Mag-log in
“วันนี้เหนื่อยมากันทั้งวันแล้ว ... พักผ่อนเถอะ”
หญิงสูงวัยบอกคู่บ่าวสาวหลังจากอวยพรเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก้มลงกราบผู้สูงวัยที่มีศักดิ์เป็นย่าแท้ ๆ ของฝ่ายเจ้าบ่าว และเป็นผู้อุปการะฝ่ายเจ้าสาวด้วย
“คุณย่าคะ”
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้ตามลำพังก็อดหวั่นใจไม่ได้
“ไม่ต้องกลัว ใครทำอะไรมาบอกย่าได้เลยเดี๋ยวย่าจัดการให้เอง”
แค่เห็นสายตาของเด็กที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กก็พอจะรู้ว่า เจ้าหล่อนกำลังเป็นกังวล พูดไปสายตาก็พลางมองไปยังฝ่ายเจ้าบ่าวที่เวลานี้นั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเช่นนั้น มืออีกข้างก็ลูบศีรษะเจ้าสาวตัวเล็กเอาไว้อย่างเอ็นดูด้วย
พิธีแต่งงานในวันนี้ทุกคนรู้ดีว่า เกิดขึ้นตามความต้องการของผู้เป็นปู่ที่ระบุไว้ในพินัยกรรม หลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปเมื่อหกเดือนก่อน
ข้อความในพินัยกรรมไม่มีอะไรมาก เพราะจริง ๆ แล้วทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูล ‘วีรเศษฐ์’ ควรจะต้องเป็นของ ‘ธีภพ วีรเศษฐ์’ ซึ่งเป็นหลานชายคนเดียวอยู่แล้ว
ทว่าด้วยความที่ชายหนุ่มยังคงเป็นหนุ่มรักสนุก ทำตัวเพลย์บอยใช้เงินจัดการทุกอย่าง ไม่สนใจธุรกิจที่มีอย่างที่ควรจะเป็น ผู้เป็นปู่จึงต้องทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นมา
ทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้า ‘นายอดิเทพ วีรเศษฐ์’ อันประกอบด้วยเงินสดในธนาคารทั้งหมดให้นางอนงค์นาถ วีรเศษฐ์ ผู้เป็นภรรยาของข้าพเจ้า เป็นผู้จัดการแบ่งให้ นายธีภพ วีรเศษฐ์ นางสาวกัญญ์ณรัณ กิจธนะกุล และนางภนิดา วีรเศษฐ์ ตามเห็นสมควร
ส่วนสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ และหุ้นในบริษัทฯ ที่ข้าพเจ้าได้ถือทั้งหมด จะยกให้นายธีภพ วีรเศษฐ์ หรือนางสาวกัญญ์ณรัณ กิจธนะกุล คนหนึ่งคนใดตามเงื่อนไขดังนี้
นายธีภพ วีรเศษฐ์ และนางสาวกัญญ์ณรัณ กิจธนะกุลจะต้องแต่งงาน จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และจะต้องใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอย่างน้อยสามปี
โดยในระยะเวลาสามปีนี้ทั้งคู่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินเท่าเทียมกัน หากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องยินยอมด้วยกันทั้งคู่ อีกทั้งยังต้องให้นางอนงค์นาถ วีรเศษฐ์เห็นชอบและยินยอมด้วย
และภายในสามปีนี้หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอหย่าก่อน ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติในทันที และหากทั้งคู่ไม่ยอมแต่งงานกันสินทรัพย์ทุกอย่างของข้าพเจ้าที่มีให้ยกเป็นสาธารณะกุศลทั้งหมด
