LOGINคืนนั้นฝนตกลงมาเหนือบ้านร่มเสียงจันทร์
เม็ดฝนกระทบหลังคาไม้และใบลำไยดังต่อเนื่องคืนนั้นฝนตกลงมาเหนือบ้านร่มเสียงจันทร์เม็ดฝนกระทบหลังคาไม้และใบลำไยดังต่อเนื่องอากาศเย็นลงจนคีรินต้องนำเตาถ่านแบบปิดกับผ้าห่มออกมาวางตรงชานบ้านทั้งสองนั่งอยู่ข้างกันใต้ชายคาไม่ได้พูดถึงบทกลอนในทันทีลลินถือแก้วนมอุ่นส่วนคีรินถือชาร้อนซึ่งเธอเป็นคนชงและตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง แม้เขาจะไม่ได้ขอหลังเหตุการณ์ในร้านอาหาร ทั้งคู่ระมัดระวังเครื่องดื่มโดยไม่ต้องพูดถึงความกลัวนั้นออกมาตรง ๆเสียงฝนทำให้โลกภายนอกดูห่างออกไปบ้านทั้งหลังเหลือเพียงแสงสีส้มจากเตา เสียงลม และคนสองคนซึ่งกำลังพักจากเรื่องในอดีตชั่วคราว“ตอนเด็กคุณอยากเป็นนักแสดงอยู่แล้วหรือคะ”ลลินถามคีรินส่ายหน้า“ตอนเด็กผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า นักแสดงทำงานอย่างไร”“แล้วเริ่มต้นได้อย่างไร”“คุณยายพาไปสมัครเป็นตัวประกอบ เพราะมีคนมาถ่ายหนังแถวหมู่บ้าน”“คุณยายเป็นคนพาไป?”“ครับ”มุมปากเขายกขึ้น“ยายบอกว่า ผมยืนนิ่งเก่งและไม่กลัวคนแปลกหน้า น่าจะเหมาะกับการยืนอยู่ด้า
บทกลอนครบทุกบรรทัดแล้ว แต่ศิลาสีขาวยังเงียบอยู่เหมือนเดิมลลินจึงเริ่มสงสัยว่า พวกเขากำลังมองข้ามอะไรบางอย่างไปเช้าวันถัดมา ลลินกลับไปนั่งอยู่ในห้องดนตรีของคุณยายระนาดเก่าตั้งอยู่ตรงหน้าบทกลอนฉบับสมบูรณ์ถูกวางบนขอบไม้เธออ่านซ้ำหลายครั้งถ้อยคำทุกคำมีความหมายแต่ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางสิ่งขาดหายลลินใช้ปลายนิ้วเคาะราวระนาดตึกตึกตึก–ตึกเสียงธรรมดาสี่จังหวะทำให้ศิลาสีขาวอุ่นขึ้นเพียงเล็กน้อยคีรินซึ่งกำลังตรวจสมุดของครูคำปันเงยหน้าขึ้น“เมื่อครู่มันตอบสนอง?”“นิดหนึ่งค่ะ”เธอเคาะอีกครั้งตึกตึกตึก–ตึกคีรินลุกขึ้นร่างกายของเขาขยับตามจังหวะโดยไม่รู้ตัว แม้อาการบาดเจ็บทำให้ยังไม่สามารถร่ายรำเต็มท่า แต่ปลายนิ้วกับข้อมือกลับเคลื่อนไหวเหมือนจดจำสิ่งเหล่านั้นได้ลลินมองบทกลอนจากนั้นจึงมองระนาด“เราเอาแต่พยายามแต่งถ้อยคำ”เธอกล่าว“เพราะจดห
หนึ่งสัปดาห์หลังเดินทางมาถึงบ้านร่มเสียงจันทร์ ชีวิตของคีรินกับลลินค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะไปจากเดิมช่วงเช้า ทั้งสองจะเดินขึ้นไปยังศาลาบนเนินหลังบ้านช่วงบ่าย นำถ้อยคำที่เขียนได้กลับมาทบทวนในห้องดนตรีของคุณยายส่วนตอนกลางคืน พวกเขาจะนั่งอยู่บนระเบียง ฟังเสียงลมพัดผ่านสวนลำไย และอ่านข้อความเดิมซ้ำจนบางครั้งไม่แน่ใจแล้วว่า ประโยคใดเป็นของครูคำปัน ประโยคใดเป็นของคำรินกับลินหลวง และประโยคใดเป็นสิ่งที่คีรินกับลลินกำลังสร้างขึ้นใหม่ด้วยตัวเองวันลาพักร้อนเจ็ดวันของลลินไม่ใช่การเดินทางท่องเที่ยวทั้งคู่แทบไม่ได้ออกไปยังสถานที่ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านอาหารส่วนใหญ่เป็นของที่คนดูแลบ้านเตรียมไว้ให้ หรือสิ่งที่ซื้อจากตลาดเล็กในหมู่บ้านลลินยังมีอาการเหนื่อยง่ายจากอาคมในร้านอาหารบางครั้งเพียงเดินขึ้นเนินเร็วเกินไป หัวใจก็เต้นแรงจนต้องหยุดพักพวกเขาจึงไม่ได้เร่งรีบเมื่อคนหนึ่งเดินช้าลง อีกคนจะหยุดรอเมื่อคีรินไม่ไหว ลลินจะเป็นคนถือกระเป๋าเมื่อเธอมีอาการหน้ามืด เขาจะจับมือไว้จนแน่ใจว่าสามารถเดินต่อได้ไม่มีใครต้องพูดว่ากำลังเป็นห่วงการกระทำของทั้งคู่ชัดเจนกว่าคำพูดอยู่แล้ว• • •กระแสข่าวจากเหตุการณ์ใ
