LOGINทว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะขณะที่กำลังออกจากห้องเขาในคืนนั้นคุณกิ่งกาญจน์ทันได้เห็นเข้าพอดี ชีวิตเธอจึงเปลี่ยนนับตั้งแต่วันนั้น
และทำไมคณาธิปจะไม่รู้ว่าพริมาภาต้องออกจากบ้านไปด้วยเหตุใด หากแต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะยอมไปง่าย ๆ และไปแบบไม่ล่ำลากันเลยแบบนี้
“แต่พรีมก็ควรจะรอผมก่อน”
“พรีมทำตามความต้องการคุณผู้หญิงท่าน และมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วค่ะ”
“แต่เรื่องนี้มีเป็นเรื่องของผม ซึ่งผมสามารถตัดสินใจเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ท่านเข้ามายุ่งเกี่ยวแบบนี้”
“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านแล้วอย่าไปรื้อฟื้นมันอีกเลยค่ะ”
เธอไม่อยากเอ่ยถึงมันจริง ๆ
“พรีม ...”
ชายหนุ่มมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง มือที่เกาะกุมอยู่นั้นบีบแน่น เหมือนต้องการถ่ายทอดพลังความรู้สึกในใจให้เธอได้รับรู้เช่นนั้น
“ลำบากมากไหม”
เขาไม่รู้หรอกว่าควรถามออกไปไหม แต่มันเป็นคำถามที่ออกจากความรู้สึกจริง ๆ เขาไม่ควรปล่อยให้เธอต้องออกไปใช้ชีวิตที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูอ่อนโยน และเป็นห่วง และหากสายตาไม่ได้พร่ามัวเธอมั่นใจว่านัยน์คมกริบเขานั้นเริ่มมีสีเลือดเจืออยู่
“ชีวิตพรีมผ่านอะไรมาเยอะค่ะ เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้พรีมลำบากหรอกค่ะ”
น้ำเสียงที่ดังลอดไรฟันออกมาติดจะประชดเล็กน้อย
“แล้วตอนนี้พรีมเป็นยังไงบ้าง อยู่ที่ไหน ทำงานอะไร มีอะไรให้พี่ช่วยเหลือพรีมได้บ้างไหม”
“ทุกเรื่องราวที่ผ่านมามันทำให้พรีมแข็งแกร่งขึ้นค่ะ ตอนนี้พรีมสบายมาก ๆ ค่ะ คุณป้องไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ”
“แต่ ...”
“แม่จ๋า ๆ กลับบ้านกันหรือยังคะ น้องพอวาง่วงแล้วค่ะ”
คณาธิปเอ่ยได้เพียงแค่นั้น เสียงใสแจ๋วของเด็กไร้เดียงสาที่ฟังดูยังไงก็ไม่เหมือนคนง่วงนอนเลยสักนิดก็ดังแทรกขึ้น พร้อมกับวิ่งมาโอบรอบมารดาเอาไว้ เป็นผลให้ทั้งคู่ต้องปล่อยมือออกจากกันโดยอัตโนมัติ
“น้องพอวาทำไมไม่รอแม่จ๋าอยู่ที่รถคะ”
“น้องพอวาเห็นแม่จ๋ายังไม่ตามไปสักทีเลยวิ่งมาดูค่ะ”
ชายหนุ่มมองดูเด็กน้อย แล้วพลอยให้คิดว่านี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าบอกว่าตอนนี้เธอสบายดี คงเพราะเด็กคนนี้กับผู้ชายคนนั้น
“เป็นห่วงคุณแม่เหรอคะ”
เขาถามขึ้น น้ำเสียงฟังดูอบอุ่นหัวใจให้กับเธอที่ได้ยินอย่างบอกไม่ถูก
“ค่ะ ตรงนี้มืดต้องมียุงตัวใหญ่ด้วยแน่ ๆ น้องพอวาจำได้แม่จ๋าบอกไม่ให้น้องพอวาอยู่ในที่มืดเดี๋ยวโดนยุงกัดแล้วจะไม่สบายต้องไปเจาะเลือด”
“เก่งจังเลยค่ะ คุณแม่คุณพ่อสอนหนูดีจังเลยนะคะ ตั้งแต่ล้างมือแล้ว”
“น้องพอวามีแม่จ๋าคนเดียว ไม่มีพ่อจ๋าค่ะ”
“อะไรนะคะ”
เขารีบถามเด็กน้อยอีกครั้ง
“น้องพอวามีแม่จ๋าแค่คนเดียวค่ะ”
เด็กน้อยตอบชัดถ้อยชัดคำ
“หมายความว่ายังไงพรีม ... แล้วผู้ชายคนนั้น”
“กฤตเป็นเพื่อนสนิทพรีมค่ะ”
เธอยอมรับ เพราะคิดแล้วว่าไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังหรือต้องโกหกเพื่อสร้างเรื่องขึ้นมาให้วุ่นวาย
“แล้วน้องพอวา ...”
