LOGINตอนที่ 8 ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ
เมื่อเล่อเล่อมาถึงสถานีตำรวจก็ทำตัวไม่ถูก
เพราะมีผู้คนมากมายเดินไปมา บางคนก็พูดจาเสียงดัง บางคนก็ทะเลาะกันเสียงดัง เธอจึงเริ่มมองหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่ค่อยมีตำรวจเลย ทุกคนต่างแต่งตัวธรรมดา เธอไม่สามารถแยกได้ว่าคนไหนคือเจ้าหน้าที่ คนไหนคือผู้ร้องทุกข์"หนูคะ... มาหาใครเหรอคะ" หญิงสาวเดินเข้ามาหาเจ้าตัวเล็กพร้อมกับเอ่ยถามอย่างเป็นมิตร
"มาหาคุณตำรวจค่ะ" เล่อเล่อตอบกลับไปอย่างเร็ว พี่สาวคนสวยอาจช่วยเธอได้
"ตำรวจคนไหน หรือว่าตำรวจคนไหนก็ได้" เพราะสถานีตำรวจมีเจ้าหน้าที่มากมาย บางทีต้องระบุว่าจะไปหาใคร
"หนูจะมาให้ตำรวจช่วยตามหาพ่อกับคนในบ้านค่ะ" ในตอนแรกตั้งใจจะบอกให้ช่วยตามหาคุณลุงด้วย แต่เธอไม่มีข้อมูลของคุณลุงเลย ไม่เคยเจอ ไม่เคยเห็น มีเพียงรูปถ่ายที่ไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่ และมันเก่ามากด้วย
"หือ... คนในบ้านไปไหนเหรอคะ" พูดไปก็จูงมือน้อย ๆ ให้ตามเข้าไปด้านในด้วย
"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่มีคนอยู่หลายวันแล้วค่ะ" เล่อเล่อไม่แน่ใจเรื่องวันเวลาเลยบอกว่าหายไปหลายวันแล้วน่าจะดีกว่า
"มีญาติไหมคะ" เด็กตัวเล็กนิดเดียวมาแจ้งความเอง แล้วญาติคนอื่น ๆ ไม่มีเลยหรือยังไง
เล่อเล่อไม่แน่ใจว่าคุณลุงที่บอกว่าเป็นพี่ชายของพ่อจะเป็นญาติด้วยไหม เลยไม่ได้ตอบอะไร จริง ๆ แล้วเธอไม่รู้ว่าต้องนับญาติแบบไหน ถึงจะเรียนรู้ในหลาย ๆ เรื่อง แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องญาติสักเท่าไหร่
"บอกชื่อและแซ่มาจ้ะ พี่สาวคนนี้จะช่วยเอง" ตอนแรกตั้งใจจะให้ไปหาเจ้าหน้าที่คนอื่น แต่พอเห็นแววตาของเจ้าตัวเล็กแล้วเธอปล่อยผ่านไม่ได้จริง ๆ
"พี่สาวเป็นตำรวจเหรอคะ" เล่อเล่อขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะพี่สาวคนสวยไม่ได้ใส่ชุดตำรวจ หรือจะเป็นตำรวจปลอม!!