ข้าพเจ้านายอดิเทพ วีรเศษฐ์ ขอยืนยันว่าในขณะที่เขียนพินัยกรรมฉบับนี้ ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วน มิได้มีการโดนบังคับแต่อย่างไร
‘นายอดิเทพ วีรเศษฐ์’
เสร็จสิ้นการอ่านพินัยกรรมคนที่เป็นเดือนเป็นร้อนไม่แพ้ธีภพ เห็นจะไม่พ้นคุณภนิดาผู้เป็นมารดาแท้ ๆ ของชายหนุ่ม
“นี่มันหมายความว่ายังไงคะคุณแม่”
คุณภนิดารีบประท้วงผู้เป็นประมุขของบ้านขึ้นทันทีที่สิ้นเสียงทนายวัยกลางคน
“ในพินัยกรรมว่ายังไงก็คงต้องเป็นไปตามนั้น”
“แต่ตาธี มีหนูรตีอยู่แล้วนะคะ และก็วางแผนจะแต่งงานกันอีกไม่นาน ถ้าทำตามพินัยกรรมแล้วทางหนูรตีละคะคุณแม่”
“เรื่องนั้นก็ต้องเป็นหน้าที่ของตาธี”
หญิงสูงวัยบอกน้ำเสียงเรียบ ทว่าแฝงได้ด้วยความเด็ดขาด
“ย่าหวังว่าตาธีคงไม่มีปัญหาอะไรนะ”
คุณอนงค์นาถหันมาถามหลานชายตัวดีบ้าง ถึงแม้ว่าสีหน้าจะแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจกับสิ่งที่เพิ่งรับรู้ ทว่าก็รู้ดีว่าไม่มีทางปฏิเสธความต้องการของผู้เป็นปู่กับย่าได้แน่นอน เขาจึงได้แต่ต้องยอมจำนนไป
หลังจากการเปิดพินัยกรรมในวันนั้น กัญญ์ณรัณก็แทบจะอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ไม่เป็นสุขอีกเลย
กัญญ์ณรัณเป็นเด็กที่ท่านเจ้าสัวอดิเทพกับนางอนงค์นาถรับมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ตอนนั้นเธออายุเกือบสิบปีแล้ว ซึ่งห่างจากธีภพประมาณห้าปีกว่าเห็นจะได้ และแน่นอนว่าคนที่แอบสร้างความเกลียดชังให้กับเขาไม่พ้นคุณภนิดาผู้เป็นมารดาเขาเอง
ร่างเล็กนอนซุกกายอยู่ข้างกายกำยำ ที่เวลาปราศจากอาภรณ์ด้วยกันทั้งคู่“พี่ธีคะ”“หืมมม ...”เขาคานรับเสียงหวาน“ตอนนี้รัณเป็นอะไรกับพี่ธีคะ”เธอถามสิ่งที่ยังคงค้างคาใจออกไป“ขนาดนี้ยังจะต้องให้บอกอีกเหรอ”“เพราะพี่ธีเคยบอกกับรัณว่า อย่าคิดว่าที่มานอนด้วยแบบนี้แล้วจะได้เป็นเมียพี่ธี”คำพูดเขาในประโยคนี้มันยังไม่ถูกเขาปลดล็อก เธอยังจำได้ทุกคำ และยังไม่สามารถเอาออกจากใจไปได้หากเขาไม่เป็นคนมาเอาออกไปเอง“พี่ขอโทษ ...”ความรู้สึกผิดก่อเกิดขึ้นในใจเขาทันที ใช่ว่าเธอคนเดียวที่เสียใจ ตัวเขาเองก็เสียใจไม่น้อยที่ปล่อยให้อารมณ์กับความเชื่อในสิ่งที่มารดาคอยบอก ทำให้ต้องพูดอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเสียใจแบบนี้ออกไป“พี่ธีไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ... แค่พี่ธีบอกให้รัณได้รู้ว่าตอนนี้รัณอยู่ในสถานะไหนของพี่แค่นั้นก็พอค่ะ”ธีภพขยับร่างตัวเองเล็กน้อย เพื่อให้กอดกระชับร่างเล็กที่นอนซุกตัวอยู่ข้าง ๆ ได้ถนัดขึ้น“นับจากวันนี้ รัณคือเมีย ๆ ที่ถูกต้องทั้งพฤตินัย และนิตินัยของพี่ธี”“ไม่ใช่เพราะแค่ต้องการลูกใช่ไหมคะ”“ทำไมถึงคิดแบบนั้น”“ไม่รู้สิคะ เพราะที่ผ่านมารัณเป็นคนที่รักพี่ธีฝ่ายเดียวมาตลอดนี่คะ”“มันใช่ที่ไหน
