LOGINChapter 23 : เฝ้ารอ สามเดือนต่อมา “นี่มะลิจะไม่ยอมถอดใจจริงๆ ใช่ไหม คิดว่าไอ้เมฆมันจะกลับมาได้อีกอย่างนั้นเหรอครับ” พี่คิมเอ่ยถามในขณะที่เราสองคนนั่งรอไออุ่นเลิกเรียนอยู่บนรถ “ไม่ค่ะ หนูจะทำให้เต็มที่ที่สุด พี่เมฆต้องหายและกลับมาแน่นอน พี่คิมเองก็ควรจะคิดแบบนั้นนะ” ตอบกลับพี่คิม “มะลิควรจะเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว บางทีพี่ก็คิดอิจฉาไอ้เมฆมันนะ ที่มีผู้หญิงที่รักและห่วงมันมากแบบมะลิ” “หนูควรจะเริ่มต้นใหม่ในขณะที่พ่อของลูกนอนป่วยไม่รู้เรื่องแบบนี้เหรอคะ ควรจะทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ” “ถ้าเกิดคนที่นอนป่วยอยู่ตอนนี้เป็นพี่ มะลิจะทำแบบที่ทำในตอนนี้ไหมนะ มะลิจะห่วงแบบนี้หรือเปล่า” พี่คิมพูดแล้วมองมาที่ฉันอย่างต้องการคำตอบ แววตาของเขาดูเศร้า “หนูว่าเรามาคุยเรื่องอื่นกันเถอะค่ะ” รีบเปลี่ยนเรื่องแล้วเบือนหน้าหนีไปมองทางกระจกรถ “คงจะไม่สินะ เพราะยังไงพี่ก็เป็นได้แค่พี่ชายคนหนึ่งในสายตาของมะลิ จะเปลี่ยนไปเป็นผู้ชายที่รักได้ยังไงกัน” “.....” เลี่ยงที่จะไม่ตอบ บรรยากาศภายในรถตอนนี้มันดูไม่ค่อยดีสักเท่าไร ฉันเองก็ไม่รู้จะบอกกับพี่คิมว่ายังไงแล้วเรื่องนี้ เรื่องของความรักมันไม่สามารถบังคับจ
“พะ...พี่เมฆ!” อุทานออกมาอย่างตกใจ นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกับพี่เมฆทำไมเขาถึงอยู่ในสภาพแบบนั้น “ตะ...ตาเราฝาดไปหรือเปล่านะ อาจจะไม่ใช่ก็ได้” พูดปลอบประโลมตัวเองพร้อมกับเอามือขึ้นทาบอก “ไม่ใช่หรอก...” “นี่มะลิมาทำอะไนที่นี่” ฉันหันไปหาที่มาของเสียง ก่อนจะพบว่าเป็นพี่คิม เขาเดินปรี่เข้ามา สีหน้าท่าทางดูร้อนอกร้อนใจ แถมเนื้อตัวยังดูสะบักสะบอม ในมือก็เปื้อนเลือด “พี่คิม...” “มะลิมาทำอะไร...” “พะ...พอดีว่ามาส่งกาแฟน่ะ” “แสดงว่าเมื่อกี้มะลิก็เห็นไอ้เมฆแล้วสินะ” “.....” พยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบกลับ “เราไปที่ห้องฉุกเฉินกันก่อนดีกว่า แล้วพี่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังนะ” พี่คิมจูงมือฉันให้เดินตามมายังหน้าห้องฉุกเฉิน ก่อนจะพานั่งลงที่เก้าอี้ ฉันนั่งก้มหน้า บีบมือตัวเองไว้แน่น ใจเต้นเร็วผิดปกติ ในหัวสมองคิดถึงแต่พี่เมฆ กลัวว่าเขาเป็นจะเป็นอะไรไป “วันนี้พี่กับไอ้เมฆและตำรวจคนอื่นๆ พวกเราออกไปปฏิบัติหน้าที่จับกุมพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่น่ะ ทีนี้ก็เกิดการยิงปืนต่อสู้กัน และไอ้เมฆมันก็เป็นคนที่เสนอจะอยู่แนวหน้าคอยคุ้มกันให้พวกพี่ และก็อย่างที่เห็น...” “พี่เมฆได้รับบาดเจ็บคนเด
