LOGINคำโปรย เพียงเพราะต้องการระบายความในใจผ่านบทตัวประกอบในนิยาย ทำให้เธอหลุดเข้ามาอยู่ในนิยายที่เขียนอย่างไม่ตั้งใจ หนิงอันจะเลือกทำตามหัวใจหรือเลือกที่จะดำเนินเนื้อเรื่องไปให้ถึงตอนสุดท้าย จากนั้นก็กลับมาเป็นหนิงอันที่ไร้ตัวตนคนเดิมในโลกปัจจุบัน!
View Moreหนิงอันนั่งจ้องมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความเหม่อลอย เมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับข่าวซุบซิบในแวดวงไฮโซ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงทายาทเศรษฐีเปลี่ยนแฟนสาวอีกครั้งแล้วในรอบสามเดือน นับว่านี่เป็นผู้หญิงคนที่ห้าแล้วที่เป็นข่าวกับเขาภายในปีนี้
พลันให้นึกไปถึงเรื่องราวในครั้งเก่าก่อน เธอและเขาครั้งหนึ่งก็เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันนานถึงสามปี ก่อนที่สุดท้ายจะแยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย เพราะเป็นทายาทเศรษฐีเฟยฉีจึงเลือกที่จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ ส่วนเธอที่เรียนเก่งจนกระทั่งได้รับทุนการศึกษาได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของจีน ก่อนที่ทั้งคู่จะไม่ได้พบกันอีกเลยจนกระทั่งเรียนจบ สองปีต่อมาหลังจากเรียนจบหนิงอันก็ได้ข่าวคราวของชายหนุ่มอีกครั้งในฐานะคาสโนว่าหนุ่มที่เปลี่ยนคู่ควงไม่เว้นวัน มีข่าวซุบซิบมากมายเกี่ยวกับชายหนุ่มราวกับดาราดังก็มิปาน
และข่าวในเรื่องความประสบความสำเร็จของชายหนุ่มก็โด่งดังไม่แพ้กัน ชายหนุ่มผู้เก่งกาจที่ใช้เวลาเพียงสองปีก็สามารถควบรวมกิจการหลายประเภทเข้ามาไว้ในกำมือของตนเองได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์คือธุรกิจล่าสุดที่ชายหนุ่มต้องการควบรวมเข้ากับธุรกิจผลิตหนังและละครที่เขามีอยู่แต่เดิม
ส่วนหนิงอันนั้นใช้ชีวิตแบบไร้ตัวตน ไร้แฟน ไร้ครอบครัว ตัวเธอเองเติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สิ่งที่เธอมีในตอนนี้ก็มีเพียงหนังสือนิยายที่คอยเป็นเพื่อนแก้เหงาและอาชีพที่ทำรายได้ให้เธอตั้งแต่สมัยเรียนก็คือนักเขียน หนิงอันออกผลงานและได้รับการยอมรับจนกระทั่งมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง
ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเขียนนิยายเรื่องล่าสุด แทนคำบอกเล่าความรักของตนเองในมุมมองของตัวประกอบตัวหนึ่งในนิยายของตนเอง ในนิยายเรื่อง พระชายาที่รัก และแน่นอนว่าพระเอกในเรื่องนั้นย่อมเป็นมีชื่อว่าเฟยฉี เพื่อนสมัยมัธยมของหนิงอันที่เธอแอบหลงรักเขามาโดยตลอด แต่เพราะฐานะที่แตกต่างกันทำให้เธอได้แต่มองเขาจากที่ไกลๆเท่านั้น
เฟยฉี คือพระเอกในนิยาย เรื่องพระชายาที่รัก ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและเก่งกาจ
ส่วนหนิงอัน เป็นเพียงตัวประกอบที่เป็น พระชายาของเขา ไม่ต้องกล่าวก็พอรู้ว่าความรู้สึกของตัวประกอบตัวนี้คงไม่ได้ต่างไปจากหนิงอันที่เป็นนักเขียนเลยแม้แต่น้อย เพราะหญิงสาวตั้งใจที่จะสื่อความรู้สึกของเธอผ่านตัวละครตัวนี้