“ก็ไอ้ลูกค้าวีไอพีของคุณย่านั่นไง”“คุณวีรภาพ”“นั่นแหละ ... พี่ถึงต้องรีบบินตามไปไงละ”เขาสารภาพออกมาอีก“หึงว่างั้น”ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงได้ถามออกไปเช่นนั้น“ใช่ ... ยอมรับว่าหึง”“ก็ดีค่ะ หึงบ้างก็ดี”เธอบอกพร้อมกับพยายามบิดตัวให้พ้นจากพันธนาการเขาอีกครั้ง“พูดแบบนี้แสดงว่า ยอมกลับบ้านกับพี่แล้วใช่ไหม”“เปล่าค่ะ”“ทำไม จะต้องให้พี่ทำอะไรอีก”เขาทำน้ำเสียงเง้างอดออกมา“ให้พี่ธีกลับไปก่อนค่ะ”“ไม่ ถ้ารัณไม่กลับด้วยพี่ก็จะไม่กลับ เพราะ ...”เขาทิ้งท้ายเอาไว้อีกครั้ง“เพราะอะไรคะ”“เพราะพี่เข้าบ้านไม่ได้ คุณย่าบอกว่าถ้าพี่พารัณกับหลานของท่านกลับไปด้วยไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับไปให้ท่านเห็นหน้าอีก”ก่อนที่เขาจะออกมา คุณอนงค์นาถย้ำกับเขาไว้เช่นนี้จริง ๆ“คุณย่าท่านไม่กล้าหรอกค่ะ”“เธอรู้ได้ยังไง”เสียงที่ดังมาไม่เขา แต่กลับเป็นเสียงคนที่ทั้งคู่กำลังพูดถึงต่างหากจริง ๆ แล้วสองย่าหลานมาพร้อมกันตั้งแต่แรก และทั้งคุณอนงค์นาถ แม่ครู และแม่นุชต่างพากันยืนลุ้นอยู่นานสองนาน ท่านเห็นท่าว่าหลายชายสุดที่รักน่าจะทำงานนี้ไม่สำเร็จเลยตัดสินใจปรากฎตัวออกมาตั้งแต่ตัดสินใจให้ทั้งคู่แต่งงานกันท่านก็
“ฉันไม่ได้ต้องการให้แค่ให้เขารับรู้ แต่ฉันต้องการสิทธิ์ทุกอย่างในตัวลูก รวมทั้งตัวรัณด้วย”เขาเปลี่ยนสรรพนามเรียกหญิงสาว จาก ‘เธอ’ มาเป็น ‘รัณ’ เหมือนที่เคยเรียกทุกครั้งตั้งแต่ยังเด็ก และไม่ได้พูดเปล่าแขนแข็งแรงคว้าเอวเล็กเอาไว้ด้วย“พี่ธี”“จะไปไหน เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง”“รัณไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วค่ะ”กัญญ์ณรัณพยายามดินเพื่อเอาตัวเองที่อยู่ในวงแขนแข็งแรงเขาในตอนนี้ออกด้วย“รตีไม่ได้ท้อง”คำพูดเขาในตอนนี้ทำเอาร่างเล็กที่พยายามดิ้นอยู่ถึงกับนิ่งไปทันที“พี่ธีพูดว่าอะไรนะคะ”“พี่บอกว่า รตีไม่ได้ท้อง”เขากลับมาแทนตัวเองว่า ‘พี่’ เหมือนที่เคยใช้กับเธออีกครั้ง นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ยินแบบนี้ เวลานี้เธอรู้สึกเหมือนได้พี่ชายที่แสนอบอุ่น แสนดีคนเดิมกลับมาอีกครั้ง“แต่ ...”“รตีเขาไม่คิดว่ารัณจะตัดสินใจยอมปล่อยพี่ เขาจึงยอมรับกับพี่ว่าโกหกเรื่องที่ท้องขึ้นมา”หลังจากที่ธีภพบุกไปที่คอนโดรตีในคืนที่ผู้เป็นย่าส่งใบหย่าให้นั้น มันทำให้รู้ว่าหล่อนได้สูญเสียเขาไปแล้ว และเธอก็รู้ด้วยว่ากัญญ์ณรัณกำลังท้อง พอยิ่งรู้ว่าเธอยอมเป็นฝ่ายเองทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีลูกเขาอยู่ในท้องมันทำให้หล่อนเป็นฝ่ายยอมที่
