Share

ตอนที่ 1 สี่หลิงหลง

last update publish date: 2026-06-27 20:35:18

ภายในห้องตำรา หลิงหลงปิดหนังสือแล้วนำไปวางรวมกับเล่มอื่น นางอ่านสิ่งที่ตนจดไว้บนกระดาษอีกครั้ง เมื่อไม่มีข้อความใดตกหล่นจึงเอ่ยปากเรียกสาวใช้ให้เข้ามา

“เข่อชิง”

สิ้นเสียงเรียก เข่อชิง ซึ่งเป็นสาวใช้ประจำตัวจึงเข้ามารอรับคำสั่ง

“เจ้าให้คนเตรียมรถม้า ข้าจะไปวังหลวงสักเที่ยว”

“เจ้าค่ะ” เข่อชิงยอบกายแล้วเดินออกไปเตรียมรถม้าตามคำสั่ง หลิงหลงเก็บกระดาษบันทึกของตนให้เข้าที่แล้วไปเตรียมตัวออกข้างนอก

หนังสือที่นางอ่านเหล่านั้นคือตำราแพทย์หายากที่มีเฉพาะภายในวังหลวง นางจำได้หลังจากที่สี่หลิงซานสิ้นใจ นางสวมชุดขาวเฝ้าศพอยู่หลายวัน

ภาพเด็กสาวที่นั่งเหม่อลอยมองโลงศพของพี่ชายเป็นภาพที่ชวนให้สงสาร หลิงหลงเหม่อลอย บางครั้งเรียกหา 'พี่ใหญ่' ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ความเคว้งคว้างไร้ที่พึ่งพิงทำให้นางมืดแปดด้าน คล้ายคนที่กำลังสับสนและไร้หนทาง นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์เช่นนี้ผ่านไปนานเท่าใดแล้ว

โดยไม่รู้ตัวฮ่องเต้หญิงได้เข้ามาหานางแล้วยกพระหัตถ์ลูบศีรษะนางเบา ๆ

‘หลิงหลงเด็กดี หักห้ามใจเสีย’ พระองค์กล่าว ‘สนมรักของเรามักจะเล่าเรื่องของเจ้าให้เราฟัง บอกเราว่ารักเจ้ามากเพียงใด หากเจ้าเป็นเช่นนี้ พี่ชายเจ้าจะเป็นห่วง ไม่อาจหลับอย่างสงบ เจ้าเข้าใจหรือไม่’

หลิงหลงไม่ตอบ ดวงตาแดงก่ำยังคงจ้องมองโลงศพที่บรรจุร่างของพี่ชายเอาไว้

นางกำนัลคนหนึ่งเดินเข้าไปกระซิบบางอย่างกับฮ่องเต้หญิง พระนางถอนหายใจแล้วตรัสกับหลิงหลงด้วยพระสุรเสียงที่อ่อนโยนลง

‘ซิวอี๋เป็นหนึ่งในสนมที่เรารักที่สุด ดังนั้นเราจะดูแลเจ้าเอง ดีหรือไม่’ พระองค์ตรัสพลางย่อพระวรกายลงให้อยู่ระดับเดียวกับเด็กสาว ทว่าหลิงหลงยังคงนิ่งเงียบราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต

‘อาหลิง เห็นแก่ที่ซิวอี๋ที่ปรนนิบัติเรามานานปี เจ้าอยากได้สิ่งใด หากเราสามารถให้ได้ ขอเพียงเจ้าเอ่ยปากบอกเราจะหาให้เจ้า’

หลิงหลงได้ฟังจึงเริ่มขยับตัวแล้วหันมามอง ดวงตาสีน้ำเงินว่างเปล่าไร้แวว ดูไร้ชีวิต เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นฮ่องเต้ยิ่งก็ยิ่งสงสาร พระนางลูบศีรษะของนางเบา ๆ

‘ได้ทุกสิ่งหรือเพคะ’ เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม

‘ทุกสิ่งเท่าที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของเรา’

ดวงตาสีน้ำเงินสั่นไหวเล็กน้อยแล้วเบนไปที่โลงศพ ปากซีด ๆ ของนางเม้มแน่นก่อนจะเอ่ย

‘เช่นนั้น หม่อมฉันขอพระราชอนุญาต ให้หม่อมฉันได้ศึกษาตำราโบราณให้หอตำราส่วนพระองค์ด้วยเพคะ’

‘เท่านี้เองหรือ ได้ เราอนุญาต’

