Masukสามีข้าถูกตัดลิ้นเป็นใบ้ตามตัวยังมีรอยแผลเป็นน่าเกลียดเต็มไปหมดส่วนข้าเป็นจิ้งจอกที่วิญญาณไปอยู่ในร่างของสตรีโชคร้ายคนหนึ่ง "เยี่ยนฟาง ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธข้าน้อยใจข้าที่ข้าปฏิเสธเจ้าครั้งนั้น แต่เจ้าก็ไม่ควรคว้าใครที่ไหนก็ได้มาแบบนี้แถมเขายังเป็นใบ้อีก กลับไปกับข้าเถอะข้าจะทำลูกให้เจ้าสัก4-5คน" " เหวินฟู่เจ้าเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว ข้าเคยให้โอกาสเจ้าแต่เจ้าไม่รับไว้เอง ตอนนี้เจ้าหมดสิทธิ์แล้ว "
Lihat lebih banyakสัมผัสวาบหวามทั่วทั้งเรือนร่าง ทำให้นางค่อยๆลืมตาขึ้นมา ดวงตาของนางมีดวงไฟสีแดงฉาน ชายคนหนึ่งกำลังซุกหน้าอยู่กับทรวงอกของนาง อีกสองคนก็ลูบไล้ต้นขานางคนละข้าง
นางใช้มือหนึ่งจิกหัวชายที่ซุกไซร้อกอวบของนาง ใช้อีกมือที่เล็บยาวแดงออกออกมาตะปบบีบคอชายคนนั้นจนตายแล้วโยนร่างเขวี้ยงทิ้งไป ชายอีกสองคนตกใจลนลานจะวิ่งหนี แต่นางก็ใช้พลังจากฝ่ามือทั้งสองข้างซัดใส่จนชายทั้งสองตายคาที่ กวาดสายตามองรอบตัวถึงได้รู้ว่าที่นี่เป็นห้องเก็บฟืน
เดิมทีนางเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนเป็นจิ้งจอกเก้าหางที่บำเพ็ญตบะอยู่ ระหว่างการฝึกฝนวิญญาณได้หลุดล่องลอยออก เกิดข้อผิดพลาดไม่สามารถกลับเข้าร่างเดิมได้ กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปเรื่อยๆจนผ่านมาถึงที่นี่ อยู่ๆก็มีพลังงานวูบใหญ่ดูดเอาวิญญาณของนางเข้ามาอยู่ในร่างนี้
นางเอามือแตะเลือดตรงมุมปากรับรู้ได้ถึงสัมผัสเจ็บปวดคาวเลือดคละคลุ้ง เจ้าของร่างยอมตายดีกว่ายอมถูกข่มเหง เห็นว่าไม่มีทางหนีรอดจึงชิงลงมือฆ่าตัวตายก่อนด้วยการกัดลิ้น นางยกฝ่ามือขึ้นมาปรากฏแสงสีทองแล้วนำมาปิดปากสักครู่ลิ้นที่ขาดก็กลับมาเป็นปกติ จากนั้นก็วาดมือบนอากาศเพื่อดูเรื่องราวของเจ้าของร่างเดิม
ภาพปรากฎขึ้น เจ้าของร่างเดิมชื่อฉีเยี่ยนฟาง เป็นบุตรสาวของขุนนางในราชสำนักชื่อซูจิ่งหาน หลายปีก่อนได้ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ในป่าไม่สนเป็นตาย เพียงเพราะเกิดในคืนเดือนดับทั้งยังเป็นใบ้ มีคนบอกว่านางคือตัวกาลกิณี มารดาของเจ้าของร่างเชื่อสนิท รังเกียจนาง จึงนำนางไปทิ้งไว้ในป่า
หลังจากนั้นก็มีครอบครัวหนึ่งที่มาพบเข้าและรับเลี้ยงนาง อีกหนึ่งปีต่อมาฮูหยินซูก็ได้ให้กำเนิดเด็กสาวคนหนึ่ง
