Mag-log inตอนที่ 6 ยอมเชื่อใจ
เล่อเล่อบอกเล่าเรื่องราวที่ตัวเองเจอมาให้ฟังจนหมด บอกด้วยว่า คนที่ทำร้ายพ่อคือคุณลุงเกา เพื่อนของพ่อ เขาถามอะไรเธอก็ตอบ เธอยอมเชื่อใจพี่ชายคนนี้ เพื่อให้เขาช่วยตามหาพ่อกับลุงของเธอ
ไม่ใช่แค่เล่าให้ฟังเพียงเท่านั้น เธอยังเอาสิ่งของบางอย่างให้ดูอีกด้วย แต่ไม่ได้ให้ดูทั้งหมด ถึงจะยอมเชื่อใจให้พี่ชายช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้บอกทุกอย่าง
"ชิวหาน ตามหาคนที่ชื่อนี้แซ่นี้ และก็สืบประวัติเกี่ยวกับคนแซ่นี้ด้วย ขอเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" ตงหยางสั่งคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ หากเป็นตระกูลใหญ่จะหาเจอได้ง่าย ๆ ถึงจะมั่นใจว่าเล่อเล่อมาจากที่อื่น แต่หาข่าวไว้ก็ไม่เสียหาย
"หาพ่อที่โรงพยาบาลด้วยค่ะ เดี๋ยว ๆ ขอหนูไปหาพ่อด้วยได้ไหมคะ" พ่อเธอบาดเจ็บ ต้องอยู่โรงพยาบาลแน่ ๆ
"เล่อเล่อครับ เดี๋ยวให้คนอื่นไปตามหาให้ก่อน เล่อเล่อบอกเองไม่ใช่หรือว่า คนพวกนั้นกำลังตามล่าเล่อเล่ออยู่" เขาไม่ต้องการให้เจ้าตัวเล็กออกไปข้างนอกในเวลานี้
ยิ่งได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ยิ่งทำให้เขาเป็นห่วงมากกว่าเดิม เขาทั้งโกรธ ทั้งโมโห ทั้งสงสารเจ้าตัวเล็ก อายุแค่นี้แต่กลับเจอเหตุการณ์สะเทือนใจหลายอย่าง ทั้งถูกตามล่า และยังเห็นเหตุการณ์พ่อถูกทำร้าย ไหนจะพยายามช่วยพ่อแต่ก็ช่วยไม่ได้อีก
ยิ่งรู้ว่าโดนหมาไล่กัดก่อนจะมาโผล่ที่นี่ ยิ่งทำให้โมโห... และยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม เมื่อรู้ว่ามีคนปล่อยหมาตัวนั้นให้ออกล่า เขาไม่รู้หรอกว่าคนโตจะมีเรื่องขัดแย้งอะไรกัน แต่ไม่ควรทำกับเด็กแบบนี้ ดีที่ถูกสอนให้เอาตัวรอด ไม่อย่างนั้นเด็กน้อยที่ยังไร้เดียงสา อาจเดินเข้าไปหาคนร้ายง่าย ๆ ก็ได้
ตอนนี้เขาอยากเจอพ่อของเจ้าตัวเล็กที่สุด เพราะเป็นคนเดียวที่จะให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ คนเป็นพ่อต้องรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น ไม่อย่างนั้นไม่มีทางสอนลูกอย่างนี้แน่นอน
จากข้อมูลที่เอาออกมาให้เขาดูนั้น แทบไม่มีอะไรบ่งบอกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย ถึงจะมีแผ่นเล็ก ๆ ที่เก็บข้อมูลภาพคนร้าย แต่เขาไม่สามารถเปิดอุปกรณ์นั้นได้ หรือเขาควรไปหากลุ่มคนใต้ดินให้ช่วยเหลือในเรื่องนี้
"หากเจอพ่อหนูแล้ว คุณลุงพาพ่อมาหาหนูด้วยได้ไหมคะ" เล่อเล่อถามคนที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป
"เอ่อ... ครับ" ตอนแรกจะบอกว่าหาไม่เจอง่าย ๆ แต่พอเห็นสายตาของนายท่าน เลยต้องรีบรับปากก่อน ถึงแม้จะแปลก ๆ กับการที่คุณหนูน้อยเรียกเขาว่าคุณลุง แต่เรียกนายท่านว่าพี่ชาย ทั้งที่เขาอายุมากกว่านายท่านไม่กี่ปีเอง