แม้ว่าแท้จริงแล้วเดิมทีหนิงอันนั้นจะเป็นตัวประกอบที่ไม่ค่อยมีบทบาทในนิยายเรื่องนี้มากนักก็ตาม ทั้งตอนสุดท้ายก็ยังสละชีวิตเพื่อให้คนที่เธอรักได้ครองคู่กัน
หนิงอันตัดสินใจลงเนื้อเรื่องของนิยายต่อหลังจากที่ร่างโครงเรื่องไปจนจบเรื่อง แต่เมื่อลงในอินเทอร์เน็ตไปเพียงไม่กี่ตอนก็มีการตอบรับกลับมาอย่างท่วมท้น
หลากหลายความเห็นต่างเห็นใจหนิงอัน และบางส่วนก็ก่นด่าถึงความโง่งมของหญิงสาว แต่ไม่ว่าอย่างไรแต่ละข้อความก็สร้างความประทับใจให้กับหนิงอันไม่น้อย เพราะทุกคนต่างรอลุ้นในตอนต่อไปกันทั้งนั้น
ตืด ตืด
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นหลายครั้ง ก่อนที่หญิงสาวจะหันไปมองก็พบว่าเป็นสายจากทางบรรณาธิการ
"สวัสดีค่ะ พี่หยาง"
"เสี่ยวอัน เธอลงนิยายเรื่องใหม่แล้วงั้นหรือ"
"ใช่ค่ะ"
"เธอรู้มั้ยว่านิยายของเธอเรื่องนี้ดังใหญ่แล้วนะ ผู้กำกับเหยียนต้องการจะคุยกับเธอเรื่องลิขสิทธิ์ของนิยายเรื่องนี้ เขาต้องการนำไปทำเป็นบทละคร"
"เอ๋! แต่ว่าฉันยังเขียนไม่จบเลยนะคะ"
"เอาน่า! เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ส่งโครงเรื่องมาให้ฉันก่อน แล้วเธอก็เร่งปั่นต้นฉบับให้เสร็จ ใช้เวลาสักกี่วันดีล่ะ"
"เอ่อ! แต่ว่าพี่หยางคะ..."
"เอาน่าๆ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน สิบห้าวัน เธอก็ปั่นต้นฉบับให้แล้วเสร็จในสิบห้าวันก็แล้วกัน ถ้ามีตรงไหนค่อยแก้ไขไว้ค่อยคุยกันใหม่ เท่านี้นะ เดี๋ยวฉันต้องไปประชุมแล้ว โอเค บ๊ายบาย"
"แต่...."
ตู๊ดๆ ตู๊ดๆ
หนิงอันยังไม่มีโอกาสที่จะกล่าวสิ่งใดอีกฝ่ายก็วางสายไปเสียแล้ว ทำเอาเธอได้แต่ถอนหายใจก่อนจะกันกลับมายังหน้าจอสี่เหลี่ยมที่อยู่ตรงหน้า ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วในเมื่อเป็นคำสั่งและค่าตอบแทนที่สูงลิบ ต่อให้ต้องอดหลับอดนอนทั้งวันทั้งคืนก็คงต้องทำสินะ!
หลายปีมานี้ หนิงอันได้ผลตอบแทนจากการเขียนนิยายเรียกได้ว่าคุ้มค่าจริงๆ เพราะรายได้ทั้งหมดที่ได้มาทำให้เธอมีเงินเพื่อมาซื้อคอนโดราคาแพงกลางใจเมืองทั้งยังมีการรักษาความปลอดภัยที่ดีในระดับหนึ่ง ทั้งสภาพแวดล้อมโดยรอบยังเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมาก
หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระล้างร่างกาย เพื่อเตรียมตัวที่จะสู้รบระยะยาวกับบทนิยายอันยืดยาวกว่าครึ่งเดือน พร้อมกับอาหารและน้ำดื่มที่ถูกนำมาวางกองจนเต็มโต๊ะ
แต่ในขณะที่กำลังจะลงมือเขียนนิยายอยู่ ๆก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านหน้าห้อง หญิงสาวจึงตั้งใจจะลุกขึ้นไปดู ก่อนจะพบว่าห้องฝั่งตรงข้ามของเธอมีคนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่แล้ว ก่อนที่จะปิดประตูลงแล้วเดินกลับมานั่งลงบนหน้าจอสี่เหลี่ยมเพื่อปั่นนิยายต่อ
ห้องพักห้องตรงข้าม ข้าวของมากมายถูกเคลื่อนย้ายเข้าห้อง ก่อนที่ทีมแม่บ้านจะเข้าไปแทนที่คนขนย้ายเพื่อจัดวางข้าวของทั้งหมดให้เข้าที่ ภายในห้องชุดราคาแพงที่ถูกตกแต่งให้ดูหรูและมีระดับ ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าที่ห้องทั้งห้องจะเข้าสู่ความเรียบร้อย แล้วปรากฎร่างสูงร่างหนึ่งที่เปิดห้องน้ำออกมา ร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กพันรอบเอวเพียงผืนเดียว
