Share

บทที่ 8 : มังกรเสียท่า

last update Last Updated: 2026-02-05 07:20:34

ความเงียบงันกลับคืนสู่โถงถ้ำเมฆาหยกชั่วคราวเมื่อไป๋เยว่เดินหายเข้าไปด้านในเพื่อหาสมุนไพรมาทาแผลให้เสี่ยวฮวา ทิ้งให้องค์ชายมังกรผู้บาดเจ็บยืนขบกรามแน่นอยู่เพียงลำพังกับคู่กรณี

ความเจ็บปวดแสบร้อนบริเวณหน้าขาแล่นพล่านขึ้นมาเป็นระลอก ผสมปนเปกับความอับอายที่ถูกสุนัขจิ้งจอกชั้นต่ำทำร้ายจนเสียกิริยาต่อหน้าหญิงงาม ไป๋หลงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มกลั้นโทสะที่ปะทุเดือดดาลดั่งภูเขาไฟใต้สมุทร

ดวงตามังกรหรี่ลง จ้องเขม็งไปยังก้อนขนสีแดงที่นั่งเลียอุ้งเท้าอยู่อย่างสบายอารมณ์ริมระเบียงหิน ใกล้กับปากเหวที่มองลงไปเห็นเมฆหมอกไหลเอื่อย

โอกาสทองมาถึงแล้ว... ไร้เงาของไป๋เยว่ ไร้สายตาจับจ้องจากนาง

มุมปากขององค์ชายมังกรกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม รัศมีกดดันของเผ่าพันธุ์สัตว์เทพแผ่ออกมาจากร่างทีละน้อย เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวจ้อยอย่างเงียบเชียบ รองเท้าหุ้มข้อบดขยี้ฝุ่นผงบนพื้นหินจนเกิดเสียงแผ่วเบาที่ฟังดูคล้ายเสียงมัจจุราชย่างสามขุม

ในใจหมายมาดว่าเจ้าเดรัจฉานชั้นต่ำตนนี้บังอาจทำองค์ชายรัชทายาทเช่นเขาขายหน้า มันสมควรตาย!

ไป๋หลงรวบรวมลมปราณไว้ที่ปลายเท้า ตั้งใจจะใช้ลูกเตะเพียงครั้งเดียวส่งร่างเล็กจ้อยนั่นให้ลอยละลิ่วตกลงไปกระแทกโขดหินเบื้องล่าง ให้มันแหลกเหลวกลายเป็นเศษเนื้อที่ไม่มีใครจำได้ แล้วค่อยกุเรื่องบอกไป๋เยว่ว่ามันซุกซนจนพลัดตกเขาไปเอง

ระยะห่างหดสั้นลงเหลือเพียงสองก้าว เงาทะมึนขององค์ชายมังกรทาบทับลงบนร่างของเสี่ยวฮวา

ไป๋หลงง้างเท้าขึ้น เส้นเอ็นที่ขาเกร็งเขม็งเตรียมส่งแรงกระแทกมหาศาลเข้าใส่สีข้างของเป้าหมายเพื่อปลิดชีพมันเสียเดี๋ยวนี้!

ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ฝ่าเท้ากำลังจะพุ่งออกไป...

จิ้งจอกแดงตัวน้อยที่ควรจะตื่นตระหนกวิ่งหนี กลับหยุดการเลียอุ้งเท้า แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาอย่างเชื่องช้า ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก

นัยน์ตาสีอำพันใสซื่อคู่นั้น พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิตเข้มข้น!

บรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้งขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับแผ่นฟ้าถล่มลงมาทับแผ่นดิน

ความยะเยือกเย็นเฉียบแทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ จนไอน้ำในอากาศจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราวตามผนังถ้ำ กลิ่นหอมหวานของดอกท้อถูกกลบสิ้น แทนที่ด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งและกลิ่นอายความตายที่ชวนให้หายใจไม่ออก

ไป๋หลงชะงักค้าง เท้าที่ง้างค้างไว้กลางอากาศสั่นระริก มิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว ราวกับถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นตรึงร่างไว้

ภาพที่สะท้อนอยู่ในม่านตาขององค์ชายมังกร มิใช่ลูกสุนัขจิ้งจอกตัวจ้อยอีกต่อไป...