เขายกมือของลลินขึ้นวางบนหน้าอกตนเองหัวใจเต้นอยู่ใต้ฝ่ามือสม่ำเสมอหนักแน่นและเป็นของคนในปัจจุบัน“สิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากศิลาครับ”เขากล่าวลลินมองดวงตาเขา“แน่ใจหรือคะ”คีรินปลดมือออกจากเธอชั่วครู่ แล้วใช้ปลายนิ้วแตะตัวหินสีขาวไม่มีแสงเกิดขึ้นจากนั้นเขาจึงก้มลงจูบเธอริมฝีปากสัมผัสกันอย่างช้า ๆ ใต้แสงจันทร์ศิลายังคงสงบนิ่งไม่มีนิมิตไม่มีเสียงระนาดและไม่มีความรู้สึกของคำรินหรือลินหลวงเข้ามาแทรกมีเพียงคีรินกับลลิน ซึ่งเลือกเข้าใกล้กันด้วยตัวเองเมื่อถอนริมฝีปากออก หน้าผากของทั้งสองยังแตะกันอยู่“ตอนนี้แน่ใจหรือยังครับ”ลลินยิ้ม“ค่ะ”คีรินโอบเธอกลับเข้ามาทั้งคู่ไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะอยู่ด้วยกันทุกภพไม่ได้สัญญาว่าจะไม่มีวันจากกันเพราะพวกเขาได้เรียนรู้แล้วว่า คำสัญญาซึ่งยิ่งใหญ่เกินชีวิตอาจกลายเป็นพันธนาการของคนที่ต้องอยู่รอสิ่งที่มีอยู่ตอนนี
ลลินดึงผ้าคลุมออกช้า ๆตัวระนาดได้รับการดูแลดีกว่าชิ้นส่วนที่วัด แม้ไม้จะเปลี่ยนสีและเชือกบางส่วนหย่อนตามอายุตรงขอบมีลายดอกไม้ล้อมวงกลมไม่เหมือนกันทุกเส้น แต่มีโครงสร้างเดียวกับลายบนหีบและเส้นสีเงินภายในศิลาลลินใช้ปลายนิ้วแตะขอบไม้ศิลาสีขาวอุ่นขึ้นเธอเห็นภาพแวบเดียวหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างระนาดมือกำลังปรับเชือกนอกหน้าต่างมีเด็กชายตัวเล็กวิ่งเล่นอยู่ในสวนหญิงชราหันไปมองเขา ก่อนใช้ผ้าขาวคลุมเครื่องดนตรีและล็อกประตูห้องภาพหายไปลลินถอนมือ“เห็นอะไรหรือครับ”“คุณยายค่ะ”เธอมองระนาด“ยายไม่ได้เล่น แต่ดูเหมือนกำลังรักษามันไว้”คีรินเดินไปรอบเครื่องดนตรีระนาดเก่าตัวนี้อาจถูกสร้างขึ้นจากต้นแบบของครูคำปัน หรือได้รับการส่งต่อจากคนที่เคยรู้จักลินหลวงลลินมองผ่านหน้าต่างของห้องด้านหลังบ้านมีแนวต้นไม้หนาแน่นขึ้นไปตามเนินยอดหลังคาไม้เล็ก ๆ โผล่อยู่ระหว่างกิ่งไม้ไกลออกไปเธอขยับไปใกล้หน้าต่าง“ตรงนั้นมีอะไรคะ”คีรินมองตาม“น่าจะเป็นศาลาเก่า”“คุณเคยไปหรือ
รถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าหีบไม้ถูกเก็บไว้ในกระเป๋ากันกระแทกด้านหลัง และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบทุกครั้งที่รถหยุดพักลลินนั่งข้างคีรินบนเบาะแถวกลางเธอนำหมอนใบเล็กมารองแผ่นหลังให้เขา ก่อนปรับตำแหน่งหลายครั้งจนชายหนุ่มสามารถนั่งได้โดยไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อเมื่อรถเคลื่อนออกจากบ้าน คีรินหยิบขวดน้ำอุ่นกับยาของลลินออกมาส่งให้ตามเวลาลลินรับไปทานโดยไม่ต้องให้เขาเตือนซ้ำหลังจากนั้นเธอหยิบยาแก้ปวดของเขาออกจากกระเป๋า ส่งให้พร้อมน้ำอีกขวดไม่มีใครพูดเรื่องความรักไม่มีใครถามว่าความรู้สึกยังคงเหมือนเมื่อคืนหรือไม่คีรินรับยาลลินตรวจว่าเขากลืนเรียบร้อยจากนั้นมือของทั้งสองก็กลับมาประสานกันอยู่ตรงพื้นที่ว่างระหว่างเบาะเมื่อรถผ่านช่วงถนนขรุขระ คีรินขยับหมอนรองศีรษะให้เธอเมื่อลลินหลับและศีรษะเอนไปอีกด้าน เขาใช้มือพยุงให้กลับมาซบลงบนไหล่ส่วนที่ไม่กระทบแผ่นหลังระหว่างจุดพัก ลลินเดินกลับมาพร้อมเครื่องดื่มสองขวดซึ่งยังปิดฝาสนิทเธอเปิดขวดของตน