ต่อมาหวังชุนกลับมาจากกองทัพบาดเจ็บหนัก ถูกศัตรูตัดเส้นเอ็นขาจนพิการเดินไม่ได้ หวังชุนกับซูซ่างเอินเป็นคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกัน ซูซ่างเอินรังเกียจไม่อยากแต่งกับคนพิการ
ซูจิ่งหานกับซูหว่านเหลียนก็เห็นด้วยใครเล่าจะให้บุตรสาวสุดที่รักคนเดียวไปแต่งงานกับคนพิการ แต่ตระกูลหวังเป็นตระกูลใหญ่ไม่อาจจะต่อกรได้ อีกทั้งสัญญาหมั้นหมายก็เป็นซูจิ่งหานที่แทบจะกราบขอให้สองตระกูลเกี่ยวดองกัน ทีแรกหวังซิงเหอไม่ยินดีเพราะต้องการองค์หญิงสักคนมาเป็นสะใภ้มากกว่า แต่หวังชุนยืนยันว่ารักซูซ่างเอิน จึงยอมรับการหมั้นในครั้งนั้น จึงให้คนไปตามหาบุตรสาวอีกคนที่ทิ้งไป บังเอิญพบเบาะแสจึงให้ซูเว่ยหมิงบุตรชายคนโตไปรับนางกลับมา
ซูเว่ยหมิงจึงไปรับฉีเยี่ยนฟางมา ซูหว่านเหลียนวางแผนกับซูซ่างเอินให้นางแต่งงานแทน เมื่อถึงเวลาก็ใส่ยาในน้ำชาให้นางดื่ม ทำให้นางไร้เรี่ยวแรงขัดขืน แล้วจับนางแต่งชุดเจ้าสาวโยนขึ้นเกี้ยวออกไปแทน นางถูกแม่สื่อประคองพาทำพิธีจนเสร็จแล้วส่งตัวเข้าห้องหอ หวังชุนดีใจรีบตามไปพอเปิดผ้าคลุมออก คนตรงหน้าไม่ใช่ซูซ่างเอินก็โกรธจัด
ฉีเยี่ยนฟางที่ยังมึนงงเพราะฤทธิ์ยาอยู่ ก็ได้แต่โบกมือปฏิเสธ จะพูดก็ไม่ได้อธิบายก็ไม่ได้เพราะเป็นใบ้ หวังชุนโมโหมากสั่งให้บ่าวรับใช้มาลากตัวนางไปไว้ที่ห้องเก็บฟืนแล้วเรียกบ่าวรับใช้ชายสามคนให้ไปย่ำยีนาง
นางวาดมือทีเดียวภาพเรื่องราวตรงหน้าก็หายไป
"ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้ข้ามาอยู่ในร่างนี้ งั้นต่อไปข้าก็คือฉีเยี่ยนฟาง ไม่ต้องห่วง ใครก็ตามที่ทำร้ายเจ้าข้าจะเอาคืนมันให้สาสม"
ดวงตาดุดันของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเล็บมือยาวเฟื้อยออกมา หางปุกปุยทั้งเก้าโผล่สะบัดพลิ้ว
หวังชุนยกไหเหล้าขึ้นดื่ม เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าสาวของเขาถึงกลายเป็นใครก็ไม่รู้ เขาจะไปที่จวนตระกูลซูถามว่าเกิดเรื่องบ้าบอแบบนี้ได้ยังไง แต่ถูกลูกน้องคนสนิทห้ามเอาไว้ว่าออกไปตอนนี้ไม่ได้ แขกเหรื่อยังอยู่กันเต็มจวน หากเขาออกไปทุกคนก็ต้องรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นตระกูลหวังจะต้องเสียหน้า ให้รอตอนเช้าก่อนค่อยว่ากัน เขาถึงต้องมาดื่มเหล้าเมามายอยู่แบบนี้ ส่วนสตรีคนนั้นที่บังอาจสวมรอยเป็นเจ้าสาวของเขา ก็สมควรแล้วที่นางต้องเป็นเช่นนั้น ในเมื่ออยากมีสามีนักเขาก็จัดให้ ให้มีทีเดียวไปเลยสามคน หึหึ
ยามเฉิน ซูจิ่งหาน ซูหว่านเหลียน ซูเว่ยหมิงและซูซ่างเอินก็พากันมานั่งหน้าสลอนอยู่ที่จวนตระกูลหวัง ซูซ่างเอินตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