ความเหนื่อยล้าทำให้เขาทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนหนานุ่มที่ถูกเตรียมไว้และยังไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้เขาเคลิ้มหลับไปในที่สุด
ทางด้านหนิงอันหญิงสาวใช้เวลากว่าเจ็ดวันแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน มีเพียงเวลางีบเพียงวันละไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นมาเพื่อปั่นนิยายต่อให้เสร็จ ในขณะที่กำลังจะจบในบทสุดท้ายของนิยาย จู่ ๆหญิงสาวก็รู้สึกวูบก่อนจะหน้ามืดและทุกๆอย่างก็ดับลง
"พระชายาเพคะ พระชายา" หนิงอันรู้สึกว่าตนเองนั้นได้ยินเสียงเรียกของใครบางคนก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วพบกับร่างของสาวน้อยวัยสิบห้าสิบหกถึงสองคน ทั้งคู่แต่งกายคล้ายกับอยู่ในยุคโบราณ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะอยู่ในโรงถ่ายละครจึงได้หันไปมองรอบๆก็พบกับสถานที่ที่คล้ายกับโรงถ่ายละคร จึงทำให้เธอเข้าใจไปเช่นนั้น ก่อนจะเอ่ยกับเด็กสาวทั้งสอง
"นี่ฉันหลับไปได้ยังงัยกัน แล้วนี่โรงถ่ายละครเรื่องอะไรงั้นหรือ" อาเป่าและอาโปต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงที่อยู่พระชายาที่ถูกหนังลอยมากระทบกับใบหน้าเต็มแรงทำให้ถึงกับเป็นลมสลบไปเมื่อตื่นขึ้นมาก็ถึงกับสติเลอะเลือน ทำให้เด็กสาวทั้งสองถึงกับน้ำตาคลอ
"นี่ๆ พวกเธอ ร้องไห้กันทำไมน่ะ!" หนิงอันตกใจเป็นอย่างมาก อยู่ ๆเด็กสาวทั้งสองก็มองหน้าเธอแล้วก็เกิดอาการราวกับคนที่กำลังจะร้องไห้ ทำให้หนิงอันยิ่งรู้สุกงุนงงหนักขึ้นไปอีก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยถามชื่อของเด็กสาวทั้งสอง
"พวกคุณชื่ออะไรหรือ"
"เอ่อ... บ่าวมีนามว่าอาเป่า ส่วนนี่ก็อาโปอย่างไรเล่าเจ้าคะ พระชายาท่านให้บ่าวไปตามหมอหลวงดีหรือไม่เจ้าคะ เหตุใดท่านจึงจดจำสิ่งใดไม่ได้เลยเช่นนี้เล่า โถว พระชายาที่น่าสงสารของบ่าว ฮือ" อาเป่าเอ่ยขึ้นก่อนจะร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง
หนิงอันที่ได้ยินว่าทั้งคู่ชื่ออาเป่าและอาโป ซึ่งดูเหมือนว่าเด็กสาวทั้งคู่จะเป็นสาวใช้ ก่อนที่เธอจะค่อยๆทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอย่างใจเย็น และเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าเค้า หญิงสาวก็พลันผุดลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะรีบตรงไปยังกระจกทองเหลืองบานใหญ่
สิ่งที่น่าตกใจก็คือหญิงสาวในกระจกนั้นมีใบหน้าที่ ละม้ายคล้ายกับเธอเป็นอย่างมากหากแต่งดงามกว่า ผิวที่ขาวราวกับหิมะ ริมฝีปากสีแดงเรื่อเป็นธรรมชาติ ใบหน้านี้ที่แม้ไม่ได้แต่งเติมสิ่งใดก็ยังคงดูสดใสงดงามตามธรรมชาติหาใดเปรียบ หนิงอันใช้มือกุมศีรษะของตนเอง ก่อนจะหันมาที่ร่างของสาวใช้ทั้งสองอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยว่า
"ข้าคือหนิงอัน ที่เป็นพระชายาของฉีอ๋อง ใช่หรือไม่"
"พะ เพคะ พระชายาทรงจำได้แล้วใช่หรือไม่เพคะ" เมื่อได้รับการยืนยันคำตอบหนิงอันถึงกับเข่าอ่อน ทรุดตัวลงไปนั่งลงกับพื้นทันที
ตุบ!
