登入คำโปรย เพียงเพราะต้องการระบายความในใจผ่านบทตัวประกอบในนิยาย ทำให้เธอหลุดเข้ามาอยู่ในนิยายที่เขียนอย่างไม่ตั้งใจ หนิงอันจะเลือกทำตามหัวใจหรือเลือกที่จะดำเนินเนื้อเรื่องไปให้ถึงตอนสุดท้าย จากนั้นก็กลับมาเป็นหนิงอันที่ไร้ตัวตนคนเดิมในโลกปัจจุบัน!
查看更多หนิงอันนั่งจ้องมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความเหม่อลอย เมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับข่าวซุบซิบในแวดวงไฮโซ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงทายาทเศรษฐีเปลี่ยนแฟนสาวอีกครั้งแล้วในรอบสามเดือน นับว่านี่เป็นผู้หญิงคนที่ห้าแล้วที่เป็นข่าวกับเขาภายในปีนี้
พลันให้นึกไปถึงเรื่องราวในครั้งเก่าก่อน เธอและเขาครั้งหนึ่งก็เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันนานถึงสามปี ก่อนที่สุดท้ายจะแยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย เพราะเป็นทายาทเศรษฐีเฟยฉีจึงเลือกที่จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ ส่วนเธอที่เรียนเก่งจนกระทั่งได้รับทุนการศึกษาได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของจีน ก่อนที่ทั้งคู่จะไม่ได้พบกันอีกเลยจนกระทั่งเรียนจบ สองปีต่อมาหลังจากเรียนจบหนิงอันก็ได้ข่าวคราวของชายหนุ่มอีกครั้งในฐานะคาสโนว่าหนุ่มที่เปลี่ยนคู่ควงไม่เว้นวัน มีข่าวซุบซิบมากมายเกี่ยวกับชายหนุ่มราวกับดาราดังก็มิปาน
และข่าวในเรื่องความประสบความสำเร็จของชายหนุ่มก็โด่งดังไม่แพ้กัน ชายหนุ่มผู้เก่งกาจที่ใช้เวลาเพียงสองปีก็สามารถควบรวมกิจการหลายประเภทเข้ามาไว้ในกำมือของตนเองได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์คือธุรกิจล่าสุดที่ชายหนุ่มต้องการควบรวมเข้ากับธุรกิจผลิตหนังและละครที่เขามีอยู่แต่เดิม
ส่วนหนิงอันนั้นใช้ชีวิตแบบไร้ตัวตน ไร้แฟน ไร้ครอบครัว ตัวเธอเองเติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สิ่งที่เธอมีในตอนนี้ก็มีเพียงหนังสือนิยายที่คอยเป็นเพื่อนแก้เหงาและอาชีพที่ทำรายได้ให้เธอตั้งแต่สมัยเรียนก็คือนักเขียน หนิงอันออกผลงานและได้รับการยอมรับจนกระทั่งมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง
ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเขียนนิยายเรื่องล่าสุด แทนคำบอกเล่าความรักของตนเองในมุมมองของตัวประกอบตัวหนึ่งในนิยายของตนเอง ในนิยายเรื่อง พระชายาที่รัก และแน่นอนว่าพระเอกในเรื่องนั้นย่อมเป็นมีชื่อว่าเฟยฉี เพื่อนสมัยมัธยมของหนิงอันที่เธอแอบหลงรักเขามาโดยตลอด แต่เพราะฐานะที่แตกต่างกันทำให้เธอได้แต่มองเขาจากที่ไกลๆเท่านั้น
เฟยฉี คือพระเอกในนิยาย เรื่องพระชายาที่รัก ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและเก่งกาจ
ส่วนหนิงอัน เป็นเพียงตัวประกอบที่เป็น พระชายาของเขา ไม่ต้องกล่าวก็พอรู้ว่าความรู้สึกของตัวประกอบตัวนี้คงไม่ได้ต่างไปจากหนิงอันที่เป็นนักเขียนเลยแม้แต่น้อย เพราะหญิงสาวตั้งใจที่จะสื่อความรู้สึกของเธอผ่านตัวละครตัวนี้
แม้ว่าแท้จริงแล้วเดิมทีหนิงอันนั้นจะเป็นตัวประกอบที่ไม่ค่อยมีบทบาทในนิยายเรื่องนี้มากนักก็ตาม ทั้งตอนสุดท้ายก็ยังสละชีวิตเพื่อให้คนที่เธอรักได้ครองคู่กัน
