Mag-log inรุ่งอรุณสาดแสงสีเงินยวงผ่านม่านเมฆหนาทึบเหนือยอดเขาคุนหลุน ปลุกให้สรรพชีวิตตื่นจากนิทรา แสงแรกแห่งวันส่องกระทบเปลือกตาของจิ้งจอกแดงที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงหยก
ม่อซางสะดุ้งตื่นขึ้นทันที ความหิวโหยที่รุนแรงดุจไฟเผาผลาญกัดกินกระเพาะจนแสบไส้ พลังมารในกายแห้งขอดจนแทบไม่เหลือหลอ
'ข้าต้องไปจากที่นี่... ขืนอยู่ต่อคงอดตาย หรือไม่ก็ถูกยัยสตรีสติเฟื่องนี่จับอาบน้ำจนเปื่อยยุ่ย'
ม่อซางค่อยๆ ย่องลงจากเตียงด้วยฝีเท้าเงียบกริบ สายตาจ้องมองไปทางปากถ้ำ หมายมาดว่าจะหนีไปหาเหยื่อมนุษย์สักคนเพื่อดูดเลือดเติมพลัง
"จะรีบไปไหนเจ้าก้อนขน?"
เสียงงัวเงียดังดักหน้าไว้ไป๋เยว่บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบ นางปรือตามอง สุนัขน้อยที่กำลังทำท่าลับๆ ล่อๆ อยู่ปลายเตียง
"ตื่นเช้ามาก็วุ่นวายเชียว... หิวแล้วสินะ?"
นางอ้าปากหาวหวอดใหญ่ มือเรียวควานเข้าไปในอากาศธาตุ หยิบขวดหยกเก่าคร่ำครึออกมาใบหนึ่ง ดึงจุกไม้ออกแล้วเทสิ่งที่อยู่ข้างในลงใส่ชามดินเผาบิ่นๆ ที่วางอยู่ข้างเตียงอย่างไม่ไยดี
เคร้ง! เคร้ง!
เม็ดยาสีทองอร่ามสามเม็ดร่วงกราวลงสู่ชามข้าวสุนัข!
ม่อซางชะงักกึก หันขวับมามองด้วยสายตาดูแคลน
'คิดจะเอาเศษยาเหลือทิ้งมาให้จอมมารกินรึ? สามหาว! ข้าไม่ใช่มุมมามขนาดนั้น...'
ฟุดฟิด...
จมูกของจอมมารกระตุกรัวๆ เมื่อกลิ่นหอมแรงกล้าปะทะเข้าจังๆ กลิ่นอายบริสุทธิ์เข้มข้นที่อัดแน่นจนเกิดเป็นหมอกจางๆ ลอยคลอเคลียรอบเม็ดยา
ดวงตาอำพันของม่อซางเบิกโพลงจนแทบถลนออกจากเบ้า
'ลูกกลอนนพเก้าคืนสวรรค์ ระดับ 9!?'
นี่มันโอสถวิเศษในตำนานที่หายสาบสูญไปนับพันปี! ของล้ำค่าที่เหล่าเซียนและมารทั่วหล้าต่างแย่งชิงกันแทบพลิกแผ่นดิน เพียงแค่เม็ดเดียวก็สามารถฟื้นฟูตบะได้นับร้อยปี!
แต่นาง... สตรีหน้าตายผู้นี้ กลับเทมันให้สุนัขกินประหนึ่งเป็นขนมขบเคี้ยวราคาถูก!
'ยัยผู้หญิงคนนี้สติฟั่นเฟือนไปแล้วรึ!? เอาของระดับบรรพกาลมาเททิ้งเทขว้างแบบนี้เนี่ยนะ!'
ความตกตะลึงพรึงเพริดแล่นพล่านไปทั่วสมอง แต่ความหิวโหยย่อมมีอำนาจเหนือกว่าเหตุผล
'ช่างหัวมัน! ของดีขนาดนี้ จะปล่อยให้เน่าคาชามข้าวหมาได้ยังไง!'
ม่อซางทิ้งมาดจอมมารจนสิ้น ลิ้นห้อยน้ำลายสอ กระโจนเข้าใส่ชามดินเผาแล้วก้มหน้าก้มตากินอย่างมูมมาม รสชาติหวานล้ำละลายในปาก พลังปราณมหาศาลระเบิดออกในท้องน้อย แผ่ซ่านไปซ่อมแซมเส้นลมปราณที่เสียหายอย่างรวดเร็วปานปาฏิหาริย์
เพียงชั่วพริบตา พลังที่สูญเสียไปก็เริ่มฟื้นคืนกลับมา!