หลังจากที่ฮ่องเต้หญิงอนุญาต นางจึงมักจะขลุกอยู่กับตำราเหล่านั้นทั้งวัน โดยมีมหาดเล็กและนางกำนัลคอยดูแล นางศึกษาตำราโดยไม่หลับไม่นอนอยู่หลายวัน ฮ่องเต้หญิงจึงทรงอนุญาตให้นางนำตำรากลับไปศึกษาที่คฤหาสน์ตระกูลสี่และต้องนำไปคืนในระยะเวลาที่กำหนด

ช่วงเวลาสองปีมานี้นางจึงมักจะเข้าวังหลวงอยู่เสมอเพื่อยืมและคืนตำรา

หลังจากที่หลิงหลงนำตำราไปคืน นางได้พบกับมารดาของนางซึ่งเป็นขุนนางแพทย์ ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมออันดับหนึ่งของอาณาจักร ณ ขณะนี้

หลิงหลงยอบกายเพื่อทักทาย “ท่านแม่”

สี่หนิงอวี่มองบุตรสาวอย่างเย็นชาแล้วกล่าวธุระ

“สี่หลิงหลง หรูเอ๋อร์ตามหาเจ้า เจ้าจงรีบกลับไปหานาง” จบคำ ผู้เป็นมารดาก็จากไปโดยไม่หันกลับไปมองหลิงหลงอีก

หลิงหลงมองตามแผ่นหลังแม่ไปอย่างเย็นชา

นับตั้งแต่จำความได้ สี่หนิงอวี่มักจะเรียกนางเช่นนั้น ส่วนบิดาของนาง จางปิงเฉิง ก็เรียกขานนางว่าหลิงหลงหรืออาหลิงเช่นเดียวกับผู้อาวุโสหรือญาติในตระกูล

มีเพียงพี่ชายของนางเท่านั้นที่เรียกนางว่า ‘หลงเอ๋อร์’

ครั้งยังเด็กนางไม่เข้าใจ ทำไมท่านแม่จึงสามารถเรียกพี่น้องของนางอย่างสนิทสนม ขณะที่เรียกนางและพี่ชายด้วยชื่อแซ่อย่างเย็นชา ทุกครั้งที่พูดคุยมักจะเป็นเวลาที่ถูกมอบหมายหน้าที่หรือธุระจำเป็น ไม่มีการพูดคุยหรือไถ่ถามตามที่แม่ลูกควรเป็น

เมื่อโตขึ้นนางถึงได้เข้าใจว่า แม่ไม่ได้รักนางกับพี่ชายเหมือนบุตรคนอื่น เรียกได้ว่านางและหลิงซานเป็นเพียง ‘หน้าที่’ ที่สี่หนิงอวี่ต้องให้กำเนิด เป็นเพียงลูกของสามีเอกที่เทียบไม่ได้กับบุตรของอนุ

หลิงหลงจึงเป็นเพียงหมากในการสืบทอดตำแหน่งเจ้าบ้านของสี่หนิงอวี่และเป็นว่าที่เจ้าบ้านคนถัดไปเพียงแค่นั้น ส่วนหลิงซานที่เป็นบุรุษจึงมีประโยชน์เพียงแค่ถูกส่งไปเป็นสนมในวัง

ประโยชน์เพียงหนึ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้เพื่อตระกูลและต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถเพราะมัน

มหาดเล็กผู้มีหน้าที่ดูแลนางเห็นว่านางเหม่อมองตามหลังมารดาไป จึงเดินเข้ามาโค้งให้พลางเอ่ยถาม “ท่านหญิงต้องการไปที่ใดหรือขอรับ ข้าจะนำทางเอง”

‘ท่านหญิง’ เป็นคำที่ฮ่องเต้ให้ทุกคนเรียกนางแทน ‘คุณหนูสี่’ ซึ่งถือเป็นการแสดงออกถึงความโปรดปรานที่พระองค์มีต่อหลิงซานและความเมตตาเอ็นดูที่มีให้หลิงหลง

หลิงหลงเบนสายตากลับมามอง “โปรดพาข้าไปยังสระบัวที่พี่ใหญ่ข้าชอบ”

ธุระของน้องสาวผู้นั้น ในสายตานางหาใช่เรื่องสำคัญ สี่ลี่หรูเป็นบุตรสาวคนเล็กที่เกิดจากอนุ ถูกบิดามารดาตามใจจนแทบไม่รู้สิ่งใดควรไม่ควร เด็กนั่นควรหัดรอเสียบ้าง

