Share

บทที่ 7 : องค์ชายมังกร

last update Last Updated: 2026-02-03 07:25:43

กลิ่นอายคาวเลือดจากศึกหน้าถ้ำยังมิทันจางหาย ความสงบสุขของถ้ำเมฆาหยกก็ถูกทำลายลงอีกครา

หมู่เมฆสีขาวบริสุทธิ์เหนือยอดเขาคุนหลุนถูกแหวกออกด้วยรัศมีเจ็ดสีบาดตา เสียงดนตรีทิพย์ดังก้องกังวานประหนึ่งขบวนเสด็จขององค์มหาเทพ ขบวนเมฆมงคลขนาดมหึมาลอยต่ำลงมาจอดเทียบหน้าปากถ้ำอย่างถือดี แรงลมจากการลงจอดพัดพาใบไม้แห้งปลิวว่อน ฝุ่นตลบอบอวลจนทัศนียภาพเบื้องหน้าพร่ามัว

บนก้อนเมฆที่ประดับประดาด้วยแพรพรรณหลากสี ปรากฏร่างของบุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ ปักลวดลายมังกรทองดิ้นเงินระยิบระยับล้อแสงตะวัน ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากคลี่รอยยิ้มที่มั่นใจว่าสามารถสั่นคลอนหัวใจสตรีทั่วหล้าได้ในพริบตา

เบื้องหลังของเขามีเหล่าบริวารแบกหีบสมบัติเรียงรายเป็นทิวแถว ราวกับจะยกมาทั้งท้องพระคลัง

"ไป๋เยว่... ยอดดวงใจของข้า! พี่ 'ไป๋หลง' มาหาเจ้าแล้ว!"

น้ำเสียงที่ดัดจนหวานหยดย้อยนั้นเสียดแทงแก้วหูยิ่งกว่าเสียงอสนีบาต หินงอกหินย้อยหน้าถ้ำสั่นสะเทือนราวกับจะทนรับความเลี่ยนล้ำนี้ไม่ไหว

ภายในถ้ำ ไป๋เยว่ที่เพิ่งจะเอนหลังลงนอนขมวดคิ้วมุ่น นางถอนหายใจยาวเหยียด มือเรียวยกขึ้นนวดขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ

"เสียงแมลงหวี่ตัวไหนมันช่างน่ารำคาญนัก..."

นางลุกขึ้นเดินกระแทกส้นเท้าออกไปหน้าถ้ำด้วยท่าทางเกียจคร้าน โดยมี 'เสี่ยวฮวา' เดินตามต้อยๆ ด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ

เมื่อพ้นปากถ้ำ สายตาของไป๋เยว่ก็ปะทะเข้ากับความอลังการของ 'องค์ชายไป๋หลง' แห่งเผ่ามังกรทะเลบูรพา ผู้ซึ่งตามตื๊อนางมานับพันปีด้วยความหลงตัวเองขั้นวิกฤต

"ท่านมาทำไม?" ไป๋เยว่เอ่ยถามเสียงเรียบ แววตาว่างเปล่าดุจบ่อน้ำลึก "เปิ่นจั้วจำได้ว่าเพิ่งจะถล่มภูเขาไล่แขกไปเมื่อครู่ ท่านอยากลองเป็นภูเขาลูกต่อไปกระนั้นหรือ?"

ไป๋หลงหาได้สะทกสะท้าน เขาหัวเราะร่า สะบัดพัดจีบในมืออย่างวางมาด

"โอ้ แม่นางไป๋เยว่... วาจาเชือดเฉือนของเจ้าช่างบาดใจข้ายิ่งนัก ข้ารู้ข่าวว่าเจ้าตื่นจากจำศีล หัวใจของ 'เปิ่นไท่จื่อ' (ตัวข้าผู้เป็นองค์ชายรัชทายาท) ก็ร้อนรุ่มดั่งไฟสุม จึงรีบนำของกำนัลมาเยี่ยมเยียน"

เขาดีดนิ้วเพียงเบาๆ ฝาหีบสมบัตินับสิบใบเปิดออกพร้อมกัน แสงวูบวาบจากเพชรนิลจินดาและแพรพรรณล้ำค่ากระแทกตาจนต้องหยีตา

ไป๋เยว่มองกองสมบัติเหล่านั้นด้วยหางตา ทรัพย์สินพวกนี้ในคลังของนางมีจนล้นจนแทบจะเอามาถมที่เดินเล่นได้ หากคิดจะใช้เงินซื้อใจนาง เห็นทีคงต้องรอชาติหน้า

"ถ้ามีธุระแค่นี้ก็กลับไปเถอะ เปิ่นจั้วจะนอน" นางหมุนตัวเตรียมกลับเข้าถ้ำ

"ช้าก่อน! เปิ่นไท่จื่อรู้ดีว่าเจ้ามิสนของนอกกาย ข้าจึงนำสิ่งนี้มา..."

