เข้าสู่ระบบ
สารภาพรัก
น้ำเหนือ รุ้งประกายแสง หญิงสาววัยย่างยี่สิบสี่ กำลังก้มมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูที่บิดาซื้อให้ในวันเกิดของเธอในปีที่แล้ว เธอภูมิใจที่เป็นที่รักของบิดา ท่านไม่เคยมีผู้หญิงคนใหม่อีกเลย หลังจากที่มารดาสิ้นไปเพราะกลัวว่าเธอจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา
เธอรู้สึกเห็นใจที่ท่านอยู่ในโอวาทของมารดาก่อนตาย ทำตามคำพูดที่รับปากเอาไว้ไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่เคยเกาะแกะกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาที่ทอดสะพานให้ท่านตั้งแต่ท่านเริ่มเป็นโสดอีกครั้ง
แบบนี้นี่เอง เธอจึงได้รักบิดาของเธอมากที่สุดในโลก...
น้ำเหนือเองก็ตั้งใจเรียน ตามคำสั่งของบิดาไม่เคยเหลวไหลเลยแม้แต่น้อย เธอไม่เคยมีแฟนมาก่อนในชีวิต เพราะคิดว่าเรื่องเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เธอเป็นทายาทเพียงคนเดียวของรีสอร์ตรุ้งประกายแสง ดังนั้นเธอจึงต้องทำให้บิดาภาคภูมิใจและไว้เนื้อเชื่อใจที่จะฝากรีสอร์ตอันเป็นทรัพย์สมบัติของตระกูลเอาไว้ให้ได้
หญิงสาวมีรูปร่างติดไปทางอวบระยะสุดท้าย เธอภูมิใจในความเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แสนอบอุ่นของตัวเองนัก ใครจะมีความสามารถรักษาหุ่นได้เสมอต้นเสมอปลายเช่นเธอคงไม่มีอีกแล้ว
ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะไม่มีความพยายามในการกิน อาจเป็นเพราะขี้เกียจเคี้ยวอาหารก็เป็นได้ จึงทำให้ผอมแห้งแรงน้อย หรือก็เป็นมนุษย์เงินเดือนต้องกินอย่างพอเพียง ไม่เช่นนั้น เงินเดือนจะไม่พอใช้ หรือไม่ก็ต้องเอาเงินไปแต่งเนื้อแต่งตัว เธอเคยเห็นเพื่อนบางคนยอมอดข้าวเพื่อเอาเงินเดือนไปซื้อเครื่องสำอางด้วยซ้ำ เป็นเธอเองคงทนไม่ได้ที่จะต้องอดมื้อกินมื้อและตายไปอย่างอนาถเช่นนั้น สู้รับประทานอาหารที่เราอยากกินดีกว่าตายไปแล้วไม่เคยลิ้มรสอาหารอันแสนโอชะเลย
เธอไม่เคยคิดอยากจะลดหุ่น จะลดทำไมล่ะ? อุตส่าห์ซื้อของดีๆ กิน ไม่รวยไม่มีความสามารถซื้ออาหารอันแสนอร่อยแพงๆ กินได้หรอกนะ
ผู้หญิงอวบหรือสมบูรณ์ก็สวยได้ เกิดเป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย...
น้ำเหนือจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และบริโภคอาหารหลักสองจานเป็นอย่างต่ำในแต่ละมื้อ ส่วนอาหารว่าง เธอจะรับประทานอาหารที่อยากกินทุกอย่างที่ขวางหน้า เวลาใครถามจะได้ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่ามันอร่อยยังไง อร่อยแค่ไหน จะได้ไม่อายคนอื่นเขา หาว่าเราอดอยากปากแห้ง ไม่เคยลิ้มรสอาหารแปลกๆ เลิศรสอะไรกับเขาเลย
ของทุกอย่างบนโลกอร่อยเสมอสำหรับเธอ จนใครๆ ยกให้เธอเป็นนักชิมตัวยง คนเราเกิดมาไม่ได้รับประทานอาหารอร่อยมันเสียชาติเกิด จริงไหม?
น้ำเหนือจะมีอาการเครียดหนักหากงดกินอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง และเพื่อเป็นการชดเชยที่ต้องสูญเสียพลังงานในส่วนนั้นไป...