"ดูนี่ก่อน... อย่าเพิ่งกลัว" เมื่อเห็นท่าทางของเจ้าตัวเล็กก็รีบล้วงเอานามบัตรมายื่นให้เจ้าตัวเล็กดูทันที
"แล้วไม่ต้องใส่ชุดเหรอคะ" เมื่อเห็นว่ารูปในบัตรใบนั้นเป็นพี่สาวคนสวยใส่ชุดตำรวจเลยเงยหน้าขึ้นถามอย่างสงสัย ไปโรงเรียนยังต้องใส่เครื่องแบบทุกวันเลย แล้วนี่อะไร ทำไมมาทำงานถึงไม่ต้องใส่ชุดทำงาน
"ไม่จำเป็นต้องใส่ตลอดค่ะ ชุดแบบนี้ออกไปทำงานข้างนอกง่ายกว่า" เมื่อเจ้าตัวเล็กสงสัย เธอเลยหมุนตัวให้ดูว่าใส่แบบนี้สะดวกกว่า เพื่อที่เจ้าตัวเล็กจะได้เลิกสงสัย
"คนที่บ้านหนูหายไปหมดเลยค่ะ นี่คือบัตรประจำตัวหนูค่ะ" พอมั่นใจว่าอีกคนเป็นตำรวจ เธอก็ไม่รอช้าที่จะบอกจุดประสงค์ของตัวเอง เธอยื่นบัตรประจำตัวที่ระบุชื่ออายุและมีชื่อผู้ปกครองด้วย
"ตั้งแต่วันไหนคะ" สอบถามพร้อมจดรายละเอียดเพื่อติดต่อผู้ปกครอง ถึงแม้จะเชื่อว่าเจ้าตัวเล็กพูดจริง แต่ก็ต้องสอบถามให้ละเอียด
"หลายวันแล้วค่ะ แต่หนูจำไม่ได้ว่านานแค่ไหน" เล่อเล่อตอบไปตามตรง
"แล้วหนูทำอะไรอยู่ ทำไมไม่มาตั้งแต่วันแรก ๆ " เฟยเทียน เงยหน้ามองเจ้าตัวเล็กอย่างสงสัย เพราะดูจากท่าทางแล้วก็พอรู้ความ ทำไมถึงปล่อยไว้นานค่อยมา
"มีคนร้ายคอยตามล่าค่ะ หนูออกมาไม่ได้" เล่อเล่อเลือกที่จะบอกบางเรื่องเพียงเท่านั้น เธอไม่อยากเป็นคนโง่ที่ต้องบอกทุกเรื่อง
ตอนนี้เธอกำลังหัดเป็นเด็กฉลาด ข้อมูลบางอย่างมันตามหาคนที่หายไปไม่ได้!!
"เล่าให้ฟังอย่างละเอียดได้ไหม เดี๋ยวจะให้คนติดต่อผู้ปกครองให้" หากเป็นอย่างที่เจ้าตัวเล็กบอก มันไม่ใช่เรื่องเล็กแน่นอน
"ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ หนูชื่อ เฉินซือเล่อ ค่ะ พี่สาวคนสวยต้องช่วยหนูตามหาทุกคนนะคะ หนูไม่รู้จักใครเลย โรงเรียนหนูก็ไม่ได้ไป" เล่อเล่อรีบบอกหลาย ๆ ให้พี่สาวคนสวยฟัง
"พี่ชื่อ เฟยเทียน หากเป็นแบบที่ซือเล่อบอกจริง ๆ พี่สาวคนนี้จะช่วยเอง แต่ตอนนี้นั่งรอตรงนี้ก่อน พี่สาวขอไปสั่งงานก่อน" เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเจ้าตัวเล็กแล้วจึงรีบแนะนำตัวแล้วให้รอก่อน
เฟยเทียนขอตัวเพื่อไปสั่งให้ลูกน้องตรวจสอบว่าเรื่องที่เจ้าตัวเล็กบอกเป็นเรื่องจริงไหม แล้วให้สืบประวัติครอบครัวของซือเล่ออย่างละเอียด ส่วนเธอจะเป็นคนสอบถามเรื่องราวจากปากของซือเล่อเอง
เมื่อสั่งงานเรียบร้อยแล้วก็กลับมาหาเจ้าตัวเล็ก ก่อนจะพาไปอีกห้องที่เป็นส่วนตัวมากกว่า เพื่อไม่ให้ซือเล่อตกใจเวลาที่มีคนเสียงดังหรือทะเลาะกันในสถานี มันคือเรื่องปกติที่เจ้าทุกข์กับจำเลยจะทะเลาะถกเถียงกัน มีทั้งคนเมาทั้งคนไม่เมาเสียงดังโวยวาย เธอไม่อยากให้เด็กต้องมาเห็นอะไรแบบนี้
"โกโก้ร้อน ๆ จ้ะ กินก่อนแล้วค่อยเล่ามาอย่างละเอียด พี่สาวรับปากจะช่วยเต็มที่" เฟยเทียนส่งแก้วโกโก้ให้เจ้าตัวเล็กที่ชะเง้อมองแก้ว แต่ก็ไม่ยกมันขึ้นมากิน เฟยเทียนเดาว่าเจ้าตัวเล็กกำลังระแวง เธอเลยปล่อย ไม่คะยั้นคะยอให้กิน ทุกอย่างให้ซือเล่อตัดสินใจเอง
"ไม่ค่ะ พี่สาวพร้อมฟังหรือยังคะ หนูจะได้เล่า" เธอจะไม่กินอะไรที่มาจากคนแปลกหน้า ถึงแม้มันจะเป็นของโปรดของเธอก็ตาม!!
