Mag-log inเมื่อบทเพลงปริศนาปลุกความรู้สึกที่ถูกลืม ซูเปอร์สตาร์ผู้โดดเดี่ยวและผู้ช่วยดีเจสาวธรรมดาจึงถูกนำพาให้มาพบกันอีกครั้งทว่าความรักที่เชื่อมโยงด้วยเสียงเพลงครั้งนี้ อาจต้องแลกด้วยความลับจากอดีต คำสาป และความเจ็บปวด
view moreคีริน วรเมธา ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าใคร
คืนนี้ก็เช่นกัน เพราะในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ไม่มีใครอยู่ด้วย เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังข้างหน้าต่างครัว วิทยุรุ่นเก่าบนโต๊ะกลมยังบรรเลงต่อไป เป็นเพลงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต ไม่มีชื่อศิลปิน ไม่มีค่ายเพลง ไม่มีแม้แต่คลิปสั้น ๆ บนอินเทอร์เน็ตให้ค้นหา ทว่าตั้งแต่โน้ตแรกของเปียโน หัวใจของเขากลับปวดเหมือนเพิ่งสูญเสียใครบางคนไป ปลายนิ้วกำสร้อยข้อมือเส้นเก่าไว้แน่น เชือกถักสีหม่นร้อยศิลาสีขาวก้อนเล็ก และในวินาทีที่นักร้องหญิงเอ่ยคำว่า “ศิลาสีขาว” หินก้อนนั้นก็อุ่นขึ้น คีรินยกมือแตะใบหน้า เมื่อเห็นน้ำตาติดอยู่บนปลายนิ้ว เขาก็มองมันด้วยความสับสน เขาไม่ได้คิดถึงใคร ไม่ได้มีเรื่องเศร้า และไม่เคยฟังเพลงนี้มาก่อน แต่ร่างกายของเขากลับจดจำบางสิ่งซึ่งความทรงจำไม่มีอยู่ ย้อนกลับไปเมื่อเช้าของวันเดียวกัน ไม่มีสิ่งใดในชีวิตของคีริน วรเมธา บ่งบอกว่าค่ำคืนนี้จะเกิดขึ้น • • • ใต้แสงไฟ คีริน วรเมธา เป็นผู้ชายที่ทุกคนอยากครอบครอง เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วโกดังร้าง เปลวเพลิงพุ่งขึ้นจากด้านหลัง ขณะที่ร่างสูงในเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำกระโจนผ่านกระจกหน้าต่างชั้นสองลงมายังหลังคารถบรรทุกซึ่งกำลังแล่นด้วยความเร็ว เศษกระจกปลอมแตกกระจายอยู่กลางอากาศ กล้องสามตัวเคลื่อนตามพร้อมกัน คีรินกลิ้งตัวบนหลังคารถหนึ่งรอบ ก่อนใช้มือข้างเดียวคว้าราวเหล็กที่ติดอยู่ริมตัวรถ ร่างของเขาเหวี่ยงลงไปด้านข้างตามแรงกระชาก แขนเสื้อขาดตรงหัวไหล่ เผยให้เห็นรอยเลือดซึ่งทีมแต่งหน้าเพิ่งเติมให้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน รถบรรทุกแล่นผ่านกองไฟไปอย่างหวุดหวิดจนไอร้อนกระทบใบหน้า “คัต!” เสียงผู้กำกับดังขึ้น ทุกอย่างหยุดลงในทันที รถบรรทุกชะลอความเร็ว ทีมสตันต์รีบวิ่งเข้าไปตรวจสอบอุปกรณ์ ส่วนทีมกล้องต่างหันไปมองจอมอนิเตอร์เพื่อเช็กภาพที่ได้ คีรินปล่อยมือจากราวเหล็ก กระโดดลงบนเบาะรองรับด้านล่างอย่างคล่องแคล่ว แม้จะมีทีมงานเข้ามาช่วยประคอง เขาก็เพียงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณว่าไม่เป็นไร “สุดยอดมากครับพี่คี!” นักแสดงสมทบคนหนึ่งตะโกนขึ้น เสียงปรบมือดังตามมาแทบจะพร้อมกัน “เทกเดียวผ่านเลยนะคะ!” “พี่คีเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” “ขอรูปหน่อยได้ไหมคะ” เสียงเหล่านั้นไหลเข้ามาหาเขาจากทุกทิศทาง