เมื่อพูดคุยกันจบ พี่คิมก็กลับไป ส่วนฉันก็ยังคงยืนรับลมชมดาวที่หน้าบ้านต่อ ในใจลึกๆ ก็หวังนะ ว่าพี่คิมจะหันมาคิดกับฉันแค่น้องสาว เพราะฉันเองก็คิดเขากับแค่พี่ชายตามเดิม “เวลาคุยกับไอ้คิมดูมะลิยิ้มแย้มดีนะ” อยู่ๆ เสียงเคร่งขรึมของผู้ชายก็ดังขึ้นอีกครั้ง ก็ตามเดิม แค่ฟังดูก็รู้ว่าใคร “นี่พี่สองคนสะกดรอยตามเก่งจังเลยนะ เมื่อกี้พี่คิม นี่พี่เมฆ สรุปว่าเป็นตำรวจหรือนักสืบกันแน่คะเนี่ย” “พี่แค่เป็นห่วงน่ะ อยากรู้ว่ามะลิกับลูกกลับถึงบ้านกันปลอดภัยหรือเปล่า ขอโทษที่ถือวิสาสะแอบตามมาแบบนี้” “ก็เห็นว่าปลอดภัยแล้วนิ เพราะฉะนั้นพี่กลับไปเถอะ หนูจะเข้าบ้านอยู่พอดี” ว่าจบก็หันหลังเตรียมจะเดินกลับเข้าบ้าน จู่ๆ อีพี่เมฆก็กระโดดปีนข้ามรั้วประตูหน้าบ้านมาโดยพลการ ก่อนจะวิ่งเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างเร็วแล้วรั้งตัวไว้ด้วยอ้อมกอดแน่น “คุยกันก่อน อย่าพึ่งไปเลยนะ” พูดข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “คิดถึงจนใจจะขาดอยู่แล้ว” “ปะ...ปล่อยนะ พี่จะมาทำแบบนี้ไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว อีกอย่างก็เกรงใจแฟนของพี่บ้างสิ” พยายามขัดขืนและดีดดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา “หมายถึงแพรใช่ไหม หึ” เขาหัวเราะในลำคอเ
Chapter 22 : ต่างก็เจ็บปวด(หัวใจ) ยืนรออยู่ข้างรถอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าไออุ่นจะยอมออกมากับพี่คิมนะ เพราะฉันไม่อยากจะเข้าไปเอง ประเด็นคือไม่อยากเจอหน้าคนพวกนั้นด้วย โดยเฉพาะพี่เมฆ... กลัวว่า...ถ้าเจอหน้าอีก ฉันก็จะยิ่งไม่ลืมเขา “ไงมะลิ ทำไมไม่เข้าไปตามลูกเองล่ะ ไม่เห็นจะต้องผ่านไอ้คิมมันเลย” เสียงทุ้มเข้มที่คุ้นเคยพูดขึ้น แค่ฟังเสียงก็รู้แล้วว่าเป็นใคร เสียงนี้ยังคงจำได้ดี “.....” เลี่ยงที่จะไม่ตอบ และบ่ายเบนสายตามองไปอีกทาง แม้ในใจอยากจะมองหน้าเขาอีกครั้ง แต่ไม่ดีกว่า เพราะเราต้องรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่ของเขาสินะ “ไม่อยากจะเจอกันสินะ คงจะลืมกันไปหมดใจแล้ว” “ใช่” ตอบกลับแบบสั้นๆ เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดและยืนอยู่ข้างๆ ฉัน “สบายดีหรือเปล่า ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไหม” “.....” ฉันนิ่งเงียบ แล้วก้มหน้ามองลงพื้น “นี่ไม่คิดจะคุยกันจริงๆ เหรอ” “แล้วพี่จะให้เราคุยอะไรล่ะคะ ในเมื่อมันไม่มีอะไรที่จะคุย รบกวนพี่ช่วยพาลูกออกมาด้วยค่ะ หนูจะได้พาลูกกลับบ้านเพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว” ตอบกลับพลางเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขา “รบกวนด้วยนะคะ และต้องขอโทษด้วยที่มาขั