เฟยเทียนนั่งฟังเรื่องราว สรุปได้คร่าว ๆ ว่าเพื่อนของพ่อพาคนบุกเข้าไปในบ้าน แต่ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน รู้แต่ว่าพ่อของซือเล่อถูกทำร้ายบาดเจ็บ ซือเล่อคือคนที่เห็นเหตุการณ์ในตอนที่ถูกทำร้าย และเธอแอบซ่อนในบ้านจนคนร้ายไม่อยู่แล้วค่อยออกมาจากที่ซ่อน
ซือเล่อมีหลักฐานที่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ด้วย แต่ซือเล่อไม่ยอมส่งมอบให้จนกว่าจะทำการคัดลอกสำรองไว้เสียก่อน เจ้าตัวจะเป็นคนเก็บหลักฐานไว้ที่ตัวด้วย ซือเล่อทำให้เฟยเทียนแปลกใจในหลาย ๆ เรื่อง เด็กคนนี้ใสซื่อในบางเรื่อง แต่กลับฉลาดในบางเรื่อง บางเรื่องยังไร้เดียงสาสมวัย แต่บางเรื่องกลับดุดัน ซึ่งเป็นเด็กที่มีบุคลิกแปลก ๆ เหมือนกับว่าทุกอย่างที่แสดงออกมานั้นจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ
ในตอนแรกเฟยเทียนค่อนข้างแปลกใจ หากทุกคนในครอบครัวหายไปหมด ทำไมเด็กอายุ 6 ขวบถึงไม่ร้องไห้งอแง แต่พอรู้คำตอบก็ถึงทำให้เธอต้องมองหน้าเจ้าตัวเล็กอย่างจริงจัง
ซือเล่อบอกว่าร้องไห้มานานแล้ว ร้องไห้หนักมาก แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ยังต้องออกตามหาพ่อ จะมามัวร้องไห้ไม่ได้ ถึงแม้บางครั้งมันจะมีน้ำตาไหลออกมา เจ้าตัวเล็กบอกว่าต้องรีบเช็ดและพยายามไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาอีก...
เฟยเทียนคัดลอกเม็มโมรีการ์ดไว้เรียบร้อยแล้ว จึงค่อยมาเปิดดู พอได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด ภาพพวกนั้นทำให้เธอถึงกับเบิกตากว้างมากกว่าเดิม ยิ่งดูยิ่งเห็นชัดมากกว่าเดิม ยิ่งดูยิ่งรู้ว่านี่คือหลักฐานสำคัญ
ซือเล่อไม่ได้โกหก... เด็กคนนี้พูดเรื่องจริงทั้งหมด!!
มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ไม่ใช่แค่คนหายธรรมดา คนงานในบ้านนั้นถูกฆ่าตายทั้งหมด!! พ่อของเจ้าตัวเล็กก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และไม่รู้ว่าจะรอดไหม เพราะภาพหยุดลงตอนที่คนร้ายเข้ามาในห้อง แล้วเล็งปืนมาที่เจ้าตัวเล็กที่พยายามช่วยพ่อของตัวเอง...
เมื่อได้เห็นภาพก็ทำให้เหงื่อเริ่มออกจากรูขุมขน มือเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อที่ไหลออกมา หลากหลายความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ทำให้เธอพยายามสงบสติอารมณ์ ทำตัวให้เป็นปกติที่สุด หากไม่มีอะไรผิดพลาด กลุ่มคนร้ายที่เห็นในภาพคือกลุ่มที่มีอิทธิพล!!
