Share

13

last update Tanggal publikasi: 2026-02-19 16:08:05

นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ

*****

บ้านเช่า....ตอนนี้เว่ยเว่ย กำลังจัดเตรียมของที่จะส่งให้พี่ชายหลี่อี้เฟิง ซึ่งเธอนำของทั้งหมดไว้ในห้องเก็บของ ที่อยู่ตรงด้านข้างของโรงจอดรถ เพื่อสะดวกในการขนย้าย ในการขนของแต่ละรอบนั้น พี่ชายหลี่จะนำรถกระบะเข้ามาจอดในโรงรถและขนโดยลูกน้องที่นำมาด้วยอีก 2 คนเพื่อความรวดเร็วโดยที่เธอไม่ต้องเหนื่อยช่วยเลยสักนิด

การขายของแต่ละรอบนั้น เว่ยเว่ยทำรายได้ครั้งละ 2,000 ถึง 3,000 หยวน เธอขายของแทบจะทั้งหมดที่มีในมิติ ความโชคดีของเว่ยเว่ยก็คือ ในมิตินั้นสามารถ copy สิ่งของที่เว่ยเว่ยได้นำออกมาขาย ให้กลับมามีปริมาณเท่าเดิมหลังเที่ยงคืน

"พี่ชายหลี่สวัสดีค่ะ มาตรงเวลามากเลยนะคะ " เว่ยเว่ยนัดให้มารับของตอน 13:00 น เพราะว่าช่วงเวลานั้น คนไม่ค่อยอยู่บ้านจะได้ไม่ต้องเป็นจุดสังเกต ให้คนสงสัยได้

"ไม่ได้หรอก เวลาเป็นเงินเป็นทองน่ะ เดี๋ยวไม่มีเงินมาจ่ายค่าของให้น้อง" อี้เฟิงอดที่จะหยอกล้อเด็กสาวคนนี้ไม่ได้ ครั้งแรกที่เขามารับของก็ไม่คิดว่าเธอจะหาของพวกนี้ได้ เขาดีใจที่วันนั้นยอมรับปากเธอคนนี้ทำธุรกิจร่วมกัน

"เออ..เว่ยเว่ย เครื่องมือการเกษตรของน้องกับเมล็ดพันธุ์น่ะ วันนี้มีเพิ่มไหมลูกค้าถามหากันเยอะเลย " หลี่อี้เฟิงถามหาสิ่งที่ต้องการทันที

"มีแค่เท่าที่ได้นั่นแหละค่ะฉันหาได้แค่นี้" เว่ยเว่ยบอกแบบเสียดาย

ซึ่งเครื่องมือการเกษตรนั้น เว่ยเว่ยซื้อมาแค่อย่างละชิ้นเท่านั้น เมล็ดพันธุ์ก็อย่างละ 5 ห่อ ซึ่งมีแค่ 10 ชนิดก็เท่ากับว่ามี 50 ห่อจากการเว้นระยะในการส่งของเว้นเพียง 3 วัน ก็เท่ากับว่า ได้ของออกมาได้แค่ 3 ชุดเท่านั้น

"น่าเสียดายมาก คนอยากได้เยอะแยะเลยล่ะ บอกว่าเมล็ดพันธุ์นั้นดีมาก ไม่มีเม็ดเสียเลย แถมขึ้นแทบทุกเม็ดที่ปลูกลงดิน คนจึงอยากได้มากหน่อย" ตอนนี้เมล็ดพันธ์พวกนี้ไม่พอขายเป็นอย่างมาก

"ใช่ไหมล่ะคะ ฉันบอกแล้วของฉันดีที่สุดฮ่าๆๆ" เว่ยเว่ยอดชมตัวเองไม่ได้

"ได้ข่าวว่าโรงเรียนใกล้สอบแล้วไม่ใช่หรอต้องเตรียมตัวสอบหรือเปล่า" เขาเองก็มีคนรู้จักที่กำลังเรียนอยู่ จึงพอรู้ว่าช่วงนี้โรงเรียนกำลังจะมีสอบ

"ใช่ค่ะ..แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันท่องหนังสือตลอด ยังไงก็ผ่านแน่นอน" เธอไม่ได้อวดนะ อะไรที่ผ่านตาเธอแล้ว เธอรับรองได้เลยว่าเธอจำได้

"แล้วถ้าจบแล้ว วางแผนหรือยังว่าจะทำอะไรต่อ" 