" ข้าไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ข้าผิดเองที่ไม่ระวังตัว ทั้งที่สาวใช้ก็เตือนแล้วว่านางจ้องมองชุดเจ้าสาวตาเป็นมัน ยังแอบเอาไปใส่อีก แต่ข้าก็ไม่เชื่อ คิดว่านางเป็นพี่สาวข้าจะหักหลังข้าได้อย่างไร จนกระทั่งวันงานข้ากำลังแต่งหน้าอยู่อยู่ดีๆนางก็เอาน้ำมาให้ข้าดื่ม หลังจากนั้นข้าก็ง่วงนอนมากไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกจับมัดเอาไว้แล้ว"
ซูหว่านเหลียนจับมือซูซ่างเอินปลอบใจก่อนจะพูดขึ้น
" ตอนนั้นสาวใช้เข้ามาบอกข้าว่าเอินเอินถูกจับมัดไว้ที่มุมห้อง ส่วนเยี่ยนฟางกลับหายตัวไป พวกข้าถึงได้รู้ว่านางแอบสวมรอยเป็นเอินเอินขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปแทนแล้วจับเอินเอินมัดไว้ กว่าจะรู้เรื่องก็สายเกินไปแล้ว ตอนนั้นข้าคิดว่าคุณชายหวังคงกำลังเข้าหอกับนางแล้ว ครั้นจะไปบอกเรื่องนี้ก็เกรงว่าจะทำให้จวนตระกูลหวังวุ่นวายตอนนั้นคนที่มาร่วมงานคงจะหัวเราะเยาะแน่ ก็เลย"
" แล้วเจ้าคิดว่าการมารู้เรื่องตอนนี้ตระกูลหวังของเราจะไม่ถูกหัวเราะเยาะรึ"
หวังซิงเหอตบโต๊ะเสียงดังพูดด้วยความโมโห
" ข้าต้องขออภัยใต้เท้าหวังจริงๆ ใครจะไปคิดหล่ะว่าบุตรสาวของข้าที่มาจากชนบทจะใจกล้าบ้าบิ่น ถึงกับปลอมตัวเป็นเจ้าสาวได้ หากรู้แบบนี้ข้าคงไม่รับนางกลับมาหรอก "
" ข้าก็บอกท่านพ่อแล้วว่านางเป็นคนร้ายกาจขี้อิจฉาริษยา แต่ท่านก็ยังยืนยันให้ข้าไปรับนางกลับมา เพื่อชดเชยให้นางที่ต้องพลัดพรากจากไปหลายปี แต่นางนิสัยเสียไม่หาย วันแรกที่กลับจวนมาก็ขโมยเครื่องประดับของเอินเอินไปตั้งหลายชิ้น"
" พี่ใหญ่ ท่านอย่าพูดอีกเลย"
" จริงรึเอินเอิน"
" ท่านแม่ท่านอย่าไปฟังพี่ใหญ่ พี่เยี่ยนฟางอยู่ที่ชนบทแร้นแค้น นางไม่เคยมีเครื่องประดับสวยๆใส่ เมื่อนางอยากได้ก็ให้นางไปเถอะข้ายังมีอีกมาก ที่สำคัญหลายปีมานี้นางคงลำบากไม่น้อย หากมีสิ่งใดแบ่งปันนางได้ข้าก็ยินดี"
" โธ่เอินเอิน เจ้าช่างเป็นเด็กดีนัก"
" ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วแก้ไขไม่ได้อีก พี่อาชุน ท่านก็รับนางเป็นภรรยาเถิด"
" ไม่ เอินเอินข้าไม่ยอมรับ ใครบอกเจ้าว่าเรื่องนี้แก้ไขไม่ได้ เมื่อคืนข้าไม่ได้เข้าหอกับนางข้ายังบริสุทธิ์"