เบื้องหลังร่างเล็กสีแดงนั้น ปรากฏเงาทะมึนขนาดมหึมาซ้อนทับขึ้นมา เงาร่างนั้นสูงเสียดฟ้าบดบังแสงตะวันจนมืดมิด ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาเป็นรูปปีศาจร้ายที่มีเขี้ยวโง้งยาวและดวงตาสีเลือดคู่ยักษ์

จิตสังหารที่รุนแรงและบริสุทธิ์ถึงขีดสุดถูกปลดปล่อยออกมาเพียงชั่วพริบตาเดียวเหมือนคมดาบเย็นเฉียบที่จ่อเข้าที่ลำคอหอย

มันคือจิตสังหารของราชันย์... ผู้ยืนตระหง่านอยู่เหนือสรรพชีวิตทั้งปวง!

สัญชาตญาณสัตว์เทพของมังกรกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ ร่างกายของไป๋หลงแข็งทื่อดั่งหินสลัก เหงื่อกาฬไหลพรากออกมาจนชุ่มแผ่นหลัง ขนทั่วสรรพางค์กายลุกชันด้วยความสยดสยองที่แล่นพล่านจากไขสันหลังขึ้นสมอง

เขาเคยเผชิญหน้ากับปีศาจทะเลลึกมานับพัน เคยสู้กับอสูรกายยักษ์มานับร้อย แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขารู้สึกเหมือนมดปลวกที่กำลังจะถูกบดขยี้เช่นนี้

เข่าทั้งสองข้างขององค์ชายมังกรสั่นระริกกระทบกันดัง กึกๆ ลมหายใจติดขัดราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดลำคอจนแน่น

ม่อซางในร่างจิ้งจอกเพียงแค่นั่งนิ่งๆ จ้องมององค์ชายมังกรด้วยสายตาเรียบเฉยที่แฝงความเหยียดหยาม มุมปากขยับยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นเขี้ยวขาววาววับ ราวกับจะท้าทายว่า...

'หากกล้าแลกขากับชีวิต ก็ลองเตะดู'

แรงกดดันมหาศาลบีบคั้นหัวใจมังกรจนแทบหยุดเต้น ไป๋หลงรู้สึกหน้ามืดตาลาย เข่าอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปคุกเข่ากราบกรานขอชีวิต สายตาของเงาปีศาจร่างยักษ์นั่นเหมือนกำลังขับไล่ไสส่งให้เขารีบไปให้พ้นหน้าก่อนที่มันจะเปลี่ยนใจกระชากวิญญาณเขา

ความเงียบอันน่าอึดอัดดำเนินไปเพียงไม่กี่ลมหายใจ แต่สำหรับไป๋หลง มันยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์

กุบ... กับ...

เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจากด้านในถ้ำ ทำลายภวังค์ความตายลง ไป๋เยว่เดินออกมาพร้อมตลับยาสมุนไพรในมือ

วูบ!

รัศมีอำมหิตและเงาปีศาจสลายวับไปในพริบตา ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง ม่อซางกลับมาเป็นเพียงจิ้งจอกน้อยแสนเชื่องที่นั่งกระดิกหางตาใสแป๋ว แลบลิ้นรอคอยเจ้าของ

"เฮือก!"

ไป๋หลงสะดุ้งโหยง สูบอากาศเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม ขาที่ยกค้างไว้ร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังทึบ ร่างกายยังคงสั่นเทิ้มมิหาย

ไป๋เยว่เลิกคิ้วมองอาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญด้วยความประหลาดใจ นางถามไถ่ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

"เป็นอันใดไปท่านองค์ชาย? เหตุใดจึงหน้าซีดเผือดปานไก่ต้มเช่นนั้น หรือพิษน้ำชายังมิจางหาย?"

ไป๋หลงสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงนาง เขาถอยกรูดไปด้านหลังอย่างลืมตัว สายตาลอกแลกหวาดระแวง เหลือบมองเจ้าก้อนขนสีแดงที่นั่งทำหน้าซื่อตาใสอยู่ข้างเท้านางเอกสลับกับใบหน้าของไป๋เยว่

ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมจิตใจจนปากคอสั่น องค์ชายมังกรผู้สง่างาม บัดนี้มีสภาพไม่ต่างจากนกที่ตื่นเกาทัณฑ์

"ข...ข้า... ข้าขอตัวไปทำแผลในห้องรับรองก่อน!"

เขารีบกล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักลิ้นแทบพันกัน แล้วเดินหนีบขาด้วยท่าทางทุลักทุเลดุจเป็ดง่อย หลบสายตาอำมหิตของเจ้าก้อนขนสีแดง ตรงดิ่งไปยังห้องรับรองแขกด้านข้างถ้ำเพื่อสงบสติอารมณ์และจัดการบาดแผล... และเพื่อหนีจากมัจจุราชตัวน้อยตนนั้น!