ไป๋หลงขยับกายบังทางไว้ แล้วหยิบกล่องไม้จันทน์หอมสลักลวดลายวิจิตรออกมาอย่างระมัดระวัง

"นี่คือ 'ขนมไข่มุกมังกรวารี' ที่ท่านพ่อครัวเอกแห่งวังบาดาลใช้เวลาหมักแป้งด้วยน้ำค้างบริสุทธิ์ถึงห้าร้อยปี สอดไส้ด้วยไข่ของปลาทิพย์หายากที่ร้อยปีจะวางไข่สักครั้ง! รสสัมผัสนุ่มละลายในปากยิ่งกว่าเมฆสวรรค์ ทั่วทั้งสามภพมีเพียงสามกล่องเท่านั้น!"

ฝีเท้าของไป๋เยว่ชะงักกึก

จมูกโด่งรั้นขยับฟุดฟิด กลิ่นหอมหวานละมุนที่ลอยออกมาจากกล่องไม้กระตุ้นต่อมความอยากอาหารระดับรุนแรง ความง่วงงุนหายไปเป็นปลิดทิ้ง นางหมุนตัวกลับมาหาไป๋หลง รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มในชั่วพริบตา

"ตายจริง... พี่ไป๋หลงช่างมีน้ำใจ ของหายากปานนั้นยังอุตส่าห์นึกถึงข้า"

นางผายมือเชื้อเชิญด้วยกิริยาอ่อนช้อยงดงาม "มาเหนื่อยๆ เชิญเข้ามาจิบชาข้างในก่อนเถิดเจ้าค่ะ"

ม่อซางที่ยืนอยู่ข้างเท้าไป๋เยว่เบิกตากว้าง มองสตรีเห็นแก่กินตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ

'แค่ขนมกล่องเดียว? เจ้าก็ยอมเปิดค่ายกลรับศัตรูเข้าบ้านแล้วเรอะ! ยัยสตรีตะกละ! ศักดิ์ศรีบรรพชนของเจ้ามีค่าเท่ากับแป้งก้อนเดียวหรือไง!'

ไป๋หลงยิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยชนะ เขาเดินยืดอกตามไป๋เยว่เข้าไปในถ้ำ โดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาอาฆาตของจิ้งจอกแดงตัวน้อยที่จ้องมองช่วงล่างของเขา... ราวกับกำลังเล็งตำแหน่งที่จะฝากพิษร้าย

ภายในถ้ำเมฆาหยก ไป๋เยว่นั่งลงบนตั่งประธาน แกะกล่องขนมกินอย่างเอร็ดอร่อย ปล่อยให้ไป๋หลงนั่งพล่ามเรื่องวีรกรรมความเก่งกาจของตนเองอยู่ฝ่ายเดียว

"เจ้ารู้หรือไม่ เมื่อครั้งที่ข้าลงไปปราบปีศาจปลาหมึกยักษ์ใต้ทะเลลึก..." ไป๋หลงคุยโวพลางยกถ้วยชาร้อนๆ ขึ้นมาเป่า ลอบส่งสายตาหวานเชื่อมให้นางเอก "ตอนนั้นมันใช้หนวดรัดข้าไว้ แต่ด้วยพลังมังกรอันเกรียงไกร ข้าเพียงสะบัดตัวคราเดียวมันก็แหลกเป็นผุยผง... เฉกเช่นหัวใจข้า ที่ยอมแหลกสลายเพื่อเจ้าผู้เป็นดั่งดวงจันทร์ส่องสว่าง"

ม่อซางทนฟังความเท็จไม่ไหวอีกต่อไป ขนทั่วร่างลุกชันด้วยความหมั่นไส้จนแทบจะสำรอก

'ไอ้กิ้งก่าน้ำนี่... กล้ามาเกี้ยวพาราสีคนเลี้ยงของเปิ่นหวางต่อหน้าต่อตาเชียวรึ? วีรกรรมปาหี่พวกนั้นข้าฟังแล้วยังอายแทน วันนี้หากเปิ่นหวางไม่สั่งสอนเจ้า อย่ามาเรียกข้าว่าจอมมาร!'