ด้วยประวัติและฐานะ ทำให้สองสามีภรรยาสามารถรับเด็กไปเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรมได้ไม่ยาก และนับจากนั้นชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป และใช่เพียงแค่ตัวเธอเท่านั้นที่เปลี่ยนไป หากแต่สถานที่แห่งนี้ และชีวิตการเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ที่นี่ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน“แต่เขาต้องกลายเป็นเด็กขาดพ่อตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลกก็เพราะรัณนะคะ”“ก็ถ้าไม่อยากไม่ให้ลูกไม่มีพ่อก็กลับบ้านเราสิ”เสียงคุ้นหูของใครคนหนึ่งดังขึ้นทำเอาคู่สนทนาต่างวัยถึงกับหันมองที่ต้นเสียงพร้อมกันเลยทีเดียว“พี่ธี / คุณธี”ทั้งคู่อุทานเรียกชื่อผู้ที่เข้ามาเงียบ ๆ พร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมายกัญญ์ณรัณถึงกับมือไม้สั่น หัวใจเต้นแรงเร็วจนจับจังหวะไม่ได้ ด้วยไม่คิดว่าจู่ ๆ เขาจะโผล่มาที่นี่ และที่สำคัญตอนนี้เขารู้แล้วด้วยว่าเธอกำลังท้องลูกเขาอีกคน“แม่ขอตัวก่อนแล้วกัน มีอะไรก็คุยกันเองแล้วกันนะคะ ... หนูรัณคนเก่งของแม่ต้องใช้สติ และคิดไตร่ตรองให้รอบครอบนะคะ ให้โอกาส และฟังเหตุผลกันก่อนนะ ... แม่ไปแล้วหวังว่าแม่จะได้ยินข่าวดีนะคะ”แม่นุชเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงหญิงสาวมาจับพร้อมกับบีบเบา ๆ เหมือนต้องการถ่ายทอดพลัง และกำลังใจให้อีกฝ่ายเมื่อร่างของหญิงสูงวัยเดินพ้น
บ้านแม่ครูเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเล็ก ๆ ที่อยู่ไปทางชานเมือง โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมต่าง ๆ และตอนนี้ที่ได้รับหลัก ๆ ก็จากหญิงสาวที่นั่งเป็นหมาหงอยอยู่ตอนนี้กัญญ์ณรัณชอบมานั่งที่ตรงนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เพราะด้านหลังบ้านเป็นคลองไม่กว้างนัก อากาศค่อนข้างถ่ายเท ตอนเย็นครูพี่เลี้ยงก็มักพาเด็ก ๆ มานั่งอ่านหนังสือ ออกกำลังกายบริเวณนี้เช่นกัน“บริจาคเลือดบ้างก็ได้ค่ะ”หญิงสาวพูดติดขำ ทว่าแววตาที่เห็นในเวลานี้มันได้รู้สึกขำได้ด้วยเลย“หนึ่งอาทิตย์แล้ว ได้คำตอบอะไรบ้างหรือยัง”แม่ครูถามด้วยความเป็นห่วง“รัณตัดสินใจแล้วค่ะ ใบหย่าก็เซ็นแล้วเรียบร้อย ... ทุกอย่างมันจบแล้วค่ะแม่ครู”“หย่าแล้วก็จดใหม่ได้”“รัณคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เขากำลังมีลูกด้วยกันนะคะ”เธอเงยหน้าขึ้นมองหญิงสูงวัยที่เวลานี้กำลังหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม“ให้เขาพร้อมหน้าพร้อมตามพ่อ แม่ ลูก แล้วลูกตัวเองละ”คำถามแม่ครู ทำเอาคนต้นคิดต้องเงียบไป มือเล็กลูบที่หน้าท้องตัวเองอย่างเบามือ“ยังไงรัณมาที่หลังนะคะแม่ครู”“แต่แม่ว่า การที่เราหนีมาโดยที่ไม่พูดคุยกับเขาก่อนแบบนี้ มันไม่ถูกนะ เป็นผัวเมียกันมันต้องหันหน้าเข้าหากัน