"พี่ชาย... หนูต้องทำอะไรบ้างคะ" เล่อเล่อสอบถามคนที่นั่งมองหน้าเธอ แต่ไม่ยอมพูดหรือบอกอะไรเลย
"เล่อเล่ออยากทำอะไรครับ" ตงหยางถามกลับ สายตายังจดจ้องเจ้าตัวเล็กไม่วางตา ราวกับจะจดจำความเป็นเล่อเล่อเอาไว้ให้หมด
"อยากหาพ่อค่ะ อยากไปเรียนด้วยค่ะ และอยากจับคนร้ายด้วย อีกอย่างคืออยากกลับบ้านค่ะ" เธออยากทำหลายอย่างมาก
"มีคนออกไปตามหาพ่อให้แล้วครับ เรื่องจับคนร้ายหนูยังเด็กเกินไปที่จะทำเรื่องแบบนั้น" ความอยากแต่ละอย่างของเจ้าตัวเล็กทำให้เขาต้องรีบเตือนไว้ก่อน ตัวแค่นี้อยากจับคนร้าย!! มีแต่จะเดินเข้าไปให้คนร้ายจับมากกว่าจะไปจับคนร้าย
"ทำได้ตอนไหนคะ รับปากหนูแล้วว่าจะช่วย" เล่อเล่อจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง เธอเอาสิ่งของต่าง ๆ ออกมาให้ดูแล้ว และยังเล่าให้ฟังอีกด้วย แล้วมาบอกเธอว่าตอนนี้ยังทำไม่ได้!!
"หมายถึง... เล่อเล่อยังเด็ก ไม่สามารถสู้ผู้ใหญ่ได้ครับ หนูต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน และต้องคิดให้รอบคอบอีกด้วย" ตงหยางพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบรูปภาพของเจ้าตัวเล็กมาดูอีกครั้ง
"สอนหนูสิคะ สอนหนูคิด หนูจะได้ฉลาด" เล่อเล่อยังคงจ้องหน้าอีกคนอย่างไม่วางตา
"สิ่งแรกที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ... อย่าไว้ใจใคร อย่าเล่าเรื่องทุกอย่างให้คนอื่นฟัง" ตงหยางพูดพร้อมกับสังเกตดูเจ้าตัวเล็กด้วย เพราะสิ่งที่เขาบอกไปนั้น เจ้าตัวเล็กได้ทำแล้ว... นั่นคือบอกเล่าเรื่องราวให้เขาได้รับรู้
"เข้าใจแล้วค่ะ มีอย่างอื่นอีกไหมคะ" เท่าที่ฟังมา เธอยังไม่ได้ไว้ใจใคร แม้แต่คนที่กำลังสอนให้เธอฉลาดอยู่ในตอนนี้ เธอก็ยังไม่ไว้ใจเขามากนัก
ตงหยางจ้องมองเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลสว่างแล้วยกยิ้มขึ้น เจ้าตัวเล็กฉลาด!! หากเจ้าตัวเล็กบอกเล่าหมดจะต้องมีท่าทีตกใจมากกว่านี้ เพราะเขายังถือว่าเป็นคนแปลกหน้า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ทั้งที่รู้ตัวว่ากำลังถูกเด็กหลอกใช้ก็ตาม ทำอย่างไรได้... เขาเต็มใจให้หลอกอยู่แล้ว
"ก่อนจะมาที่นี่... ตอนนั้นรู้สึกยังไง" ตงหยางถามเรื่องอื่น ไม่ได้วกกลับไปเรื่องเดิม
"ตกใจกลัวค่ะ" ครั้งแรกกลัวถูกจับได้ ยิ่งมีวัตถุเสียงดังก็ยิ่งทำให้ตกใจมากกว่าเดิม ครั้งที่สองเธอตกใจและกลัวหมากัดเช่นเดียวกัน แต่อาจแตกต่างนิดหนึ่ง ตรงที่ครั้งที่สองเธอมีความคิดที่จะสู้กับหมาด้วย
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าก่อนจะมาที่นี่มันมีแสงออกมาจากฝ่ามือของตัวเองก็ก้มมองดู ก่อนจะกำมันไว้แน่นแล้วเม้มปากไม่พูดอะไรต่อ
