LOGINประตูบานเลื่อนเปิดออก ทำให้คนที่นั่งอยู่เพียงลำพัง ต้องหันไป
ใบหน้าหล่อเหลาในชุดสุภาพเสื้อสีครีม ปักโลโก้แบรนด์ดังที่หน้าอก ยิ้มออกมา ก่อนจะนั่งลง ที่เก้าอี้ตัวถัดไป
" ภู " เสียงเรียกชื่อเค้า อ่อนหวานเหลือเกิน จนคนเรียก รู้สึกได้
" พิมพ์ " ชายหนุ่มตอบรับกลับมา แล้วมองหน้าเธอ
" สบายดีไหม " น้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน ถามขึ้นมา
" สบายดี ภูละ สบายดีไหม "
ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วก็ส่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้เธอ
" ภูกลับมาอยู่ไทยถาวรแล้ว ขอเบอร์พิมพ์ได้ไหม เผื่อ จะได้คุยกัน "
มือบางรับโทรศัพท์มือถือของเค้ามา แล้วกดเบอร์โทรของตัวเองลงไป ก่อนจะกดโทรออก ไปที่เครื่องของเธอ
" แลกเบอร์กันนะภู "
" ได้สิ แต่พิมพ์ได้เบอร์ภูไปแล้ว อย่าบล็อกก็แล้วกัน "
เค้าพูดหยอกแล้วก็รับโทรศัพท์มือถือ กลับมา หญิงสาว ยิ้มด้วยความดีใจ
บรรยากาศยามค่ำคืนแม้จะมีรถราวิ่งอยู่ด้านหน้า มีเสียงเพลงดังออกมาจากภายในห้อง แต่คนสองคน ที่นั่งอยู่ด้วยกัน กลับดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงหน้า จมอยู่กับความคิดของตัวเอง
" พิมพ์ "
" ภู "
คนสองคนที่เรียกชื่อ อีกคนพร้อมกัน หันมามองหน้า แล้วยิ้ม ออกมา
" เลดี้เฟิร์สครับ " ชายหนุ่มผายมือ แล้วบอกให้เธอพูดก่อน
" ภู กลับมาทำงานที่นี่ถาวรแล้วเหรอ " เธอถามเค้า เรื่องงาน
" อือ ไม่อยากไปไหนแล้วละ " คนที่ไปอยู่ต่างประเทศมาหลายปี บอกกับคนตรงหน้า มองใบหน้าสวยหวาน ที่ต่างจาก พิมพ์พิมล คนเดิม
" พิมพ์ ถ้าภู โทรไปหา ชวนพิมพ์ทานข้าว พิมพ์จะโอเคไหม " เค้าถามเข้าประเด็น
" พิมพ์ทำงานบริษัท เลิกงานไม่เกินสองทุ่ม ถ้าวันไหน ไม่ติดอะไร ก็ไปได้ " เธอตอบแบ่งรับแบ่งสู้
" แล้วแฟนพิมพ์ เค้าจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม "
คนที่ได้ยินคำถาม ใจเต้นรัว เธอคิดเข้าข้างตัวเองไปแล้ว ว่าภูตะวัน คงอยากรู้ ว่าเธอมีแฟนหรือยัง
" ไม่หรอก " เธอตอบเค้าไป แล้วมองเค้า ที่นั่งข้างเธอ
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา สบตากับเธอทันที
" พิมพ์ไม่มีแฟน " เธอตอบเค้าเสียงเบา ภูตะวันพยักหน้า แล้วยิ้มออกมา
" อือ โอเค ภูโทรหาพิมพ์แน่นอน " เค้ายิ้มกว้าง ก่อนจะหันไปมอง ที่ประตู
" ไอ้ภู หายหัว " เพื่อนสนิทของเค้า เรียกหา ก่อนจะเห็นว่า ภูตะวันอยู่กับใครบางคน
" อ้าว พิมพ์ "
มือบางโบกมือทักทายเพื่อนที่เดินมาตาม
" เข้าข้างในเถอะ เดี๋ยวก็จะแยกย้ายแล้ว "
" ไปข้างในเถอะพิมพ์ " ภูตะวันลุกขึ้น แล้วชวนเธอ
" ภูไปเถอะ เดี๋ยวพิมพ์ตามไป "
