แชร์

14

ผู้เขียน: ซูเจิน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-19 16:08:31

นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ

*****

โรงเรียนมัธยม....

"นักเรียนนำความเคารพ"

"สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณครู"

"หัวหน้าห้อง เอารายงานไปแจกคืนให้กับเพื่อนๆที" พอหัวหน้าห้องได้ยินก็ลุกขึ้นมาหยิบรายงานไปแจกให้กับเพื่อนๆในห้อง

"วันนี้ครูจะแจ้งคะแนนการทำรายงานครั้งนี้และแน่นอนว่าตอนที่ครูตรวจงานนั้นครูได้ตรวจแบบพิถีพิถันแล้วแน่นอน" คุณครูประจำวิชาพูดขึ้น

"หมายความว่ายังไงครับครู" เด็กนักเรียนชายคนนึงถามขึ้น

"ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ หนูไม่เข้าใจ เหมือนกันค่ะ" นักเรียนหญิงถามขึ้นบ้าง

"ก็รายงานครั้งนี้นะสิ มีคนทำผลงานได้ดีมากเชียวล่ะ" คุณครูพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ใครคะครู/ใครครับครู" นักเรียนชายหญิงต่างต้องการรู้ว่าเป็นผลงานของใคร มันจะใช่ผลงานของตัวเองหรือเปล่า

"ผลงานที่ครูพูดถึงนั้นเป็นของ เฉียนเว่ยเว่ย กับ เย่หลินปิง ทุกคนปรบมือให้เพื่อนหน่อยสิ" คุณครูเฉลยออกมา

".......!!!!!!!........?????? " ทั้งห้องเงียบกริบ แม้แต่เสียงปรบมือก็ไม่มี

เมื่อทุกคนเริ่มได้สติ

"เป็นไปไม่ได้หรอก"

"นี่เธอฉันหูฝาดใช่ไหม"

"คุณครูต้องตาลายแน่ๆเลยตอนตรวจงาน"

"คนโง่แบบนั้นจะทำรายงานออกมาได้ดีได้ยังไง"

"สองคนนั้นต้องโกงการทำรายงานแน่ๆ"

นักเรียนหลายคนก็หลายความคิด เพราะว่าทั้งสองคนนั้น คือคนหนึ่งก็เรียนแค่ระดับปานกลาง ส่วนอีกคนก็ค่อนข้างไม่เอาไหนจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้คะแนนดีขนาดนี้

"โป๊กๆๆ" เสียงคุณครูขอโต๊ะ

"ทุกคนเงียบก่อน พวกเธอเสียงดังเกินไปแล้ว"

"นี่พวกเธอคิดว่าครู สับเพร่าขนาดนั้นเลยหรอ ก็ในเมื่อผลงานของใครดีครูก็ว่าดี ใครแย่ครูก็ว่าแย่ แต่นี่อะไรพวกเธอว่าครูยังไม่พอ ยังว่าเพื่อนอีกหรอ" คุณครูบอกและตักเตือนเด็กๆ

"นักเรียนเฉียน นักเรียนเย่ ครูดีใจนะที่พวกเธอสองคนพัฒนาผลการเรียนได้ในระดับหนึ่ง ครูก็ขอให้พวกเธอ 2 คนพัฒนาแบบนี้ขึ้นไปเรื่อยๆเข้าใจใช่ไหม" คุณครูกล่าวชมเว่ยเว่ยและปิงปิง

"ได้ค่ะครู/ได้ค่ะ" ทั้งสองคนรับปากพร้อมกัน

"ถ้างั้นเรามาเริ่มเรียนกันได้แล้ว เปิดหนังสือหน้า 65 หัวข้อเรื่อง......."

ในระหว่างที่คุณครูสอนอยู่นั้น เว่ยเว่ยไม่อาจรับรู้ได้ถึงรังสีความไม่พอใจของใครบางคนที่ได้แอบชำเลืองมองเธออยู

หลังเลิกเรียน....

"ปิงปิง วันนี้เราไปกินขนมที่ตรงลานอเนกประสงค์กันไหม ฉันเลี้ยงเอง"

"เนื่องในโอกาสอะไรล่ะเว่ยเว่ย"

"แหม..ก็ฉลองเรื่องที่พวกเราทำคะแนนรายงานได้ดียังไงล่ะ"

"แต่ว่าส่วนใหญ่แล้ว เธอเป็นคนทำนะ ฉันทำแค่นิดเดียวเอง"

"เอาน่า..ก็ผลงานพวกเราสองคนนั่นแหละไม่ต้องคิดมากหรอก ไปเถอะ" แล้วเว่ยเว่ยก็พาปิงปิง มาที่โต๊ะข้างลานอเนกประสงค์

"นี่ ขนมซาวปิ่ง แล้วก็นี่ ขนมเปี๊ยะ"

"เธอไปเอามาจากไหนหรอเว่ยเว่ย ขนมพวกนี้หายากมากเลยนะ"

"ไม่ยากหรอกน่า ฉันรู้จักกับพี่คนนึงน่ะ เขาเลยแบ่งมาให้ฉันฉันก็เลยแบ่งมาให้เธออีกทีนึงไงล่ะ" เว่ยเว่ย ไม่สามารถบอกได้ว่าเธอเอาขนมออกมาจากในมิติ

"ขอบใจนะเว่ยเว่ย นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้กินขนมแบบนี้ ส่วนมากจะได้กิน ก็ช่วงเทศกาลเท่านั้นแหละ" เพราะบ้านของเธอไม่ได้มีฐานะที่ดีมากนัก

"อ่ะ..กินเลยไม่ต้องเกรงใจนะ"