" เยี่ยนฟาง ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธข้า น้อยใจข้าที่ข้าปฏิเสธเจ้า เจ้าอยากมีคนรักอยากมีสามีข้าเข้าใจ แต่เจ้าก็ไม่ควรคว้าใครที่ไหนก็ไม่รู้มาแบบนี้ ข้ากลับมาแล้วข้าพร้อมจะเป็นสามีให้เจ้า ไปกับข้าเถอะ ข้าจะพาเจ้ากลับไปแคว้นซาง บ้านเกิดข้าอยู่ที่นั่นเราจะไปสร้างครอบครัวกัน ข้าจะทำลูกให้เจ้าสักสี่ห้าคน"เห็นนางมองเขาด้วยสายตาเฉยชา เขาก็พูดต่อ" ไม่งั้นเราก็กลับไปเมืองหลวง ไปอยู่จวนหลังเดิมดีไหม"" เหวินฟู่เจ้าเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว ข้าไม่ไปไหนกับเจ้าทั้งนั้น ข้ามีอาเฟิงแล้วข้าจะไปกับเขา เจ้าจะไปไหนก็เเล้วแต่เจ้าเถอะ"นางจูงมือหย่งเฟิงเดินจากไป เหวินฟู่เดินตามไปติดๆ" เจ้าจะตามข้ามาทำไม"ฉีเยี่ยนฟางหันไปต่อว่าเหวินฟู่ หย่งเฟิงก็ใช้สายตาด่าแทน" ข้าไม่ไว้ใจเขา ข้าจะตามเจ้าไปด้วย ข้าจะปกป้องเจ้าเอง"หย่งเฟิงทำท่าจะเข้าใส่ แต่ฉีเยี่ยนฟางดึงแขนเขาไว้ส่ายหน้า " ไม่ต้องสนใจเขา"นางกลับเข้าเมืองหลวง เพื่อสะสางบัญชีตามที่หย่งเฟิงบอก ต้องสะสางไม่ให้ค้างคาจะได้ไปใช้ชีวิตใหม่อย่างไม่ต้องมีอะไรติดค้างคาใจอีก เดินผ่านร้านเครื่องประดับ นางแวะเลือกดูหย่งเฟิงหยิบกำไลหยกสีชมพูมาสวมให้ นาง เหวินฟู่ก็เลือกกำไลสีฟ้าม
" แล้วไง เป็นนายอำเภอแล้วมีสิทธิ์สั่งทำร้ายใครสั่งฆ่าใครก็ได้อย่างงั้นเหรอ เขาสั่งฆ่าคนของข้า ข้าไม่ฆ่าเขาก็ดีแค่ไหนแล้วก็แค่ให้เขารับรู้ความรู้สึกของการเป็นใบ้ดูบ้าง"" เจ้า เอินซีเจ้าจะยืนดูนางทำร้ายสามีเจ้าเฉยๆเเบบนี้รึไง"" สามี เขาไม่ใช่สามีข้าแล้ว แต่เป็นของเจ้าต่างหาก"" ใครก็ได้ที่อยู่ข้างนอกรีบเข้ามาที"เสียงเรียกของม่ออวี่โหรวบ่าวรับใช้ชายหลายคนก็วิ่งเข้ามา ฉีเยี่ยนฟางหยิบดาบส่งให้ม่อเอินซี" จัดการชายทรยศนั่นซะ อย่าให้ใช้งานได้อีก"ม่อถิงเฟยตกใจรีบเอามือปิดเป้าข้างหนึ่งโบกมือห้ามข้างหนึ่ง" ท่านไม่กล้า งั้นข้าจัดการเอง"ฉีเยี่ยนฟางใช้พลังบังคับให้ม่อถิงเฟยเอามือออกจากเป้า แล้วขว้างดาบไปปักตรงกลางกล่องดวงใจของเขาพอดี ม่อถิงเฟยตาเหลือกชักกระตุกหงายหลังขาชี้ฟ้า ม่อเอินซีเบนหน้าหนี ม่ออวี่โหรวตกใจจนเป็นลมหมดสติ ส่วนพวกบ่าวรับใช้ก็มองอย่างตกตะลึงกลัว" อาเฟิง ดูพวกเขาสิ คนไหนที่ทำร้ายเจ้าวันนั้น ที่อยู่ตรงนี้มีไหม"หย่งเฟิงหันไปมองบ่าวรับใช้ชายที่ยืนเกาะกลุ่มกัน พอเห็นหน้าเขาก็ทำหน้าตกใจก้าวถอยหนี" เจ้า เจ้าไม่ใช่ตายไปแล้วเหรอทำไมยังมาอยู่ตรงนี้ได้อีก"" ชี้บอกข้าเลยข้าจะจัดการ