“วันนี้พรีมขอตัวก่อนนะคะ ต้องรีบพาลูกกลับแล้วค่ะ เลยเวลานอนแกแล้ว พรุ่งนี้น้องพอวามีเรียนพิเศษค่ะ ... สวัสดีคุณลุงก่อนค่ะ”
เธอบอกเขา ก่อนก้มลงบอกบุตรสาวให้ทำความเคารพชายหนุ่มอีกครั้ง เด็กน้อยยกมือขึ้นไหว้เรียบร้อย ร่างเล็กก็คว้ามือบุตรสาวให้เดินตามไปที่รถ
“พรีม แล้วเราจะได้เจอกันอีกไหม”
พริมมาภาไม่พูดอะไรมาก เธอหยิบนามบัตรจากกระเป๋าสตางค์ที่ถือติดมือมาด้วยส่งให้เขา แล้วก็เดินกลับไปที่รถโดยไม่หันกลับมาสนใจเขาอีก
‘ดร.พริมาภา เมธานนท์’
ชายหนุ่มอ่านชื่อในนามบัตรแล้วจำต้องมองตามร่างเล็กที่เวลานี้เดินห่างออกไปแล้ว
ริมฝีปากหนาสวยได้รูปยิ้มกริ่มกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าเด็กคนนี้ประสบความสำเร็จในระดับไหน และแน่นอนว่าการที่หญิงสาวยอมทิ้งนามบัตรไว้ให้แบบนี้นั่นแสดงว่าเธอไม่ได้ต้องหลบหนี้เขา
แน่นอนว่าคณาธิปไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสนี้ไปอย่างแน่นอน เขารีบไปที่รถแล้วขับตามรถหญิงสาวไปทันที
"พี่ป้อง ๆ ... จะรีบไปไหนของเขาเนี่ย"
กัญญ์ณรัณเห็นรถพี่ชายผ่านหน้าตัวเองไปก็ร้องเรียก ทว่าดูเหมือนจะเหนื่อยเปล่า เลยได้แต่บ่นและมองดูรถลับตาไป
“เมื่อเช้าผมบอกป้าอิ่มว่าผมเจอพรีม และเอารูปน้องพอวาให้ป้าอิ่มดู”“ป้าอิ่มว่ายังไงบ้างคะ”“ป้าอิ่มบอกแค่ว่า ไม่ให้ผมไปยุ่งกับสองแม่ลูก เพราะไม่อยากให้มีปัญหากับคุณแม่ แค่นี้ผมก็มั่นใจแล้ว ไม่อย่างนั้นป้าอิ่มจะห้ามผมทำไม”“ค่ะ ... มีอะไรให้ขวัญช่วยก็บอกได้เลยนะคะ ขวัญยินดีค่ะ น้องพอวาเป็นเด็กน่ารัก เก่ง ฉลาด น้องพรีมดูแลดีมาก ๆ ขวัญชื่นชมเลยค่ะ”หญิงสาวชื่นชมอีกครั้ง“เย้ ไอติมของน้องพอวามาแล้ว”เสียงเจ้าตัวเล็กที่กำลังพูดถึงดังมาก่อนตัวจะมาถึงเสียอีก“น้าขวัญตักก้อนใหญ่พิเศษให้เลยนะคะ”ว่าแล้วหล่อนก็ช่วยขยับเก้าอี้ตัวเล็กให้ เพื่อจะได้ขึ้นนั่งได้สะดวกขึ้นแม้ว่าเพลงขวัญจะเพื่อนสนิทคณาธิป หากแต่เธอก็ยังอายุน้อยกว่าเขาประมาณสอง - สามปี“ขอบคุณค่ะ”“ทานดี ๆ อย่างให้เลอะเสื้อผ้านะคะ”พริมาภาเตือนบุตรสาวพร้อมเลื่อนถ้วยไอศกรีมเข้าใกล้เจ้าตัวเล็กอีกนิด“ต้องการอะไรเพิ่มบอกได้เลยนะคะ”“ขอบคุณมากค่ะ”พริมาภายิ้มให้อย่างคนวางตัวไม่ถูกสักเท่าไร ด้วยความสนิทของทั้งคู่ที่ได้เห็นเมื่อครู่ ทำให้กลัวว่าหล่อนจะเข้าใจผิดเรื่องเธอกับเขา“ขวัญขอตัวไปดูลูกค้าก่อนนะคะ”เพลงขวัญหันมาบอกชายหนุ่มอีกครั้งก่อนเ