ในขณะที่ลิ้นกำลังเลียชามจนสะอาดเอี่ยม สมองอันเจ้าเล่ห์ของจอมมารก็เริ่มคำนวณผลได้ผลเสียใหม่อย่างรวดเร็ว
'หนีไปตอนนี้ก็นับว่าโง่เขลาเบาปัญญา... นางมีสมบัติระดับนี้ในครอบครอง แต่กลับดูซื่อบื้อไร้พิษสง...'
ดวงตาจิ้งจอกหรี่ลงอย่างมาดร้าย จ้องมองไป๋เยว่ที่กำลังนอนเกาพุงตัวเองเล่นแล้วหลับต่ออย่างสบายอารมณ์
'เปลี่ยนแผน... ข้าจะไม่ฆ่านางตอนนี้'
มุมปากของจิ้งจอกแดงยกยิ้มเจ้าเล่ห์
'ยัยเศรษฐีนีหน้าโง่... ข้าจะยอมลดตัวเป็นสัตว์เลี้ยงแสนเชื่อง เกาะเจ้ากิน สูบเลือดสูบเนื้อสูบสมบัติเจ้าให้เกลี้ยงคลัง จนกว่าพลังข้าจะฟื้นคืนสมบูรณ์!'
'เสร็จข้าล่ะ...'
หารู้ไม่ว่า การตัดสินใจในครั้งนี้... คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ต้องกลายเป็นทาสรับใช้ไปตลอดกาล โดยที่เขาเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเสร็จนาง
วัฏสงสารแห่งห้วงจักรวาลเบื้องนอกหมุนวนเปลี่ยนผ่านอย่างเกรี้ยวกราดและไร้ความปรานี กาลเวลาไหลทะลักล่วงเลยเนิ่นนานนับหมื่นปี ดาราจักรนับล้านดวงจุติขึ้นส่องประกายเจิดจรัส ก่อนจะดับสูญแตกสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นธุลีดารา อาณาจักรเซียนรุ่งเรืองและล่มสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่า... ภายใต้ ‘ค่ายกลปิดตายระดับมหาปฐมกาล’ ที่กางกั้นครอบคลุม ‘ห้องหอหยกเหมันต์’ กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและมิติธาตุทั้งปวง กลับถูกแช่แข็งให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ประดุจเพิ่งผ่านพ้นไปเพียงเสี้ยวราตรี!ความเงียบสงัดระดับเอกเทศ โอบกอดกลิ่นหอมหวนของกำยานสวรรค์และละอองกลีบท้อโลหิตที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา บนแท่นบรรทมอันวิจิตรตระการตา ไป๋เยว่ ราชินีมารยาแห่งวังจันทราโลหิต ค่อยๆ ปรือตาดอกท้อขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตาหนางอนกะพริบไหวขับไล่ความง่วงงุนการจำศีลพักผ่อนที่ยาวนานและแสนหวานที่สุดในประวัติศาสตร์สามภพเพิ่งจะสิ้นสุดลง ดรุณีโฉมสะคราญขยับสรีระอรชรบิดขี้เกียจ ก่อนจะแย้มยิ้มละมุนเมื่อพบว่า สภาพแวดล้อมแรกที่สะท้อนเข้าสู่นัยน์ตา หาใช่เพดานตำหนัก ทว่านางยังคงซุกตัวอย่างปลอดภัยและอบอุ่น อยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งดุจปราการเหล็กกล้าของ ‘ม่อซาง’ จอมมารผู้ยิ
ความเงียบเหงาอันแสนวิเวกวังเวง เข้าครอบงำท้องพระโรงแห่งวิหารจันทราโลหิต กลิ่นอายมหาปฐมมารที่เคยแผ่ซ่านกดทับสิบทิศเจือจางลงจนแทบสัมผัสไม่ได้ บัลลังก์ศิลาโลหิตที่เคยเป็นที่ประทับของจอมมารและราชินี บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นเยียบ ไร้ซึ่งเงาของผู้ให้กำเนิดที่หนีไปจำศีลพลอดรักในเขตหวงห้ามเบื้องล่างขั้นบันไดหยก ทายาทสายเลือดอเวจีทั้งห้าพระองค์ นั่งล้อมวงกันด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยความห่อเหี่ยวและเบื่อหน่าย ม่อเทียนนั่งขัดสมาธิเช็ดคมกระบี่ ม่อเหยียนฝนเข็มพิษอย่างเลื่อนลอย ม่อหยวนดีดลูกคิดอย่างไร้จุดหมาย ส่วนจิ้งเหมียนและหย่งหล่านนอนเกยทับกันบนพรมขนสัตว์ หาววอดจนน้ำตาเล็ดแม้ก้อนแป้งทั้งห้าจะแผลงฤทธิ์ป่วนจักรวาลมานักต่อนัก