"คิดไว้แล้วค่ะ ว่าจะลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยดู แต่คงเป็นแถวๆนี้คงไม่ไปเมืองหลวงหรอกค่ะ" เว่ยเว่ยบอกออกไป

"ทำไมล่ะ มีแต่คนอยากไปเมืองหลวงทั้งนั้น" ไม่ว่าใครก็ต้องการไปเมืองใหญ่กันทั้งนั้น เด็กสาวคนนี้ช่างแปลกเสียจริง

"ก็พ่อแม่พี่น้องอยู่ที่นี่ นี่คะเลยคิดว่า แค่มหาวิทยาลัยในมณฑลก็พอแล้ว" และอีกอย่างที่เธอคิดก็คือ ถ้าเธอรวย เธอจะอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีความสุข

"อย่างนี้นี่เอง" หลี่อี้เฟิงพยักหน้าเข้าใจ

"พี่หลี่ครับ พวกผมขนของขึ้นรถเสร็จแล้วครับ" ลูกน้องเข้ามารายงานว่าได้ขนของและเช็ครายการตามที่เว้ยๆได้จดไว้ให้ว่ามีอะไรบ้างจำนวนเท่าไหร่ราคาของสินค้าเท่าไหร่ ซึ่งเธอทำเป็นระเบียบมากจึงง่ายต่อการเช็คสินค้า

"อ่ะ..นี่เงิน อีกหน่อยคงรวยแซงหน้าพี่แน่นอน เชียวล่ะ" หลี่อี้เฟิงแซวเว่ยเว่ย

"แหม ไม่หรอกค่ะพี่ก็พูดไป แต่ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีนะคะ อิอิอิอิ "

"ถ้างั้นพี่ไปก่อนนะ แล้วเจอกัน"  เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ออกจากบ้านเช่าไป

"นี่ก็บ่ายมากแล้ว ทำอะไรกินเย็นนี้ดีนะ"

"ขาหมูพะโล้แล้วกัน กินกับข้าวสวยร้อนๆเนื้อนุ่มๆหนังชุ่มๆ จะต้องอร่อยมากแน่นอนเสียดายก็แต่ไม่มีผลไม้กินเลย ขนไปให้พี่ชายหลี่หมดแล้ว เฮ้อ..."

......................

มีนักอ่านบางท่านกลัวว่าน้องจะขายของหมดมิติแล้วไม่มีของอะไรมาขายอีก

ตอนนี้คงสบายใจได้แล้วนะคะว่าของน้องนั้นไม่มีวันหมดแน่นอน 

สปอย

พรุ่งนี้เราจะไปโรงเรียนกันนะคะ 

อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยนะคะขอบคุณค่ะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
ผ่านศึก กววงษ์
...️...️...️...️...️
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   174

    เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   173

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   172

    และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   171

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   170

    เมื่อตอนที่เธอเห็นมันครั้งแรก เธอเองก็งงเหมือนกัน ว่ามันมาจากที่ไหน ในเมื่อเธอเอาผ้าออกมาจากในมิติทุกวันเพื่อเอาออกมาตัดชุดที่ร้าน เธอก็ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง และมันไม่ใช่มีแค่สีเดียว แต่มีถึงสองสี และอีกสีหนึ่งก็คือสีแดงซึ่งเว่ยเว่ยก็นำมันมาตัดชุดกี่เพ้าด้วยเหมือนกัน แต่ชุดนั้นเธอคิดว่าจะเอามันไว้ใส่ในวันแต่งงานของเธอกับลู่เฟิง ตอนที่เธอหยิบชุดออกมาใส่ เธอก็แอบคิดไปเหมือนกันว่ามิติอาจจะรู้ว่าเธอจะได้ทำแบบนี้จึงได้มอบผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ก็เป็นได้พอถึงช่วงบ่าย ลู่เฟิงก็มารับเธอที่บ้านตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนไปจดทะเบียน เขาได้พาเธอเข้าไปหาครอบครัวของเขาก่อน เพื่อบอกว่าทั้งสองจะไปจดทะเบียนกัน“ลูกว่าอะไรนะลู่เฟิง” แม่จิ่งที่ได้ยินลูกชายบอกว่าจะพาคู่หมั้นไปจดทะเบียนก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“ผมจะพาเว่ยเว่ยไปจดทะเบียนครับ” ลู่เฟิงบอกคนเป็นแม่อีกครั้ง ส่วนพ่อเจียงที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะเด็กทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว ถ้านับเวลาคงเกือบห้าปีเลยล่ะ“แล้วลูกบอกทางบ้านของหนูเว่ยเว่ยแล้วหรือยัง ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำอะไรทำไมไม่ถามผู้ใหญ่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   169