หย่งเฟิงขีดเขียนลงบนดิน หน้าของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อ" ต่อไปถ้าเจ้าอยากอีกก็บอกข้า"ฉีเยี่ยนฟางอ่านจบก็เงยหน้ามองเขา เขายิ้มเล็กน้อยเขียนต่อ" ตอนนี้เจ้ายังอยากอยู่ไหม"" ข้าฝึกพลังควบคุมมันได้แล้ว"เขามีสีหน้าผิดหวัง แล้วขีดเขียนต่อเล่าเรื่องราวของตัวเอง" ข้าเป็น ข้าเป็นเด็กกำ กำพร้า โว๊ะ อ่านกลับหัวไม่รู้เรื่องเลย"นางคืนร่างเป็นจิ้งจอกมุดเข้าไปนั่งตักเขาอ่านที่เขาเขียน หย่งเฟิงยิ้มโอบกอดนางไว้มือหนึ่ง อีกมือขีดเขียนเล่าเรื่องราว" ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นพ่อแม่ ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครหน้าตาเป็นอย่างไร ข้าอยู่กับยายคนหนึ่ง นางบอกว่าข้าถูกทิ้งลอยน้ำมากับตระกร้าใบหนึ่ง เมื่อก่อนข้าพูดได้ไม่ได้เป็นใบ้ ใช้ชีวิตปกติช่วยยายหาของป่าล่าสัตว์ขาย กระทั่งวันหนึ่งที่หมู่บ้านเกิดโรคระบาด หลายคนติดเชื้อตาย ยายของข้าก็เช่นกัน หลังฝังศพยายข้าก็ออกมาจากหมู่บ้าน โชคดีเจอคนรู้จักช่วยเหลือ เป็นคนในหมู่บ้านที่ไปทำงานอยู่จวนนายอำเภอเขาเลยฝากข้าทำงานด้วย ข้าทำงานอยู่ที่จวนนายอำเภอมาหลายปี กระทั่งวันหนึ่งได้รู้ความลับว่านายอำเภอแอบมีความสัมพันธ์กับพี่สะใภ้ตัวเอง ข้าถูกจับได้ว่าเห็นพวกเขา นายอำเภอจึงให้คนจับข้
" เจ้าชอบอันนี้ไหม แล้วอันนี้หล่ะ"ฉีเยี่ยนฟางชี้ไปที่ขนมอันนั้นอันนี้ หย่งเฟิงทำมือบอกถ้านางชอบเขาก็ชอบ" ดีงั้นเอาหมดนี่เลย"นางล้วงไปหยิบเงิน โอ๊ะ เงินหายไปไหนหมด เหลือแต่ตั๋วเงิน ช่างเถอะขี้เกียจเดินไปแลก นางใช้พลังเสกเงินออกมายื่นให้พ่อค้า" อ่ะไม่ต้องทอน"พ่อค้ายิ้มแป้นรับตำลึงเงินมา พอมีลูกค้าคนต่อไปมาซื้ออีก เขาล้วงถุงเงินเปิดออกจะทอนเงินก็พบว่ามีก้อนหินก้อนใหญ่อยู่ในถุงก็แปลกใจ" เฮ้ย ก้อนหินทำไมมาอยู่ในถุงเงินข้าได้"ฉีเยี่ยนฟางหัวเราะคิกคิก หย่งฟางมองนางแล้วหันไปมองข้างหลัง เห็นพ่อค้ายืนงงอยู่ก็รู้ว่าเป็นฝีมือนาง นางพาเขาใช้ชีวิตกินเที่ยวพักอยู่ในเมืองมาหลายวันแล้วยังไม่ยอมพาเขาเข้าป่าเสียที เขาอยู่ที่ไหนก็ได้หมดขอแค่มีนางอยู่ด้วย ทั้งสองเดินผ่านจิตรกรที่กำลังวาดภาพ" เสร็จแล้ว"เหวินฟู่รับภาพมาดู เหมือนมาก"เหมือนนางมากจริงๆ ท่านเก่งมากฝีมือล้ำเลิศ น่านับถือนัก"เขาโยนถุงเงินให้จิตรกร แล้วพับรูปภาพเก็บจังหวะที่เดินออกมา สายตาก็เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย นางหันไปยิ้มให้บุรุษที่เดินเคียงข้าง นั่นฉีเยี่ยนฟาง เป็นนางไม่ผิดแน่ เขารีบวิ่งตามไป แต่มีคนโผล่ออกมาขวางทาง จึงชนกันจนล้มลง

