"ขอดูมือครับ" ตงหยางที่จับจ้องตลอดเวลาเอ่ยปากขอพร้อมทั้งยื่นมือออกไปด้วย นี่ถึงบอกว่าต่อให้เด็กฉลาดมากแค่ไหน แต่ก็ยังสู้ผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ดี มีพิรุธขนาดนี้เป็นใครก็ต้องจับได้แน่นอน
"ไม่ค่ะ พี่ชายสอนให้หนูฉลาดก็อย่ามาบังคับให้หนูโง่ค่ะ" เล่อเล่อเบี่ยงตัวหลบพร้อมทั้งเอามือขึ้นมาซ่อนไว้ในเสื้อของตัวเองอีกด้วย
"ครับ ตอนนี้เรายังทำอะไรไม่ได้มากครับ หนูก็ต้องอยู่แต่ในบ้านก่อน ต้องรอข่าวอย่างเดียวครับ" เมื่อรู้แล้วว่าเจ้าตัวเล็กไม่ให้ความร่วมมือ ถึงแม้จะดูดื้อรั้นอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่เป็นไร
"หนูกลับไปที่บ้านได้ไหมคะ" เธออยากกลับบ้านแล้ว อยากไปตามหาพ่อกับลุง
"เพิ่งบอกไปเอง แล้วแบบนี้จะฉลาดได้ยังไง เราหาเองไม่ได้ครับ" ตงหยางจับหัวเจ้าตัวเล็กโยกไปมาอย่างเอ็นดู เขาอุตส่าห์ไม่พูดเรื่องกลับบ้าน เพราะไม่รู้สถานการณ์เป็นแบบไหน เขากำลังสั่งงานแบบไม่รู้อะไรเลย... ให้คนออกไปหาข่าว ทั้งที่พอจะรู้ว่าคงไม่ได้ข้อมูลอะไรมากนัก แต่ก็เลือกที่จะทำเพื่อให้เจ้าตัวเล็กสบายใจ อย่างน้อยจะได้อยู่ที่นี่อย่างสงบ
"อยากเดินดูรอบ ๆ บ้านไหม" เมื่อเห็นว่าอีกคนนั่งจ้องเขาเงียบ ๆ เลยเอ่ยปากชวน จะได้ไม่อยากกลับบ้าน จะได้ไม่ร้องไห้ คงต้องหากิจกรรมบางอย่างให้เล่นเสียแล้ว
"หืมม... ก่อนหน้านี้บอกว่าอยากเรียนหนังสือเหรอครับ" เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบถามกลับ
ซึ่งเจ้าตัวเล็กก็พยักหน้า ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากปากน้อย ๆ นั้นเลย แต่กลับจ้องตาเขาไม่กะพริบ ทุกคนในที่นี้แทบไม่กล้าจ้องตาเขา อย่าว่าแต่จ้องตาเลย แม้แต่มองหน้ายังไม่มีใครกล้าทำ แต่เจ้าตัวน้อยนี่กลับไม่เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
"มาครับ... เดี๋ยวจะพาไปสำรวจบ้านก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าอยากเรียนอะไรดีไหมครับ" ตงหยางยื่นมือไปหาเจ้าตัวเล็ก เพื่อจะได้เดินจูงมือพาไปสำรวจที่พัก
"อุ้มค่ะ" เล่อเล่อกางแขนออกเพื่อให้พี่ชายอุ้ม หากอยู่สูงจะมองเห็นทั่ว เธอจะได้รู้ว่ามีอะไรบ้าง หากต้องหนีออกจากบ้านก็จะได้มองหาช่องทางเอาไว้ก่อน
ตงหยางไม่รู้ถึงความคิดของเจ้าตัวเล็ก แต่แค่สงสัยว่าทำไมถึงอยู่ไม่นิ่ง มองนั่นมองนี่ตลอด พอพาไปดูสถานที่ต่าง ๆ ก็ไม่สนใจ แต่กลับสนใจตามซอกตามมุมต่าง ๆ
พอนึกถึงตอนที่เจ้าตัวเล็กเอาตัวรอดโดยมุดตามซอกแคบ ๆ ของระเบียงก็ทำให้เข้าใจได้ในทันที... เจ้าตัวเล็กกำลังมองหาทางหนี!! หลังจากนี้เขาคงต้องเพิ่มจำนวนเวรยามให้มากกว่าเดิมเสียแล้ว...
ถึงตงหยางจะระวังมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถหยุดเจ้าตัวเล็กได้ เพราะเจ้าตัวเล็กหายไปทั้งที่ตัวเองยังไม่รู้สึกตัว...
เช้าวันต่อมาจึงเหลือเพียงความว่างเปล่า... ทั้งที่เจ้าตัวเล็กไม่ได้ลงจากเตียงแม้แต่ก้าวเดียว...
ตอนที่ 42 ตอนพิเศษ5 ปีผ่านไปครอบครัวของเล่อเล่อกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งความสุขผสมกับความวุ่นวาย เพราะในวันหยุดแต่ละวันนั้นจะมีมหกรรมแย่งหลาน แย่งนายน้อย แย่งคุณหนูเกิดขึ้นไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็โต้เถียงอย่างไม่ยอมกัน จนต้องจับฉลากแล้วเลือกวันว่าเจ้าแฝดจะไปอยู่กับใครในวันไหนบ้าง"แม่ขา ขนมนี่ทำไมมันมีน้อยจังคะหนูไม่เคยอิ่มเลย" ซ่งหลินซิน หรือซินซินตัวน้อยมีกระเป๋าสะพายที่เป็นมรดกตกทอด ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องสะพายติดตัวเสมอ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่กระเป๋า แต่เป็นของที่อยู่ในกระเป๋าที่ซินซินให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ นั่นคือกล่องขนมที่วันหนึ่งจะมีให้กินเพียงชิ้นเดียว ไม่เคยพอกินเลยสักครั้ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน!!"เจ๊ไม่เคยแบ่ง" ซ่งเว่ยหลงหรือหลงหลงส่ายศีรษะไปมาทันที เมื่อเห็นพี่สาวพูดถึงขนมที่ม
ตอนที่ 41 บทส่งท้ายตงหยางลืมตาตื่นในมิติของตัวเองอย่างเชื่องช้า เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเขารับรู้ได้ทั้งหมด เขาได้พูดคุยกับเล่อเล่อที่เป็นหมู่ตานดอกน้อย ส่วนเขาคือท่านเทพ และเขาไม่รั้งรอที่จะบอกรักอีกคนตงหยางเพิ่งรู้ว่ามิติแห่งนี้คือมิติของเล่อเล่อ แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้นเอง เพราะส่วนใหญ่นั้นถิงถิงเป็นคนดูแล มีดสั้นนั้นคือตัวเชื่อมให้เขามาอยู่ในมิติของเล่อเล่อ แต่ไม่ได้เข้าไปในมิติได้ทั้งหมดเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหนังสือปริศนาถึงพูดถึงการเลือก เพราะมันคือการเลือกครั้งสุดท้าย ตอนนี้เขาอยากลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอกมิติแต่กลับขยับตัวไม่ได้ จึงต้องนอนนิ่งอยู่แบบนี้ แล้วคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา วาดหวังว่าออกไปแล้วจะเจอภรรยารออยู่ที่บ้าน หวังว่าภรรยาจะเลือกกลับมาหาเขาและลูกเพื่ออยู่ด้วยกันอีกครั้ง
ตอนที่ 40 นายหญิงหวนคืนในวันนี้หนูน้อยฝาแฝดมีอายุครบหนึ่งเดือนเด็กทั้งสองเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย กินแล้วนอนเพียงเท่านั้น ส่วนคนที่เลี้ยงนั้นมีแต่ผู้ชาย มีเพียงแม่นมกับป้าเหยียนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงไม่มีใครกล่าวถึงนายหญิงอีกเลยหลังจากที่นายท่านกลับมาพร้อมกับนายน้อยและคุณหนู คนในเรือนชั้นในและคนสนิทพอจะรู้เรื่องบ้าง แต่คนภายนอกก็มีคนสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามหาอยู่ดีตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตงหยางจมอยู่กับความเศร้า แต่เพราะลูกกับคนรอบข้างที่บอกว่าอาจเพราะภรรยานั้นหายไปรักษาตัวเหมือนที่พ่อตาเคยเป็น ถึงจะไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่หากคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้เขาสุขใจสบายใจ เขาก็จะคิดเช่นเดียวกันการหายไปของภรรยาในครั้งนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน เพราะกระเป๋าที่พกติดตัวเป็นประจำไม่ตามไปด้วย ยังคงอยู่ที่นี่และอยู่ใกล้ลูกสาวของเขาตลอด ไม่ว