"ซือเล่อเก็บสิ่งนี้ไว้ แล้วอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังอีก" เฟยเทียนกลับเข้าไปที่ห้องพร้อมกับก้มลงกระซิบบอกเจ้าตัวเล็กเสียงเบา ไม่ใช่แค่เจ้าตัวเล็กที่มีอันตราย ตอนนี้เธอก็เป็นหนึ่งในนั้นแล้วแน่ ๆ เพราะทุกสถานีมีคนของพวกนั้นแฝงตัวเป็นสายให้อยู่ด้วย เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้เช่นกัน
"ช่วยได้ไหมคะ" เล่อเล่อเห็นท่าทางของพี่สาวคนสวยแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่
"พี่จะช่วยให้ถึงที่สุด แต่จำไว้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ พี่คิดว่าพ่อของซือเล่ออาจอยู่กับคนพวกนั้นก็ได้" ภาพมันหยุดเพียงเท่านั้น เจ้าตัวเล็กคงซ่อนตัวรอดมาได้ ส่วนพ่ออาจถูกคนร้ายจับไปแล้วก็ได้
เล่อเล่อมีสีหน้าตกใจเช่นเดียวกัน บางทีพ่อเธออาจอยู่กับคนร้าย เธอลืมคิดเรื่องนี้ได้อย่างไร และหากอยู่กับคนร้าย พ่อเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง
"ตอนนี้เราต้องออกจากตรงนี้แล้ว... แต่เราจะแยกกันไป ซือเล่อเข้าใจใช่ไหมว่าสิ่งนี้คือหลักฐาน พี่คิดว่าคนพวกนั้นอาจเฝ้ามองอยู่แน่ ๆ " ตอนนี้ไม่รู้เรื่องการขัดแย้ง แต่รู้ว่ามีหลักฐานที่คนกลุ่มนั้นบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายเจ้าของบ้าน และฆ่าคนงานในบ้าน ไม่รู้เจ้าตัวเล็กจะรู้ไหมว่าตอนนี้ทุกคนในบ้านเสียชีวิตแล้ว อาจมีเพียงเจ้าตัวเล็กคนเดียวที่รอดออกมา
"ให้หนูไปรอที่บ้านไหมคะ" เธอไม่สามารถไปที่อื่นได้ เพราะเธอไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
"ไม่ปลอดภัย... เดี๋ยวจะให้คนพาออกไปรอที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ แล้วพี่จะไปรับพาไปที่ปลอดภัย" ต้องสืบข้อมูลหลายอย่างให้ละเอียดและรอบคอบ เพราะเป็นคนมีอิทธิพล มีเส้นสายมากมาย และคนพวกนี้ลงมือโหดเหี้ยมอีกด้วย
"ต้องรอนานไหมคะ" ตอนนี้เธอเริ่มเชื่อใจพี่สาวคนสวยมากขึ้นมานิดหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่อยากรอนาน
"รอในห้องนี้ก่อนดีกว่า พี่ขอเวลาแป๊บหนึ่งก่อน" จากตอนแรกจะให้คนพาออกไปก่อน แต่เธอกลับไม่วางใจ ให้รอที่นี่ก่อนน่าจะดีกว่า ตอนนี้เธอควรไปปรึกษาหัวหน้าก่อนที่จะพาเจ้าตัวเล็กไปเซฟเฮาส์ หากจัดการเรื่องนี้ได้ นั่นคือการจัดการหัวเรือใหญ่ของผู้มีอิทธิพล!!
เฟยเทียนออกมาก็รีบเข้าไปหาหัวหน้า เพื่อบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หัวหน้าได้รับทราบ เธอต้องการที่หลบภัยที่ปลอดภัย เพราะเด็กมีทั้งหลักฐานและยังเป็นพยานคนสำคัญอีกด้วย หัวหน้ามอบหมายให้เธอรับผิดชอบในคดีนี้ และยังมีคำสั่งให้พาทีมของเธอมารับงานด้วยเช่นกัน
กริ๊ง! กริ๊ง!
"ครับ"
ก่อนออกจากห้องหัวหน้า เฟยเทียนได้ยินเสียงหัวหน้ารับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงนอบน้อมมากกว่าปกติ ทำให้เธอชะงักฝีเท้าแล้วทำเหมือนว่าตัวเองกำลังหาบางอย่างตามกระเป๋าเสื้อ แต่ความจริงเธอกำลังสงสัย เวลารับคำสั่งมาจากผู้ใหญ่ที่มีตำแหน่งสูงกว่า หัวหน้ายังไม่ใช้น้ำเสียงนอบน้อมขนาดนี้
ถึงจะยืนฟังอยู่ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงตอบรับอย่างเดียว เฟยเทียนหวังว่าจะเป็นเพียงความคิดมากของเธอเท่านั้น อย่าให้มันเกิดขึ้นจริงเลย เพราะหากเป็นอย่างที่เธอคิด มันคือเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน...
