Share

บทที่ 5 - [ ใคร ? ]

Penulis: ต้ตสน
last update Tanggal publikasi: 2026-03-01 22:47:29

"คุณ เป็นใครกันแน่คะ?" ลิลิธเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ในใจเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว แต่ความสงสัยกลับมีอำนาจเหนือกว่าในวินาทีนั้น

ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากที่ดูเยือกเย็นแต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอเย็นของสายฝน

"คำถามนั้น ฉันควรเป็นฝ่ายถามเธอมากกว่า"

เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบปีกของค้างคาวตัวน้อยที่เกาะอยู่บนไหล่เบาๆ เจ้าสัตว์ปีกส่งเสียงร้องแหลมเล็กตอบรับ ราวกับมันกำลังขบเคี้ยวเพชรสีแดงในปากด้วยความสำราญ ก่อนที่เขาจะเบนสายตามาที่ซองเอกสารในมือ

"มองเห็นจริงๆ ด้วยสินะ"

เขาพึมพำออกมา เสียงนั้นไม่ได้มีความโกรธเคือง ทว่ากลับแฝงไปด้วยความฉงนสงสัยที่ดูจะทำให้เขารู้สึกสนุกขึ้นมาเล็กน้อย เขาขยับกายเข้าไปใกล้ลิลิธอีกนิดจนเธอสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของเขาที่ดูจะเย็นเฉียบยิ่งกว่าอากาศในห้องนี้เสียอีก

"ปกติแล้ว เลขาคนก่อนๆ จะเดินเข้ามาวางเอกสารแล้วก็เดินออกไปเหมือนคนตาบอด พวกเขาเห็นแค่ความว่างเปล่า เห็นแค่โต๊ะที่ไม่มีใครนั่ง และเห็นแค่ความเงียบที่ฉันจงใจสร้างขึ้น"

เขากล่าวพลางเอียงคอเล็กน้อย ปอยผมสีดำสนิทปะหน้าผากนิ่งสนิทไร้การไหวติงแม้จะมีลมพัดมาจากหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้

"แต่เธอ เธอมองตามฉันตั้งแต่ในลิฟต์ เธอขอโทษฉันตอนที่กระป๋องน้ำนั่นกลิ้งมาโดน และตอนนี้ เธอก็กำลังจ้องมองฉันด้วยความกลัวที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในรอบหลายปี"

เขายื่นมือออกมาขยับปกเสื้อสูทของตนเองให้เข้าที่ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางของหญิงสาวขึ้นเบาๆ เพื่อให้ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันได้ถนัดถนี่ขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วของเขานั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่เพิ่งถูกดึงออกมาจากช่องแช่แข็งไม่มีผิด

"บอกชื่อเธอมาสิ แม้ฉันจะรู้จากประวัติการทำงานแล้ว แต่วินาทีนี้ฉันอยากได้ยินมันจากปากของเธอมากกว่า"

เขายิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูใจดีอย่างที่ลิลิธเคยนึกฝัน แต่มันกลับดูเหมือนนักล่าที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อที่หลงเข้ามาในรังของตนโดยไม่รู้ตัว

"ลิลิธใช่ไหม? พนักงานเลขาที่ 'บังเอิญ' มีคุณสมบัติที่ฉันต้องการพอดี"

เขาลดมือลงแล้วเดินอ้อมไปนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงไฟนีออนที่กะพริบไหวทำให้เงาของเขาพาดทับไปบนผนังดูราวกับปีกขนาดมหึมาที่กำลังสยายออก ค้างคาวตัวน้อยบินร่อนลงมาเกาะที่ขอบโต๊ะ คายเม็ดเพชรสีแดงเข้มลงบนฝ่ามือของเขาอย่างรู้หน้าที่

"รู้ไหมว่าทำไมผมถึงให้คุณรอหนึ่งนาที?" อีกฝ่ายถามขึ้นพลางจ้องมองมายังลิลิธไม่วางตา

"..เพราะผมอยากมั่นใจว่าเธอ 'เห็น' ผมจริงๆ ยังไงล่ะ" หลังพูดจบ เขาก็เดินไปนั่งลงบนโซฟา จากนั้นก็ผายมือเพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งลงที่ตรงข้ามกับเขา

"นั่งลงก่อนเถอะ คืนนี้ถือซะว่าทำโอทีก็แล้วกัน เพราะ.. เราต้องคุยกันอีกยาวเลย" เขายิ้มพลางประสานมือ สายตาที่จ้องมองหญิงสาวนั้นแทบไม่ต่างอะไรกับนักล่าที่จ้องจะตระครุบเหยื่อแม้แต่นิด

ลิลิธเริ่มเหงื่อตก เธอกลืนน้ำลายลงคอเพราะความประม่า

หวังว่าคืนนี้..จะไม่มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 13 - [ จบงาน ]

