Masukตอนที่ 7 ออกตามหาด้วยตัวเอง
เล่อเล่อลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความประหลาดใจ... กลับมาแล้ว!! เมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุดก็ได้กลับมา เมื่อคืนเธอนอนหลับอยู่ในบ้านของพี่ชายหยาง แต่พอตื่นกลับมาอยู่ที่บ้านของตัวเอง
เล่อเล่อไม่ตกใจในเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เธอแค่ไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาได้ยังไง เล่อเล่อค่อย ๆ ขยับตัวให้เงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอรู้ว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยเหมือนแต่ก่อน ดีที่ว่าเธอกลับมานอนบริเวณใต้เตียงนอนของตัวเอง ซึ่งเธอชอบมุดเข้ามาเล่นเป็นประจำอยู่แล้ว
"อาจเพราะความกลัวถึงทำให้ตัวเล็กมาที่นี่ได้"
เมื่อนึกถึงคำพูดของพี่ชายหยางจึงทำให้เธอคิดทบทวน หากเธอจำไม่ผิด เมื่อคืนเธอฝันร้าย!! หรือฝันร้ายสามารถพาเธอกลับมาได้!! หากเป็นแบบนั้นจริง ๆ ความกลัวสามารถพาเธอไปที่ไหนก็ได้แน่ ๆ
"เดี๋ยวค่อยลองทีหลัง" เมื่อตัดสินใจด้วยการคิดเองเออเองแล้วว่า สิ่งสำคัญที่ต้องทำในตอนนี้คือไปสถานีตำรวจ เพื่อให้ช่วยตามหาพ่อกับลุงก่อนเป็นอันดับแรก
เล่อเล่อคลานออกมาจากใต้เตียงแล้วตรงไปยังห้องน้ำ เธอจัดการทำธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย ก่อนจะออกมาเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อแขนยาวกางเกงขายาว และสวมใส่รองเท้าผ้าใบอย่างเรียบร้อยอีกด้วย ครั้งนี้เธอเตรียมตัวพร้อมมากกว่าครั้งที่แล้ว ครั้งที่แล้วเท้าเธอมีแผลจนแสบไปหมด ดีที่แผลมันหายเร็ว ไม่อย่างนั้นเธอคงยังเจ็บแผลอยู่แน่ ๆ
เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอก็ออกมายืนจ้องมองโทรศัพท์ ชั่งใจว่าควรใช้มันดีไหม หรือเธอควรออกไปที่สถานีตำรวจเลย
"อย่าเชื่อสิ่งที่มองไม่เห็น จนกว่าเราจะไปเจอด้วยตัวเอง"
อยู่ ๆ ก็นึกถึงคำพูดของพี่ชายหยาง จึงทำให้เธอตัดสินใจได้ โทรศัพท์เธอมองไม่เห็น เธอไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนรับสายแล้วพูดสายด้วย ไปหาตำรวจเองดีกว่า ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่พี่ชายหยางบอกมานั้นจะถูกหรือผิด แต่เพราะบางคำพูดของพี่ชายหยางสอนเธอเหมือนกับที่พ่อสอน เธอเลยเลือกที่จะเชื่อฟังเช่นกัน
เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็เลิกสนใจโทรศัพท์ แล้วมาสนใจเส้นทางหนีของตัวเอง ทางลอดสุนัขตรงสวนหลังบ้านยังเป็นตัวเลือกของเธอ จึงเริ่มคลานออกไปอย่างไม่รีบร้อน เป็นครั้งแรกที่เธอจะออกนอกบ้านเพียงลำพัง ถึงแม้ในใจจะกลัวอยู่พอสมควร แต่เธอกลัวที่จะหาพ่อไม่เจอมากกว่า
แน่นอนว่าการที่เธอต้องมุดต้องคลานออกไปตรงทางลอด จะต้องเจอทั้งหนามเกี่ยว หญ้าบาด โดนกิ่งไม้ทิ่มตำตามร่างกาย ยังดีที่เธอเลือกสวมใส่ชุดที่มิดชิด แต่บริเวณไหนที่ไม่มีเสื้อผ้าบดบังก็ทำให้เกิดรอยได้อยู่ดี ยิ่งผิวบาง ๆ เนียน ๆ ใส ๆ โดนนิดโดนหน่อยก็เป็นรอยแล้ว ถึงจะแสบ ๆ คัน ๆ เธอก็ยังอดทน!!