ไป๋เยว่มองตามหลังเขาไป พลางส่ายหน้าเบาๆ บ่นพึมพำว่าคนผู้นี้ประหลาดนัก เดี๋ยวก็ร้องเจ็บ เดี๋ยวก็หน้าซีด ก่อนจะก้มลงเกาคางเสี่ยวฮวาอย่างเอ็นดู

โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่า... จิ้งจอกน้อยในอ้อมแขนกำลังลอบแสยะยิ้มเย็นเยียบส่งตามหลังศัตรูหัวใจไป พร้อมกับความคิดที่ดังก้องในใจ

'คิดจะแตะต้องคนของเปิ่นหวาง... เร็วไปหมื่นปีไอ้ลูกจิ้งจก'

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 405 : ตำนานปลาเค็มอันเป็นนิรันดร์

    วัฏสงสารแห่งห้วงจักรวาลเบื้องนอกหมุนวนเปลี่ยนผ่านอย่างเกรี้ยวกราดและไร้ความปรานี กาลเวลาไหลทะลักล่วงเลยเนิ่นนานนับหมื่นปี ดาราจักรนับล้านดวงจุติขึ้นส่องประกายเจิดจรัส ก่อนจะดับสูญแตกสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นธุลีดารา อาณาจักรเซียนรุ่งเรืองและล่มสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่า... ภายใต้ ‘ค่ายกลปิดตายระดับมหาปฐมกาล’ ที่กางกั้นครอบคลุม ‘ห้องหอหยกเหมันต์’ กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและมิติธาตุทั้งปวง กลับถูกแช่แข็งให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ประดุจเพิ่งผ่านพ้นไปเพียงเสี้ยวราตรี!ความเงียบสงัดระดับเอกเทศ โอบกอดกลิ่นหอมหวนของกำยานสวรรค์และละอองกลีบท้อโลหิตที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา บนแท่นบรรทมอันวิจิตรตระการตา ไป๋เยว่ ราชินีมารยาแห่งวังจันทราโลหิต ค่อยๆ ปรือตาดอกท้อขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตาหนางอนกะพริบไหวขับไล่ความง่วงงุนการจำศีลพักผ่อนที่ยาวนานและแสนหวานที่สุดในประวัติศาสตร์สามภพเพิ่งจะสิ้นสุดลง ดรุณีโฉมสะคราญขยับสรีระอรชรบิดขี้เกียจ ก่อนจะแย้มยิ้มละมุนเมื่อพบว่า สภาพแวดล้อมแรกที่สะท้อนเข้าสู่นัยน์ตา หาใช่เพดานตำหนัก ทว่านางยังคงซุกตัวอย่างปลอดภัยและอบอุ่น อยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งดุจปราการเหล็กกล้าของ ‘ม่อซาง’ จอมมารผู้ยิ

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 404 : [ตอนพิเศษ 5] ของขวัญชิ้นเอกแด่มารดา

    ความเงียบเหงาอันแสนวิเวกวังเวง เข้าครอบงำท้องพระโรงแห่งวิหารจันทราโลหิต กลิ่นอายมหาปฐมมารที่เคยแผ่ซ่านกดทับสิบทิศเจือจางลงจนแทบสัมผัสไม่ได้ บัลลังก์ศิลาโลหิตที่เคยเป็นที่ประทับของจอมมารและราชินี บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นเยียบ ไร้ซึ่งเงาของผู้ให้กำเนิดที่หนีไปจำศีลพลอดรักในเขตหวงห้ามเบื้องล่างขั้นบันไดหยก ทายาทสายเลือดอเวจีทั้งห้าพระองค์ นั่งล้อมวงกันด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยความห่อเหี่ยวและเบื่อหน่าย ม่อเทียนนั่งขัดสมาธิเช็ดคมกระบี่ ม่อเหยียนฝนเข็มพิษอย่างเลื่อนลอย ม่อหยวนดีดลูกคิดอย่างไร้จุดหมาย ส่วนจิ้งเหมียนและหย่งหล่านนอนเกยทับกันบนพรมขนสัตว์ หาววอดจนน้ำตาเล็ดแม้ก้อนแป้งทั้งห้าจะแผลงฤทธิ์ป่วนจักรวาลมานักต่อนัก ทว่าเมื่อบิดามารดาหายหน้าไป ความรู้สึกโหวงเหวงก็ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในซอกหลืบของหัวใจ"ท่านพ่อกับท่านแม่หนีไปนอนพักผ่อนกันสองต่อสอง... ปล่อยให้พวกเราต้องมานั่งเฝ้าความว่างเปล่าเยี่ยงนี้ ช่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก" หย่งหล่านบ่นพึมพำ สุรเสียงยานคางเจือแววงอแง"ต่อให้คิดถึงเพียงใด พวกเราก็หาญกล้าไปเคาะประตูตำหนักหยกเหมันต์ไม่ได้หรอกนะ" ม่อเทียนเอ่ยทำลายความเงียบ สุรเสียงทุ้มต่ำแฝงควา