“ชื่อมัดหมี่เหรอคะ ต้องกินเก่งเหมือนส้มๆ แน่ ๆ เลยถึงได้ตัวอ้วนขนาดนี้”“รับไอศกรีมอะไรดีค่ะ”เพลงขวัญเดินมาพร้อมกับเมนูที่เคลือบพลาสติกไว้อย่างดีให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ เด็กน้อย“น้องพอวาใช่ไหมคะ”เจ้าของร้านสาวได้เห็นหน้าชัด ๆ แล้วจำได้ เพราะหล่อนติดตามการประกวดโครงการนี้อยู่ และก็แอบชื่นชอบในความสามารถ อีกทั้งแอบเชียร์น้องพอวาอยู่เหมือนกัน“ใช่ค่ะ”พริมาภาเป็นฝ่ายตอบแทน“น้องเก่งมาก ๆ ต้องชื่นชมคุณแม่เลยค่ะ ตัวจริงน้องน่ารักมาก ๆ เลยนะคะ”หญิงสาวชื่นชมจากใจจริง“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ พรีมเองก็ตกใจเหมือนกันค่ะ ไม่คิดว่าน้องจะคว้ารางวัลมาได้เหมือนกันค่ะ”“ต้องบอกว่าสายเลือดเขาดีครับ”“นี่คุณ”สิ้นเสียงชายหนุ่มพริมาภาถึงกับหันมาเบรก น้ำเสียงออกไปทางดุ ๆ กลัวเขาจะพูดอะไรมากไปกว่านี้เพลงขวัญได้ยินแล้วมองหน้าทั้งคู่สลับไปมา พลางยิ้มให้ฝ่ายชายเหมือนกำลังบอกให้รู้ว่า หล่อนพอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว“ทานไอศกรีมอะไรดีคะ น้องพาวาชอบ ช็อกโกแล็ต สตรอว์เบอร์รี หรือรสอะไรคะ”“แม่จ๋าวันนี้น้องพอวาขอกินรสช็อกโกแล็ต 2 ลูกได้ไหมคะ”เด็กน้อยบอกพลางยิ้มหวานแล้วเอียงศีรษะพิงที่ไหล่มารดา หากไม่ติดว่าในมือมี
“ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกผมจริง ๆ พรีมก็ไม่ใช่เด็กรับใช้นะป้าอิ่ม"พูดจบร่างสูงใหญ่ก็เดินออกจากเรือนหลังเล็กไป“คุณป้อง”นางอิ่มเอมได้แต่ร้องเรียกเขาไว้เท่านั้นหากแต่ก็คงห้ามอะไรไม่ได้‘ความลับไม่มีในโลกจริง ๆ’นางคิดได้เพียงแค่นี้ แล้วหญิงสูงวัยผ่อนลมหายใจออกมาไม่ใช่ว่าโล่งใจ หากแต่กลับเพิ่มความกังวลใจเสียมากกว่า เพราะลงเป็นอย่างนี้เจ้านายหนุ่มคงไม่ปล่อยสองแม่ลูกไปแน่ ๆ และไม่มีทางที่คุณหญิงท่านจะยอมรับได้“น้องพอวาไม่มีพ่อ”เธอสะบัดเสียงเล็กน้อย พอถึงเวลาจริง ๆ หญิงสาวกลับรู้สึกกลัว และไม่กล้าที่จะพูดความจริงขึ้นมาเสียอย่างนั้น“แม่จ๋าไปกันเถอะค่ะน้องพอวาหิวแล้ว”เสียงเด็กน้อยดังมาก่อนตัวเลยทีเดียว“สวัสดีคุณลุงก่อนค่ะ เราจะได้ไปกันค่ะ”ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็ยอมทำตามคำบอกอย่างว่าง่าย“คุณลุงมีร้านไอศกรีมแสนอร่อยแนะนำนะคะ”ในเมื่อแม่ยังใจแข็ง ก็คงต้องใช้ไม้นี้แหละเขาพอจะเดาได้ว่าลูกน่าจะเป็นจุดอ่อนของเธอ“แม่จ๋า คุณลุงมีร้านไอศกรีมอร่อยด้วยค่ะ”เด็กก็คือเด็กแค่ได้ยินว่ามีร้านอร่อย เด็กน้อยก็ตาวาวขึ้นมาทันที“นี่คุณ!”“ถ้าวันนี้เราไม่ได้คุยกัน ผมก็จะตามพรีมกับน้องพอวาไปทุกที่”เขาคุมน้ำเสียง
