แชร์

บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด
บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด
ผู้แต่ง: จิ้งจอกราตรีกาล

บทนำ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-27 20:34:24

ในยามค่ำคืนที่ไร้เมฆ มีเพียงดวงดาวส่องแสงประกายระยิบระยับ ดรุณีวัยสิบสี่ปีนางหนึ่งกำลังเอนกายอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ของต้นผิงกั๋ว ในมือถือไหสุรานั่งชมความเงียบสงัดยามราตรีเพียงผู้เดียว

เพราะไม่อาจข่มตาหลับจึงออกมาร่ำสุราชมดวงดาว

สี่หลิงหลง คือบุตรีคนแรกที่เกิดจากสามีเอกของ สี่หนิงอวี่ หมอหลวงส่วนพระองค์ของฮ่องเต้หญิงแห่งอาณาจักรเยว่ฮวาหรือแคว้นสตรี ตามที่อาณาจักรอื่นเรียกขาน

หลิงหลงยกสุราขึ้นดื่ม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่ลงเมื่อพบว่าไม่เหลือสุราแล้วจึงได้แต่ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย

นางเอนกายลงบนกิ่งไม้ ก่อนหลับตาลง

ทว่าทันทีที่ปิดตา ภาพบางอย่างกลับผุดเข้ามาในห้วงความคิด เช่นเดียวกับทุกครั้งที่นางพยายามข่มตาหลับ

ภาพบุรุษผู้หนึ่งที่มีใบหน้าละม้ายตนส่งยิ้มให้ก่อนขึ้นเกี้ยวที่ถูกส่งมาจากในวัง

ภาพวันคืนที่ค่อย ๆ ละลายรอยยิ้มอันงดงามบนใบหน้านั่น

ภาพของบุรุษผู้นั้นค่อย ๆ ซูบผอมและเริ่มเลอะเลือน

ภาพของพี่ชายที่เสียสติแล้วปลิดชีพตนเองต่อหน้านาง

ทุกภาพผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้เหตุการณ์นั้นจะล่วงเลยมาแล้วถึงสองปี แต่ทุกภาพยังคงชัดเจนไม่เลือนหายไปตามเวลา

หลิงหลงยังจำได้ เมื่อพี่ชายของนาง…สี่หลิงซาน กลายเป็นสนมชายของฮ่องเต้หญิง เขาได้รับการโปรดปรานถึงขั้นได้อวยยศเป็น ‘ซิวอี๋’ (ผู้มีรูปโฉมวิจิตร) แต่เพราะเหตุนั้น ชีวิตของเขาจึงมิได้สงบสุขอย่างที่เห็นภายนอก

รอยยิ้มของพี่ชายผู้อบอุ่นดั่งรุ่งอรุณของนางจึงค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา

ท้ายที่สุดสี่หลิงซานก็ล้มป่วย

ช่วงแรกดูคล้ายจะเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่อาการจะหนักขึ้น แม้แต่หมอหลวงก็ไม่มีวิธีรักษา ยิ่งในฤดูหนาวอาการของผู้เป็นพี่ยิ่งทรุดหนัก

ยามนั้นหลิงหลงในฐานะผู้สืบทอดของตระกูลสี่ ได้ติดตามมารดาเข้าไปดูแลพี่ชาย ต้องทนเห็นเขานอนทรมานกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ทนมองเขาซูบผอมลงและเสียสติขึ้นเรื่อย ๆ

สุดท้ายสี่หลิงซานก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง สังหารผู้คนหลายสิบชีวิต เวลานั้นหลิงหลงวัยสิบสองเกือบถูกเขาสังหาร

‘พี่ใหญ่!!!’ เสียงเรียกเจือสะอื้นดังก้อง หวังจะเรียกสติของเขาให้กลับมา ‘ท่านจำข้าไม่ได้หรือ พี่ใหญ่ ตั้งสติไว้!!!’

