LOGINเมื่อบทเพลงปริศนาปลุกความรู้สึกที่ถูกลืม ซูเปอร์สตาร์ผู้โดดเดี่ยวและผู้ช่วยดีเจสาวธรรมดาจึงถูกนำพาให้มาพบกันอีกครั้งทว่าความรักที่เชื่อมโยงด้วยเสียงเพลงครั้งนี้ อาจต้องแลกด้วยความลับจากอดีต คำสาป และความเจ็บปวด
View Moreคีรินกำหมัดเพื่อควบคุมมัน แต่ปลายนิ้วกลับไม่ยอมเชื่อฟัง เขาเอื้อมไปจับพนักเก้าอี้ใกล้ตัวไว้เพื่อไม่ให้เสียหลัก ลมหายใจขาดเป็นช่วง ๆ ราวกับอากาศในร้านบางลงอย่างกะทันหันเสียงระนาดดังแทรกขึ้นในช่วงกลางเพลงหนึ่งครั้งสองครั้งสามครั้งแต่ละจังหวะเหมือนเคาะลงตรงช่องว่างกลางอกหยดน้ำตาไหลลงมาตามแก้มโดยไม่มีสัญญาณเตือนคีรินก้มหน้า เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเขาไม่ได้คิดถึงใคร ไม่ได้มีเหตุการณ์ใดให้เสียใจ และไม่ได้รู้จักผู้แต่งบทเพลงนี้ด้วยซ้ำแต่หัวใจกลับปวดร้าวเหมือนเคยปล่อยคนที่รักที่สุดให้จากไปเหมือนมีใครบางคนรอให้เขาตามหาอยู่ไกลเกินเอื้อมเหมือนเขามาสายไปนานแสนนาน“คุณคะ...”เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลังคีรินไม่ได้หันกลับไปมองลลินยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว โทรศัพท์ที่ตั้งใจจะใช้แลกเบอร์ยังอยู่ในมือเมื่อครู่เธอเพียงต้องการขอโทษเรื่องรถให้เรียบร้อย แต่ทันทีที่เพลงดังขึ้น ความหนักอึ้งอย่างประหลาดก็ไหลเข้ามาในอกของเธอเช่นกันเป็นความเศร้าแบบ
“ขอโทษค่ะ!”เสียงของลลินดังขึ้นจนคนสองสามคนที่ยืนคุยกันอยู่หน้าร้านหันมามองชายหนุ่มในหมวกกันน็อกสีดำหยุดอยู่ข้างมอเตอร์ไซค์ เขาก้มมองรอยขูดสีขาวบนตัวรถครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองผู้หญิงสองคนที่ยืนตัวแข็งอยู่ตรงหน้าลลินยกมือไหว้อีกครั้ง“พวกเราไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ เพื่อนฉันรีบลงจากรถก่อนที่ฉันจะจอดสนิท รถเลยเสียหลักไปขูดรถคุณเข้า เดี๋ยวฉันรับผิดชอบค่าซ่อมให้ทั้งหมดนะคะ”“ลิน...” มะปรางกระซิบอยู่ด้านหลัง “พูดว่าช่วยกันรับผิดชอบก็ได้”ลลินหันไปถลึงตาใส่เพื่อน“เมื่อกี้ใครรีบลงจากรถ”“ฉันแค่ลืมว่าแกยังไม่ได้ตั้งขาตั้ง”“แล้วมันต่างกันตรงไหน”“ต่างตรงที่ฉันไม่ได้ตั้งใจ”“ฉันก็รู้ว่าแกไม่ได้ตั้งใจ!”ชายหนุ่มมองทั้งสองคนเถียงกันอยู่ครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าจากตารางงานที่ต่อเนื่องมาหลายวัน รวมกับสายตาของคนรอบข้างที่เริ่มจับจ้อง ทำให้ความหงุดหงิดซึ่งกดไว้ตลอดทางค่อย ๆ ปะทุขึ้นมาวันนี้เขาต้องการเ