ทว่าเมื่อบิดามารดาหายหน้าไป ความรู้สึกโหวงเหวงก็ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในซอกหลืบของหัวใจ"ท่านพ่อกับท่านแม่หนีไปนอนพักผ่อนกันสองต่อสอง... ปล่อยให้พวกเราต้องมานั่งเฝ้าความว่างเปล่าเยี่ยงนี้ ช่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก" หย่งหล่านบ่นพึมพำ สุรเสียงยานคางเจือแววงอแง"ต่อให้คิดถึงเพียงใด พวกเราก็หาญกล้าไปเคาะประตูตำหนักหยกเหมันต์ไม่ได้หรอกนะ" ม่อเทียนเอ่ยทำลายความเงียบ สุรเสียงทุ้มต่ำแฝงควา
กังวานเภรีรบที่ขึงด้วยหนังมังกรบรรพกาล ดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนแผ่นดิน! คลื่นเสียงอัดกระแทกทำลายล้างความเงียบสงบของวังจันทราโลหิตจนกระเบื้องหยกดำบนหลังคาสั่นระริกนภากาศเบื้องบนที่เคยทอประกายแสงสุริยันสีเลือด บัดนี้ถูกบดบังด้วยเงาทะมึนของกองทัพมหึมานับแสนชีวิต!'กองกำลังพันธมิตรกบฏ' แห่งเผ่ามังกรสวรรค์และเผ่าวิหคเพลิงอมตะ ยกทัพมาตั้งประจันหน้าหมายล้อมกรอบอเวจี เหล่าขุนพลเฒ่าและผู้อาวุโสสวมชุดเกราะทองคำส่องประกายบาดตา ธงรบโบกสะบัดพร้อมสรรพเสียงก่นด่าทอสาปแช่งดังกังวานก้องพวกมันคือผู้หยิ่งยโสที่ไม่อาจทนรับความอัปยศอดสู! การที่ 'หลงอวี่' และ 'เฟิ่งเทียน' รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ของเผ่าพันธุ์ ต้องลดตัวลงไปสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ ซักอาภรณ์ กวาดพื้น และเข้าครัวทำอาหารให้แก่สตรี ถือเป็นการเหยียบย่ำเกียรติยศระดับล้างเผ่าพันธุ์! กองทัพนับแสนจึงหมายมั่นจะมาบดขยี้วังมาร และฉุดกระชากองค์ชายของพวกตนกลับคืนสู่อำนาจ!ภายในลานซักล้างเบื้องหน้าตำหนักนิทรานิรันดร์...สองยอดบุรุษผู้ถูกลดขั้นเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน กำลังขะมักเขม้นกับภาระหน้าที่ หลงอวี่สวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าคราม สองมือแกร่งกำลังบิดผ้าห่มไหมสวรรค์จ
ประกายแสงสีฟ้าครามเรืองรองลอดผ่านรอยแยกของกล่องไม้จันทน์หอมหยกลายเมฆา กลิ่นไอดินหลังอสนีบาตฟาดฟัน ผสานกับความเย็นยะเยือกของยุคบรรพกาลลอยอวลเตะจมูก ภายในหอคลังจันทราโลหิตที่อร่ามเรืองด้วยกองทองคำ มู่ฉี ยอดโจรตีนแมวผู้เลื่อนขั้นเป็นสามีแห่งวังมาร ยืนยืดอกด้วยท่วงท่าสง่างาม สองมือแกร่งประคองกล่องไม้จันทน์ยื่นไปเบื้องหน้าดรุณีโฉมสะคราญอย่างนอบน้อมภายในกล่องกำมะหยี่สีเลือด บรรจุ 'ปิ่นปักผมหยาดน้ำค้างบรรพกาล' เครื่องประดับชิ้นเอกที่สกัดจากแก่นวารีบริสุทธิ์นับหมื่นปี ทอประกายระยิบระยับหยอกเย้าแสงสว่างม่อหยวน เถ้าแก่เนี่ยน้อยแห่งอเวจี เลิกคิ้วเรียวงาม นัยน์ตาสีอำพันที่เคยมองทุกสิ่งเป็นเพียงผลกำไร บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนลึกซึ้ง ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มหวานล้ำประดุจบุปผาสวรรค์ผลิบาน ดรุณีน้อยหยิบปิ่นหยกขึ้นมาลูบไล้ ความปีติยินดีเอ่อล้นเมื่อตระหนักว่า ทาสรักผู้เคยยากไร้ บัดนี้รู้จักเก็บหอมรอมริบเบี้ยหวัดส่วนตัว เพื่อสร้างความโรแมนติกปรนเปรอภรรยา"งดงามยิ่งนัก... สามีข้าช่างรู้ใจ" สุรเสียงหวานใสเอ่ยชมเชย ปลายนิ้วเล็กจ้อยไล้ไปตามสลักลวดลายวิจิตร "ของล้ำค่าปานนี้... เจ้าไปประมูลมาด้วยราคาเท่าใดหรือ?