"แม่ขา... ช่วยคุ้มครองพ่อขาด้วยนะคะ" เล่อเล่อพึมพำเหมือนที่ชอบพูดบ่อย ๆ เธอจำมาจากพ่อที่ชอบบอกว่า แม่คอยมองดูเธอเติบโต และคุ้มครองเธอให้ปลอดภัย ตอนนี้เธอสบายดี แต่พ่อกลับไม่สบาย เธอเลยขอให้แม่ไปคุ้มครองพ่อให้ปลอดภัยเสียก่อน
เมื่อลอดออกมาได้แล้ว เล่อเล่อก็ได้แต่มองซ้ายทีขวาที เพราะเธอไม่รู้ว่าควรไปทิศทางใด บ้านของเธออยู่ห่างไกลจากบ้านหลังอื่นอยู่พอสมควร เธอจึงต้องเดา!! โดยเลือกวิ่งไปที่ถนนที่มีรถวิ่งเยอะ ๆ แล้วค่อยนั่งรถไปสถานีตำรวจ
เล่อเล่อวิ่งมาเรื่อย ๆ จากตอนแรกคิดว่ามันใกล้ ๆ ที่ไหนได้ มันไกลมากจนตอนนี้เหงื่อเริ่มไหลตามไรผม เธอเพิ่งรู้ว่าการที่ไม่มีพ่ออยู่ด้วยมันไม่ดีมาก ๆ ในบ้านไม่มีใครอยู่เลย ป้านมก็หาย พี่เลี้ยงก็หายไปหมด บ้านเธอเหมือนบ้านร้าง ไม่มีคนอยู่เลยสักคน พอมีคนมาก็เป็นคนร้ายทั้งนั้น
"คุณป้าขา... หนูจะไปสถานีตำรวจ หนูต้องนั่งรถอะไรไป" เมื่อเห็นร้านค้าก็รีบเข้าไปถามทันที
"จะไปทำไม แล้วมากับใครเนี่ย" เมื่อมองแล้วว่าไม่น่าจะใช่ลูกชาวบ้านแถวนี้ จึงต้องถามหาพ่อแม่หรือคนมาด้วยเสียก่อน
เล่อเล่อไม่ได้ตอบคำถาม เธอเพียงยืนรอคำตอบเงียบ ๆ เธอไม่แน่ใจว่าควรตอบแบบไหนดี
"แล้วนี่มายังไง พ่อแม่ไปไหน ลูกเต้าเหล่าใคร" เมื่อเห็นว่าอีกคนยังเงียบเลยถามอีกครั้ง ดูแล้วเด็กไม่น่าจะเกินเจ็ดขวบ รูปร่างหน้าตาผิวพรรณดูก็รู้ว่าเป็นลูกคนมีเงิน ไม่น่าจะออกมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้
"หนูกำลังจะไปหาคุณพ่อค่ะ" เล่อเล่อตัดสินใจตอบออกไป
"พ่อทำงานเป็นตำรวจหรอกเหรอ นั่งแท็กซี่ไปดีกว่าไหม" เด็กเล็ก ๆ ไม่ควรขึ้นรถประจำทางหรือรถไฟฟ้าเพียงลำพัง นั่งแท็กซี่ไปน่าจะดีที่สุด
"หนูต้องไปนั่งที่ไหนเหรอคะ" เพราะเธอไม่รู้ว่าจะต้องเรียกรถยังไง ถึงได้แต่ยืนถามอยู่ตรงนี้
"พ่ออยู่สถานีไหน จะได้บอกแท็กซี่ว่าต้องไปส่งที่ไหน" เมื่อคิดว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของตำรวจก็เลยจะช่วยเหลือสักหน่อย
"ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ เป็นสถานีตำรวจใหญ่ ๆ หนูไม่รู้จักชื่อค่ะ" เล่อเล่อยังคงตอบคำถาม แม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็พยายามที่จะบอกให้คุณป้าเข้าใจ
"งั้นมา จะพาไปเรียกรถ" เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีสถานีตำรวจใหญ่ ๆ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนักก็เลยจะเรียกรถให้