มหาดเล็กชายรับคำแล้วพานางไปยังสระบัวขนาดใหญ่ ก่อนจะขอตัวไปนำของว่างมาให้

หลิงหลงนั่งเล่นบนศาลากลางสระบัว เหม่อมองสระบัว ในใจนึกถึงยามที่สี่หลิงซานยังอยู่ พวกเขาสองพี่น้องมักจะมานั่งคุยเล่นอยู่ที่นี่เป็นประจำ

คล้ายว่านางจะเห็นภาพยามที่นางอยู่กับพี่ชาย ในยามบ่ายคล้อยที่นางมาเยี่ยมเขา พี่ชายคีบขนมหวานให้นางชิม นางที่ยังเด็กก็เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผู้เป็นพี่ฟังด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

แต่ก็เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ทุกอย่างล้วนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ยามนี้มีเพียงนางที่นั่งอยู่ข้างสระบัว ดวงหน้าที่สะท้อนบนผิวน้ำปราศจากรอยยิ้ม แววตาเย็นชา

รอยยิ้มของนางได้จากไปพร้อมกับชีวิตของผู้เป็นพี่ในวันนั้น

มหาดเล็กกลับมาพร้อมเม็ดบัวเชื่อมและชาชั้นดี หลิงหลงนั่งชมทิวทัศน์อยู่นานก่อนจะกลับคฤหาสน์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 48

    ช่วงเวลาเช่นนี้ผ่านไปราวสามวัน เสี่ยวไป่ค่อย ๆ ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ เขาได้รับความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากหลิงหลงทั้งยังมีสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้อีกด้วยเสี่ยวหยวนตัดสินใจกราบหลิงหลงเป็นอาจารย์ เขากล่าวว่าเขาต้องการความรู้ไว้หาเลี้ยงชีพและช่วยดูแลจูจูในอนาคต ซึ่งหลิงหลงก็รับพวกเขาพี่น้องเอาไว้สามวันมานี้หลิงหลงไม่ได้กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลสี่ทว่านางอยู่เฝ้าไข้เสี่ยวไป่อย่างใกล้ชิด บางครั้งบางครานางจะกลับไปเอาตัวยาและอาหาร รวมถึงส่งข่าวใหหลี่มู่เฟิงในวันที่สี่ หลี่มู่เฟิงได้พาคนของเขามาหาหลิงหลง“หลิงหลิง ข้าเตรียมเกี้ยวคนป่วยมารับพวกเจ้ากลับ” น้ำเสียงของหลี่มู่เฟิงอ่อนโยนลงเมื่อเจอหน้าหลิงหลง ทว่ากลับบาดหูคนฟังอย่างเสี่ยวไป่นักนางมีคนที่รักและถนอมนาง นี่เป็นเรื่องดี...เขาพยายามคิดเช่นนี้ ทว่าไม่อาจปฏิเสธว่าเขาริษยาหลี่มู่เฟิงยิ่งนัก“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ท่านพี่”ท่านพี่ อา นี่ก็เป็นคำที่ฟังแล้วไม่รื่นหูเอาเสียเลยเสี่ยวไป่นอนโอดครวญเบา ๆ อย่างเจ็บปวดหลิงหลงเข้ามาดูอาการของเสี่ย

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 47

    “ข้าตรวจร่างกายเจ้าหลายครั้ง ไม่เคยพบเรื่องผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาเจ้า เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดเมื่อวานดวงตาเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น”คำถามนี้ทำให้เสี่ยวไป่นิ่งค้างอย่างตกตะลึง แต่จะให้เขาตอบนางได้อย่างไรว่านั่นคือวิชาพิสดารที่เขาฝึกมาแต่เล็กเมื่อเห็นว่าเสี่ยวไป่อ้ำอึ้งไม่ยอม หลิงหลงจึงลุกนั่งหันหลังให้แล้วเอ่ยอย่างตัดพ้อ “เจ้าไม่ไว้ใจข้า”หญ้างามตะลึงไปในทันที เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นท่าทางแง่งอนราวกับเด็กของท่านหมอเช่นนี้ นั่นทำให้เสี่ยวไป่รีบลุกขึ้นมาจะแก้ต่างให้ตนเอง“ไม่ใช่ ข้าน้อยไม่ได้...โอ๊ย!” ด้วยความร้อนใจ เขาจึงไม่ทันระวังว่าบนแผ่นหลังมีแผล เมื่อขยับตัวแรงความเจ็บปวดจึงโถมเข้ามาใส่เขาอีกครั้งหลิงหลงหันมาดูบาดแผลให้เสี่ยวไป่อย่างร้อนรน “แผลไม่ได้ปริออก แต่เจ้านอนลงไปเลย ไม่ต้องขยับตัวแล้ว”เสี่ยวไป่นอนลงไปอย่างว่าง่ายพลางมองหลิงหลงที่สวมชุดให้เรียบร้อยแล้วออกไปจัดการบางอย่างด้านนอก ผ่านไปราวหนึ่งเค่อนางจึงกลับมาพร้อมกับน้ำและผ้า แล้วค่อย ๆ เช็ดกาย ทำความสะอาดแผลให้เขาหญ้างามมอ