"เว่ยเว่ย ถ้าเรียนจบแล้วแล้วเธอจะไปทำอะไรหรอ" ปิงปิงเอ่ยปากถาม

"ฉันน่ะหรอ จะลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยดูน่ะ แล้วเธอล่ะ" 

"ฉันก็จะลงสอบเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะติดหรือเปล่า ได้ข่าวว่าข้อสอบยากมากเลยน่ะสิ" ปิงปิงพูดเสียงเศร้า

"ไม่ยากหรอกน่า เธอแค่อ่านหนังสือให้มากๆ อันไหนไม่เข้าใจเธอก็ไปถามครูดูหรือจะถามฉันก็ได้นะ" ปิงปิง ขมวดคิ้วมองหน้าเว่ยเว่ย 'ถามเธอหรอ ครั้งก่อนเธอยังลอกการบ้านเราอยู่เลยนะ' ปิงปิงคิดอยู่ในใจ

"อ้าว..เว่ยเว่ย ปิงปิง ยังไม่กลับบ้านกันเหรอจ๊ะ ทำอะไรกันอยู่หรอ" ไป๋หลิวอี้เดินเข้ามาถามทั้งคู่

"ยังหรอกหลิวอี้ เว่ยเว่ยชวนฉันมาฉลองที่ทำรายงานได้คะแนนดีนะ" ปิงปิงพูดไปยิ้มไป

"ฉันดีใจด้วยนะ ที่วันนี้เธอได้คะแนนดีขนาดนี้ ก็ปกติแล้วพวกเธอสองคนคะแนนแย่ตลอดเลยนี่เนาะ" ไป๋หลิวอี้พูดยิ้มยิ้ม

"ถ้างั้นเธอก็ควรทำตัวให้ชินนะ เพราะต่อไปนี้ ไม่ว่าจะคะแนนอะไร เราสองคนก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ และจะดีแซงหน้าใครบางคนแน่นอน" เว่ยเว่ยแซะกลับ 

ไปหลิวอี้ได้ยินดังนั้นก็แสร้งยิ้มหวานส่งไปให้ทั้งสองคน ทั้งที่ในใจโมโหมาก จึงบอกลาแล้วรีบเดินออกไป

"จ้ะ..ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ" 

................

มาแล้วจ้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   174

    เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   173

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   172

    และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   171

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   170

    เมื่อตอนที่เธอเห็นมันครั้งแรก เธอเองก็งงเหมือนกัน ว่ามันมาจากที่ไหน ในเมื่อเธอเอาผ้าออกมาจากในมิติทุกวันเพื่อเอาออกมาตัดชุดที่ร้าน เธอก็ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง และมันไม่ใช่มีแค่สีเดียว แต่มีถึงสองสี และอีกสีหนึ่งก็คือสีแดงซึ่งเว่ยเว่ยก็นำมันมาตัดชุดกี่เพ้าด้วยเหมือนกัน แต่ชุดนั้นเธอคิดว่าจะเอามันไว้ใส่ในวันแต่งงานของเธอกับลู่เฟิง ตอนที่เธอหยิบชุดออกมาใส่ เธอก็แอบคิดไปเหมือนกันว่ามิติอาจจะรู้ว่าเธอจะได้ทำแบบนี้จึงได้มอบผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ก็เป็นได้พอถึงช่วงบ่าย ลู่เฟิงก็มารับเธอที่บ้านตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนไปจดทะเบียน เขาได้พาเธอเข้าไปหาครอบครัวของเขาก่อน เพื่อบอกว่าทั้งสองจะไปจดทะเบียนกัน“ลูกว่าอะไรนะลู่เฟิง” แม่จิ่งที่ได้ยินลูกชายบอกว่าจะพาคู่หมั้นไปจดทะเบียนก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“ผมจะพาเว่ยเว่ยไปจดทะเบียนครับ” ลู่เฟิงบอกคนเป็นแม่อีกครั้ง ส่วนพ่อเจียงที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะเด็กทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว ถ้านับเวลาคงเกือบห้าปีเลยล่ะ“แล้วลูกบอกทางบ้านของหนูเว่ยเว่ยแล้วหรือยัง ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำอะไรทำไมไม่ถามผู้ใหญ่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   169

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****และเมื้อมื้ออาหารเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน รวมทั้งจางหย่งด้วย ที่วันนี้เขาได้รับอนุญาติให้ค้างที่นี่กับภรรยาและลูกได้ และในพรุ่งนี้เช้าเขาจะพาลูกและภรรยากลับไปพักที่ค่าย“อื้อ อื้อ” เว่ยเว่ยที่ถูกจู่โจมหลังจากที่ออกจากห้องน้ำก็ได้ได้แต่ครางอยู่แต่ในลำคอ “คุณเรียนจบแล้วใช่หรือเปล่า” ลู่เฟิงเมื่อละปากออก ก็พูดถามเสียงอู้อี้ เพราะตอนนี้จมูกของเขาได้ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวของเว่ยเว่ย ยิ่งเขาได้กลิ่นหอมที่มาจากตัวของเธอ ยิ่งทำให้เขานั้นแทบคลั่ง“อื้อ ค่ะ” เธอเรียนจบมาได้สองเดือนแล้ว เหลือแค่รอใบประกาศเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันนะ” ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ถามถึงเรื่องแต่งงาน“อะ อะไรนะคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินลู่เฟิงขอเธอแต่งงาน “เราแต่งงานกันนะครับ” เขาย้ำให้เธอฟังอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอให้ชัดๆ และหยุดการกระทำทุกอย่างไปก่อน“เรื่องนี้ เราไม่ต้องบอกพ่อแม่ก่อนหรือคะ” เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ควรที่จะรับรู้เรื่องนี้“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งงานกับผมได

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status