เช่นเดียวกับแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือของทีมงานและแฟนคลับกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาชมการถ่ายทำในวันนี้ คีรินยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่เหมาะสมพอดี ไม่มากเกินไปจนดูเสแสร้ง และไม่น้อยเกินไปจนทำให้คนมองรู้สึกว่าเขาเย็นชา เขารับผ้าขนหนูจากผู้ช่วย ใช้ปลายผ้าซับเหงื่อตรงขมับ ก่อนเดินเข้าไปหากลุ่มแฟนคลับที่กำลังเรียกชื่อเขา “พี่คี ทางนี้ค่ะ!” “มองกล้องนี้หน่อยนะคะ” “เมื่อกี้เท่มากเลย!” เด็กสาวคนหนึ่งยื่นของขวัญชิ้นเล็กให้ด้วยมือสั่น ๆ คีรินรับมันมา กล่าวขอบคุณ และย่อตัวลงเพื่อถ่ายภาพกับเธอ เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับรอยยิ้มเพียงครั้งเดียวของเขาสามารถเปลี่ยนวันนี้ให้กลายเป็นวันที่ดีที่สุดของใครสักคนได้ ผู้หญิงนับล้านคนรู้จักรอยยิ้มของเขา เด็กผู้ชายจำนวนมากเลียนแบบท่าต่อสู้จากภาพยนตร์ของเขา สินค้าทุกชิ้นที่มีใบหน้าของเขาปรากฏอยู่แทบจะขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง ชื่อของคีรินติดอันดับนักแสดงชายที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดสามปีติดต่อกัน ภาพยนตร์แอ็กชันเรื่องล่าสุดทำรายได้เกินพันล้าน และฉากที่เขากระโดดจากเฮลิคอปเตอร์ลงบนรถไฟกำลังกลายเป็นคลิปที่ถูกพูดถึงไปทั่วเอเชีย ในสายตาของคนอื่น ชีวิตของคีรินคงไม่มีสิ่งใดขาดหาย “วันนี้พอแค่นี้ครับ ทุกคนเลิกกองได้!” สิ้นเสียงประกาศของผู้ช่วยผู้กำกับ บรรยากาศในกองถ่ายก็เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความผ่อนคลาย ทีมงานเริ่มเก็บอุปกรณ์ นักแสดงบางคนทยอยไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ขณะที่วศิน ผู้จัดการส่วนตัวของคีริน เดินเข้ามาหาพร้อมโทรศัพท์มือถือและตารางงานที่แน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง “พรุ่งนี้เช้าเจ็ดโมงมีถ่ายโฆษณา ตอนบ่ายสัมภาษณ์นิตยสาร แล้วเย็นมีซ้อมคิวบู๊ฉากท่าเรือ” วศินกวาดสายตาสำรวจรอยช้ำตรงท่อนแขนของเขา “คืนนี้กลับไปพัก อย่าแวะไหนอีก เดี๋ยวร่างกายไม่ไหว” คีรินพยักหน้าโดยไม่ได้ตอบอะไร “แล้วบทหนังใหม่ที่ส่งไป นายอ่านหรือยัง” “ยังครับ” “ผู้กำกับรอคำตอบอยู่ เรื่องนี้เขาอยากได้นายคนเดียว” “ผมจะอ่านคืนนี้” วศินถอนหายใจ เขารู้ดีว่าคำว่าอ่านคืนนี้ของคีรินอาจหมายถึงการเปิดอ่านเพียงไม่กี่หน้าในเวลาเกือบเช้า “คืนนี้มีงานเลี้ยงเล็ก ๆ ของผู้กำกับด้วย นายไม่ไปจริง ๆ เหรอ ทุกคนถามหา” “ฝากบอกว่าผมเหนื่อยครับ” “นายพูดแบบนี้มาสามงานแล้ว” คีรินหัวเราะเบา ๆ “งั้นงานที่สี่ผมค่อยไป” วศินส่ายหน้า แต่ไม่ได้พยายามโน้มน้าวต่อ เขารู้ว่าบนเวทีคีรินอาจเป็นคนที่เข้าถึงง่ายที่สุดในโลก ทว่าเมื่อแสงไฟดับลง กำแพงที่มองไม่เห็นจะกลับมาตั้งอยู่รอบตัวชายหนุ่มเสมอ ไม่นานหลังจากนั้น คีรินก็ขึ้นไปนั่งอยู่ในรถตู้สีดำ กระจกทุกบานติดฟิล์มจนคนภายนอกมองไม่เห็นด้านใน ทันทีที่ประตูรถปิด เสียงจากโลกภายนอกก็หายไป ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีใครเรียกชื่อเขา แสงจากโทรศัพท์ส่องให้เห็นใบหน้าที่ปราศจากรอยยิ้ม คีรินเอนศีรษะพิงเบาะ หลับตาลงชั่วครู่ ความเงียบภายในรถไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงบ กลับกัน มันยิ่งทำให้ความว่างเปล่าที่ซ่อนอยู่ในอกขยายตัวชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ของขวัญจากแฟนคลับวางอยู่ข้างตัว เป็นกล่องกระดาษสีขาวผูกริบบิ้นสีฟ้าอ่อน ด้านในมีตุ๊กตาตัวเล็กกับจดหมายที่เขียนด้วยลายมือบรรจง เขาอ่านประโยคแรก “ขอบคุณที่ทำให้หนูมีกำลังใจในวันที่เหนื่อยที่สุดนะคะ” ปลายนิ้วของคีรินหยุดอยู่ตรงขอบกระดาษ เขาสามารถทำให้ใครบางคนมีกำลังใจได้จากภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียว แต่ไม่มีใครรู้ว่าในวันที่เหนื่อยที่สุดของเขาเอง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหันไปหาใคร รถแล่นออกจากกองถ่าย ผ่านแสงไฟบนถนนและป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่มีใบหน้าของเขาปรากฏอยู่ บนป้าย คีรินกำลังยิ้มอย่างมั่นใจ ส่วนคนที่นั่งอยู่ในรถกลับมองภาพนั้นด้วยสายตาของคนแปลกหน้า บางครั้งเขาก็รู้สึกว่า คีรินบนจอภาพกับผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่ในร่างนี้เป็นคนละคนกันเขายกมือของลลินขึ้นวางบนหน้าอกตนเองหัวใจเต้นอยู่ใต้ฝ่ามือสม่ำเสมอหนักแน่นและเป็นของคนในปัจจุบัน“สิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากศิลาครับ”เขากล่าวลลินมองดวงตาเขา“แน่ใจหรือคะ”คีรินปลดมือออกจากเธอชั่วครู่ แล้วใช้ปลายนิ้วแตะตัวหินสีขาวไม่มีแสงเกิดขึ้นจากนั้นเขาจึงก้มลงจูบเธอริมฝีปากสัมผัสกันอย่างช้า ๆ ใต้แสงจันทร์ศิลายังคงสงบนิ่งไม่มีนิมิตไม่มีเสียงระนาดและไม่มีความรู้สึกของคำรินหรือลินหลวงเข้ามาแทรกมีเพียงคีรินกับลลิน ซึ่งเลือกเข้าใกล้กันด้วยตัวเองเมื่อถอนริมฝีปากออก หน้าผากของทั้งสองยังแตะกันอยู่“ตอนนี้แน่ใจหรือยังครับ”ลลินยิ้ม“ค่ะ”คีรินโอบเธอกลับเข้ามาทั้งคู่ไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะอยู่ด้วยกันทุกภพไม่ได้สัญญาว่าจะไม่มีวันจากกันเพราะพวกเขาได้เรียนรู้แล้วว่า คำสัญญาซึ่งยิ่งใหญ่เกินชีวิตอาจกลายเป็นพันธนาการของคนที่ต้องอยู่รอสิ่งที่มีอยู่ตอนนี