เธอบอกกับเค้า แล้วมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปข้างใน มือบางหยิบเบอร์มิสคอล ขึ้นมาดู แล้วกดบันทึก ชื่อ ของเค้า ลงไป
ภูตะวัน
รถเก๋งสีขาวเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าทาวน์โฮม ใจกลางเมือง บ้านหลังเล็กที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอ ยังต้องผ่อนอีกเกือบ ยี่สิบปี
ประตูรั้วปิดสนิทพร้อมกับแสงไฟเซนเซอร์ ทำงาน เมื่อมีคนเดินผ่าน
ร่างบอบบางนั่งลงถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้ แล้วเปิดดูโทรศัพท์มือถือ ของตัวเองอีกครั้ง
รูปนับสิบรูป ที่เพื่อนส่งมา ไม่ได้ทำให้เธอ สนใจ เท่ากับรูปของเค้า เพียงคนเดียว
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำให้คนที่กำลังหลับสนิท ลืมตาตื่นขึ้นมา ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้เธอ อยากจะทึ้งผมตัวเอง
" ค่ะ บอส " เสียงงัวเงียรับสาย ทำให้คนที่โทรมาปลุก อมยิ้ม
" คุณพิมพ์ ยังไม่ตื่น " น้ำเสียงสุภาพ ถามกลับมา
"ตื่นแล้วค่ะ บอส " เธอลุกขึ้นนั่ง เอาหมอนตั้งขึ้น แล้วดันตัวเอง ให้นั่งพิงกับหัวเตียง
" ตื่นแล้วก็ดี สิบโมงครึ่งเจอกันที่ออฟฟิศ "
เจ้านายสั่งออกมา เพียงเท่านี้ แล้วก็กดวางสายไป คนที่ดื่มมาเมื่อคืน วางโทรศัพท์แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ ทันที
" วันนี้วันหยุด " พิมพ์พิมลร้องกรี้ดออกมา ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว
เสียงเคาะ ประตูห้องทำงาน ดังขึ้น เมื่อเวลา สิบโมงสิบห้านาที ชายหนุ่มในชุด เสื้อเชิ้ตคอปกสีเทา เงยหน้าขึ้นมา แล้วอมยิ้ม
ร่างบอบบาง เปิดประตูเข้ามา แล้วเดินตรงเข้ามาหา ด้วยใบหน้าเรียบเฉย
" ทำเวลาได้ดี " คนที่รออยู่ บอกเสียงนุ่มนวล แล้วมองชุดที่เลขา สวมมา เสื้อเชิ้ตคอปกสีขาว กับกระโปรงสีน้ำตาลอ่อน รองเท้าผ้าใบ
" บอส " เสียงดุเข้ม เรียกเจ้านายของตัวเอง
" ผมก็ลืมถาม ว่าคุณว่างไหม " คนที่ไม่ได้รู้สึกผิดสักนิดเดียว พูดขึ้นมา แล้วปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืน
" ไม่ได้เอารถมาใช่ไหม " เจ้านายถามลูกน้อง แล้วเดินออกมาจากโต๊ะทำงาน เปิดประตู แล้วเดินออกมาจากห้องด้วยกัน
" มารถไฟฟ้าค่ะ รถติดขนาดนี้ เอารถมา คงมาไม่ทัน " เธอตอบเค้า เสียงเข้ม แล้วมองเค้า ที่หยุดเดิน ยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะของเธอ
" หยิบกระเป๋า เราจะออกไปข้างนอกกัน "
รถสปอร์ตสีเทาเข้มจอดที่ลานจอดรถ ที่มีรถจอดอยู่ไม่กี่คัน ร่างสูงใหญ่ สวมกางเกงยีนส์สีเข้ม พอดีตัว กับรองเท้าผ้าใบ เดินนำไปที่รถ ก่อนจะเปิดประตูให้เธอ