ทันทีที่นึกได้ เธอจะรีบทานอย่างไม่อิดออด หากมิเช่นนั้น รูปร่างอันอวบอัดกระชากใจชายของเธอจะซูบผอม แก้มก็จะตอบจนไม่น่ามอง ทำให้ชายหนุ่มหลายคนที่มองเธอเป็นอาหารตาบ่อยๆ ผิดหวังและหดหู่ที่เห็นเธอผอมแห้งแรงน้อยเหมือนกุ้งแห้งที่นอนอยู่ในกระจาดของแม่ค้าที่ขายอยู่ในตลาดสด
เธอคิดว่าเป็นสิ่งที่อนาถที่สุดสำหรับชีวิตของลูกผู้หญิง!!!
น้ำเหนือมีผิวสีน้ำผึ้งที่โดดเด่น จนใครๆ ต่างอิจฉาตาร้อนผ่าวๆ มีดารานางแบบทั้งประเทศไทยและต่างประเทศหลายคนแอบลอกเลียนแบบเธอด้วยการไปนอนอาบแดดให้มีสีผิวเหมือนเธอ
แต่เฮ้อ... เธอสงสารพวกดารานางแบบผิวสีซีดและหุ่นเหมือนกุ้งแห้งพวกนั้นเหลือเกิน เพราะตายอีกกี่ชาติก็คงไม่มีวาสนามีผิวกายและรูปร่างอันสมบูรณ์เพอร์เฟ็กต์เช่นเธออีกแล้ว
หญิงสาวรู้สึกภูมิใจลึกๆ คิดในใจว่าไม่มีใครจะผิวเนียนนุ่มเท่าเธออีกแล้ว เธอภูมิใจที่ได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมดีเยี่ยมจากบิดาและมารดา ทำให้ยีนสีผิวเธอเป็นสีผิวที่ใครๆ ต่างอิจฉาริษยาจนต้องมองเหลียวหลัง บางครั้งเธอถึงกับร้อนทีเดียวเชียว
อะไรน่ะหรือ? ก็ตาร้อนๆ ของพวกเขาทำให้เธอร้อนหลังไปหมด
มีคนแอบมาถามว่าทำยังไงสีผิวถึงได้จะเข้มและงดงามดั่งนางในวรรณคดีเช่นนี้ เธอยิ้มรับและแนะนำว่า พวกเขาไปตายแล้วเกิดใหม่ เทวดานางฟ้าอาจสงสารทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีผิวที่งดงามเหมือนเธอขึ้นมาบ้าง
แต่ก็นะ... คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน จงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่จะดีกว่า เธอปลอบใจพวกเขาไปเช่นนั้น และบอกให้หมั่นทำบุญทำทานเยอะๆ อย่าได้ไปอิจฉาคนอื่นเลยที่เกิดมาสมบูรณ์แบบ เผื่อสวรรค์จะเมตตาให้เกิดมาหน้าตาดีกับเขาบ้าง
น้ำเหนือคิดว่าคงไม่มีใครจะมีผิวที่มหัศจรรย์เหมือนเธออีกแล้ว แม้แต่นางบุษบาหรือจินตหราก็ตามที หากทั้งสองได้เห็นผิวของเธอคงจะเครียดจนนอนไม่หลับ อิเหนาเองจะต้องเปลี่ยนใจมารักเธอแทนนางทั้งสอง และคงมีเมียเดียว ไม่มีสองเมีย เพราะบุษบาและจินตหรางามสู้เธอไม่ได้ อิเหนาเลยต้องตัดใจรับเป็นเมียทั้งสองคน
หลังจากเธอแนะนำข้อคิดดีๆ ให้พวกเขาเหล่านั้น เธอกลับพบว่าพวกเขาทำหน้าผิดหวังหรือหดหู่ใจ ไม่ก็เศร้าใจ หรือไม่พอใจในข้อเสนอแนะดีๆ ของเธอ เธอรู้ดีว่าพวกเขาคงไม่มีความสามารถไปเกิดใหม่แล้วมีสีผิวเช่นเธออีกแล้ว จึงบอกให้ทำใจเสีย ความไม่พอใจในสีหน้านั้น เธอรู้ดีว่าไม่ใช่ไม่พอใจเธอ แต่เพราะพวกเขาสิ้นหวัง ตายแล้วเกิดใหม่ก็คงไม่ได้ดังใจหมาย
... ก็คนเราทำบุญมาไม่เท่าเทียม เกิดมาจึงมีพร้อมไม่เหมือนกัน เธอรู้สัจธรรมข้อนี้ดี