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 403 : [ตอนพิเศษ 4] ดัชนีปลาเค็มกวาดล้างสิบทิศ

    กังวานเภรีรบที่ขึงด้วยหนังมังกรบรรพกาล ดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนแผ่นดิน! คลื่นเสียงอัดกระแทกทำลายล้างความเงียบสงบของวังจันทราโลหิตจนกระเบื้องหยกดำบนหลังคาสั่นระริกนภากาศเบื้องบนที่เคยทอประกายแสงสุริยันสีเลือด บัดนี้ถูกบดบังด้วยเงาทะมึนของกองทัพมหึมานับแสนชีวิต!'กองกำลังพันธมิตรกบฏ' แห่งเผ่ามังกรสวรรค์และเผ่าวิหคเพลิงอมตะ ยกทัพมาตั้งประจันหน้าหมายล้อมกรอบอเวจี เหล่าขุนพลเฒ่าและผู้อาวุโสสวมชุดเกราะทองคำส่องประกายบาดตา ธงรบโบกสะบัดพร้อมสรรพเสียงก่นด่าทอสาปแช่งดังกังวานก้องพวกมันคือผู้หยิ่งยโสที่ไม่อาจทนรับความอัปยศอดสู! การที่ 'หลงอวี่' และ 'เฟิ่งเทียน' รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ของเผ่าพันธุ์ ต้องลดตัวลงไปสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ ซักอาภรณ์ กวาดพื้น และเข้าครัวทำอาหารให้แก่สตรี ถือเป็นการเหยียบย่ำเกียรติยศระดับล้างเผ่าพันธุ์! กองทัพนับแสนจึงหมายมั่นจะมาบดขยี้วังมาร และฉุดกระชากองค์ชายของพวกตนกลับคืนสู่อำนาจ!ภายในลานซักล้างเบื้องหน้าตำหนักนิทรานิรันดร์...สองยอดบุรุษผู้ถูกลดขั้นเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน กำลังขะมักเขม้นกับภาระหน้าที่ หลงอวี่สวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าคราม สองมือแกร่งกำลังบิดผ้าห่มไหมสวรรค์จ

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 402 : [ตอนพิเศษ 3] ทัณฑ์ปรนนิบัติแห่งเถ้าแก่เนี่ย

    ประกายแสงสีฟ้าครามเรืองรองลอดผ่านรอยแยกของกล่องไม้จันทน์หอมหยกลายเมฆา กลิ่นไอดินหลังอสนีบาตฟาดฟัน ผสานกับความเย็นยะเยือกของยุคบรรพกาลลอยอวลเตะจมูก ภายในหอคลังจันทราโลหิตที่อร่ามเรืองด้วยกองทองคำ มู่ฉี ยอดโจรตีนแมวผู้เลื่อนขั้นเป็นสามีแห่งวังมาร ยืนยืดอกด้วยท่วงท่าสง่างาม สองมือแกร่งประคองกล่องไม้จันทน์ยื่นไปเบื้องหน้าดรุณีโฉมสะคราญอย่างนอบน้อมภายในกล่องกำมะหยี่สีเลือด บรรจุ 'ปิ่นปักผมหยาดน้ำค้างบรรพกาล' เครื่องประดับชิ้นเอกที่สกัดจากแก่นวารีบริสุทธิ์นับหมื่นปี ทอประกายระยิบระยับหยอกเย้าแสงสว่างม่อหยวน เถ้าแก่เนี่ยน้อยแห่งอเวจี เลิกคิ้วเรียวงาม นัยน์ตาสีอำพันที่เคยมองทุกสิ่งเป็นเพียงผลกำไร บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนลึกซึ้ง ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มหวานล้ำประดุจบุปผาสวรรค์ผลิบาน ดรุณีน้อยหยิบปิ่นหยกขึ้นมาลูบไล้ ความปีติยินดีเอ่อล้นเมื่อตระหนักว่า ทาสรักผู้เคยยากไร้ บัดนี้รู้จักเก็บหอมรอมริบเบี้ยหวัดส่วนตัว เพื่อสร้างความโรแมนติกปรนเปรอภรรยา"งดงามยิ่งนัก... สามีข้าช่างรู้ใจ" สุรเสียงหวานใสเอ่ยชมเชย ปลายนิ้วเล็กจ้อยไล้ไปตามสลักลวดลายวิจิตร "ของล้ำค่าปานนี้... เจ้าไปประมูลมาด้วยราคาเท่าใดหรือ?