จิ้งจอกแดงแสร้งทำเป็นวิ่งไล่จับหางตัวเองอย่างสนุกสนาน กลิ้งตัวไปมาจนเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชา อาศัยจังหวะที่ไป๋หลงกำลังจะยกชาขึ้นจิบเพื่อเก๊กหล่อ...

ม่อซางแกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเอง ร่างก้อนขนพุ่งเข้ากระแทกข้อศอกของไป๋หลงอย่างแม่นยำและรุนแรง!

ถ้วยชาหยกเนื้อดีที่มีน้ำชาร้อนจัด พลิกคว่ำเทราดลงไปที่หน้าตัก... ตำแหน่งยุทธศาสตร์สำคัญของบุรุษเพศพอดิบพอดี!

"อ๊ากกกกกก!"

เสียงร้องโหยหวนขององค์ชายมังกรดังลั่นถ้ำ สะเทือนเลื่อนลั่นจนฝุ่นร่วงกราว ไป๋หลงกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน ตัวงอเป็นกุ้งเต้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ ควันขาวลอยกรุ่นออกมาจากอาภรณ์ที่เปียกชุ่มบริเวณหว่างขา

"ร้อน! ร้อน! มังกรน้อยของข้าสุกแล้ว!"

ไป๋เยว่สะดุ้งตกใจจนขนมร่วงจากมือ นางรีบหันมามองต้นตอเสียง... แต่สายตาของนางกลับไม่ได้มองไปที่องค์ชายผู้บาดเจ็บ หากแต่พุ่งตรงไปที่จิ้งจอกแดงที่นอนหมอบตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น

"เสี่ยวฮวา!"

นางพุ่งเข้าไปอุ้มม่อซางขึ้นมาแนบอกทันที สำรวจตามเนื้อตัวเขาอย่างร้อนรน "เป็นอะไรไหมลูก? เจ็บตรงไหน? โดนน้ำร้อนลวกหรือเปล่า!?"

ม่อซางซุกหน้าลงกับอกนุ่ม ร้องครวญครางด้วยน้ำเสียงน่าสงสารจับใจ ทั้งที่ในใจกำลังแสยะยิ้มสะใจ

'สมน้ำหน้า! ไข่ต้มใบชาคงรสชาติดีไม่น้อยเลยกระมัง!'

ไป๋หลงที่ยืนกุมหว่างขาด้วยความทรมาน มองภาพตรงหน้าด้วยความน้อยใจจนแทบกระอักเลือด

"ไป๋เยว่... ข้าโดนน้ำร้อนลวกอยู่นะ! ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว เจ้าไม่ห่วงข้าบ้างรึ!"

ไป๋เยว่ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปเป่าขนให้เสี่ยวฮวาต่อ ราวกับเสียงโอดครวญของเขาเป็นเพียงเสียงลม

"ท่านเป็นถึงมังกรธาตุน้ำ ผิวหนังหนาเตอะปานนั้น แค่น้ำชาร้อนนิดหน่อยไม่ทำให้เกล็ดท่านหลุดหรอก... แต่เสี่ยวฮวาของเปิ่นจั้วตัวเล็กบอบบางแค่นี้ ขนร่วงไปเส้นหนึ่งข้าก็ใจสลายแล้ว"

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนมีดอาบยาพิษกรีดลงกลางใจ ไป๋หลงอ้าปากค้าง เขาแพ้พ่ายให้แก่สุนัขจิ้งจอกหน้าโง่ตัวนี้ราบคาบ!

"ข้า... ข้าขอตัวไปจัดการตัวเองก่อน!"

ไป๋หลงกัดฟันกรอด เดินหนีบขาด้วยท่าทางทุลักทุเลดุจเป็ดง่อย ตรงไปยังห้องลับหลังถ้ำ ก่อนจะเลี้ยวหายไป เขาหันขวับกลับมาจ้องเขม็งไปยังเจ้าก้อนขนในอ้อมกอดนางเอก

สายตาของมังกรหนุ่มลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ สบเข้ากับดวงตาสีอำพันของจิ้งจอกที่จ้องกลับมาอย่างท้าทาย

'ไอ้หมาเวร... ฝากไว้ก่อนเถอะ เผลอเมื่อไหร่เปิ่นไท่จื่อจะเตะเจ้าให้กระเด็นตกเขาคุนหลุน!'