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 46

    สิ่งที่สัมผัสได้คือความเจ็บปวดบนแผ่นหลังเสี่ยวไป่เสียงครางเบา ๆ ก่อนจะพยายามขยับเปลี่ยนท่าทาง“หนาว” เขาพึมพำเบา ๆ แล้วพยายามห่อตัวให้อุ่นขึ้น แต่ไม่นานก็มีผ้าคลุมบนร่างทำให้ลดความหนาวเย็นลงไปบ้าง“ยังหนาวอยู่อีกหรือไม่” เสียงหวานอันคุ้นเลยเอ่ยถาม เสี่ยวไป่จึงตอบไปตามสัญชาตญาณ“หนาว”หญ้างามรู้สึกว่ามีคนขยับอยู่ข้างกาย ผ้าที่ห่มอยู่บนกายเลิกขึ้นก่อนจะมีบางอย่างที่อบอุ่นนุ่มนิ่มซุกอยู่ข้างกาย เสี่ยวไป่โอบกอดสิ่งนั้นไว้แนบอก ยกขาพาดอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและค่อย ๆ ผล็อยหลับไปอีกครั้งหลิงหลงนอนหน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของเสี่ยวไป่ในค่ำคืนเช่นนี้อากาศย่อมเย็นลงเป็นธรรมดา น้ำร้อนที่มอบความอบอุ่นให้เสี่ยวไป่ก็เย็นลงไปตามกาล เมื่อเสี่ยวไป่พึมพำว่าหนาว นางจึงไปเอาเสื้อผ้าบางส่วนที่ซื้อให้สองพี่น้องมาคลุมกายเขาไว้หลิงหลงนึกว่าเขาจะอุ่นขึ้นแต่หญ้างามยังคงหนาวสั่นอยู่ ร่างกายก็เย็นจนน่ากลัว นางนึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านบันทึกจากประเทศทางฟากตะวันตกเล่มหนึ่งซึ่งเขียนเอาไว้ว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาอุณหภูมิ

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 45

    บาดแผลของเสี่ยวไป่สาหัสเกินกว่าจะเคลื่อนย้าย กว่าจะไปถึงโรงหมอเขาคงตายเพราะเสียเลือดก่อนเป็นแน่หลิงหลงพิจารณาแล้วจึงพยุงหญ้างามไปยังถ้ำน้อยของสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้“เสี่ยวหยวน ข้าต้องการความช่วยเหลือ”หลิงหลงพูดขณะก้าวเข้าไปในถ้ำ เด็กชายที่กำลังนอนกอดน้องสาวอยู่สะดุ้งแล้วหันมามองหลิงหลงตาขวาง ทว่าเมื่อเห็นว่า หลิงหลงพาคนเจ็บเจียนตายผู้หนึ่งมาด้วยก็ลุกไปช่วยนางโดยไม่ได้กล่าวอะไรเสี่ยวหยวนนำฟางมาทำเป็นที่นอนง่าย ๆ แล้วรีบไปต้มนำอย่างรู้ความหลิงหลงพาเสี่ยวไป่ไปยังที่นอนชั่วคราวก่อนจะจุดไฟใกล้ ๆ เสี่ยวไป่“นี่เจ้าทำอะไรน่ะ” เสี่ยวหยวนมุ่นคิ้ว“เขาบาดเจ็บหนักมาก ข้าต้องเย็บแผล หากไม่มีไฟจะมองเห็นได้อย่างไร”“ไม่ต้องจุด เดี๋ยวควันจะลอยอยู่ในถ้ำ จูจูนอนอยู่ สูดควันเข้าไปมันจะไม่ดี”“แล้วจะให้ข้าเย็บแผลทั้งที่มองไม่เห็นหรือ”เสี่ยวหยวนทำหน้าบึ้งตึงก่อนจะวาดมือคล้ายร่ายรำ เสกลูกไฟดวงเล็ก ๆ ขึ้นมา ลูกไฟนั้นค่อย ๆ ลอยไปทางหลิงหลงอย่างช้า ๆ“เช่นนี้เป