"ขอบคุณค่ะ" เล่อเล่อกล่าวขอบคุณคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือเธอ
"ก่อนลงจากรถต้องถามราคาดี ๆ ระวังโดนโกง อย่าเพิ่งจ่ายเงินเอง ให้ไปตามผู้ใหญ่มาจ่ายให้ก็ได้ เข้าใจไหม" ในเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กน่ารัก ผิวพรรณดี หน้าตาดี มีพ่อเป็นตำรวจใหญ่ และที่สำคัญเป็นเด็กดีมีมารยาทอีกด้วย เธอเลยกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ
"คุณลุงขา อีกไกลไหมคะ" เมื่อนั่งรถได้มาสักพัก เธอก็ถามคุณลุงขับรถ
"อีกนิดเดียว ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก" คนขับรถตอบ เขาสงสัยว่าพ่อของเจ้าตัวเล็กคงมายืนรอแล้วแน่ ๆ ถึงได้ถามบ่อย ๆ
เป็นเพราะคุณป้าบอกกับคนขับรถว่าเธอเป็นลูกนายตำรวจใหญ่ แล้วบอกว่าควรไปส่งเธอที่ไหน ถือว่าโชคดีที่คุณป้าบอกไปแบบนั้น เพราะบางครั้งแท็กซี่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ จริงหรือไม่เธอก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นคุณป้าที่เรียกรถบอกให้เธอได้รับรู้ในช่วงที่ยืนรอรถ เธอก็แค่พยักหน้ารับเพียงเท่านั้น
"คุณลุงคะ กี่หยวนเหรอคะ" เล่อเล่อมีเงินติดตัวมาด้วย แต่เธอไม่ได้เอาออกมาทั้งหมด เธอเอาออกมาเพียง 50 หยวนเท่านั้น
"ยังไม่ถึงที่หมาย เลยยังตอบไม่ได้ ใจเย็น ๆ " คุณลูกขับรถก็หัวเราะเจ้าตัวเล็กที่ถามทั้งราคา และยังคอยถามว่าจะถึงเมื่อไหร่ อีกไกลแค่ไหน ตั้งแต่นั่งรถมา เขาเจอคำถามนี้มาหลายรอบแล้ว
เล่อเล่อนั่งอยู่บนแท็กซี่ด้วยความร้อนใจ เธออยากไปถึงสถานีตำรวจให้เร็วที่สุด!! เธออยากเจอพ่อ อยากเจอลุงของเธอแล้ว
เล่อเล่อไม่รู้เลยว่ามีรถคันหนึ่งขับตามมาตลอดเส้นทาง ตามมาตั้งแต่เธอออกจากบ้าน คนกลุ่มนี้อยู่เฝ้าที่บ้านหลังนั้นมาเกือบอาทิตย์แล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติ ไร้ซึ่งวี่แววของผู้คน เฝ้ารอจนเริ่มถอดใจ แต่แล้ววันนี้กลับมีบางอย่างเกิดขึ้นภายในบ้าน พอเข้าไปตรวจสอบถึงรู้ว่ามีคนอยู่
พวกเขาคิดว่าในบ้านหลังนั้นน่าจะมีห้องลับสักห้อง หรืออาจจะมีห้องใต้ดินที่ซุกซ่อนอยู่ ไม่อย่างนั้นตลอดอาทิตย์ก็ต้องเจออะไรบ้างแล้ว เพิ่งจะมาเจอวันนี้ พวกเขาถึงได้ตามดูอยู่ห่าง ๆ ตามที่ได้รับคำสั่ง
ตอนนี้เริ่มมีการเคลื่อนไหว และแน่นอนว่าเคลื่อนไหวไปที่สถานีตำรวจอีกด้วย พวกเขาคิดว่าอีกไม่นานคงจะมีคำสั่งใหม่ออกมา คงไม่ใช่แค่เฝ้าดูเพียงอย่างเดียวอีกแน่นอน...