ลลินดึงผ้าคลุมออกช้า ๆตัวระนาดได้รับการดูแลดีกว่าชิ้นส่วนที่วัด แม้ไม้จะเปลี่ยนสีและเชือกบางส่วนหย่อนตามอายุตรงขอบมีลายดอกไม้ล้อมวงกลมไม่เหมือนกันทุกเส้น แต่มีโครงสร้างเดียวกับลายบนหีบและเส้นสีเงินภายในศิลาลลินใช้ปลายนิ้วแตะขอบไม้ศิลาสีขาวอุ่นขึ้นเธอเห็นภาพแวบเดียวหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างระนาดมือกำลังปรับเชือกนอกหน้าต่างมีเด็กชายตัวเล็กวิ่งเล่นอยู่ในสวนหญิงชราหันไปมองเขา ก่อนใช้ผ้าขาวคลุมเครื่องดนตรีและล็อกประตูห้องภาพหายไปลลินถอนมือ“เห็นอะไรหรือครับ”“คุณยายค่ะ”เธอมองระนาด“ยายไม่ได้เล่น แต่ดูเหมือนกำลังรักษามันไว้”คีรินเดินไปรอบเครื่องดนตรีระนาดเก่าตัวนี้อาจถูกสร้างขึ้นจากต้นแบบของครูคำปัน หรือได้รับการส่งต่อจากคนที่เคยรู้จักลินหลวงลลินมองผ่านหน้าต่างของห้องด้านหลังบ้านมีแนวต้นไม้หนาแน่นขึ้นไปตามเนินยอดหลังคาไม้เล็ก ๆ โผล่อยู่ระหว่างกิ่งไม้ไกลออกไปเธอขยับไปใกล้หน้าต่าง“ตรงนั้นมีอะไรคะ”คีรินมองตาม“น่าจะเป็นศาลาเก่า”“คุณเคยไปหรือ
รถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าหีบไม้ถูกเก็บไว้ในกระเป๋ากันกระแทกด้านหลัง และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบทุกครั้งที่รถหยุดพักลลินนั่งข้างคีรินบนเบาะแถวกลางเธอนำหมอนใบเล็กมารองแผ่นหลังให้เขา ก่อนปรับตำแหน่งหลายครั้งจนชายหนุ่มสามารถนั่งได้โดยไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อเมื่อรถเคลื่อนออกจากบ้าน คีรินหยิบขวดน้ำอุ่นกับยาของลลินออกมาส่งให้ตามเวลาลลินรับไปทานโดยไม่ต้องให้เขาเตือนซ้ำหลังจากนั้นเธอหยิบยาแก้ปวดของเขาออกจากกระเป๋า ส่งให้พร้อมน้ำอีกขวดไม่มีใครพูดเรื่องความรักไม่มีใครถามว่าความรู้สึกยังคงเหมือนเมื่อคืนหรือไม่คีรินรับยาลลินตรวจว่าเขากลืนเรียบร้อยจากนั้นมือของทั้งสองก็กลับมาประสานกันอยู่ตรงพื้นที่ว่างระหว่างเบาะเมื่อรถผ่านช่วงถนนขรุขระ คีรินขยับหมอนรองศีรษะให้เธอเมื่อลลินหลับและศีรษะเอนไปอีกด้าน เขาใช้มือพยุงให้กลับมาซบลงบนไหล่ส่วนที่ไม่กระทบแผ่นหลังระหว่างจุดพัก ลลินเดินกลับมาพร้อมเครื่องดื่มสองขวดซึ่งยังปิดฝาสนิทเธอเปิดขวดของตน
ลลินวางโทรศัพท์ลงเธอหยิบจดหมายของครูคำปันขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ก่อนยื่นมือไปแตะภาพบ้านไม้“ไปเชียงใหม่กันค่ะ”คีรินมองเธอ“คุณเพิ่งผ่านเรื่องเมื่อวานมา”“ฉันจะลาพักร้อน”“ผมว่าคุณควรพักก่อน”“ฉันอยากไปค่ะ”คำตอบของลลินเรียบง่ายเธอไม่ได้หนีงานไม่ได้ถูกความทรงจำลากกลับไปและไม่ได้ไปเพื่อท้าทายอันตรายครั้งนี้เธอเลือกหยุดชีวิตประจำวันชั่วคราว เพื่อค้นหาวิธีไม่ให้อดีตกลับมาทำร้ายพวกเขาอีกคีรินยื่นมือให้ลลินวางมือลงไปโดยไม่ลังเล• • •ใกล้รุ่งสาง วศินโทรเข้ามาเขาไม่ได้นอนมากไปกว่าคนในบ้าน สีหน้าบนวิดีโอคอลดูเหนื่อยล้า และด้านหลังเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ซึ่งกำลังติดตามกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์“คลิปในร้านถูกเผยแพร่ไปแล้วหลายชุด”เขากล่าว“บางคลิปเห็นนายวิ่งข้ามถนน บางคลิปเห็นตอนอุ้มคุณลลิน และมีภาพพิมพ์ดาวถูกเจ้าหน้าที่พาออกจากร้าน”ลลินขมวดคิ้ว“คนรู้ชื่อฉันหรือยังคะ”