‘อ๊าาาาา’ สี่หลิงซานกุมศีรษะของตนเอง ทั่วทั้งร่างถูกย้อมไปด้วยเลือด ในมือถือกระบี่เปื้อนเลือด เขาหันมาทำท่าจะง้างฟันร่างเล็ก ๆ ของน้องสาว

แต่หลิงหลงกลับวิ่งเข้าไปกอดร่างเปื้อนเลือดนั้นอย่างไม่กลัวตาย

‘พี่ใหญ่ ข้าคือน้องสาวท่าน หลงเอ๋อร์ของท่าน ท่านจำข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ’ เธอเอ่ย หวังแค่ว่าพี่ชายที่อบอุ่นคนนั้นจะกลับมาเป็นคนเดิม

สี่หลิงซานชะงัก ‘หลง…เอ๋อร์’

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าคล้ายจะจำได้ นางจึงเรียกเขาอีกครั้งด้วยความยินดี

‘ใช่แล้ว พี่ใหญ่ ข้าคือหลงเอ๋อร์ของท่าน’ หลิงหลงจับมือของผู้เป็นพี่ขึ้นมาตรวจชีพจร ‘ท่านไม่ต้องกลัว ข้าจะรักษาท่าน ท่านจะต้องหายดี โปรดเชื่อข้า’

นางจะต้องรักษาเขาให้ได้!

สี่หลิงซานมองเด็กสาวนิ่ง เขาเอ่ยเรียก ‘หลงเอ๋อร์’ อยู่ซ้ำ ๆ ก่อนที่ความเจ็บปวดระลอกใหม่จะถาโถมเข้ามาจนเขาทรุดตัวลง

‘พี่ใหญ่ ไม่ต้องกลัว ข้าจะรักษาท่านให้หาย’ หลิงหลงพยายามตรวจดูอาการของพี่ชาย

หลิงซานมองน้องสาวเล็กน้อย เขายกมือขึ้นสัมผัสใบหน้างามที่เปื้อนเลือดและเช็ดให้น้องสาวอย่างแผ่วเบา ปากยังคงเรียกหา ‘หลงเอ๋อร์’ ไม่หยุด ก่อนจะกัดปากจนเลือดซิบเนื่องด้วยความเจ็บปวดที่โถมเข้ามาดุจระลอกคลื่น

‘พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่…’ ยังไม่ทันได้พูดจบ หลิงหลงก็ถูกพี่ชายเหวี่ยงให้ออกห่าง ก่อนที่เขาจะให้กระบี่ในมือปาดคอของตน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องร่างเล็กอย่างไม่วางตา

เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปื้อนตัวน้องสาว ร่างของสนมชายผู้งดงามล้มลงแล้วสิ้นใจตรงหน้าของสี่หลิงหลง ทิ้งไว้เพียงภาพอันปวดร้าวที่สลักลงในใจของผู้เป็นน้อง

ริมฝีปากของเด็กสาวสั่นระริก ภาพสีแดงฉานเริ่มพร่ามัว น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่งามที่ยังคงจับจ้องร่างไร้ชีวิตนั้นไม่วางตา

‘…พี่ใหญ่ ทำไมท่านไม่เชื่อข้า’

เมื่อหลิงหลงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพสีแดงเลือดนั้นยังคงตามหลอกหลอนดุจเงาตามตัว

หลังจากเหตุการณ์นั้น…หลิงหลงจึงมุ่งอ่านตำราแพทย์และตำราสมุนไพรมากขึ้น เวลาทั้งหมด นางทุ่มเทให้กับการศึกษาวิชาแพทย์

นอกจากศึกษาตำรา นางตระเวนรักษาคนไปทั่ว เก็บเงินบ้าง ไม่เก็บเงินบ้าง ตามแต่ฐานะและศรัทธาของคนไข้

เมื่อรู้ตัวอีกที นางจึงถูกเรียกว่า ‘เทพธิดาเดินดิน’ ‘สตรีที่งดงามที่สุดแห่งเยว่ฮวา’ หรือแม้แต่ ‘หมอเทวดา’ และกลายเป็นหมอที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของอาณาจักร

แต่จะเรียกขานอย่างไรก็ช่าง นางมีเป้าหมายเดียว

“ผู้ที่มันทำร้ายท่าน ข้าจะทำให้มันต้องชดใช้อย่างสาสม” น้ำตาสายหนึ่งไหลผ่านแก้มนวลที่แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์สุรา

นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ยามราตรียังคงเต็มไปด้วยดวงดาวสุกสกาวเต็มผืนฟ้า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 47

    “ข้าตรวจร่างกายเจ้าหลายครั้ง ไม่เคยพบเรื่องผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาเจ้า เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดเมื่อวานดวงตาเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น”คำถามนี้ทำให้เสี่ยวไป่นิ่งค้างอย่างตกตะลึง แต่จะให้เขาตอบนางได้อย่างไรว่านั่นคือวิชาพิสดารที่เขาฝึกมาแต่เล็กเมื่อเห็นว่าเสี่ยวไป่อ้ำอึ้งไม่ยอม หลิงหลงจึงลุกนั่งหันหลังให้แล้วเอ่ยอย่างตัดพ้อ “เจ้าไม่ไว้ใจข้า”หญ้างามตะลึงไปในทันที เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นท่าทางแง่งอนราวกับเด็กของท่านหมอเช่นนี้ นั่นทำให้เสี่ยวไป่รีบลุกขึ้นมาจะแก้ต่างให้ตนเอง“ไม่ใช่ ข้าน้อยไม่ได้...โอ๊ย!” ด้วยความร้อนใจ เขาจึงไม่ทันระวังว่าบนแผ่นหลังมีแผล เมื่อขยับตัวแรงความเจ็บปวดจึงโถมเข้ามาใส่เขาอีกครั้งหลิงหลงหันมาดูบาดแผลให้เสี่ยวไป่อย่างร้อนรน “แผลไม่ได้ปริออก แต่เจ้านอนลงไปเลย ไม่ต้องขยับตัวแล้ว”เสี่ยวไป่นอนลงไปอย่างว่าง่ายพลางมองหลิงหลงที่สวมชุดให้เรียบร้อยแล้วออกไปจัดการบางอย่างด้านนอก ผ่านไปราวหนึ่งเค่อนางจึงกลับมาพร้อมกับน้ำและผ้า แล้วค่อย ๆ เช็ดกาย ทำความสะอาดแผลให้เขาหญ้างามมอ

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 46

    สิ่งที่สัมผัสได้คือความเจ็บปวดบนแผ่นหลังเสี่ยวไป่เสียงครางเบา ๆ ก่อนจะพยายามขยับเปลี่ยนท่าทาง“หนาว” เขาพึมพำเบา ๆ แล้วพยายามห่อตัวให้อุ่นขึ้น แต่ไม่นานก็มีผ้าคลุมบนร่างทำให้ลดความหนาวเย็นลงไปบ้าง“ยังหนาวอยู่อีกหรือไม่” เสียงหวานอันคุ้นเลยเอ่ยถาม เสี่ยวไป่จึงตอบไปตามสัญชาตญาณ“หนาว”หญ้างามรู้สึกว่ามีคนขยับอยู่ข้างกาย ผ้าที่ห่มอยู่บนกายเลิกขึ้นก่อนจะมีบางอย่างที่อบอุ่นนุ่มนิ่มซุกอยู่ข้างกาย เสี่ยวไป่โอบกอดสิ่งนั้นไว้แนบอก ยกขาพาดอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและค่อย ๆ ผล็อยหลับไปอีกครั้งหลิงหลงนอนหน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของเสี่ยวไป่ในค่ำคืนเช่นนี้อากาศย่อมเย็นลงเป็นธรรมดา น้ำร้อนที่มอบความอบอุ่นให้เสี่ยวไป่ก็เย็นลงไปตามกาล เมื่อเสี่ยวไป่พึมพำว่าหนาว นางจึงไปเอาเสื้อผ้าบางส่วนที่ซื้อให้สองพี่น้องมาคลุมกายเขาไว้หลิงหลงนึกว่าเขาจะอุ่นขึ้นแต่หญ้างามยังคงหนาวสั่นอยู่ ร่างกายก็เย็นจนน่ากลัว นางนึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านบันทึกจากประเทศทางฟากตะวันตกเล่มหนึ่งซึ่งเขียนเอาไว้ว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาอุณหภูมิ

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 45

    บาดแผลของเสี่ยวไป่สาหัสเกินกว่าจะเคลื่อนย้าย กว่าจะไปถึงโรงหมอเขาคงตายเพราะเสียเลือดก่อนเป็นแน่หลิงหลงพิจารณาแล้วจึงพยุงหญ้างามไปยังถ้ำน้อยของสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้“เสี่ยวหยวน ข้าต้องการความช่วยเหลือ”หลิงหลงพูดขณะก้าวเข้าไปในถ้ำ เด็กชายที่กำลังนอนกอดน้องสาวอยู่สะดุ้งแล้วหันมามองหลิงหลงตาขวาง ทว่าเมื่อเห็นว่า หลิงหลงพาคนเจ็บเจียนตายผู้หนึ่งมาด้วยก็ลุกไปช่วยนางโดยไม่ได้กล่าวอะไรเสี่ยวหยวนนำฟางมาทำเป็นที่นอนง่าย ๆ แล้วรีบไปต้มนำอย่างรู้ความหลิงหลงพาเสี่ยวไป่ไปยังที่นอนชั่วคราวก่อนจะจุดไฟใกล้ ๆ เสี่ยวไป่“นี่เจ้าทำอะไรน่ะ” เสี่ยวหยวนมุ่นคิ้ว“เขาบาดเจ็บหนักมาก ข้าต้องเย็บแผล หากไม่มีไฟจะมองเห็นได้อย่างไร”“ไม่ต้องจุด เดี๋ยวควันจะลอยอยู่ในถ้ำ จูจูนอนอยู่ สูดควันเข้าไปมันจะไม่ดี”“แล้วจะให้ข้าเย็บแผลทั้งที่มองไม่เห็นหรือ”เสี่ยวหยวนทำหน้าบึ้งตึงก่อนจะวาดมือคล้ายร่ายรำ เสกลูกไฟดวงเล็ก ๆ ขึ้นมา ลูกไฟนั้นค่อย ๆ ลอยไปทางหลิงหลงอย่างช้า ๆ“เช่นนี้เป

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 44

    “...อย่าบังอาจยกตัวเจ้าไปเทียบเทียมพวกเขา”หลิงหลงกล่าวเสียงต่ำและดุดัน เสี่ยวไป่ที่อยู่ไม่ไกลกระตุกยิ้ม มาตอนนี้เขาไม่แน่ใจเสียแล้วว่าท่านหมอยอมตบตีคนเพื่อระบายโทสะให้เขากับอาลั่ว หรือเพื่อระบายโทสะของตนกันแน่แต่หากเป็นการระบายโทสะของตนเอง ทหารเหล่านั้นไปยั่วโมโหนางเมื่อใดกันเสียดายที่เขาไม่อาจเห็นได้ด้วยตาของตัวเอง ไม่รู้ว่านางมีสีหน้าแบบใดยามโกรธเกรี้ยว แต่คิดว่าคงงดงามและน่ามองไม่น้อยเลยทีเดียวในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ข้าได้พบนางแล้ว โปรดเมตตาให้ข้าได้เห็นท่าทางยามโกรธเกรี้ยวของนางด้วยเถิด ยามนี้เขาอิจฉาศัตรูเหลือเกินที่ได้เห็นความงดงามยามท่านหมอโกรธเคืองหลิงหลงไม่รู้ความคิดของเสี่ยวไป่ ที่นางยอมหยุดหนี นอกจากระบายโทสะแล้ว เพราะนางไม่อาจยอมรับความเสี่ยงเรื่องถูกติดตาม หากสลัดหลุดก็ถือว่าเป็นโชคดีของนาง แต่หากว่าพวกเขาค้นหาต่ออาจไปเจอเสี่ยวหยวนกับจูจูก็ได้แม้เด็ก ๆ เผ่าไกว้อี้จะสามารถหลบซ่อนสายตาทหารเหล่านี้ได้ แต่นางไม่อยากเสี่ยงให้เด็ก ๆ มีโอกาสตกอยู่ในอันตราย นี่เป็นเหตุผลประการแรกอีกประการคือเสี่ยวไป่ บาดเจ็บเช่นน