หนิงอันตัดสินใจลงเนื้อเรื่องของนิยายต่อหลังจากที่ร่างโครงเรื่องไปจนจบเรื่อง แต่เมื่อลงในอินเทอร์เน็ตไปเพียงไม่กี่ตอนก็มีการตอบรับกลับมาอย่างท่วมท้น
หลากหลายความเห็นต่างเห็นใจหนิงอัน และบางส่วนก็ก่นด่าถึงความโง่งมของหญิงสาว แต่ไม่ว่าอย่างไรแต่ละข้อความก็สร้างความประทับใจให้กับหนิงอันไม่น้อย เพราะทุกคนต่างรอลุ้นในตอนต่อไปกันทั้งนั้น
ตืด ตืด
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นหลายครั้ง ก่อนที่หญิงสาวจะหันไปมองก็พบว่าเป็นสายจากทางบรรณาธิการ
"สวัสดีค่ะ พี่หยาง"
"เสี่ยวอัน เธอลงนิยายเรื่องใหม่แล้วงั้นหรือ"
"ใช่ค่ะ"
"เธอรู้มั้ยว่านิยายของเธอเรื่องนี้ดังใหญ่แล้วนะ ผู้กำกับเหยียนต้องการจะคุยกับเธอเรื่องลิขสิทธิ์ของนิยายเรื่องนี้ เขาต้องการนำไปทำเป็นบทละคร"
"เอ๋! แต่ว่าฉันยังเขียนไม่จบเลยนะคะ"
"เอาน่า! เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ส่งโครงเรื่องมาให้ฉันก่อน แล้วเธอก็เร่งปั่นต้นฉบับให้เสร็จ ใช้เวลาสักกี่วันดีล่ะ"
"เอ่อ! แต่ว่าพี่หยางคะ..."
"เอาน่าๆ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน สิบห้าวัน เธอก็ปั่นต้นฉบับให้แล้วเสร็จในสิบห้าวันก็แล้วกัน ถ้ามีตรงไหนค่อยแก้ไขไว้ค่อยคุยกันใหม่ เท่านี้นะ เดี๋ยวฉันต้องไปประชุมแล้ว โอเค บ๊ายบาย"
"แต่...."
ตู๊ดๆ ตู๊ดๆ
หนิงอันยังไม่มีโอกาสที่จะกล่าวสิ่งใดอีกฝ่ายก็วางสายไปเสียแล้ว ทำเอาเธอได้แต่ถอนหายใจก่อนจะกันกลับมายังหน้าจอสี่เหลี่ยมที่อยู่ตรงหน้า ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วในเมื่อเป็นคำสั่งและค่าตอบแทนที่สูงลิบ ต่อให้ต้องอดหลับอดนอนทั้งวันทั้งคืนก็คงต้องทำสินะ!
หลายปีมานี้ หนิงอันได้ผลตอบแทนจากการเขียนนิยายเรียกได้ว่าคุ้มค่าจริงๆ เพราะรายได้ทั้งหมดที่ได้มาทำให้เธอมีเงินเพื่อมาซื้อคอนโดราคาแพงกลางใจเมืองทั้งยังมีการรักษาความปลอดภัยที่ดีในระดับหนึ่ง ทั้งสภาพแวดล้อมโดยรอบยังเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมาก
หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระล้างร่างกาย เพื่อเตรียมตัวที่จะสู้รบระยะยาวกับบทนิยายอันยืดยาวกว่าครึ่งเดือน พร้อมกับอาหารและน้ำดื่มที่ถูกนำมาวางกองจนเต็มโต๊ะ
แต่ในขณะที่กำลังจะลงมือเขียนนิยายอยู่ ๆก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านหน้าห้อง หญิงสาวจึงตั้งใจจะลุกขึ้นไปดู ก่อนจะพบว่าห้องฝั่งตรงข้ามของเธอมีคนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่แล้ว ก่อนที่จะปิดประตูลงแล้วเดินกลับมานั่งลงบนหน้าจอสี่เหลี่ยมเพื่อปั่นนิยายต่อ
ห้องพักห้องตรงข้าม ข้าวของมากมายถูกเคลื่อนย้ายเข้าห้อง ก่อนที่ทีมแม่บ้านจะเข้าไปแทนที่คนขนย้ายเพื่อจัดวางข้าวของทั้งหมดให้เข้าที่ ภายในห้องชุดราคาแพงที่ถูกตกแต่งให้ดูหรูและมีระดับ ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าที่ห้องทั้งห้องจะเข้าสู่ความเรียบร้อย แล้วปรากฎร่างสูงร่างหนึ่งที่เปิดห้องน้ำออกมา ร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กพันรอบเอวเพียงผืนเดียว