เธอรู้ดีว่าตนเองเป็นคนคิดก่อนพูดเสมอๆ ตรึกตรองเป็นอย่างดี ดังนั้น เธอจึงภาคภูมิใจในคำพูดของเธอทุกครั้งที่เอ่ยออกไป เพราะมันมีทั้งเหตุทั้งผล และความเป็นไปได้สูง ทำให้หลายคนที่ลังเลใจตัดสินใจได้มานักต่อนักเมื่อได้ฟังคำพูดของเธอนี่แหละ
สำหรับมาตรฐานความสูงที่เพื่อนๆ ในมหา’ลัยที่เรียนจบในรุ่นเดียวกัน เธอเห็นพวกเขาแอบตาร้อนที่เธอตัวเตี้ยกว่าผู้ชายทุกคน บางครั้งเธออยากจะเอาน้ำแข็งเย็นๆ ไปประคบให้หายร้อยเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็นะ... บางทีปล่อยให้พวกเขาคิดได้จะดีกว่า ว่าความอิจฉาริษยาไม่ได้ส่งผลดีกับใครเลย มีแต่จะเผาผลาญจิตใจให้ร้อนรุ่มไม่เป็นสุข ดูอย่างเธอสิ ไม่เคยอิจฉาริษยาใครๆ เลย ก็เธอออกจะสมบูรณ์แบบซะขนาดนี้ ยังมีอะไรให้ต้องอิจฉาตาร้อนอีกล่ะ?
ผู้หญิงคนไหนตัวสูงมักจะเป็นปมด้อยหาแฟนยาก ใช่แล้ว... เธอรู้ว่าใครๆ ก็อยากไปตัดความสูงออกนัก สูงมากไม่ดี พอเดินแล้วหลังค่อม บางคนถึงกับบุคลิกภาพไม่ดีไปเลย ไม่เหมือนเธอ เวลาเดินยืดเต็มที่ สง่าผ่าเผยและงดงามหาที่ติไม่ได้
น้ำเหนือยืดอกอวบอัดเกินตัวอย่างภาคภูมิใจ ที่ใครๆ ชื่นชมในส่วนสูงร้อยห้าสิบห้าเซนติเมตรของเธอ เธอยังมีความน่าภาคภูมิใจอีกหลายอย่างที่บรรยายด้วยกระดาษหมดโลกก็ยังไม่หมด ทำไมเธอช่างเกิดมาโชคดีเช่นนี้หนอ ฮิฮิ
ทั้งสะโพกผายงอนงามที่ผู้ชายหลายคนชอบทำท่าน้ำลายหก แต่เธอไม่สนเพราะอย่างไรเสียเขาก็ได้แค่มอง ถือว่าทำบุญทำทานเถอะ อยากมองก็มองไป อีกทั้งหน้าอกหน้าใจขนาดสามสิบสี่คัพซีที่ทำให้ใครหลายๆ คนถึงกับเอาเธอไปพูดว่า อกเล็กเรื่องใหญ่ อกใหญ่เรื่องเล็ก ไหนจะเอวคอดของเธอที่รับกับสะโพกอีก ขนาดพนักงานที่รีสอร์ตยังแอบจับกลุ่มพูดคุยชื่นชมเธอเสมอๆ จนเธอคร้านที่จะตำหนิเพราะพวกเขาคิดว่าตัวเองด้อยกว่า
“รอนานไหมครับน้ำ”
เสียงชายหนุ่มที่พูดจาสุภาพทำให้เธอเงยหน้ามองเหมือนตกอยู่ในห้วงความฝัน
“ไม่นานเลยค่ะพี่ร็อบ”
น้ำเหนือทักทายชายหนุ่มคนล่าสุดที่มาดูตัวเธอเมื่อหลายเดือนก่อน แล้วคบหาดูใจกันเรื่อยมา เขาเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยเหลวไหลในสายตาเธอเลยสักครั้ง แถมยังเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยล่วงเกินเธอให้มัวหมอง พักหลัง เธอกับเขาได้เรียนรู้กันมากขึ้น เขามักรับเธอไปเที่ยวพักผ่อนเพื่อคลายเครียดจากการทำงานที่แสนเหนื่อยล้าของแต่ละวัน
โรเบอร์โต รอสซี่ หนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลี วัยยี่สิบเจ็ดปี เขามีรูปร่างสูงใหญ่เกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผิวขาวจัดเพราะมารดาเป็นคนทางเหนือและยังมีเชื้อสายของคนจีน