ตอนที่ 39 โชคดีหรือโชคร้าย...เมื่อถึงกำหนดคลอด ก่อนมานอนที่โรงพยาบาล เล่อเล่อได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว"ตื่นเต้นไหมคนสวย" เสี่ยหานเดินเข้ามาหาลูกสาว เขาตามมานอนเฝ้าด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่รู้ว่าที่นี่มีหมอมีพยาบาลพร้อม ถึงจะอุ่นใจมากแค่ไหนก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี"ตื่นเต้นค่ะ... ตอนที่แม่คลอดหนู พ่อตื่นเต้นไหมคะ" อยากรู้ความรู้สึกว่าคนอื่นจะเป็นแบบเดียวกันกับเธอไหม"ตื่นเต้นทั้งสองคนเลย แต่พ่อพยายามไม่แสดงออก เพราะกลัวแม่ของลูกจะกังวลมากกว่าเดิม พ่อคิดว่าพ่อเก็บอาการได้ดีกว่าลูกเขย" เสี่ยหานตอบลูกสาว และประโยคท้ายก็ก้มลงมากระซิบบอกลูกสาวเสียงเบา"เป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ" เล่อเล่อหัวเราะคิกคักทันทีที่หันไปเจอสามีที่มีสีหน้าซีดแล้วซีดอีกมีใครจะรู้บ้างว
ตอนที่ 38 ปริศนาส่วนที่เหลือชิวหานนั่งเหม่อมองพื้นที่ปลูกสมุนไพรของน้องสาวด้วยสายตาว่างเปล่าเรื่องราวนั้นได้ผ่านมาแล้วเกือบสามเดือน แต่มันก็ยังทำให้เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเห็นสถานที่ที่น้องสาวเคยอยู่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวเป็นตายร้ายดียังไง ไม่ได้ถามถึง ไม่ได้อยากรู้ ที่เขามองและเจ็บปวด เป็นเพราะเขารับรู้เรื่องราวของน้องสาวที่กล้าวางยาฆ่าแม่กับยาย นับประสาอะไรกับเขาที่เป็นพี่ชายจะไม่โดน เขาจึงไม่อยากรับรู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง รู้แค่ว่าถูกส่งตัวให้บ้านเศรษฐีที่ตายด้วยน้ำมือของเหมยฮวาเขาละอายใจในหลาย ๆ เรื่อง เขาคือคนที่ชักศึกเข้าบ้านผู้มีพระคุณ แต่เพราะอยากตอบแทนบุญคุณและชดใช้ในสิ่งที่น้องสาวทำ เขาเลยยังอยู่ตรงนี้ ทนอยู่กับความอัปยศที่น้องสาวทิ้งไว้"ยังไม่เลิกคิดอีก นายท่านกับนายหญิงไม่เคยว่าเลย แต่ก็ชอบมานั่งตรงนี้" ซือ
ตอนที่ 37 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเหมยฮวามองหน้านายท่านด้วยความหลงใหลสองมือค่อย ๆ ประคองเพื่อป้อนยาที่ตัวเองเพิ่งจะได้มาจากย่านที่เป็นตลาดมืดเมื่อครั้งเก่าก่อน ยานี้มีฤทธิ์ให้ผู้ชายอยากปลดปล่อย หากเป็นสมัยโบราณก็เป็นยาปลุกกำหนัด แต่สมัยนี้เธอไม่รู้ว่าเขาเรียกว่ายาอะไรมันไม่สำคัญว่าจะเรียกอะไร ขอแค่มันได้ผลเป็นพอ"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เราจะได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ สักที ต่อไปนายท่านก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน" เธอพยายามกรอกยาใส่ปากอีกคนที่ไม่ได้สติแต่ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงส่วนล่างแข็งขึ้นมาก็พอ นอกนั้นเธอจัดการเองได้อยู่แล้วตงหยางหงุดหงิดในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่ในแผนหรือว่าผิดแผนไปแล้ว เขาเป็นห่วงลูกกับภรรยา อยากช่วยเหลือ ในตอนแรกเขาคิดว่าเพียงนอนนิ่ง ๆ แกล้งหมดสติเท่านั้น ที่ไหนได้ ยาที่คนตัวเล็กให้กินกลายเป็นยาที่ทำให้เข






![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