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 405 : ตำนานปลาเค็มอันเป็นนิรันดร์

    วัฏสงสารแห่งห้วงจักรวาลเบื้องนอกหมุนวนเปลี่ยนผ่านอย่างเกรี้ยวกราดและไร้ความปรานี กาลเวลาไหลทะลักล่วงเลยเนิ่นนานนับหมื่นปี ดาราจักรนับล้านดวงจุติขึ้นส่องประกายเจิดจรัส ก่อนจะดับสูญแตกสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นธุลีดารา อาณาจักรเซียนรุ่งเรืองและล่มสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่า... ภายใต้ ‘ค่ายกลปิดตายระดับมหาปฐมกาล’ ที่กางกั้นครอบคลุม ‘ห้องหอหยกเหมันต์’ กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและมิติธาตุทั้งปวง กลับถูกแช่แข็งให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ประดุจเพิ่งผ่านพ้นไปเพียงเสี้ยวราตรี!ความเงียบสงัดระดับเอกเทศ โอบกอดกลิ่นหอมหวนของกำยานสวรรค์และละอองกลีบท้อโลหิตที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา บนแท่นบรรทมอันวิจิตรตระการตา ไป๋เยว่ ราชินีมารยาแห่งวังจันทราโลหิต ค่อยๆ ปรือตาดอกท้อขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตาหนางอนกะพริบไหวขับไล่ความง่วงงุนการจำศีลพักผ่อนที่ยาวนานและแสนหวานที่สุดในประวัติศาสตร์สามภพเพิ่งจะสิ้นสุดลง ดรุณีโฉมสะคราญขยับสรีระอรชรบิดขี้เกียจ ก่อนจะแย้มยิ้มละมุนเมื่อพบว่า สภาพแวดล้อมแรกที่สะท้อนเข้าสู่นัยน์ตา หาใช่เพดานตำหนัก ทว่านางยังคงซุกตัวอย่างปลอดภัยและอบอุ่น อยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งดุจปราการเหล็กกล้าของ ‘ม่อซาง’ จอมมารผู้ยิ

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 404 : [ตอนพิเศษ 5] ของขวัญชิ้นเอกแด่มารดา

    ความเงียบเหงาอันแสนวิเวกวังเวง เข้าครอบงำท้องพระโรงแห่งวิหารจันทราโลหิต กลิ่นอายมหาปฐมมารที่เคยแผ่ซ่านกดทับสิบทิศเจือจางลงจนแทบสัมผัสไม่ได้ บัลลังก์ศิลาโลหิตที่เคยเป็นที่ประทับของจอมมารและราชินี บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นเยียบ ไร้ซึ่งเงาของผู้ให้กำเนิดที่หนีไปจำศีลพลอดรักในเขตหวงห้ามเบื้องล่างขั้นบันไดหยก ทายาทสายเลือดอเวจีทั้งห้าพระองค์ นั่งล้อมวงกันด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยความห่อเหี่ยวและเบื่อหน่าย ม่อเทียนนั่งขัดสมาธิเช็ดคมกระบี่ ม่อเหยียนฝนเข็มพิษอย่างเลื่อนลอย ม่อหยวนดีดลูกคิดอย่างไร้จุดหมาย ส่วนจิ้งเหมียนและหย่งหล่านนอนเกยทับกันบนพรมขนสัตว์ หาววอดจนน้ำตาเล็ดแม้ก้อนแป้งทั้งห้าจะแผลงฤทธิ์ป่วนจักรวาลมานักต่อนัก ทว่าเมื่อบิดามารดาหายหน้าไป ความรู้สึกโหวงเหวงก็ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในซอกหลืบของหัวใจ"ท่านพ่อกับท่านแม่หนีไปนอนพักผ่อนกันสองต่อสอง... ปล่อยให้พวกเราต้องมานั่งเฝ้าความว่างเปล่าเยี่ยงนี้ ช่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก" หย่งหล่านบ่นพึมพำ สุรเสียงยานคางเจือแววงอแง"ต่อให้คิดถึงเพียงใด พวกเราก็หาญกล้าไปเคาะประตูตำหนักหยกเหมันต์ไม่ได้หรอกนะ" ม่อเทียนเอ่ยทำลายความเงียบ สุรเสียงทุ้มต่ำแฝงควา