"พะ พระชายา เพคะ เป็นอันใดไปเพคะ ให้บ่าวตามหมอหลวงดีหรือไม่!" อาโปเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ นางสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อพระชายาทรงฟื้นขึ้นมาหญิงสาวก็ดูจะไม่เหมือนเดิม
แต่อาจเพราะหนิงอันใช้นิสัยของตนเองเป็นต้นแบบของตัวละครตัวประกอบตัวนี้ทำให้ทั้งคู่มีบุคลิกและนิสัยที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ นอกจากภาษาแปลกๆที่เอ่ยกับเด็กสาวทั้งสองในตอนแรกแล้วนั้นที่เหลือก็แทบไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปเลย
ทำให้สาวใช้ทั้งสองวางใจได้ลง เมื่อคิดว่านายหญิงของตนคงจะไม่เป็นอันใดมากแล้ว
แต่ในส่วนของหนิงอันนั้น ในตอนนี้หญิงสาวรู้ตัวแล้วว่าเธอนั้นได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายของตนเองเสียแล้ว...
หนิงอันเดินเข้ามาในห้องก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับโซฟากลางห้อง ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอยสับสน ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วสำหรับเขาเธอเป็นแค่ของเล่นคั่นเวลาสนุกๆชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้นใช่มั้ย? ยิ่งได้มากยากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องลงทุนสูงมากเท่านั้นหลังจากวันนั้นชายหนุ่มก็หายหน้าไป หนิงอันพยายามคิดว่าตัวเองจะยังพอมีความหวังบ้าง ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมาก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มคิดอย่างไรกันแน่ หรือว่าเธอผิดพลาดที่ตรงไหน หรืออาจจะเป็นวันนั้นที่อยู่ ๆเธอก็ออกมาจากห้องโดยที่ไม่บอกเขาเพราะเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยมีครอบครัว เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นที่จะอยู่กับใครสักคนต้องทำอย่างไร แต่พอเธอพยายามรวบรวมความกล้าที่จะเปิดใจเขากลับหายไปแล้ว เขาเดินหายไปจากชีวิตเธอแล้วหนิงอันรู้ตัวอีกทีตัวเองก็มาโผล่ที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากคอนโดของเธอมากนัก หญิงสาวสั่งค็อกเทลแล้วยกดื่มราวกับน้ำเปล่า แก้วแล้วแก้วเล่า ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อ พูดเสียงอ้อแอ้เป็นสัญญาณว่าเริ่มเมามากแล้ว เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่เธอมักจะมานั่งปลดปล่อยความเศร้า แต่พอเริ่มเมามากขึ้นก
"หัวหน้าค่ะ โลกเสมือนจริงจบลงแล้วค่ะ ทั้งคู่น่าจะกลับมาในอีกสิบนาทีค่ะ""ดีมาก นับว่าสมบูรณ์แบบ""แบบนี้ก็แปลว่า โครงการนี้จะถูกอนุมัติใช่มั้ยคะ""ถูกต้อง สักครึ่งชั่วโมงค่อยติดต่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านประธาน""ได้ค่ะหัวหน้า"รายงานผลการทดลองเป็นผลสำเร็จและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเดินออกไปหน้าประตูก่อนจะแง้มเพื่อมองดูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะยกยิ้มอย่างใจเย็นพลางคิดในใจ(เสี่ยวอันเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก)เฟยฉีพยายามนำตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสายตาของหญิงสาวมาตลอด เด็กสาวที่สวมแว่นตาหนาเตอะคนนั้นคือคนที่ทำให้เขาตกหลุมรักโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ตัวว่าเขาเริ่มรู้สึกเช่นนั้นกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็มักจะเอาตัวเองเข้าไปใกล้กับหญิงสาวอยู่เสมอ แต่เพราะความหล่อเหลาของเฟยฉีทำให้ทุกคนไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความคิดเช่นนั้นกับหญิงสาว ทำให้การที่เขาไปวอแวกับอีกฝ่ายไม่ได้กลายเป็นเป้าสายตามากนัก อาจเพราะหนิงอันเรียนเก่งเขาเองก็เรียนเก่งจึงทำให้ทั้งคู่ค่อยๆสนิทกัน แต่หลังจากที่เรียนจบหญิงสาวก็ไม่เคยติดต่อเขาอีกเลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงติดตามข่าวคราวของเธออยู่เงียบๆจนกระทั่งหนิงอันมีผลงานนิย