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****และเมื้อมื้ออาหารเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน รวมทั้งจางหย่งด้วย ที่วันนี้เขาได้รับอนุญาติให้ค้างที่นี่กับภรรยาและลูกได้ และในพรุ่งนี้เช้าเขาจะพาลูกและภรรยากลับไปพักที่ค่าย“อื้อ อื้อ” เว่ยเว่ยที่ถูกจู่โจมหลังจากที่ออกจากห้องน้ำก็ได้ได้แต่ครางอยู่แต่ในลำคอ “คุณเรียนจบแล้วใช่หรือเปล่า” ลู่เฟิงเมื่อละปากออก ก็พูดถามเสียงอู้อี้ เพราะตอนนี้จมูกของเขาได้ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวของเว่ยเว่ย ยิ่งเขาได้กลิ่นหอมที่มาจากตัวของเธอ ยิ่งทำให้เขานั้นแทบคลั่ง“อื้อ ค่ะ” เธอเรียนจบมาได้สองเดือนแล้ว เหลือแค่รอใบประกาศเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันนะ” ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ถามถึงเรื่องแต่งงาน“อะ อะไรนะคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินลู่เฟิงขอเธอแต่งงาน “เราแต่งงานกันนะครับ” เขาย้ำให้เธอฟังอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอให้ชัดๆ และหยุดการกระทำทุกอย่างไปก่อน“เรื่องนี้ เราไม่ต้องบอกพ่อแม่ก่อนหรือคะ” เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ควรที่จะรับรู้เรื่องนี้“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งงานกับผมได

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   153

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****ตอนนี้ร้านของเว่ยเว่ยที่เปิดที่ห้างสรรพสินค้านั้นได้ตกอต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยลุงช่างคนเดิม เว่ยเว่ยพอใจเป็นอย่างมาก เธอไม่ต้องพูดอะไรมากมายลุงช่างก็สามารถทำตามแบบของเธอได้เลยร้านของเธอในตอนนี้นั้นโดดเด่นเป็นอย่างมากด้วยการตกแต่งที่ทันสมัย มองจากด้านหน้าเข้าไปก็จะเห็นช

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   151

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“เว่ยเว่ย คุณจะเปิดร้านน้ำหอมที่ไหนหรือครับ” เมื่อแยกย้ายกันกับเฟยหลงแล้วลู่เฟิงก็ถามคู่หมั้นถึงเรื่องร้านที่จะวางของขาย ถ้ายังไม่มีเขาคิดที่จะช่วยเธอหาที่เหมาะๆสักที่“อืม ฉันอยากขายที่ห้างค่ะ คุณพอจะมีเส้นสายบ้างหรือเปล่าคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าน้ำหอมนั้นเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ก

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   149

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“เว่ยเว่ยครับ คุณจำเพื่อนของผมที่เคยช่วยคุณได้หรือเปล่าครับ” ลู่เฟิงเอ่ยถามคู่หมั้นที่ตอนนี้กำลังนอนอยู่ข้างๆเขา“คนไหนคะ คนที่ช่วยเอกสารเรื่องร้านหรือเปล่าคะ” เว่ยเว่ยเองก็ไม่้ค่อยรู้จักเพื่อนของเขามากนัก แต่ถ้าคนที่ช่วยเธอเะอคิดว่ามีแค่คนนี้เพียงคนเดียว“ครับ คนนั้นแหละ

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   146

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****ไม่เพียงแต่ซูเย่เท่านั้นที่ทำอะไรไม่ถูก หนุ่มๆทั้งห้าคนที่นั่งอยู่ก็จ้องตาไม่กระพริบ พวกเขาไม่คิดว่าสองสาวจะกล้ามานั่งร่วมโต๊ะกับพวกเขาด้วย“เอ่อ..ถ้าพวกนายไม่สดวก พวกเราย้ายโต๊ะก็ได้เนอะ” ซูเย่ที่ถูกจ้องอยู่ก็เข้าใจว่า พวกเขาคงไม่พอใจ จึงคิดที่จะย้ายก้นออกไปก่อนที่จะมีปั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status