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 43

    ย้อนกลับไปเล็กน้อย ระหว่างที่หลิงหลงกำลังเดินทางกลับออกจากป่า จู่ ๆ มี่ถังที่เกาะบนอกนางอย่างสงบเสงี่ยมมาตลอดก็บินว่อนราวกับตกใจและร้อนรน“มี่ถัง เจ้าเป็นอะไรไป” หลิงหลงมองผึ้งน้อยที่บินไปบินมาอย่างกระวนกระวาย แล้วเอื้อมมือไปปลอบนางนับตั้งแต่นางได้ผึ้งน้อยตัวนี้มา มี่ถังเป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยรบกวนนางยามดูแลคนไข้ นอกจากยามกินแล้วก็มักจะเกาะอยู่นิ่ง ๆ บนกายนางทว่ายามนี้กลับร้อนรนกระวนกระวายอยู่ไม่สุขหลิงหลงขมวดคิ้ว ท่าทางของมี่ถังคล้ายสัตว์ตัวน้อยที่รู้สึกได้ถึงอันตรายจึงแสดงออกว่าตนกำลังหวาดกลัว แต่เมื่อนางมองรอบกายกลับไม่พบสิ่งผิดปกติหากมีคนเข้าใกล้รัศมีการรับรู้นางต้องรู้ตัวสิทว่ารอบบริเวณนั้นไม่มีอะไรเลย“มี่ถัง เจ้าเป็นอะไรไป ไม่ต้องกลัว” นางพยายามปลอบ แต่มี่ถังก็ยังคงแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาไม่หยุดมี่ถังร้อนใจแทบตาย เพราะนางรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่อันตรายกำลังคุกคามเจ้านายของนางอยู่ สุดท้ายนางจึงตัดสินใจที่จะไปช่วยเสี่ยวไป่หลิงหลงมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง มี่ถังบินว่อนอย่างหวาดกลัว แต่จู่

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 42

    เมื่อถูกจับได้ เสี่ยวไป่จึงพยายามใช้วิชาตัวเบาของตนหนีจากการจับกุมอย่างสุดชีวิตทหารยามหลายคนพยายามเข้าทำการจับกุม ทว่าฝูงผึ้งน้อยพยายามเข้าช่วยเสี่ยวไป่อย่างสุดความสามารถ ทหารหลายคนถูกผึ้งต่อยจนหน้าปูดบวม แม้แต่มารดาบังเกิดเกล้าก็จดจำหน้าไม่ได้แต่แม้จะมีฝูงผึ้งช่วยซื้อเวลาหลบหนีและลดจำนวนทหารลง แต่ความช่วยเหลือนั้นก็ไม่มากพอที่จะทำให้เสี่ยวไป่หนีรอดไปได้อย่างปลอดภัยอาการของหญ้างามไม่สู้ดีนัก สายตาพร่าจากการใช้พลังเยอะเกินไปกำลังออกฤทธิ์ให้เห็นเป็นระยะ อีกทั้งยังมีเลือดไหลจากจมูกทิ้งเป็นร่องรอยให้ศัตรูสามารถติดตามมาได้ นั่นทำให้การหลบหนีค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควรอย่างน้อยก็ต้องสลัดคนเหล่านี้ให้หลุดเสี่ยวไป่พยายามเพ่งสายตา ยามนี้ดวงตะวันเริ่มลับฟ้าแล้ว ความมืดเข้าปกคลุม นั่นเป็นโอกาสให้เข้าสลัดทหารยามเหล่านั้นด้านทหารยามที่ยามนี้มีจำนวนไม่ถึงยี่สิบคน แม้จะถูกผึ้งกัดต่อยจนหน้าปูดบวมพวกเขาก็พยายามตามติดหญ้างามอย่างไม่ย่อท้อ ด้วยรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายหลบหนีไปได้ ชีวิตของพวกเข้าก็คงจบสิ้นเช่นกันเจ้านายของพวกเขาเลือดเย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status