หนิงอันและเฟยฉีเดินทางกลับจิงโจวในเช้าวันต่อมา เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ได้อยู่ในนิยายที่นางเขียนขึ้นหากแต่มันเป็นเรื่องราวต่อจากนั้นที่แม้แต่คนเขียนนิยายเช่นนางก็ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะต้องใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดอายุขัยเลยหรือไม่จึงจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันที่นางจากมาได้คงไม่มีใครสามารถตอบได้รถม้าค่อยเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงก่อนจะค่อยๆแล่นไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่งจิงโจวเมืองที่เป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด ในขณะที่มุมหนึ่งบนกำแพงเมือง พบชายหนุ่มที่สวมชุดมังกรที่เหลืองอร่ามกำลังเพ่งมองไปยังรถม้าที่ค่อยๆวิ่งไกลออกไปจนกระทั่งสุดลูกหูลูกตา"ฝ่าบาท จะทรงปล่อยให้นางจากไปเช่นนี้จริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ" กงกงคนสนิทเอ่ยขึ้น แววตาของเขาฉายชัดความห่วงใยในตัวฮ่องเต้พระองค์ใหม่ผู้นี้ไม่น้อย"นางพบคนที่นางรักจริงๆเสียที เช่นนั้นก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว""แล้วฝ่าบาทเล่าพ่ะย่ะค่ะ""เรากับนางคงมิได้มีวาสนาต่อกัน เอาละกลับกันเถิด""พ่ะย่ะค่ะ หลายปีต่อมา"อันอัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แม่บอกให้หยุด เจ้าเอาหมินหมินไปนอนบนเตียงกับเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อาบน้ำให้มันก่อน"
หนิงอันลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพยายามมองไปรอบๆก็ต้องแปลกใจที่หญิงสาวยังคงอยู่ในนิยาย ก่อนจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจึงยังไม่ตายกันนะ!(นี่ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ)"เจ้าฟื้นแล้วหรือ" หนิงอันหันไปตามเสียงก็พบกับสตรีผู้หนึ่งที่กำลังถือถ้วยชาเข้ามา"เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ""สำนักจี๋หลินเจ้าค่ะ" หนิงอันมองไปรอบๆนางพยายามมองหาร่างของสามี"สามีของท่านอีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ท่านดื่มยาก่อนเถิด""อืม ขอบคุณแม่นาง" หนิงอันรับถ้วยยามาก่อนจะฝืนใจดื่มมันจนหมดแล้วยื่นถ้วยเปล่าส่งคืนไปให้อีกฝ่าย"ข้าหลับไปนานเท่าใดงั้นหรือ""ท่านหลับไปเจ็ดวันแล้ว สามีของท่านเขานั่งเฝ้าท่านที่ข้างเตียงตลอด หากแต่วันนี้มีธุระด่วนจึงได้ฝากให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านแทน""เช่นนั้นก็ต้องรบกวนแม่นางแล้ว""ท่านอย่าได้เกรงใจเลย ท่านอ๋องมีบุญคุณต่อข้าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอันใดได้"เพียงครู่เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนิงอันมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ตอนนี้แลดูซูบผอมลงไปมาก ใต้ตาของเขาดำคล้ำราวกับอดหลับอดนอนมาหลายวัน เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เป็นเช่นนั้นหัวใจของหนิงอันก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักทางด้านเ