“แม่จ๋าว่าเรากลับกันเถอะค่ะ”หญิงสาวรีบตัดบทการสนทนาของทั้งคู่“แล้วน้าพลอยละคะ ไม่รอน้าพลอยเหรอคะ”“น้าพลอยไปทำธุระแล้วค่ะ วันนี้เราต้องกลับกันสองคนค่ะ”“วันนี้เราไม่ต้องไปหาป้านกแล้วเหรอคะ”ริมฝีปากจิ้มลิ้มถามต่อ“ไม่ต้องแล้วค่ะ ป้านกโทรมาเลื่อนกับน้าพลอยแล้วค่ะ”“เย้ ๆ ... ถ้าอย่างนั้นแม่จ๋าพาน้องพอวาไปกินไอติมได้ไหมคะ น้องพอวาอยากกินมาก ๆ เลยค่ะ”เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองมารดา สีหน้าและแววตาอ้อนเสียจนคนเห็นถึงกับปฏิเสธไม่ลง“ไปลาคุณครูก่อนค่ะ”“เย้ ๆ แม่จ๋าใจดีที่สุดเลยค่ะ”แม้จะได้ไม่ได้คำตอบ แต่ผู้เป็นมารดาก็ไม่ได้ปฏิเสธแสดงว่าการอ้อนครั้งนี้สำเร็จ เด็กน้อยจึงรีบวิ่งไปหาคุณครูที่ยืนอยู่ริมสระ“ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”คณาธิปรีบบอกทันทีที่ร่างเล็กวิ่งไปหาคุณครูที่ยืนอยู่ด้านนอก“แต่พรีมไม่มีอะไรจะคุยแล้วค่ะ ... ขอตัวนะคะ”ว่าแล้วร่างเล็กก็เบี่ยงตัวจะเดินแยกจากเขา“ยังไม่กลับเหรอคะคุณแม่น้องพอวา”เสียงมารดาน้องเกรซก็ดังขึ้น ทำเอาร่างเล็กต้องหยุดและยิ้มให้อย่างมีไมตรี“กำลังจะกลับพอดีค่ะ”“คุณแม่สวย คุณพ่อก็หล่อแบบนี้นี่เอง น้องพอวาถึงได้น่ารัก มิน่าวันนี้ดูน้องพอวาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะ
ณ โรงเรียนสอนว่ายน้ำ“เกรซ ... แม่จ๋าเกรซมาแล้วค่ะ”เด็กน้อยเห็นเพื่อนสนิทก็ส่งเสียงเรียกทันทีน้องเกรซเป็นเพื่อนสนิทของน้องพอวาที่เรียนห้องเดียวกัน ทั้งคู่มักทำกิจกรรมอะไรคล้าย ๆ กัน เพราะส่วนมากแล้วจะชวนกันทำ หรือเรียน แล้วก็พร้อมใจกันมาขออนุญาตผู้ปกครอง“สวัสดีค่ะน้องพอวา วันนี้พาคุณแม่คนสวยมาด้วยเหรอคะ น้องเกรซสวัสดีคุณน้าหรือยังคะ”ว่าแล้วเด็กน้อยก็ยกมือขึ้นไหว้ พริมาภายกมือรับไหว้เช่นกัน“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ วันนี้คุณแม่น้องพอวาว่างหรือคะ”มารดาของเด็กน้อยถามเหมือนเป็นการชวนคุยเสียมากกว่า“ช่วงนี้เคลียร์งานได้ เลยมาดูสักหน่อยว่าดื้อกับคุณครู หรือเกเรเพื่อน ๆ บ้างหรือเปล่า”พูดไปมือก็ลูบศีรษะบุตรสาวไปด้วย“น้องพอวาไม่ดื้อเลยนะคะ เกรซก็ไม่ดื้อค่ะ”คนโดนพูดถึงรีบบอกเสียงใสพร้อมกับคว้ามือเพื่อนสนิทที่โรงเรียนเอาไว้ด้วย ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วฉีกยิ้มกว้างพร้อมกันทันที“ใช่ค่ะ น้องพอวากับน้องเกรซไม่เคยดื้อกับคุณครูเลยค่ะ”เด็กน้อยอีกคนรีบสนับสนุนคำเพื่อนอีกครั้ง“ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อค่ะ แต่ตอนนี้ได้เวลาเรียนแล้วไปเปลี่ยนชุดก่อนเลยค่ะ คุณครูรอแล้ว คุณแม่ขอตัวพาน้องไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”มา