เป็นทายาทเจ้าของรีสอร์ตรุ้งประกายแสง ความจริงผมก็พอจะรู้จักเธอจากเฟซบุ๊ก แต่ไม่ได้ใส่ใจนักหรอกเธอเป็นคนคุยสนุก ยิ้มง่าย หัวเราะน่ารัก กินเก่ง และไม่เสแสร้ง ไม่มีมารยา ออกจะขี้อ้อน เธอเป็นคนตรงมากครับ บอกว่าชอบผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ผมไม่ทันตั้งตัวเลยครับผมยิ้มรับและบอกว่าผมรู้สึกดีกับเธอเช่นกัน เดตแรกของเรามันอิ่มเอมไปด้วยความประทับใจอย่างที่สุด...เดตที่สองของผม…ผมอยากพักผ่อน อยากวาดภาพ และถ่ายภาพ ซึ่งเป็นงานอดิเรกของผม เข้าพักตามโรงแรมต่างๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และข้อมูลผมได้เจอกับน้ำเหนืออีกครั้ง เธอยังสงวนท่าทีโดยการรับประทานอาหารกับผมในร้านอาหารหรูในตัวเมืองใหญ่ แต่ยังไม่เปิดโอกาสให้ได้อยู่เป็นส่วนตัวกับผม ซึ่งผมก็เข้าใจนอกจากน้ำเหนือจะเป็นคนตลกแล้ว เธอยังเป็นคนจิตใจดีมากๆ เลยครับ เธอช่วยเหลือคนแก่ข้ามถนน ตอนที่ผมปลีกตัวไปซื้อของ ช่วยเหลือเด็กที่พลัดหลงกับแม่ผมทึ่งในตัวเธอมากครับ แบบนี้ไง ผมถึงรู้สึกพิเศษกับเธอขึ้นเรื่อยๆ และเธอก็เป็นคนทานง่าย ไม่เรื่องมากจุกจิกจู้จี้เหมือนผู้หญิงคนอื่น เธอเป็นคนจริงใจมากๆ ผมเริ่มคิดที่จะจริงจังกับเธอในเดตที่สองครับเดตที่สามของผม…
ผิวสีจัดที่พวกเขาเหล่านั้นเคยคิดว่าดำก็ดูกระจ่างเป็นสีน้ำผึ้งน่าสัมผัส บรรดาหนุ่มๆ ต่างเสียดายเป็นทิวแถว มองน้ำเหนือตาละห้อยสาวๆ หลายคนต่างถามน้ำเหนือว่าทำยังไงถึงได้เปล่งปลั่งเช่นนี้ แถมยังดูหุ่นดีกว่าแต่ก่อน น้ำเหนือยิ้มรับไม่ยอมปริปากบอกว่าเธอออกกำลังกายทุกคืนทุกเวลากับสามี เพราะมันเป็นความลับส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกใครได้เมื่องานทุกอย่างเสร็จสิ้น พิธีส่งตัวเข้าห้องหอก็มาถึง ทั้งสามคู่ถูกส่งตัวเข้าห้องหอในฤกษ์ยามที่หาเอาไว้ และญาติผู้หญิงก็ปล่อยให้แต่ละคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องหอโรเบอร์โตพาภรรยาสาวไปอาบน้ำแล้วอุ้มมาไว้ที่เตียงกว้าง น้ำเหนือมองร่างบึกบึนของสามีที่เปลือยเปล่าตรงหน้าอย่างเสน่หาร่างสูงสมาร์ตขยับเข้ามานั่งริมเตียง อวดความแข็งแกร่งที่ตรงหน้าขาให้เธอลอบมองด้วยความกระสันเสียว เขาขยับกายเข้าหามองสะโพกผายงามงอนของภรรยารัก สายตาไล่ระดับมองรูปร่างสมบูรณ์แบบที่เขาเป็นคนปั้นแต่งขึ้นมาให้กระชับตึงถึงขนาดนี้อุ้งมือใหญ่เริ่มลูบคลึงเนินสวาทอวบอูมตรงหว่างขาของภรรยา เธอหนีบมือเขาแล้วช้อนสายตามองสบฉ่ำเยิ้ม“จะกักพี่ไว้หรือไง” เขาถามกลั้วหัวเราะ ภรรยาทำปากยื่นเล็กน้อย ค้อนให้สามีห