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 403 : [ตอนพิเศษ 4] ดัชนีปลาเค็มกวาดล้างสิบทิศ

    กังวานเภรีรบที่ขึงด้วยหนังมังกรบรรพกาล ดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนแผ่นดิน! คลื่นเสียงอัดกระแทกทำลายล้างความเงียบสงบของวังจันทราโลหิตจนกระเบื้องหยกดำบนหลังคาสั่นระริกนภากาศเบื้องบนที่เคยทอประกายแสงสุริยันสีเลือด บัดนี้ถูกบดบังด้วยเงาทะมึนของกองทัพมหึมานับแสนชีวิต!'กองกำลังพันธมิตรกบฏ' แห่งเผ่ามังกรสวรรค์และเผ่าวิหคเพลิงอมตะ ยกทัพมาตั้งประจันหน้าหมายล้อมกรอบอเวจี เหล่าขุนพลเฒ่าและผู้อาวุโสสวมชุดเกราะทองคำส่องประกายบาดตา ธงรบโบกสะบัดพร้อมสรรพเสียงก่นด่าทอสาปแช่งดังกังวานก้องพวกมันคือผู้หยิ่งยโสที่ไม่อาจทนรับความอัปยศอดสู! การที่ 'หลงอวี่' และ 'เฟิ่งเทียน' รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ของเผ่าพันธุ์ ต้องลดตัวลงไปสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ ซักอาภรณ์ กวาดพื้น และเข้าครัวทำอาหารให้แก่สตรี ถือเป็นการเหยียบย่ำเกียรติยศระดับล้างเผ่าพันธุ์! กองทัพนับแสนจึงหมายมั่นจะมาบดขยี้วังมาร และฉุดกระชากองค์ชายของพวกตนกลับคืนสู่อำนาจ!ภายในลานซักล้างเบื้องหน้าตำหนักนิทรานิรันดร์...สองยอดบุรุษผู้ถูกลดขั้นเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน กำลังขะมักเขม้นกับภาระหน้าที่ หลงอวี่สวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าคราม สองมือแกร่งกำลังบิดผ้าห่มไหมสวรรค์จ

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 402 : [ตอนพิเศษ 3] ทัณฑ์ปรนนิบัติแห่งเถ้าแก่เนี่ย

    ประกายแสงสีฟ้าครามเรืองรองลอดผ่านรอยแยกของกล่องไม้จันทน์หอมหยกลายเมฆา กลิ่นไอดินหลังอสนีบาตฟาดฟัน ผสานกับความเย็นยะเยือกของยุคบรรพกาลลอยอวลเตะจมูก ภายในหอคลังจันทราโลหิตที่อร่ามเรืองด้วยกองทองคำ มู่ฉี ยอดโจรตีนแมวผู้เลื่อนขั้นเป็นสามีแห่งวังมาร ยืนยืดอกด้วยท่วงท่าสง่างาม สองมือแกร่งประคองกล่องไม้จันทน์ยื่นไปเบื้องหน้าดรุณีโฉมสะคราญอย่างนอบน้อมภายในกล่องกำมะหยี่สีเลือด บรรจุ 'ปิ่นปักผมหยาดน้ำค้างบรรพกาล' เครื่องประดับชิ้นเอกที่สกัดจากแก่นวารีบริสุทธิ์นับหมื่นปี ทอประกายระยิบระยับหยอกเย้าแสงสว่างม่อหยวน เถ้าแก่เนี่ยน้อยแห่งอเวจี เลิกคิ้วเรียวงาม นัยน์ตาสีอำพันที่เคยมองทุกสิ่งเป็นเพียงผลกำไร บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนลึกซึ้ง ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มหวานล้ำประดุจบุปผาสวรรค์ผลิบาน ดรุณีน้อยหยิบปิ่นหยกขึ้นมาลูบไล้ ความปีติยินดีเอ่อล้นเมื่อตระหนักว่า ทาสรักผู้เคยยากไร้ บัดนี้รู้จักเก็บหอมรอมริบเบี้ยหวัดส่วนตัว เพื่อสร้างความโรแมนติกปรนเปรอภรรยา"งดงามยิ่งนัก... สามีข้าช่างรู้ใจ" สุรเสียงหวานใสเอ่ยชมเชย ปลายนิ้วเล็กจ้อยไล้ไปตามสลักลวดลายวิจิตร "ของล้ำค่าปานนี้... เจ้าไปประมูลมาด้วยราคาเท่าใดหรือ?