ตอนที่ 42 ตอนพิเศษ5 ปีผ่านไปครอบครัวของเล่อเล่อกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งความสุขผสมกับความวุ่นวาย เพราะในวันหยุดแต่ละวันนั้นจะมีมหกรรมแย่งหลาน แย่งนายน้อย แย่งคุณหนูเกิดขึ้นไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็โต้เถียงอย่างไม่ยอมกัน จนต้องจับฉลากแล้วเลือกวันว่าเจ้าแฝดจะไปอยู่กับใครในวันไหนบ้าง"แม่ขา ขนมนี่ทำไมมันมีน้อยจังคะหนูไม่เคยอิ่มเลย" ซ่งหลินซิน หรือซินซินตัวน้อยมีกระเป๋าสะพายที่เป็นมรดกตกทอด ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องสะพายติดตัวเสมอ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่กระเป๋า แต่เป็นของที่อยู่ในกระเป๋าที่ซินซินให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ นั่นคือกล่องขนมที่วันหนึ่งจะมีให้กินเพียงชิ้นเดียว ไม่เคยพอกินเลยสักครั้ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน!!"เจ๊ไม่เคยแบ่ง" ซ่งเว่ยหลงหรือหลงหลงส่ายศีรษะไปมาทันที เมื่อเห็นพี่สาวพูดถึงขนมที่ม
ตอนที่ 41 บทส่งท้ายตงหยางลืมตาตื่นในมิติของตัวเองอย่างเชื่องช้า เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเขารับรู้ได้ทั้งหมด เขาได้พูดคุยกับเล่อเล่อที่เป็นหมู่ตานดอกน้อย ส่วนเขาคือท่านเทพ และเขาไม่รั้งรอที่จะบอกรักอีกคนตงหยางเพิ่งรู้ว่ามิติแห่งนี้คือมิติของเล่อเล่อ แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้นเอง เพราะส่วนใหญ่นั้นถิงถิงเป็นคนดูแล มีดสั้นนั้นคือตัวเชื่อมให้เขามาอยู่ในมิติของเล่อเล่อ แต่ไม่ได้เข้าไปในมิติได้ทั้งหมดเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหนังสือปริศนาถึงพูดถึงการเลือก เพราะมันคือการเลือกครั้งสุดท้าย ตอนนี้เขาอยากลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอกมิติแต่กลับขยับตัวไม่ได้ จึงต้องนอนนิ่งอยู่แบบนี้ แล้วคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา วาดหวังว่าออกไปแล้วจะเจอภรรยารออยู่ที่บ้าน หวังว่าภรรยาจะเลือกกลับมาหาเขาและลูกเพื่ออยู่ด้วยกันอีกครั้ง
ตอนที่ 40 นายหญิงหวนคืนในวันนี้หนูน้อยฝาแฝดมีอายุครบหนึ่งเดือนเด็กทั้งสองเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย กินแล้วนอนเพียงเท่านั้น ส่วนคนที่เลี้ยงนั้นมีแต่ผู้ชาย มีเพียงแม่นมกับป้าเหยียนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงไม่มีใครกล่าวถึงนายหญิงอีกเลยหลังจากที่นายท่านกลับมาพร้อมกับนายน้อยและคุณหนู คนในเรือนชั้นในและคนสนิทพอจะรู้เรื่องบ้าง แต่คนภายนอกก็มีคนสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามหาอยู่ดีตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตงหยางจมอยู่กับความเศร้า แต่เพราะลูกกับคนรอบข้างที่บอกว่าอาจเพราะภรรยานั้นหายไปรักษาตัวเหมือนที่พ่อตาเคยเป็น ถึงจะไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่หากคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้เขาสุขใจสบายใจ เขาก็จะคิดเช่นเดียวกันการหายไปของภรรยาในครั้งนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน เพราะกระเป๋าที่พกติดตัวเป็นประจำไม่ตามไปด้วย ยังคงอยู่ที่นี่และอยู่ใกล้ลูกสาวของเขาตลอด ไม่ว