" ไปไหนคะ "
หญิงสาวถามบอส แล้วเดินขึ้นรถ พร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัย ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่เดินไปขึ้นรถ ฝั่งของตัวเอง สตาร์ทรถ แล้วขับออกไปจากตึก
" ไม่พาไปขายหรอก " บอสหนุ่มบอกยิ้มๆ แล้วหยิบแว่นกันแดดสีดำ มาสวม ชายหนุ่มหันมามองเธอ ที่นั่งรถมาด้วยกัน
" ไปเที่ยว แค่ชวนไปเที่ยว "
งานแต่งงานที่จัดขึ้นในพื้นที่ต่างจังหวัด ต่างจากงานในกรุงเทพหลายอย่าง ชาวบ้านคนในพื้นที่ จำนวนมาก แวะเวียนเดินเข้าออก กันอย่างครึกครื้นงานแต่งงานของลูกสาวคนเดียว ของพ่อกำนัน กับ เขยที่หน้าขาวอย่างกับไข่ปอก หล่อยิ่งกว่าดาราในทีวี เป็นข่าวดัง ไปทั่วอำเภอเต้นท์สีเขียวสีแดง ที่ยืมมาจากส่วนกลางของหมู่บ้าน ถูกเปลี่ยนใหม่ เป็นเต้นท์สีขาวทั้งหมด เก้าอี้พลาสติก ที่ขนมาจากวัด ก็ถูกนำออก เปลี่ยนมาเป็น เก้าอี้นวมนุ่มสีขาว ผูกโบว์สีทอง ตามที่ลูกเขยสั่ง"อะไรกันวะเนี่ย โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้" พ่อกำนันหงุดหงิดใจ ที่เห็นว่า หลายสิ่งหลายอย่าง ที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ ถูกเคลื่อนย้ายออก"อะไรครับ" ลูกเขยที่สวมหมวกแก้ปสีขาว วิ่งมาหา พ่อกำนัน ที่ดูท่าทาง อารมณ์ไม่ดี"รื้อของข้าออกหมด แล้วเอาอะไรมาวาง"ทีมงานออร์แกไนซ์ หน้าซีดเซียว ก่อนจะสลายตัว ปล่อยให้ลูกเขย เจรจากับพ่อ"ผมเกรงใจ ที่พ่อกำนัน ต้องขับรถ วนไปวนมา หลายรอบ เลยจ้างเค้าหมดทุกอย่าง เอาตามนี้นะพ่อ น้องๆเค้าก็มาแล้ว อย่าให้เค้าเสียเที่ยว มาแ
กล้วยน้ำว้าสุก กล้วยหอมที่บ่มตามธรรมชาติ ที่พ่อยัดใส่รถมาให้ลูกสาว เป็นของขวัญของฝาก ทำเอาคนที่ได้รับ ใจฟู ของเล็กน้อย แต่มีคุณค่าทางจิตใจ มากกว่า ของราคาแพง"พ่อปลูกเองกับมือฝากไปให้พ่อกับแม่ด้วยนะ"พ่อกำนันย้ำชัด หนักแน่น แล้วมองดูรถสีส้มขับหายลับออกไป จนสุดสายตา"เข้าท่าไหมพ่อ ลูกเขย" แม่ถามออกมา แล้วมองหน้าพ่อ ที่น้ำตาคลอ"เข้าท่าดี ไม่ถือเนื้อถือตัว กินง่ายอยู่ง่าย ไม่เรื่องมาก"พ่อกำนันมองคนมาใหม่ ครั้งแรกก็อ่านคนได้แม่น แฟนของลูกสาว ดูเป็นคนขยัน จริงใจ ไม่คุยโวโอ้อวด แม้ที่บ้าน จะมีทั้งร้านขายยา และ ร้านทอง ก็ไม่เคยบอกว่า ตัวเอง ร่ำรวย อะไร"เตรียมตัดชุดเอาไว้เถอะ เดี๋ยวเค้ามาขอลูกสาวจะไม่มีชุดใส่นะ""อะไรจะไวขนาดนั้นละพ่อ เพิ่งจะขอกันไป คงอีกสักครึ่งปีละมั้ง" แม่