สิ้นเสียงผู้เป็นย่า เขาหวนคิดถึงคำพูดของรตีที่ภูเก็ตขึ้นมาทันที หล่อนเคยเกริ่นเรื่องนี้ไว้แล้ว และเขาก็เป็นคนบอกเองว่า จะกลับมาเคลียร์ ทว่าพอกลับมาก็มีงานด่วนเข้ามา ทำให้ไม่สามารถไปพูดคุยด้วยได้ในทันทีที่กลับมาถึงกรุงเทพ เขาไม่คิดว่ารตีจะเอาเรื่องนี้มาคุยกับกัญญ์ณรัณโดยตรงแบบนี้“ย่าผิดหวังในตัวแกมากนะตาธี ไม่คิดว่าแกยังจะกล้าไปนอนกับผู้หญิงอื่นทั้ง ๆ ที่มีเมียเป็นตัวเป็นต้น และยังถูกต้องตามกฎหมายได้อีก จริง ๆ ยายรัณไม่จำเป็นต้องหย่าให้แกก็ได้ แต่เพราะเห็นแก่เด็กที่มันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยถึงได้ยอมปล่อยแกให้เป็นอิสระไงละ”คุณอนงค์นาถยังพูดต่อ คราวนี้นางร่ายยาวออกมาเลยทีเดียว“ถ้าผมยังไม่ได้เซ็นใบหย่านี้ก็ถือว่าผมยังไม่ได้เป็นอิสระ”เขาบอกพร้อมกับวางซองเอกสารไว้ที่โต๊ะตามเดิม แล้วก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป“แล้วนั่นแกจะไปไหนตาธี”ดูเหมือนเสียงของหญิงสูงวัยจะไม่สามารถหยุดการกระทำเขาได้อีกไม่นานร่างสูงใหญ่ก็มาถึงคอนโดของเขาเอง ซึ่งเวลานี้ได้ยกให้เป็นของรตีไปแล้วตั้งแต่เขาแต่งงานกับกัญญ์ณรัณ“คิดว่าธีจะลืมแล้ว”“ผมไม่มีทางลืม แต่รตีไม่ควรทำแบบนี้”“รตีทำอะไรคะ”ทำไมจะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเร
“ฉันบอกแล้วว่าอย่างเธอมันก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันนอนด้วยเพื่อระบายความใคร่แค่นั้น อย่างได้คิดว่าฉันจะยกให้เธอมาเป็นเมียฉัน”“พี่ธีจะคิดยังไงมันก็เป็นเรื่องของพี่ธี แต่รัณแต่งงาน จดทะเบียนถูกต้อง และก็นอนกับพี่ธีแล้ว ฉะนั้นรัณก็คือเมียพี่ และพี่ก็คือสามีรัณ และนับจากนี้ไปรัณจะทวงสิทธิ์ความเป็นเมียข
นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เดือนกว่า กัญญ์ณรัณก็ไม่ได้ขึ้นไปนอนที่ห้องหออีก และที่สำคัญไม่ได้เจอหน้าธีภพอีกเลยด้วย บริษัทเขาก็ไม่เข้า บ้านก็กลับบ้างไม่กลับบ้าง และถ้ากลับก็ดึกมาก ๆ“คุณรัณคะ คุณท่านให้คุณรัณไปพบที่เรือนค่ะ”นางนุ่มรีบบอก เมื่อร่างเล็กเดินเข้ามาในบ้าน“วันนี้คุณย่ามาที่นี่เหรอคะ”“ใช่ค
“คุณรัณจะไปไหนคะ”นางนวลร้องเรียกเจ้านายสาวไว้เมื่อเห็นว่าเธอกำลังเดินออกจากตัวบ้านไป“รัณจะไปนอนเรือนหลังเล็กค่ะ”เรือนหลังเล็กเป็นเรือนไม้ที่คุณอนงค์นาถทำให้เธอเป็นที่พักส่วนตัว หลังจากที่กัญญ์ณรัณเริ่มโตเป็นสาว และต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น“จะดีเหรอคะ ป้ากลัวว่าคุณธีกลับมาไม่เจอคนที่ห้องแล้ว
อาหารมื้อค่ำถูกเสิร์ฟเป็นเมนูง่าย ๆ โดยฝีมือของแม่นุช ซึ่งกรัญญ์ณรัณเรียกนางเช่นนี้จนติดปากเสียแล้ว“แม่ดีใจกับหนูรัณจริง ๆ เลย ในที่สุดก็ได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาสักที เสียดายไม่ได้ไปร่วมงานด้วย เลยไม่ได้เห็นเลยว่าเจ้าสาวของแม่จะสวยขนาดไหน”“รัณก็เป็นรัณแบบนี้แหละค่ะ”หญิงสาวบอกพลางตักอาหารใส่ปากไปด