ความเหนื่อยล้าทำให้เขาทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนหนานุ่มที่ถูกเตรียมไว้และยังไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้เขาเคลิ้มหลับไปในที่สุด
ทางด้านหนิงอันหญิงสาวใช้เวลากว่าเจ็ดวันแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน มีเพียงเวลางีบเพียงวันละไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นมาเพื่อปั่นนิยายต่อให้เสร็จ ในขณะที่กำลังจะจบในบทสุดท้ายของนิยาย จู่ ๆหญิงสาวก็รู้สึกวูบก่อนจะหน้ามืดและทุกๆอย่างก็ดับลง
"พระชายาเพคะ พระชายา" หนิงอันรู้สึกว่าตนเองนั้นได้ยินเสียงเรียกของใครบางคนก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วพบกับร่างของสาวน้อยวัยสิบห้าสิบหกถึงสองคน ทั้งคู่แต่งกายคล้ายกับอยู่ในยุคโบราณ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะอยู่ในโรงถ่ายละครจึงได้หันไปมองรอบๆก็พบกับสถานที่ที่คล้ายกับโรงถ่ายละคร จึงทำให้เธอเข้าใจไปเช่นนั้น ก่อนจะเอ่ยกับเด็กสาวทั้งสอง
"นี่ฉันหลับไปได้ยังงัยกัน แล้วนี่โรงถ่ายละครเรื่องอะไรงั้นหรือ" อาเป่าและอาโปต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงที่อยู่พระชายาที่ถูกหนังลอยมากระทบกับใบหน้าเต็มแรงทำให้ถึงกับเป็นลมสลบไปเมื่อตื่นขึ้นมาก็ถึงกับสติเลอะเลือน ทำให้เด็กสาวทั้งสองถึงกับน้ำตาคลอ
"นี่ๆ พวกเธอ ร้องไห้กันทำไมน่ะ!" หนิงอันตกใจเป็นอย่างมาก อยู่ ๆเด็กสาวทั้งสองก็มองหน้าเธอแล้วก็เกิดอาการราวกับคนที่กำลังจะร้องไห้ ทำให้หนิงอันยิ่งรู้สุกงุนงงหนักขึ้นไปอีก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยถามชื่อของเด็กสาวทั้งสอง
"พวกคุณชื่ออะไรหรือ"
"เอ่อ... บ่าวมีนามว่าอาเป่า ส่วนนี่ก็อาโปอย่างไรเล่าเจ้าคะ พระชายาท่านให้บ่าวไปตามหมอหลวงดีหรือไม่เจ้าคะ เหตุใดท่านจึงจดจำสิ่งใดไม่ได้เลยเช่นนี้เล่า โถว พระชายาที่น่าสงสารของบ่าว ฮือ" อาเป่าเอ่ยขึ้นก่อนจะร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง
หนิงอันที่ได้ยินว่าทั้งคู่ชื่ออาเป่าและอาโป ซึ่งดูเหมือนว่าเด็กสาวทั้งคู่จะเป็นสาวใช้ ก่อนที่เธอจะค่อยๆทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอย่างใจเย็น และเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าเค้า หญิงสาวก็พลันผุดลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะรีบตรงไปยังกระจกทองเหลืองบานใหญ่
สิ่งที่น่าตกใจก็คือหญิงสาวในกระจกนั้นมีใบหน้าที่ ละม้ายคล้ายกับเธอเป็นอย่างมากหากแต่งดงามกว่า ผิวที่ขาวราวกับหิมะ ริมฝีปากสีแดงเรื่อเป็นธรรมชาติ ใบหน้านี้ที่แม้ไม่ได้แต่งเติมสิ่งใดก็ยังคงดูสดใสงดงามตามธรรมชาติหาใดเปรียบ หนิงอันใช้มือกุมศีรษะของตนเอง ก่อนจะหันมาที่ร่างของสาวใช้ทั้งสองอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยว่า
"ข้าคือหนิงอัน ที่เป็นพระชายาของฉีอ๋อง ใช่หรือไม่"
"พะ เพคะ พระชายาทรงจำได้แล้วใช่หรือไม่เพคะ" เมื่อได้รับการยืนยันคำตอบหนิงอันถึงกับเข่าอ่อน ทรุดตัวลงไปนั่งลงกับพื้นทันที
ตุบ!