ตอนที่ 42 ตอนพิเศษ5 ปีผ่านไปครอบครัวของเล่อเล่อกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งความสุขผสมกับความวุ่นวาย เพราะในวันหยุดแต่ละวันนั้นจะมีมหกรรมแย่งหลาน แย่งนายน้อย แย่งคุณหนูเกิดขึ้นไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็โต้เถียงอย่างไม่ยอมกัน จนต้องจับฉลากแล้วเลือกวันว่าเจ้าแฝดจะไปอยู่กับใครในวันไหนบ้าง"แม่ขา ขนมนี่ทำไมมันมีน้อยจังคะหนูไม่เคยอิ่มเลย" ซ่งหลินซิน หรือซินซินตัวน้อยมีกระเป๋าสะพายที่เป็นมรดกตกทอด ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องสะพายติดตัวเสมอ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่กระเป๋า แต่เป็นของที่อยู่ในกระเป๋าที่ซินซินให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ นั่นคือกล่องขนมที่วันหนึ่งจะมีให้กินเพียงชิ้นเดียว ไม่เคยพอกินเลยสักครั้ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน!!"เจ๊ไม่เคยแบ่ง" ซ่งเว่ยหลงหรือหลงหลงส่ายศีรษะไปมาทันที เมื่อเห็นพี่สาวพูดถึงขนมที่ม
ตอนที่ 41 บทส่งท้ายตงหยางลืมตาตื่นในมิติของตัวเองอย่างเชื่องช้า เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเขารับรู้ได้ทั้งหมด เขาได้พูดคุยกับเล่อเล่อที่เป็นหมู่ตานดอกน้อย ส่วนเขาคือท่านเทพ และเขาไม่รั้งรอที่จะบอกรักอีกคนตงหยางเพิ่งรู้ว่ามิติแห่งนี้คือมิติของเล่อเล่อ แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้นเอง เพราะส่วนใหญ่นั้นถิงถิงเป็นคนดูแล มีดสั้นนั้นคือตัวเชื่อมให้เขามาอยู่ในมิติของเล่อเล่อ แต่ไม่ได้เข้าไปในมิติได้ทั้งหมดเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหนังสือปริศนาถึงพูดถึงการเลือก เพราะมันคือการเลือกครั้งสุดท้าย ตอนนี้เขาอยากลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอกมิติแต่กลับขยับตัวไม่ได้ จึงต้องนอนนิ่งอยู่แบบนี้ แล้วคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา วาดหวังว่าออกไปแล้วจะเจอภรรยารออยู่ที่บ้าน หวังว่าภรรยาจะเลือกกลับมาหาเขาและลูกเพื่ออยู่ด้วยกันอีกครั้ง
ตอนที่ 40 นายหญิงหวนคืนในวันนี้หนูน้อยฝาแฝดมีอายุครบหนึ่งเดือนเด็กทั้งสองเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย กินแล้วนอนเพียงเท่านั้น ส่วนคนที่เลี้ยงนั้นมีแต่ผู้ชาย มีเพียงแม่นมกับป้าเหยียนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงไม่มีใครกล่าวถึงนายหญิงอีกเลยหลังจากที่นายท่านกลับมาพร้อมกับนายน้อยและคุณหนู คนในเรือนชั้นในและคนสนิทพอจะรู้เรื่องบ้าง แต่คนภายนอกก็มีคนสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามหาอยู่ดีตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตงหยางจมอยู่กับความเศร้า แต่เพราะลูกกับคนรอบข้างที่บอกว่าอาจเพราะภรรยานั้นหายไปรักษาตัวเหมือนที่พ่อตาเคยเป็น ถึงจะไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่หากคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้เขาสุขใจสบายใจ เขาก็จะคิดเช่นเดียวกันการหายไปของภรรยาในครั้งนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน เพราะกระเป๋าที่พกติดตัวเป็นประจำไม่ตามไปด้วย ยังคงอยู่ที่นี่และอยู่ใกล้ลูกสาวของเขาตลอด ไม่ว