เช้าวันเดียวกันคณาธิปได้รับข้อความผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งมาจากพิมพ์รดา เขาไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและดีใจอะไรอย่างนี้มาก่อนจะว่าเป็นเรื่องแปลกก็ใช่ เพราะเรื่องระหว่างเขากับพริมาภา นอกจากความสัมพันธ์ลึกซึ้งในวันนั้น ทว่าความผูกพันอื่นที่นอกเหนือไปจากความเอ็นดูที่เป็นเด็กในบ้านคนหนึ่งก็ไม่เคยเกิดขึ้นแต่ทำไมเขากลับรู้สึกอยากเจอ อยากดูแล อยากใกล้ชิด และที่สำคัญมันทำให้เขาหวนคิดถึงความไร้เดียงสาของเธอในคืนนั้น เพียงแค่ได้เจอกันอีกครั้งหรือจะเพราะหน้าตา หรือบุคลิกแรกเห็น หรือจะเป็นเด็กคนนั้น ทุกอย่างมันเป็นคำถามวนเวียนในหัวเขาตลอดเวลา[วันนี้น้องพอวามีเรียนว่ายน้ำตอน 10.00 น. พี่พรีมไปกับพี่พลอยด้วยค่ะ หลังเรียนเสร็จน้องพอวาต้องไปคุยงานที่โมเดลลิง คุณป้องเมมเบอร์ และแอดไอดีไลน์พี่พลอยไว้นะคะ พิมพ์บอกพี่พลอยให้แล้วค่ะ พิมพ์ช่วยได้เท่านี้ขอให้คุณป้องโชคดีนะคะ พิมพ์เป็นกำลังใจให้ค่ะ]พิมพ์รดาส่งข้อความพร้อมสถานที่ เบอร์โทร และไอดีไลน์ของพลอยณิศาให้เรียบร้อยชายหนุ่มกวาดสายตาอ่านข้อความทั้งหมด แล้วรีบจัดการเซฟเบอร์โทรศัพท์ และแอดไลน์ตามที่บอกในข้อความไว้ทันที“พี่ป้องจะไปไหนคะ”กัญญ์ณรัณเ
“คุณลุงช่วยกดให้เอาไหมคะ”เด็กน้อยพยักหน้าให้อีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือไปรองรับเจลล้างมือ แล้วจัดการถูกับมือตัวเอง จากนั้นก็กดน้ำทำความสะอาดมือด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง“กระดาษทิชชูค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”เจ้าตัวเล็กรับกระดาษชำระจากมือชายแปลกหน้า แล้วจัดการเช็ดมือตัวเองจนแห้ง เรียบร้อยแล้วก็นำกระดาษในมือทิ้งลงถ
บรรยากาศภายในร้านอาหาร วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ร้านอาหารทะเลร้านนี้ค่อนข้างมีชื่อ และอยู่ใกล้กรุงเทพฯทำให้ลูกค้าค่อนข้างเยอะพอสมควร“ไม่ทราบว่าจองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ”เด็กในร้านรีบเดินมาให้การต้อนรับ เมื่อเห็นลูกค้ากำลังมองหาโต๊ะที่วางอยู่“โต๊ะคุณกฤตธนัชค่ะ”กฤตธนัช ชายหนุ่มเจ้าของแบรนด์เครื่อง
พริมาภานั่งอ่านข่าว และดูคลิปการประกวดของบุตรสาวตัวเองที่ผ่านมา ยิ่งได้อ่านข่าว ได้อ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ แล้วก็อดปลื้มใจในความสามารถของบุตรสาวตัวเองไม่ได้“แม่จ๋า”เสียงแจ๋วของเด็กน้อยที่กำลังแอบชื่นชมอยู่คนเดียวเมื่อครู่ดังมาแต่ไกล ก่อนจะวิ่งมาพร้อมกับตุ๊กตากระต่ายหูยาวตัวโปรดเรียกสติเธอให้กลับมา“กล
หญิงสาวจำหญิงสูงวัยผู้นี้ได้ไม่เคยลืม เพราะท่านเป็นทั้งผู้ให้ที่พักพิง ให้ทั้งเงิน เพื่อให้เธอกับน้องสาวได้เรียนต่อ และก็ยังเป็นคนที่ทำให้ต้องกลายเป็นนกไร้รังอีกครั้งแต่หากให้มาคิดอีกทีต้องของคุณด้วยซ้ำที่ทำให้ชีวิตเธอมีคุณภาพ และมีคุณค่ามากขึ้น เพราะหากไม่ใช่เพราะนาง ดีไม่ดีเธออาจจะยังคงเป็นแค่เ