คีรินได้รับคำเชิญจากภูวดล ผู้กำกับภาพยนตร์คนแรกที่ให้โอกาสเขาแสดงบทนำ หลังเกษียณจากวงการ ภูวดลหันไปจริงจังกับการคั่วกาแฟ และใช้บ้านเก่าของครอบครัวปรับปรุงเป็นร้านเล็ก ๆ ชื่อ “เรือนปลายฝน”ร้านยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ วันนี้เป็นเพียงงานทดลองชิมกาแฟสำหรับคนรู้จักกับผู้ประกอบการไม่กี่คน คีรินปฏิเสธไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ผู้กำกับรุ่นใหญ่โทรกลับมาอีกครั้ง“มาดื่มกาแฟเฉย ๆ ไม่มีนักข่าว ไม่มีถ่ายรูป และฉันไม่ชวนนายคุยเรื่องงาน”เงื่อนไขสุดท้ายทำให้เขาตอบตกลงคีรินขี่มอเตอร์ไซค์สีดำออกจากบ้านในช่วงบ่าย เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มทับเสื้อยืด หมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า และไม่มีใครติดตามมาด้วย ก่อนออกเดินทาง เขานำบทภาพยนตร์เรื่องใหม่ใส่กระเป๋าด้านหลังรถเรื่องของผู้ชายที่ตามหาคนรักซึ่งหายไปเขายังอ่านไม่จบระหว่างจอดรอสัญญาณไฟ คีรินได้ยินรถยนต์ข้าง ๆ เปิดสถานีวิทยุเดียวกับคืนนั้น หัวใจของเขากระตุกเล็กน้อย แต่เพลงที่ดังอยู่เป็นเพียงเพลงรักทั่วไปเมื่อไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว เขาจึงบิดคันเร่งออกไป ทิ้งเสียงเพลงนั้นไว้ด้านหลัง แม้ไม่รู้ว่าทำไม วันนี้เขากลับรู้สึกกระวนกระ
หลังจากคืนนั้น คีรินเปิดวิทยุสถานีเดิมแทบทุกคืน เขาบอกตัวเองว่าเพียงต้องการฟังเพลงนั้นอีกครั้ง แต่สถานีไม่ได้เปิดมันซ้ำสามคืนผ่านไป เขายังคงตื่นไปทำงานตามปกติ ยืนต่อหน้ากล้อง แสดงฉากต่อสู้ ให้สัมภาษณ์ และยิ้มกับแฟนคลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าในช่วงพักกอง เขามักเปิดโทรศัพท์ค้นหาชื่อเพลงอยู่เสมอ และไม่มีใครรู้ว่าในคืนที่กลับถึงบ้าน เขาจะหมุนคลื่นไปยังสถานีเดิมแล้วนั่งรอ โดยไม่เข้าใจว่าตนกำลังรออะไรเพลงนั้นไม่ได้คืนความทรงจำให้เขา ไม่ได้บอกว่าช่องว่างในหัวใจเกิดจากใคร มันเพียงทิ้งคำถามเอาไว้ และทำให้ความเงียบในบ้านซึ่งเคยชินดูว่างเปล่ากว่าเดิมวันว่างของคีรินมีเพียงไม่กี่วันในแต่ละเดือน เมื่อไม่มีงาน เขาจะสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้ม หมวกกันน็อกเต็มใบ และขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านเพียงลำพังเขาไม่ใช้รถหรูในวันเหล่านั้น ไม่พาผู้จัดการหรือบอดีการ์ดไปด้วย มอเตอร์ไซค์ทำให้เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งบนท้องถนน ไม่มีใครมองเห็นใบหน้า ไม่มีเสียงเรียกชื่อ และไม่มีใครถามว่าเขากำลังจะไปไหนสิ่งที่เขาตามหาอาจไม่ใช่กาแฟรสชาติดีที่สุด แต่เป็นสถา

















