัวแม่ของลูกจะกังวลมากกว่าเดิม พ่อคิดว่าพ่อเก็บอาการได้ดีกว่าลูกเขย" เสี่ยหานตอบลูกสาว และประโยคท้ายก็ก้มลงมากระซิบบอกลูกสาวเสียงเบา"เป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ" เล่อเล่อหัวเราะคิกคักทันทีที่หันไปเจอสามีที่มีสีหน้าซีดแล้วซีดอีกมีใครจะรู้บ้างว

  • นายหญิงแห่งยุค 80   ตอนที่ 38 ปริศนาส่วนที่เหลือ

    ตอนที่ 38 ปริศนาส่วนที่เหลือชิวหานนั่งเหม่อมองพื้นที่ปลูกสมุนไพรของน้องสาวด้วยสายตาว่างเปล่าเรื่องราวนั้นได้ผ่านมาแล้วเกือบสามเดือน แต่มันก็ยังทำให้เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเห็นสถานที่ที่น้องสาวเคยอยู่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวเป็นตายร้ายดียังไง ไม่ได้ถามถึง ไม่ได้อยากรู้ ที่เขามองและเจ็บปวด เป็นเพราะเขารับรู้เรื่องราวของน้องสาวที่กล้าวางยาฆ่าแม่กับยาย นับประสาอะไรกับเขาที่เป็นพี่ชายจะไม่โดน เขาจึงไม่อยากรับรู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง รู้แค่ว่าถูกส่งตัวให้บ้านเศรษฐีที่ตายด้วยน้ำมือของเหมยฮวาเขาละอายใจในหลาย ๆ เรื่อง เขาคือคนที่ชักศึกเข้าบ้านผู้มีพระคุณ แต่เพราะอยากตอบแทนบุญคุณและชดใช้ในสิ่งที่น้องสาวทำ เขาเลยยังอยู่ตรงนี้ ทนอยู่กับความอัปยศที่น้องสาวทิ้งไว้"ยังไม่เลิกคิดอีก นายท่านกับนายหญิงไม่เคยว่าเลย แต่ก็ชอบมานั่งตรงนี้" ซือ

  • นายหญิงแห่งยุค 80   ตอนที่ 37 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง

    ตอนที่ 37 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเหมยฮวามองหน้านายท่านด้วยความหลงใหลสองมือค่อย ๆ ประคองเพื่อป้อนยาที่ตัวเองเพิ่งจะได้มาจากย่านที่เป็นตลาดมืดเมื่อครั้งเก่าก่อน ยานี้มีฤทธิ์ให้ผู้ชายอยากปลดปล่อย หากเป็นสมัยโบราณก็เป็นยาปลุกกำหนัด แต่สมัยนี้เธอไม่รู้ว่าเขาเรียกว่ายาอะไรมันไม่สำคัญว่าจะเรียกอะไร ขอแค่มันได้ผลเป็นพอ"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เราจะได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ สักที ต่อไปนายท่านก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน" เธอพยายามกรอกยาใส่ปากอีกคนที่ไม่ได้สติแต่ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงส่วนล่างแข็งขึ้นมาก็พอ นอกนั้นเธอจัดการเองได้อยู่แล้วตงหยางหงุดหงิดในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่ในแผนหรือว่าผิดแผนไปแล้ว เขาเป็นห่วงลูกกับภรรยา อยากช่วยเหลือ ในตอนแรกเขาคิดว่าเพียงนอนนิ่ง ๆ แกล้งหมดสติเท่านั้น ที่ไหนได้ ยาที่คนตัวเล็กให้กินกลายเป็นยาที่ทำให้เข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status