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 401 : [ตอนพิเศษ 2] ปิ้งย่างวิหคสวรรค์ยามวิกาล

    ความมืดมิดยามวิกาลกลืนกินทุกสรรพสิ่งในตำหนักโอสถพิษ ความเงียบสงัดระดับก้นบึ้งปรโลกเข้าครอบงำจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงละอองน้ำค้างหยดกระทบใบไม้ทว่า... ความสงบสุขอันเป็นนิรันดร์นั้น กลับถูกฉีกกระชากลงด้วยสรรพเสียงกัมปนาทที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์อสูรบรรพกาล!โครก... คราก... ครืดดด!!!คลื่นเสียงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นประดุจแผ่นดินไหว บดขยี้ความเงียบงันจนแหลกละเอียด! ต้นกำเนิดของมหันตภัยหาใช่อื่นใด แต่มันดังมาจากช่องท้องของสตรีที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนแท่นบรรทมหยกดำ!ไป๋หลิง ดรุณีกระเพาะหลุมดำผู้ครอบครองตำแหน่งฮูหยินรองแห่งอเวจี นอนพลิกซ้ายตะแคงขวาอย่างกระสับกระส่าย สรีระอรชรบิดเร่าประดุจปลาขาดน้ำ สองมือเล็กจ้อยกุมหน้าท้องแบนราบที่กำลังประท้วงอย่างเกรี้ยวกราด อาการกำเริบของความหิวโหยระดับกลืนกินเอกภพ ปะทุเดือดขึ้นกลางดึกอย่างไม่อาจต้านทาน!"ฟูจวิน... ฟูจวินตื่นเถิด..."สุรเสียงหวานใสยานคางคร่ำครวญเจียนขาดใจ ไป๋หลิงยื่นมือไปเขย่าท่อนแขนกำยำของบุรุษข้างกายอย่างบ้าคลั่ง เขย่ารุนแรงเสียจนเตียงหยกศิลาสั่นสะเทือน!ม่อเหยียน องค์ชายรองแห่งอเวจี ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน นัยน์ตาสีเพลิง

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 400 : [ตอนพิเศษ 1] รอยจุมพิตสยบฮูหยิน

    แสงสุริยันสีเลือดแห่งทวีปอเวจี สาดส่องกระทบลานฝึกศิลาโลหิตที่เคยกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยกลิ่นอายดิบเถื่อน ทว่าบัดนี้ สถานที่ซึ่งเคยคลุ้งไปด้วยควันเนื้อย่างและเศษไหสุราแตกกระจาย กลับสะอาดสะอ้านเงาวับจนสามารถใช้ส่องแทนคันฉ่องได้ กองทัพมารเดนตายนับแสนนายที่เคยเดินเตะฝุ่นย่ำสลบไร้ทิศทาง กำลังยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งตรงแหน่วประดุจถูกไม้บรรทัดเหล็กหล่อดัดสันหลังเบื้องหน้ากองกำลังที่สั่นสะท้านดุจลูกนกเปียกฝน ลู่หลิน ฮูหยินใหญ่แห่งวังจันทราโลหิต ก้าวเดินตรวจตราด้วยท่วงท่าสง่างามและเข้มงวดขั้นสุด อาภรณ์แพรไหมสีฟ้าครามแห่งสำนักกระบี่ฟ้า พลิ้วไหวขัดแย้งกับบรรยากาศขุมนรกอย่างสิ้นเชิง ในมือเรียวขาวผ่องถือ 'ม้วนตำรากฎระเบียบสามพันข้อ' ม้วนใหญ่หนาเตอะที่เพิ่งบัญญัติขึ้นใหม่ ปลายนิ้วตวัดชี้ไปยังขุนพลร่างยักษ์เขี้ยวโง้งที่กำลังแอบซ่อนน้ำเต้าบรรจุเมรัยไว้ด้านหลัง"กฎข้อที่สี่ร้อยแปดสิบสอง ห้ามขุนพลทุกนายแตะต้องสุราในยามเข้าเวรยาม!" สุรเสียงกังวานใสแผดก้องประดุจสายฟ้าฟาดทะลวงโสตประสาท "พวกเจ้าเป็นถึงกองกำลังปกป้องสิบทิศใต้การนำของราชันย์ทัพหน้า ไฉนจึงทำตัวเหลวไหลเยี่ยงโจรป่าไร้การศึกษา โยนน้ำเมาโสโ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status