เขาปัดๆ โซฟาตัวยาวทำเป็นที่นอน แล้ววางหมอนก่อนขึ้นไปนอน ห่มผ้าถึงต้นคอ แอบชะโงกไปดูประตูห้องนอนของหญิงสาวเล็กน้อย แค่นี้ก็ชื่นใจลลิตาพยายามข่มตาให้หลับก็ไม่ยอมหลับ เธอผุดลุกขึ้นจากที่นอนนุ่ม ค่อยๆ ย่องไปที่ประตูห้องแง้มออกไปดูน้าชายของเพื่อนที่นอนอยู่ เมธาหลับไปแล้ว เขาคงเหนื่อยเพราะต้องทำอาหาร ทำงานบ้าน เธอเพิ่งรู้ว่าเขาได้ลาพักร้อนยาวก็ตอนที่น้ำเหนือโทร.มานั่นเองร่างอวบย่องออกไปดูเขาใกล้ๆ ดังใจคิด ผ้าห่มที่เขาห่มตกลงบนพื้น มือบางค่อยๆ หยิบขึ้นมาห่มให้เปรี้ยง!!!“ว้าย!!!”ลลิตาผวาเข้ากอดรัดร่างที่ลุกขึ้นมาเพราะเสียงฟ้าผ่า หญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดของเมธาอย่างแนบแน่น ใบหน้าซุกที่อกกว้างด้วยความรู้สึกตกใจกลัว“ไม่ต้องกลัวนะครับ” มือหนาลูบไหล่ลูบหลังให้หญิงสาวเพื่อปลอบโยนให้คลายจากความหวาดกลัวลลิตาค่อยๆ ได้สติ เงยหน้าจากที่ซุกอกกว้างขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะหน้าแดงเรื่อเมื่อเผลอให้เขากอดแนบอกอก“น้าเมธ ปล่อยตาเถอะค่ะ”“ไม่... น้าอยากกอดตาแบบนี้” คนที่ไม่เคยดื้อมาหลายวันกลับอ้อนอย่างน่ารัก“น้าเมธ” ลลิตาพยายามพาตัวเองออกมา แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย“ให้น้ากอดตาไว้แบบนี้ตลอดชีวิตได้ไหม”เ
และอบอุ่นใจทุกครั้งที่เขาไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขอีก แถมยังช่วยทำงานอย่างแข็งขันไม่เหมือนแต่ก่อน แค่นี้เธอก็สุขใจแล้ว เธอไม่ได้อยากขออะไรมากมายไปกว่านี้อีกลลิตาชะงักฝีเท้าเมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วได้กลิ่นอาหาร เสียงในห้องครัวเล็กๆ ทำให้เธอคิดไปว่าคงเป็นชูใจหรือไม่ก็แตงโมมาทำอาหารให้กิน“ตื่นแล้วเหรอครับ น้าทำอาหารเยอะแยะเลย”แต่เสียงที่ทักเธอออกมาจากห้องครัวพร้อมกับร่างสูงเดินถือจานอาหารมาวางบนโต๊ะทำให้ลลิตาขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“น้าเห็นในตู้เย็นมีอาหารหลายอย่าง ก็เลยลงมือทำ ตากับลูกในท้องจะได้ทาน หิวหรือยังเอ่ย น้าทำของโปรดตาทั้งนั้นเลยนะ”เมธาเร่งจัดโต๊ะอาหารเล็กๆ อย่างคล่องแคล่ว“หิวค่ะ แต่ตาไม่อยากรับประทานอาหารฝีมือน้าเมธ” เธอไม่อยากโกหกความรู้สึกของตัวเอง อยากรู้ว่าเขาจะตอบว่าอย่างไรเมธาชะงักไปเล็กน้อย เล็กน้อยเท่านั้น เขาเริ่มจัดโต๊ะอาหารใหม่อย่างไม่ย่อท้อ ลลิตาไม่สนใจหญิงสาวเดินไปอุ่นข้าวต้มและเจียวไข่ร้อนๆ หอมกรุ่นออกมานั่งทานหน้าทีวี เมธาหน้าเจื่อนมองอาหารบนโต๊ะด้วยความรู้สึกเสียใจที่เธอเมินเฉย“น้าช่วย” เมธารีบหยิบถ้วยข้าวต้มที่ทานหมดแล้วกับจานไข่เจียวไปเก็บ ลลิตาชะง