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 44

    “...อย่าบังอาจยกตัวเจ้าไปเทียบเทียมพวกเขา”หลิงหลงกล่าวเสียงต่ำและดุดัน เสี่ยวไป่ที่อยู่ไม่ไกลกระตุกยิ้ม มาตอนนี้เขาไม่แน่ใจเสียแล้วว่าท่านหมอยอมตบตีคนเพื่อระบายโทสะให้เขากับอาลั่ว หรือเพื่อระบายโทสะของตนกันแน่แต่หากเป็นการระบายโทสะของตนเอง ทหารเหล่านั้นไปยั่วโมโหนางเมื่อใดกันเสียดายที่เขาไม่อาจเห็นได้ด้วยตาของตัวเอง ไม่รู้ว่านางมีสีหน้าแบบใดยามโกรธเกรี้ยว แต่คิดว่าคงงดงามและน่ามองไม่น้อยเลยทีเดียวในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ข้าได้พบนางแล้ว โปรดเมตตาให้ข้าได้เห็นท่าทางยามโกรธเกรี้ยวของนางด้วยเถิด ยามนี้เขาอิจฉาศัตรูเหลือเกินที่ได้เห็นความงดงามยามท่านหมอโกรธเคืองหลิงหลงไม่รู้ความคิดของเสี่ยวไป่ ที่นางยอมหยุดหนี นอกจากระบายโทสะแล้ว เพราะนางไม่อาจยอมรับความเสี่ยงเรื่องถูกติดตาม หากสลัดหลุดก็ถือว่าเป็นโชคดีของนาง แต่หากว่าพวกเขาค้นหาต่ออาจไปเจอเสี่ยวหยวนกับจูจูก็ได้แม้เด็ก ๆ เผ่าไกว้อี้จะสามารถหลบซ่อนสายตาทหารเหล่านี้ได้ แต่นางไม่อยากเสี่ยงให้เด็ก ๆ มีโอกาสตกอยู่ในอันตราย นี่เป็นเหตุผลประการแรกอีกประการคือเสี่ยวไป่ บาดเจ็บเช่นน

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 43

    ย้อนกลับไปเล็กน้อย ระหว่างที่หลิงหลงกำลังเดินทางกลับออกจากป่า จู่ ๆ มี่ถังที่เกาะบนอกนางอย่างสงบเสงี่ยมมาตลอดก็บินว่อนราวกับตกใจและร้อนรน“มี่ถัง เจ้าเป็นอะไรไป” หลิงหลงมองผึ้งน้อยที่บินไปบินมาอย่างกระวนกระวาย แล้วเอื้อมมือไปปลอบนางนับตั้งแต่นางได้ผึ้งน้อยตัวนี้มา มี่ถังเป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยรบกวนนางยามดูแลคนไข้ นอกจากยามกินแล้วก็มักจะเกาะอยู่นิ่ง ๆ บนกายนางทว่ายามนี้กลับร้อนรนกระวนกระวายอยู่ไม่สุขหลิงหลงขมวดคิ้ว ท่าทางของมี่ถังคล้ายสัตว์ตัวน้อยที่รู้สึกได้ถึงอันตรายจึงแสดงออกว่าตนกำลังหวาดกลัว แต่เมื่อนางมองรอบกายกลับไม่พบสิ่งผิดปกติหากมีคนเข้าใกล้รัศมีการรับรู้นางต้องรู้ตัวสิทว่ารอบบริเวณนั้นไม่มีอะไรเลย“มี่ถัง เจ้าเป็นอะไรไป ไม่ต้องกลัว” นางพยายามปลอบ แต่มี่ถังก็ยังคงแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาไม่หยุดมี่ถังร้อนใจแทบตาย เพราะนางรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่อันตรายกำลังคุกคามเจ้านายของนางอยู่ สุดท้ายนางจึงตัดสินใจที่จะไปช่วยเสี่ยวไป่หลิงหลงมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง มี่ถังบินว่อนอย่างหวาดกลัว แต่จู่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status