ทั้งคู่เดินมาจนมาหยุดอยู่ใกล้ๆ ในจุดที่ฉันนั่งอยู่ แต่พวกเขาสองคนไม่ได้มองมาเลยไม่เห็นฉัน “ขอบคุณนะคะ ที่วันนี้พาแพรมาเดินเล่น” “ไม่เป็นไรครับ” พี่เมฆตอบกลับพร้อมคลี่ยิ้ม “แพรว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ แม่พี่น่าจะรอกินข้าวแย่แล้วป่านนี้” ยัยแพรพูดพลางเอามือเกาะแขนพี่เมฆ “ครับ” คุยกันจบ ทั้งสองคนก็กำลังจะพากันเดินไป จู่ๆ ไออุ่นก็วิ่งพรวดออกไปพร้อมกับตะโกนเรียกพ่อจ๋าของเธอ “พ่อจ๋า...” เด็กน้อยพูดพลางวิ่งเข้าไปสวมกอดพ่อ ฉันเมื่อเห็นแบบนั้นก็ต้องรีบแบกหน้าออกไป “ไออุ่น แม่ว่าเรากลับบ้านกันดีกว่า ดูสิฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตกเลย” เข้าไปบอกกับลูกโดยที่ไม่มองหน้าพี่เมฆแม้แต่น้อย “หนูมาทำที่นี่เหรอครับ” พี่เมฆพูดขึ้น ก่อนจะนั่งยองๆ ลง แล้วใช้มือลูบหัวลูกเบาๆ “สบายดีหรือเปล่า” “สบายดีค่ะ แม่จ๋าพาหนูมาเล่นที่นี่เพราะเห็นว่าอากาศดี พ่อจ๋าล่ะคะ สบายดีไหมคะ” “สบายดีครับ แล้วนี่...” “ไปกันดีกว่าลูก เรากลับบ้านกันดีกว่านะ” ฉันรีบพูดขัดขึ้น ก่อนจะจูงมือลูกแล้วพาเดินออกมาในทันที มันทำอะไรไม่ถูก อยู่ๆ ก็เหมือนอยากจะร้องไห้ออกมา มันจุกในใจไปหมด เอาเข้าจริงๆ คงจะเป็นฉันที่ทำใจไม่ได้อยู่คนเ
Chapter 21 : ทางเลือกที่ดีที่สุด สามวันต่อมา ณ ร้านดอกไม้ สามวันมานี้ฉันพยายามหลบหน้าและไม่ให้พี่เมฆมาที่บ้านหรือร้านดอกไม้ เขาก็ยังคงดื้อรั้นที่จะมา พยายามถามเหตุผลว่าทำไมถึงห้าม เป็นอะไร เขาทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า ฉันก็ได้แต่บ่ายเบี่ยงและไม่พูดไม่จาอะไรด้วย ทำเป็นเมินและเฉยชาใส่ ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยสักนิด ไม่เลยสักนิด แต่ถ้าเราสองคนยังคงดันทุรังที่จะรักกัน มันก็จะแย่และเจ็บปวดกันทั้งคู่ ส่วนลูกฉันเอาไปฝากป้าที่สนิทกัน ให้ช่วยดูแลให้สักพักน่ะ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องมารับรู้เรื่องราวบ้าๆ ของพ่อกับแม่ เธอควรจะจดจำแต่เรื่องดีๆ “มะลิเป็นอะไรไป พี่ทำอะไรผิดไปเหรอ บอกพี่มาหน่อยสิ พี่จะได้ไปปรับปรุงและแก้ไขตัวเอง” พี่เมฆพูดพลางจับแขนฉันไว้แน่นเพื่อไม่ให้เดินหนีไป “บอกว่าไม่มีอะไรไง! พี่เลิกมาถามอะไรแบบนี้สักที ลิก็บอกไปแล้วว่าลิแค่เบื่อ พี่เข้าใจหรือเปล่า” ข่มใจพูดออกไป “เบื่อ? เบื่ออะไร พี่ไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้เรายังกอดยังหอม และบอกรักกันอยู่เลยนะมะลิ มันต้องมีอะไรสักอย่างสิ” “ไม่มี! ไม่มีอะไรทั้งนั้น พี่เมฆก็โตพอที่จะเข้าใจได้แล้วนะว่าที่ลิเป็นแบบนี้มันคืออะไร อ