“พี่ร็อบรู้เยอะจังเลย”“เราเลิกพูดถึงเรื่องคนอื่นกันเถอะครับ น้ำไม่ต้องทำอะไร ทุกอย่างพี่จัดการเอง”“ปกติพี่ร็อบก็จัดการอยู่แล้วนี่คะ แต่พี่ร็อบให้น้ำออกหน้า คนก็หลงเข้าใจว่าน้ำเก่ง ชมกันใหญ่ น้ำยังอายๆ อยู่เลยที่เอาหน้าคนเดียว”“พี่อยากเป็นคนเบื้องหลังครับ และการเจรจาซื้อขายรีสอร์ตพี่จะให้น้ำไปออกหน้านะครับ ส่วนเงิน พี่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว”“แต่ว่า...”“ของของพี่ก็เหมือนของของน้ำครับ เงินของพี่ก็คือเงินของน้ำ”“ขอบคุณค่ะพี่ร็อบ”“น้ำครับ”“คะ” เธอเงยหน้ามองสามีที่มองเธอหวานซึ้ง“แต่งงานกับพี่นะครับ”“พี่ร็อบ” คำพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ทำให้เธอหัวใจพองโต เธอว่าการขอแต่งงานบนเตียงช่างโรแมนติกนัก“ค่ะ ใครปฏิเสธการแต่งงานกับพี่ร็อบคงโง่เต็มที น้ำไม่อยากโง่ งั้นน้ำตอบตกลงนะคะ สินสอดไม่ต้องค่ะ แค่พี่ร็อบดูแลน้ำเป็นอย่างดีก็เพียงพอแล้ว เงินทองเป็นของนอกกาย”“ว้า... เจ้าสาวของพี่ทำไมไม่เอาสินสอดเลยครับนี่”โรเบอร์โตบีบจมูกเล็กอย่างเอ็นดู“ก็ทรัพย์สมบัติของพี่ร็อบเป็นของน้ำหมดแล้วนี่คะ อิอิ”ของของเขาก็เหมือนของของเธอ ไม่ต้องเอาหรอกสินสอดแค่นั้น เอาทั้งหมดเลยจะดีกว่า น้ำเหนือคิดอย่างเจ้าเล่ห์“โห.
แต่การเพิ่มเงินเดือนนั้น ไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉยๆ โรเบอร์โตได้แนะนำให้ภรรยาสาวทำตามข้อตกลงกับพนักงานเป็นลายลักษณ์อักษร พนักงานคนไหนทำดีเพื่อหวังขึ้นเงินเดือน แต่ผลงานในต่อๆ ไปกลับแย่ลงอาจถูกปรับลดเงินเดือนได้ตามสมควรแก่งานที่ทำ ซึ่งพนักงานก็ยินดีรับข้อเสนอนั้น“เป็นแบบนี้ได้ยังไง”มาลีแทบบ้าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ยัยกระถินที่เคยทำงานงกๆ ตามคำสั่งของเธอกลับได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแม่บ้าน แต่เธอกลับมาเป็นคนงานขัดห้องน้ำแทนเสียนี่ จะโวยวายมากก็ไม่ได้เพราะจะถูกไล่ออก จึงได้แต่ฮึดฮัดขัดใจส่วนพนักงานต้อนรับก็มีการปรับเพิ่มเงินเดือนให้ วิมลเรขาทำงานดีไม่ขี้นินทา ทำให้ได้รับรางวัลความขยัน ส่วนริตกานต์และพนักงานคนอื่นๆ คอยแต่จะจับกลุ่มนินทาจึงไม่ได้เพิ่มค่าแรงในส่วนนั้น หลังๆ จึงหันมาสนใจงานมากขึ้นเพราะกลัวต่อไปจะโดนไล่ออกที่ทำงานไม่คุ้มค่าสำหรับฝ่ายบัญชี น้ำเหนือให้ชไมพรและสมรศรีทดลองงานเป็นหัวหน้าดู แต่ปรากฏว่าทั้งสองร่ำร้องที่จะให้ลลิตากลับมารับตำแหน่งแทน เพราะงานมากมายด้านบัญชีที่ชวนปวดหัว แถมยังรู้สึกผิดที่มองลลิตาไม่ดี พร้อมกับคิดเสียใหม่ว่าอย่าดูถูกคนที่อายุ บางครั้งคนที่มีอายุน้อยกว่าอา





![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