ตอนที่ 39 โชคดีหรือโชคร้าย...เมื่อถึงกำหนดคลอด ก่อนมานอนที่โรงพยาบาล เล่อเล่อได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว"ตื่นเต้นไหมคนสวย" เสี่ยหานเดินเข้ามาหาลูกสาว เขาตามมานอนเฝ้าด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่รู้ว่าที่นี่มีหมอมีพยาบาลพร้อม ถึงจะอุ่นใจมากแค่ไหนก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี"ตื่นเต้นค่ะ... ตอนที่แม่คลอดหนู พ่อตื่นเต้นไหมคะ" อยากรู้ความรู้สึกว่าคนอื่นจะเป็นแบบเดียวกันกับเธอไหม"ตื่นเต้นทั้งสองคนเลย แต่พ่อพยายามไม่แสดงออก เพราะกลัวแม่ของลูกจะกังวลมากกว่าเดิม พ่อคิดว่าพ่อเก็บอาการได้ดีกว่าลูกเขย" เสี่ยหานตอบลูกสาว และประโยคท้ายก็ก้มลงมากระซิบบอกลูกสาวเสียงเบา"เป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ" เล่อเล่อหัวเราะคิกคักทันทีที่หันไปเจอสามีที่มีสีหน้าซีดแล้วซีดอีกมีใครจะรู้บ้างว
ตอนที่ 38 ปริศนาส่วนที่เหลือชิวหานนั่งเหม่อมองพื้นที่ปลูกสมุนไพรของน้องสาวด้วยสายตาว่างเปล่าเรื่องราวนั้นได้ผ่านมาแล้วเกือบสามเดือน แต่มันก็ยังทำให้เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเห็นสถานที่ที่น้องสาวเคยอยู่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวเป็นตายร้ายดียังไง ไม่ได้ถามถึง ไม่ได้อยากรู้ ที่เขามองและเจ็บปวด เป็นเพราะเขารับรู้เรื่องราวของน้องสาวที่กล้าวางยาฆ่าแม่กับยาย นับประสาอะไรกับเขาที่เป็นพี่ชายจะไม่โดน เขาจึงไม่อยากรับรู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง รู้แค่ว่าถูกส่งตัวให้บ้านเศรษฐีที่ตายด้วยน้ำมือของเหมยฮวาเขาละอายใจในหลาย ๆ เรื่อง เขาคือคนที่ชักศึกเข้าบ้านผู้มีพระคุณ แต่เพราะอยากตอบแทนบุญคุณและชดใช้ในสิ่งที่น้องสาวทำ เขาเลยยังอยู่ตรงนี้ ทนอยู่กับความอัปยศที่น้องสาวทิ้งไว้"ยังไม่เลิกคิดอีก นายท่านกับนายหญิงไม่เคยว่าเลย แต่ก็ชอบมานั่งตรงนี้" ซือ
ตอนที่ 37 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเหมยฮวามองหน้านายท่านด้วยความหลงใหลสองมือค่อย ๆ ประคองเพื่อป้อนยาที่ตัวเองเพิ่งจะได้มาจากย่านที่เป็นตลาดมืดเมื่อครั้งเก่าก่อน ยานี้มีฤทธิ์ให้ผู้ชายอยากปลดปล่อย หากเป็นสมัยโบราณก็เป็นยาปลุกกำหนัด แต่สมัยนี้เธอไม่รู้ว่าเขาเรียกว่ายาอะไรมันไม่สำคัญว่าจะเรียกอะไร ขอแค่มันได้ผลเป็นพอ"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เราจะได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ สักที ต่อไปนายท่านก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน" เธอพยายามกรอกยาใส่ปากอีกคนที่ไม่ได้สติแต่ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงส่วนล่างแข็งขึ้นมาก็พอ นอกนั้นเธอจัดการเองได้อยู่แล้วตงหยางหงุดหงิดในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่ในแผนหรือว่าผิดแผนไปแล้ว เขาเป็นห่วงลูกกับภรรยา อยากช่วยเหลือ ในตอนแรกเขาคิดว่าเพียงนอนนิ่ง ๆ แกล้งหมดสติเท่านั้น ที่ไหนได้ ยาที่คนตัวเล็กให้กินกลายเป็นยาที่ทำให้เข