"พะ พระชายา เพคะ เป็นอันใดไปเพคะ ให้บ่าวตามหมอหลวงดีหรือไม่!" อาโปเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ นางสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อพระชายาทรงฟื้นขึ้นมาหญิงสาวก็ดูจะไม่เหมือนเดิม
แต่อาจเพราะหนิงอันใช้นิสัยของตนเองเป็นต้นแบบของตัวละครตัวประกอบตัวนี้ทำให้ทั้งคู่มีบุคลิกและนิสัยที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ นอกจากภาษาแปลกๆที่เอ่ยกับเด็กสาวทั้งสองในตอนแรกแล้วนั้นที่เหลือก็แทบไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปเลย
ทำให้สาวใช้ทั้งสองวางใจได้ลง เมื่อคิดว่านายหญิงของตนคงจะไม่เป็นอันใดมากแล้ว
แต่ในส่วนของหนิงอันนั้น ในตอนนี้หญิงสาวรู้ตัวแล้วว่าเธอนั้นได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายของตนเองเสียแล้ว...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก"พระชายาเพคะ""เจ้าเข้ามาได้" สาวใช้คนสนิทเปิดประตูเข้ามาในภายในห้องก่อนจะเอ่ยรายงานแก่หญิงสาว"ท่านอ๋องมารอรับพระชายาแล้วเพคะ""ท่านอ๋องมาเองงั้นหรือ""เพ
อาเป่าหายไปไม่นานก่อนจะกลับมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก"เกิดอันใดขึ้นหรือ"เป็นอาโปสาวใช้อีกคนเอ่ยถามสหาย"พระชายาท่านองครักษ์กล่าวว่า เอ่อ... คงต้องใช้เวลาพักใหญ่เพคะ ดูเหมือนว่ารถม้าของท่านอ๋องเองก็มีปัญหาเช่นกัน" หนิงอันพยักหน้ารับ ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ดูท่าแล้วคงจะมีคนตั้งใจปองร้ายฉีอ๋องเป็นแน่"ช่างเถิด แต่ตอนนี้ฝนใกล้จะตกเต็มทีแล้ว พวกเราคงต้องหาที่หลบฝนเสียก่อน"
หลังจากที่นั่งดูจนกระทั่งถึงเวลาพักครึ่งของการแข่งขัน อยู่ ๆ เฟยฉีก็ลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยกับสหายอีกสองคน"ครึ่งหลังเปิ่นหวางจะเป็นผู้ลงเล่นด้วยตนเอง""หา" หลิวหยางและเสิ่นหนาน เกิดอาการงุนงงอีกครั้ง เพราะโดยปกติแล้วชายหนุ่มจะไม่ลงเล่นในการแข่งขันจริงเช่นนี้ จะทำเพียงนั่งดูเท่านั้น หรือว่า...หลิวหยางและเสิ่นหนานหันมาสบตากันก่อนจะมองไปที่หนิงอัน พร้อมกับพยักหน้าพร้อมกันเบาๆ บรรดาคุณหนูสูงศักดิ์ทั้งหลายเมื่อได้ยินว่าการแข่งขันในครึ่งหลังนั้น ฉีอ๋องจะเป็นผู้ลงเล่นด
หลังจากเกิดเรื่องในคืนนั้น หนิงอันก็ใช้เวลาอยู่ราวสามวันกว่าจะรวบรวมความกล้าเพื่อเข้าไปสนทนากับชายหนุ่มอีกครั้ง หากแต่เมื่อไปถึงองครักษ์ก็ได้รายงานว่าอีกฝ่ายออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้ว ทำให้นางต้องรอเก้ออีกเช่นเคย "พระชายา ทรงไปเดินเล่นที่ตลาดดีหรือไม่เพคะ วันก่อนเถ้าแก่ร้านเจียงหลิวส่งเทียบเชิญมาแจ้งว่ามีเครื่องประดับลายใหม่เข้ามาหลายลายเพคะ""เช่นนั้น ก็ไปเดินตลาดกัน ข้าก็รู้สึกเบื่อยิ่งนัก""เพคะ เดี๋ยวบ่าวจะไปแจ้งท่านกงกงว่าพระชายาจะออกไปข้างนอกเพคะ""อื้ม พวกเจ้าไปเถิด"หนิงอันเดินทอดน่องไปจนกระทั่งถึงประตูหน้าจวน ทหารยามที่เห็นหญิงสาวก็ต่างแสดงความเคารพกันอย่างนอบน้อม นางคิดจะไปยืนดูวิวทิวทัศน์ด้านหน้าจวนรอสาวใช้ทั้งสองเสียหน่อย หากแต่เมื่อยืนอยู่ได้ไม่นาน ก็มีรถม้าเคลื่อนตัวมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนอ๋องพอดีหญิงสาวพยายามสอดส่ายตามองดูว่าเป็นรถม้าของผู้ใด เพราะดูจากลักษณะแล้วตัวรถถูกทำขึ้นมาจากไม้เนื้อดีหากแต่ไม่มีสัญลักษณ์ใดปรากฏอยู่บนตัวรถ แต่เมื่อเฟยฉีก้าวลงจากรถม้า หนิงอันก็พลันเก็บสายตาของนางทันทีก่อนที่จะเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นชายหนุ่มที่ก้าวลงจากรถม้า อย่างเร่งรีบ พลัน





