Mag-log inในลมหายใจสุดท้ายของชีวิตวัย 35 ปี ‘ซูเยว่ซิน’ ได้ตระหนักว่าการถูกครอบครัวที่แท้จริงรับกลับไปดูแลนั้นคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมด เธอถูกสลับตัวไปเมื่อแรกเกิด เติบโตอย่างยากลำบากแต่เปี่ยมสุขกับครอบครัวชาวนา ก่อนจะถูกพรากไปสู่คฤหาสน์ของตระกูลซูผู้ให้กำเนิด ที่นั่นเธอไม่ได้พบกับความรัก แต่กลับถูก ‘ซูเหม่ยลี่’ ลูกสาวตัวร้ายที่เติบโตมาในฐานะคุณหนูคอยกดขี่ข่มเหง จนสุดท้ายถูกใส่ร้ายและทอดทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว แต่แล้วสวรรค์กลับมีตา ทำให้เยว่ซินได้ย้อนเวลากลับมาในร่างวัย 17 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งวันก่อนที่ตระกูลซูจะมารับตัว! ครั้งนี้เธอจะไม่เลือกเส้นทางเดิมอีกต่อไป เยว่ซินจึงปฏิเสธสายเลือดอย่างเด็ดขาด ประกาศตัดความสัมพันธ์กับตระกูลเศรษฐี และเลือกที่จะอยู่กับครอบครัวหลินผู้ยากจนแต่รักเธอสุดหัวใจ
view moreกาลเวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของปี 1989 โลกได้หมุนไปข้างหน้าอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง...ณ กรุงปักกิ่ง หลินเยว่ซิน หลินต้าเฉียง และหลินซิวอิงได้กลายเป็นนักศึกษาที่โดดเด่นในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ บริษัทหลิวเยว่ แฟชั่นกรุ๊ปได้เปิดสำนักงานใหญ่และสาขาแฟล็กชิปที่เมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อย และได้กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับชาติที่ทรงอิทธิพลทว่าณ อำเภอหลิวอันที่ห่างไกล ช่วงนี้ได้มีข่าวลือระลอกใหม่เกิดขึ้นในวงน้ำชาของเหล่าแม่บ้าน ข่าวลือที่เกี่ยวกับบุคคลที่แทบจะถูกลบหายไปจากความทรงจำของผู้คนแล้ว“นี่เธอได้ยินเรื่องนั้นหรือยัง?” หญิงคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนบ้าน “เห็นว่านังหนูซูเหม่ยลี่อะไรนั่นกำลังจะกลับมาแล้วนะ”“หา?! กลับมาอะไรกัน?” อีกคนถามด้วยความไม่ใส่ใจ“ก็ฉันได้ยินมาว่าเธอไปเจอผู้อุปถัมภ์คนใหม่ เป็นถึงเถ้าแก่จากต่างเมืองที่ร่ำรวยมากเลยล่ะ เห็นว่าเธอกำลังจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน เธอบอกกับคนไปทั่วว่าความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดโปง ที่แท้หลินเยว่ซินนั่นแหละคืออสรพิษตัวจริง!”ในอดีต ข่าวลือที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้คงจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดไปแล้ว แต่ในวันนี้ปฏิกิริยาของผู้คนกลับแตกต
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ท่านนายพลลู่และภรรยาเดินทางกลับไปแล้ว บ้านของตระกูลหลินก็ยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและความตื่นเต้นไม่จางหาย ทุกคนต่างพูดคุยกันถึงเรื่องงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขท่ามกลางความชื่นมื่นนั้น หลินเยว่ซินกลับรู้สึกว่าหัวใจของตนเองยังคงมีม่านหมอกบาง ๆ ปกคลุมอยู่ เธอยอมรับการสู่ขอ แต่ทว่าเธอยังไม่เคยได้ให้คำตอบแก่เขาจากหัวใจของเธออย่างแท้จริงเลยบ่ายวันนั้น ขณะที่เธอกำลังนั่งออกแบบเสื้อผ้าชุดใหม่อยู่ในห้องทำงาน ลู่เฟิงในชุดลำลองสบาย ๆ ก็เดินเข้ามาหาอย่างเงียบ ๆ“เยว่ซิน” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ไปเดินเล่นกับฉันหน่อยได้ไหม?”แม้จะเป็นคำเชิญที่เรียบง่าย แต่กลับแฝงไว้ด้วยความหมายอันลึกซึ้ง นี่คือการนัดหมายครั้งแรกของพวกเขาในฐานะคู่หมั้นอย่างเป็นทางการเยว่ซินพยักหน้ารับเบา ๆ เธอรู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองเสียทีทั้งสองเดินเคียงข้างกันออกจากตัวเมือง ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่สวยงามหรือโรแมนติกใด ๆ แต่กลับเดินไปตามเส้นทางดินสายเก่าที่ทอดตัวมุ่งตรงไปยังหมู่บ้านหงซิง จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดส
ฤดูสารทของปี 1988 ได้นำพาสายลมเย็นสบายและใบไม้สีทองโปรยปรายมาสู่เมืองหลิวอัน ครอบครัวหลินกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เปี่ยมสุขและวุ่นวายที่สุด พวกเขากำลังเตรียมการใหญ่สำหรับการย้ายไปตั้งรกรากที่เมืองหลวงของต้าเฉียง ซิวอิง และเยว่ซินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเอง จดหมายฉบับหนึ่งจากลู่เฟิงก็ได้ถูกส่งมาถึง ซึ่งเนื้อหาข้างในนั้นก็ค่อนข้างที่จะสั้นกระชับ แต่ทว่ากลับทำให้หัวใจของเยว่ซินเต้นไม่เป็นส่ำ เขาเขียนว่าเขาจะกลับมาเยี่ยมบ้านในสัปดาห์หน้า และครั้งนี้เขาจะไม่ได้มาคนเดียวสัญชาตญาณของเยว่ซินร้องบอกว่าการมาเยือนในครั้งนี้จะต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และดูเหมือนว่าทุกคนในบ้านก็จะรู้สึกได้เช่นเดียวกัน แม่หลินถึงกับลงมือทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่และสั่งให้พ่อหลินไปซื้อใบชาต้าหงเผาชั้นดีที่สุดมาเตรียมไว้ต้อนรับแขกเช้าวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส รถยนต์เก๋งหงฉีสีดำมันวาวสองคันแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูบ้านทรงลานสี่ทิศของตระกูลหลินอย่างเงียบเชียบแต่แฝงไว้ด้วยบารมีอันน่าเกรงขาม การปรากฏตัวของรถยนต์ระดับผู้นำประเทศเช่นนี้ทำให้เพื่อนบ้านที่สัญจรผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดยืนมองด้วยความตก
ฟ้าหลังฝนสำหรับครอบครัวหลินแล้ว ท้องฟ้าของพวกเขาในตอนนี้ไม่เพียงแต่จะสดใสไร้เมฆหมอกบดบัง แต่มันยังประดับประดาไปด้วยดวงดาวแห่งเกียรติยศที่ส่องประกายเจิดจรัสอีกด้วยเวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของปี 1988 หนึ่งปีกว่านับตั้งแต่การล่มสลายของตระกูลซู ช่วงเวลาที่ปราศจากมารผจญนี้เองที่ทำให้ธุรกิจใบไหวดีไซน์ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดราวกับมังกรทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์บัดนี้ หลิวเยว่ แฟชั่นกรุ๊ป ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้าในอำเภอเล็ก ๆ อีกแล้ว แต่ได้กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโรงงานตัดเย็บเป็นของตัวเอง มีสาขากระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั่วทั้งมณฑล และกำลังจะเริ่มขยายตลาดไปยังเมืองหลวงอย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ แบรนด์ใบไหวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นที่ทันสมัย คุณภาพดี และเป็นความภาคภูมิใจของสินค้าที่ผลิตในประเทศอย่างแท้จริงครอบครัวหลินเองก็ได้ย้ายออกจากบ้านหลังเดิมมาอาศัยอยู่ในบ้านทรงลานสี่ทิศ หลังใหญ่ที่เยว่ซินทุ่มเงินซื้อมันมาแล้วตกแต่งใหม่ทั้งหมด ที่นี่กว้างขวางและงดงามราวกับจวนของขุนนางในสมัยก่อน กลางลานบ้านมีสวนหย่อมที่จัดแต่งอย่างสวยงาม มีสระปลาคาร์ปเล็ก ๆ และต้นไหวที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ปร
ณ คฤหาสน์ตระกูลซูอันโอ่อ่า บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความเย็นชาและตึงเครียดราวกับฤดูเหมันต์มาเยือนก่อนกาล นับตั้งแต่วันที่ถูกหลินเยว่ซินหักหน้ากลับมา ซูเจิ้งกั๋วก็เอาแต่เก็บตัวเงียบด้วยโทสะที่ยังคุกรุ่น ส่วนเผยฮุ่ยหลันก็จมอยู่กับความเศร้าสร้อยและความรู้สึกผิดหวังที่ถูกลูกในไส้ปฏิเสธมีเพียงซูเหม่ยลี่เ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังงานฉลอง ควันหลงแห่งความสุขยังคงอบอวลจาง ๆ อยู่ในอากาศ แต่คำประกาศทิ้งท้ายของหลินเยว่ซินเมื่อคืนนี้ก็ได้เข้ามาแทนที่ความปลาบปลื้มยินดีด้วยความสงสัยใคร่รู้ระลอกใหม่ เพราะคำ ๆ นั้นช่างดูห่างไกลจากวิถีชีวิตชาวนาของพวกเขาเหลือเกินหลังมื้อเช้าอันเรียบง่าย เยว่ซินก็ขอให้ทุกคนมารวมตัวกั
เวลาผ่านไปราวหนึ่งเดือนเต็ม ฤดูใบไม้ร่วงได้แผ่พรมสีเหลืองทองของมันไปทั่วทั้งหุบเขา อากาศเริ่มเย็นลงในยามเช้าและค่ำคืน แต่บรรยากาศภายในบ้านตระกูลหลินกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากการเรียนรู้และความหวังทุกค่ำคืน ภาพของสี่ชีวิตที่โน้มตัวเข้าหาแสงตะเกียงดวงน้อยเพื่ออ่านหนังสือได้กลายเป็นเรื่องปกติ ทว่าภ
ดวงตะวันคล้อยต่ำ แสงแดดยามบ่ายที่เคยร้อนแรงเริ่มอ่อนกำลังลง ทอแสงสีอำพันอาบไล้ไปทั่วท้องทุ่งนาสองข้างทาง หลินเยว่ซินเดินถือห่อเกลือเล็ก ๆ กลับบ้านด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอ ในใจของเธอกำลังประเมินสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในตลาดอย่างเงียบ ๆชัยชนะในสมรภูมิน้ำลายเมื่อครู่นี้ไม่ได้ทำให้เธอลิงโลดใจแม้แต่น้อย


















Rebyu