เสียงพระสวดมนต์ให้พร จบลงแล้ว ข้าวปลาอาหาร ที่พระสงฆ์กินเสร็จเรียบร้อย ถูกเก็บลงมา ชายหนุ่มหน้าตาดี เดินถือบาตรพระ ตามเจ้าอาวาสไป ตามคำสั่งของพ่อกำนัน ที่พาเข้าไปกราบฝากเนื้อฝากตัว สายตาของทุกคน บนศาลาจับจ้องที่ชายหนุ่มแปลกหน้า ที่ยิ้มกว้าง ยกมือไหว้ทุกคน ไปทั่ว ตามคำแนะนำ ของพ่อกำนัน"ดารา หล่อยังกับดาราในทีวี"เสียงเอ่ยชม เป็นเสียงเดียวกัน ทำให้คนถูกชม ยิ่งมืออ่อน ขึ้นอีก"ผมไม่ได้เป็นดาราครับ"เสียงสุภาพอ่อนโยน บอกกับ ชาวบ้าน ที่ขยับเข้ามา พูดคุยด้วย"กินข้าวกินปลากันก่อน จะได้เก็บถ้วยเก็บชามล้าง" พ่อกำนันบอก แม่ที่เตรียมจาน เอาไว้แล้ว ตักข้าวใส่จานให้ แล้วตักกับข้าวใส่จานให้แฟนลูกสาว"แกงผักบุ้งเมื่อวาน ที่มินทร์เหมามา"แกงผักบุ้งใส่หมูสามชั้น ที่อยู่ในจานข้าว ที่แม่ตักให้ มันสื่อความหมายได้หลายอย่าง คนที่ไม่ค่อยคุ้นชินกับการนั่งพื้น นั่งขัดสมาธิ ยกจานข้าวขึ้นมาถือ แล้วตักข้าวกินอย่าง เรียบง่าย ท่ามกลางสายตา ชื่นชม คนกรุงเทพ น่าเอ็นดู กว่าที่คิดไว้
อาหารคาวหวานที่แม่จัดมาเลี้ยงแขกเต็มสำรับ กับ เหล้ายาดองสีน้ำตาล ที่พ่อกำนันยกโหลออกมา ทำเอาคนที่ไม่คุ้นชิน กับเหล้าพื้นบ้าน มองด้วยความหวั่นใจ"กินไม่ได้เหรอ เหล้าแบบนี้" พ่อกำนันถามแฟนลูกสาว ที่ทำหน้าแปลกๆ"แค่ไม่เคยลองครับ แต่คิดว่าน่าจะไหว" คนที่ดื่มมาแล้ว หลายอย่าง บอกกับพ่อแฟน แม้จะแอบหวั่นใจ แต่ก็รับแก้วเล็กมา"เหล้าขาวดองกับน้ำผึ้งกับสมุนไพร กินแล้วโด้ป" สรรพคุณที่พ่อกำนันเอ่ยออกมา ทำเอาคนฟัง ยิ้มกว้างทันที อยากจะบอกว่า ผมไม่ต้องโด้ป ก็คึกตลอดอยู่แล้ว"เบาๆนะพี่มินทร์" คนข้างๆ แอบบอกด้วยความห่วงใย 28ดีกรี ผสมตัวยา หลายอย่าง อาจจะน้อคได้ง่ายๆ"ไม่ต้องห่วงพี่หรอก" เค้ายิ้ม แล้วยกขึ้นจิบ กลิ่นสมุนไพร รสชาติหวานของน้ำผึ้ง แต่แสบวาบลงไปถึงท้อง"โอ้ย" เสียงโอดโอย คำแรก ทำเอาพ่อกำนันตบเข่าเสียงดัง
รถสีส้มขับออกจากกรุงเทพตั้งแต่เช้า ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ตั้งใจจะให้ถึงบ้านแฟน ในตอนเช้า คนข้างๆ ที่เปิดจีพีเอสให้เรียบร้อย ก็หลับตาพริ้ม แล้วหลับอย่างสบายใจ คนขับรถ ดึงผ้าห่มผืนบางมาห่มให้ แล้วแอบขโมยหอมแก้ม หลายต่อหลายครั้ง ระหว่างที่รถติดไฟแดงถนนที่เรียบกลายเป็นถนนขรุขระ สองข้างทางจากตึกสูงหรือบ้าน กลายเป็นทุ่งนาสีเขียว และต้นไม้ปกคลุม อยู่โดยรอบกระจกรถด้านข้างถูกลดลง เพื่อสัมผัสกับลมธรรมชาติ ที่เป็นจุดหมายปลายทาง"เลี้ยวขวานี่ค่ะ" เธอบอกกับเค้า แล้วมองเข้าไปข้างใน ก่อนจะบีบแตร เสียงดังปิ้น ปิ้น ปิ้น เสียงบีบแตรดังลั่นหน้าบ้าน ทำให้คนบนบ้าน ชะโงกหน้าออกมา"ใครมา บีบแตรดังขนาดนี้" เสียงดังโวยวายออกมา ที่หน้าประตูรั้ว ก่อนจะเปิดประตูเลื่อนออกมา"หนูเจน" เสียงที่เรียกดังกว่าเดิม พร้อมกับโอบกอดลูกสาวคนเดียวเอาไว้"มากับใคร" คนข้างๆ ยกมือไหว้ แล้วยิ้มออกมา"สวัสดีครับ ผมชื่อ มินทร์ เป็นแฟนน้องเจน"คนบนบ้าน มองชายหนุ่มแปลกหน้า ที่นั่งอยู่บนโซ
"วันนี้ยัยนีร มาป่วนอะไร " คนที่ไม่ได้ รู้เรื่องรู้ราวอะไรถามออกมา “"ไม่ได้มาป่วนค่ะมาชวนทำเรื่องราวดีดี" เธอยิ้มแล้วมองหน้าเค้า ก่อนจะขยับเข้าไปซบไหล่"หนูอ้อนอะไรพี่แบบนี้พี่ก็แย่นะครับ" เค้าขับรถมือเดียว แล้วรั้งตัวเธอมากอด เอาไว้"มีอะไรหรือเปล่าหนูบอกพี่ได้ทุกอย่างนะ"" ไม่มีอะไรค่ะหนูแค่มีความสุขมากเท่านั้นเอง" เธอยิ้มออกมาแม้จะรำคาญแม้จะอึดอัดแม้จะเบื่อมากแค่ไหน เเต่หัวใจของเธอ ก็พองโต เพราะเธอรู้ดีว่า เธอมีทีมอยู่ข้างหลัง ทุกคนที่เป็นคนรอบตัวเค้า พร้อมจะปกป้องเธอ และถ้าเค้ารู้ คนอย่างพี่มินทร์ คงไม่ยอมอยู่เฉยแน่ อะไรที่เธอจัดการเองได้ เธอก็ไม่อยากให้เค้า วุ่นวายใจ"จัดงานพรุ่งนี้ไม่กระชั้นชิดไปเหรอคะ""ไม่หรอกหนูนีร เค้าจะเอาอะไรเค้าต้องเอาให้ได้ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว พ่อแม่ทุกบ้าน เค้ารู้นิสัยกันหมด ว่าหนูนีร เป็นคนยังไง พรุ่งนี้ หนูรีบทำงานให้เสร็จ แล้วมานั่งด้วยกันนะ พี่จะได้แนะนำหนู ให้กับ ผู้ใหญ่ได้รู้จักด้วย"เชฟสาวที่เคยแต่หน้ามันอยู่ในครัว มองหน้าเค้า" หรือว่าพี่อาจจะไม่ต้
คนที่ถูกไล่ทางอ้อม เดินกลับไปที่รถ หลังจาก บอกลาและพูดคุยกับเจ้าของบ้าน เรียบร้อยแล้วว่า วันไหนว่างๆ จะนัดเจอกันอีกบีเอ็มคันสวยขับออกจากหน้าบ้านไปแล้ว คนที่ถูกขัดจังหวะ ข
คนที่เคยไม่มั่นใจในตัวเอง มองคนตรงหน้าแล้วแอบยิ้ม หากจะวัดความฮอตช่วงสมัยเรียน ภูตะวัน เป็นที่สุด ในทุกด้าน เค้าหน้าตาหล่อ ตัวสูง เรียนดี เป็นที่หมายปองของสาวๆในโรงเรียน รวมถึง สาวๆต่างโรงเรียนอีกด้วยส่วนเธอคนธรรมดาที่สุด จัดว่าธรรมดาค่อนไปทางจืดชืด ไม่ได้มีข้อเด่นอะไรทั้งนั้น แต่วันนี้ เค้าอยู่ตร
Pimpimol 11 ลงรูปในไอจีสตอรี่ เป็นภาพร้านอาหารชื่อดัง ในต่างจังหวัด เมนูอาหารฝรั่งที่ลง รูปอาหารเมนูน่าทานเหลือเกิน คนที่เข้ามาส่อง ในตอนแรก ไม่มั่นใจเลยว่า เป็นเธอ เพราะเจ้าของไอจี ไม่ลงรูปตัวเองเลย มีแต่รูปร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ขนมร้านดัง และ กระเป๋าแบรนด์เนม ใบหรู หลายต่อหลายใบ" พิมพ์เค้า
รถสปอร์ตคันสวย จอดที่หน้าร้านอาหาร ในช่วงค่ำ ชายหนุ่มหญิงสาวลงมาจากรถด้วยกัน พนักงานรับรถที่จำรถได้ เข้ามาดูแลด้วยความยินดีที่บุคคลสำคัญ มาใช้บริการ" สวัสดีครับ คุณวิน " บุตรชายคนเดียวของเจ้าของร้านเดินตรงเข้าไปข้างในพร้อมกับมองหญิงสาวที่มาด้วยกัน" เร็ว " คนที่เดินนำไปก่อนหันมองกลับมาแล้วร้องเรีย