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 401 : [ตอนพิเศษ 2] ปิ้งย่างวิหคสวรรค์ยามวิกาล

    ความมืดมิดยามวิกาลกลืนกินทุกสรรพสิ่งในตำหนักโอสถพิษ ความเงียบสงัดระดับก้นบึ้งปรโลกเข้าครอบงำจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงละอองน้ำค้างหยดกระทบใบไม้ทว่า... ความสงบสุขอันเป็นนิรันดร์นั้น กลับถูกฉีกกระชากลงด้วยสรรพเสียงกัมปนาทที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์อสูรบรรพกาล!โครก... คราก... ครืดดด!!!คลื่นเสียงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นประดุจแผ่นดินไหว บดขยี้ความเงียบงันจนแหลกละเอียด! ต้นกำเนิดของมหันตภัยหาใช่อื่นใด แต่มันดังมาจากช่องท้องของสตรีที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนแท่นบรรทมหยกดำ!ไป๋หลิง ดรุณีกระเพาะหลุมดำผู้ครอบครองตำแหน่งฮูหยินรองแห่งอเวจี นอนพลิกซ้ายตะแคงขวาอย่างกระสับกระส่าย สรีระอรชรบิดเร่าประดุจปลาขาดน้ำ สองมือเล็กจ้อยกุมหน้าท้องแบนราบที่กำลังประท้วงอย่างเกรี้ยวกราด อาการกำเริบของความหิวโหยระดับกลืนกินเอกภพ ปะทุเดือดขึ้นกลางดึกอย่างไม่อาจต้านทาน!"ฟูจวิน... ฟูจวินตื่นเถิด..."สุรเสียงหวานใสยานคางคร่ำครวญเจียนขาดใจ ไป๋หลิงยื่นมือไปเขย่าท่อนแขนกำยำของบุรุษข้างกายอย่างบ้าคลั่ง เขย่ารุนแรงเสียจนเตียงหยกศิลาสั่นสะเทือน!ม่อเหยียน องค์ชายรองแห่งอเวจี ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน นัยน์ตาสีเพลิง

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 400 : [ตอนพิเศษ 1] รอยจุมพิตสยบฮูหยิน

    แสงสุริยันสีเลือดแห่งทวีปอเวจี สาดส่องกระทบลานฝึกศิลาโลหิตที่เคยกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยกลิ่นอายดิบเถื่อน ทว่าบัดนี้ สถานที่ซึ่งเคยคลุ้งไปด้วยควันเนื้อย่างและเศษไหสุราแตกกระจาย กลับสะอาดสะอ้านเงาวับจนสามารถใช้ส่องแทนคันฉ่องได้ กองทัพมารเดนตายนับแสนนายที่เคยเดินเตะฝุ่นย่ำสลบไร้ทิศทาง กำลังยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งตรงแหน่วประดุจถูกไม้บรรทัดเหล็กหล่อดัดสันหลังเบื้องหน้ากองกำลังที่สั่นสะท้านดุจลูกนกเปียกฝน ลู่หลิน ฮูหยินใหญ่แห่งวังจันทราโลหิต ก้าวเดินตรวจตราด้วยท่วงท่าสง่างามและเข้มงวดขั้นสุด อาภรณ์แพรไหมสีฟ้าครามแห่งสำนักกระบี่ฟ้า พลิ้วไหวขัดแย้งกับบรรยากาศขุมนรกอย่างสิ้นเชิง ในมือเรียวขาวผ่องถือ 'ม้วนตำรากฎระเบียบสามพันข้อ' ม้วนใหญ่หนาเตอะที่เพิ่งบัญญัติขึ้นใหม่ ปลายนิ้วตวัดชี้ไปยังขุนพลร่างยักษ์เขี้ยวโง้งที่กำลังแอบซ่อนน้ำเต้าบรรจุเมรัยไว้ด้านหลัง"กฎข้อที่สี่ร้อยแปดสิบสอง ห้ามขุนพลทุกนายแตะต้องสุราในยามเข้าเวรยาม!" สุรเสียงกังวานใสแผดก้องประดุจสายฟ้าฟาดทะลวงโสตประสาท "พวกเจ้าเป็นถึงกองกำลังปกป้องสิบทิศใต้การนำของราชันย์ทัพหน้า ไฉนจึงทำตัวเหลวไหลเยี่ยงโจรป่าไร้การศึกษา โยนน้ำเมาโสโ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status