ความมืดมิดยามวิกาลกลืนกินทุกสรรพสิ่งในตำหนักโอสถพิษ ความเงียบสงัดระดับก้นบึ้งปรโลกเข้าครอบงำจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงละอองน้ำค้างหยดกระทบใบไม้ทว่า... ความสงบสุขอันเป็นนิรันดร์นั้น กลับถูกฉีกกระชากลงด้วยสรรพเสียงกัมปนาทที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์อสูรบรรพกาล!โครก... คราก... ครืดดด!!!คลื่นเสียงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นประดุจแผ่นดินไหว บดขยี้ความเงียบงันจนแหลกละเอียด! ต้นกำเนิดของมหันตภัยหาใช่อื่นใด แต่มันดังมาจากช่องท้องของสตรีที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนแท่นบรรทมหยกดำ!ไป๋หลิง ดรุณีกระเพาะหลุมดำผู้ครอบครองตำแหน่งฮูหยินรองแห่งอเวจี นอนพลิกซ้ายตะแคงขวาอย่างกระสับกระส่าย สรีระอรชรบิดเร่าประดุจปลาขาดน้ำ สองมือเล็กจ้อยกุมหน้าท้องแบนราบที่กำลังประท้วงอย่างเกรี้ยวกราด อาการกำเริบของความหิวโหยระดับกลืนกินเอกภพ ปะทุเดือดขึ้นกลางดึกอย่างไม่อาจต้านทาน!"ฟูจวิน... ฟูจวินตื่นเถิด..."สุรเสียงหวานใสยานคางคร่ำครวญเจียนขาดใจ ไป๋หลิงยื่นมือไปเขย่าท่อนแขนกำยำของบุรุษข้างกายอย่างบ้าคลั่ง เขย่ารุนแรงเสียจนเตียงหยกศิลาสั่นสะเทือน!ม่อเหยียน องค์ชายรองแห่งอเวจี ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน นัยน์ตาสีเพลิง
แสงสุริยันสีเลือดแห่งทวีปอเวจี สาดส่องกระทบลานฝึกศิลาโลหิตที่เคยกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยกลิ่นอายดิบเถื่อน ทว่าบัดนี้ สถานที่ซึ่งเคยคลุ้งไปด้วยควันเนื้อย่างและเศษไหสุราแตกกระจาย กลับสะอาดสะอ้านเงาวับจนสามารถใช้ส่องแทนคันฉ่องได้ กองทัพมารเดนตายนับแสนนายที่เคยเดินเตะฝุ่นย่ำสลบไร้ทิศทาง กำลังยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งตรงแหน่วประดุจถูกไม้บรรทัดเหล็กหล่อดัดสันหลังเบื้องหน้ากองกำลังที่สั่นสะท้านดุจลูกนกเปียกฝน ลู่หลิน ฮูหยินใหญ่แห่งวังจันทราโลหิต ก้าวเดินตรวจตราด้วยท่วงท่าสง่างามและเข้มงวดขั้นสุด อาภรณ์แพรไหมสีฟ้าครามแห่งสำนักกระบี่ฟ้า พลิ้วไหวขัดแย้งกับบรรยากาศขุมนรกอย่างสิ้นเชิง ในมือเรียวขาวผ่องถือ 'ม้วนตำรากฎระเบียบสามพันข้อ' ม้วนใหญ่หนาเตอะที่เพิ่งบัญญัติขึ้นใหม่ ปลายนิ้วตวัดชี้ไปยังขุนพลร่างยักษ์เขี้ยวโง้งที่กำลังแอบซ่อนน้ำเต้าบรรจุเมรัยไว้ด้านหลัง"กฎข้อที่สี่ร้อยแปดสิบสอง ห้ามขุนพลทุกนายแตะต้องสุราในยามเข้าเวรยาม!" สุรเสียงกังวานใสแผดก้องประดุจสายฟ้าฟาดทะลวงโสตประสาท "พวกเจ้าเป็นถึงกองกำลังปกป้องสิบทิศใต้การนำของราชันย์ทัพหน้า ไฉนจึงทำตัวเหลวไหลเยี่ยงโจรป่าไร้การศึกษา โยนน้ำเมาโสโ





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