ตอนที่ 39 โชคดีหรือโชคร้าย...เมื่อถึงกำหนดคลอด ก่อนมานอนที่โรงพยาบาล เล่อเล่อได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว"ตื่นเต้นไหมคนสวย" เสี่ยหานเดินเข้ามาหาลูกสาว เขาตามมานอนเฝ้าด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่รู้ว่าที่นี่มีหมอมีพยาบาลพร้อม ถึงจะอุ่นใจมากแค่ไหนก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี"ตื่นเต้นค่ะ... ตอนที่แม่คลอดหนู พ่อตื่นเต้นไหมคะ" อยากรู้ความรู้สึกว่าคนอื่นจะเป็นแบบเดียวกันกับเธอไหม"ตื่นเต้นทั้งสองคนเลย แต่พ่อพยายามไม่แสดงออก เพราะกลัวแม่ของลูกจะกังวลมากกว่าเดิม พ่อคิดว่าพ่อเก็บอาการได้ดีกว่าลูกเขย" เสี่ยหานตอบลูกสาว และประโยคท้ายก็ก้มลงมากระซิบบอกลูกสาวเสียงเบา"เป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ" เล่อเล่อหัวเราะคิกคักทันทีที่หันไปเจอสามีที่มีสีหน้าซีดแล้วซีดอีกมีใครจะรู้บ้างว
ตอนที่ 38 ปริศนาส่วนที่เหลือชิวหานนั่งเหม่อมองพื้นที่ปลูกสมุนไพรของน้องสาวด้วยสายตาว่างเปล่าเรื่องราวนั้นได้ผ่านมาแล้วเกือบสามเดือน แต่มันก็ยังทำให้เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเห็นสถานที่ที่น้องสาวเคยอยู่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวเป็นตายร้ายดียังไง ไม่ได้ถามถึง ไม่ได้อยากรู้ ที่เขามองและเจ็บปวด เป็นเพราะเขารับรู้เรื่องราวของน้องสาวที่กล้าวางยาฆ่าแม่กับยาย นับประสาอะไรกับเขาที่เป็นพี่ชายจะไม่โดน เขาจึงไม่อยากรับรู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง รู้แค่ว่าถูกส่งตัวให้บ้านเศรษฐีที่ตายด้วยน้ำมือของเหมยฮวาเขาละอายใจในหลาย ๆ เรื่อง เขาคือคนที่ชักศึกเข้าบ้านผู้มีพระคุณ แต่เพราะอยากตอบแทนบุญคุณและชดใช้ในสิ่งที่น้องสาวทำ เขาเลยยังอยู่ตรงนี้ ทนอยู่กับความอัปยศที่น้องสาวทิ้งไว้"ยังไม่เลิกคิดอีก นายท่านกับนายหญิงไม่เคยว่าเลย แต่ก็ชอบมานั่งตรงนี้" ซือ
ตอนที่ 37 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเหมยฮวามองหน้านายท่านด้วยความหลงใหลสองมือค่อย ๆ ประคองเพื่อป้อนยาที่ตัวเองเพิ่งจะได้มาจากย่านที่เป็นตลาดมืดเมื่อครั้งเก่าก่อน ยานี้มีฤทธิ์ให้ผู้ชายอยากปลดปล่อย หากเป็นสมัยโบราณก็เป็นยาปลุกกำหนัด แต่สมัยนี้เธอไม่รู้ว่าเขาเรียกว่ายาอะไรมันไม่สำคัญว่าจะเรียกอะไร ขอแค่มันได้ผลเป็นพอ"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เราจะได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ สักที ต่อไปนายท่านก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน" เธอพยายามกรอกยาใส่ปากอีกคนที่ไม่ได้สติแต่ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงส่วนล่างแข็งขึ้นมาก็พอ นอกนั้นเธอจัดการเองได้อยู่แล้วตงหยางหงุดหงิดในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่ในแผนหรือว่าผิดแผนไปแล้ว เขาเป็นห่วงลูกกับภรรยา อยากช่วยเหลือ ในตอนแรกเขาคิดว่าเพียงนอนนิ่ง ๆ แกล้งหมดสติเท่านั้น ที่ไหนได้ ยาที่คนตัวเล็กให้กินกลายเป็นยาที่ทำให้เข