    ความเงียบที่โรยตัวลงมาในห้องนั่งเล่นนั้นช่างบีบคั้น มันเป็นความเงียบที่มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างทุรนทุรายของเรนิตาและเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รอใคร ลิลิธจ้องมองกระจกบานเล็กที่ถูกทิ้งอยู่บนพรม มันไม่ได้แตกกระจาย ทว่าเงาสีดำที่วนเวียนอยู่ในนั้นกลับดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามความหวาดกลัวของเจ้าของห้อง เรนิตาซบหน้าลงกับฝ่ามือที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มจนลิลิธเกรงว่าเธอจะแตกสลายไปจริงๆ ในวินาทีนั้นเอง ลิลิธเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังดาราสาว ธีรภัทรยังคงยืนนิ่งสนิท ท่าทางของเขาดูสูงส่งและเย็นชาดุจรูปสลัก ทว่าเมื่อแสงสว่างรำไรจากภายนอกส่องมากระทบเสี้ยวหน้าของเขา ลิลิธกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ต่างออกไป แววตาของเขาไม่ได้มีความสะใจหรือความโหดเหี้ยม มันเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ลึกซึ้ง ราวกับเขาเคยเห็นฉากโศกนาฏกรรมเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับพันครั้งจนมันกลายเป็นเรื่องปกติที่น่าเศร้าใจ เขาไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบด้วยท่าทีคุกคาม แต่เขากลับรอคอยอย่างอดทนเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังมองดูเด็กที่หลงทาง "เลือกสิครับ เรนิตา" เสียงของธีรภ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 12 - [ สิ่งที่ต้องแลก ]

    โถงห้องนั่งเล่นกว้างขวางภายในเพนท์เฮาส์หรูที่ควรจะดูสง่างาม กลับให้ความรู้สึกเหมือนศาลเจ้าที่ถูกทิ้งร้าง แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดผ่านผ้าม่านไม่ได้ช่วยให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น กลิ่นหอมหวานเอียนของดอกลิลลี่ที่วางอยู่ตามมุมห้องกำลังแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นที่น่าอึดอัด ลิลิธพยายามระงับอาการมือสั่นขณะที่จ้องมองดาราสาวตรงหน้า ผิวพรรณของเรนิตาที่เคยดูเปล่งปลั่งในนิตยสาร บัดนี้กลับดูหยาบกร้านและซีดเทาเหมือนขี้ผึ้งที่กำลังละลาย"ความสุข งั้นเหรอ?" เรนิตาหัวเราะออกมา แต่มันเป็นเสียงสำลักที่ฟังดูแห้งผากราวกับไม่มีน้ำลายอยู่ในลำคอแม้แต่หยดเดียว "ชื่อเสียง เงินทอง ทุกคนก้มหัวให้ฉัน นั่นไม่ใช่ความสุขหรือไง?"เธอพยายามจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แต่มือที่สั่นเทากลับทำให้น้ำหกกระเซ็นลงบนชุดเดรสไหมราคาแพง ลิลิธเห็นความอัปยศพาดผ่านดวงตาที่ลึกโหลของดาราสาวเพียงวูบเดียว ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ดูน่าเวทนา"บอกเธอสิลิลิธ" เสียงของธีรภัทรดังขึ้นข้างใบหูของหญิงสาว เขาไม่ได้ขยับตัวจากจุดที่ยืนอยู่หลังโซฟาของเรนิตา แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนแทบจะชิดกับกลุ่มผมของดาราสาว "บอกเธอว่าความสุขที่แลกมาด้วย

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 11 - [ สัญญา ]

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้ากว้างขึ้นทุกที รถลีมูซีนสีดำสนิทเลี้ยวเข้าสู่ย่านพักอาศัยระดับหรูที่เงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ภายในรถที่ปิดม่านทึบ ลิลิธยังคงนั่งตัวเกร็งพลางกุมซองหนังสีดำไว้ในอุ้งมือที่ชื้นเหงื่อ คำถามมากมายพรั่งพรูอยู่ในหัว แต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงๆ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของธีรภัทรเอนหลังพิงเบาะ หลับตาลงอย่างสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ลมหายใจ"บอสคะ แล้วถ้าเรนิตาเธอยัง 'สภาพดี' บอสจะต่อสัญญาให้เธอใช่ไหมคะ?" ลิลิธตัดสินใจถามทำลายความเงียบ เสียงของเธอเบาหวิวเมื่อนึกถึงดาราสาวที่เคยเห็นในจอโทรทัศน์ ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยชื่อเสียงและเสน่ห์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงหนึ่งใน 'หมาก' ของแวมไพร์หนุ่มคนนี้ธีรภัทรไม่ลืมตา แต่กลับมีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "คำว่า 'สภาพดี' ของผมกับของมนุษย์มันต่างกันนะลิลิธ มนุษย์มองที่รูปลักษณ์ภายนอก ผิวพรรณ หรือความนิยม แต่ผมมองที่ 'ภาชนะ' ว่ามันยังเหลือพื้นที่ให้บรรจุพลังงานได้อีกแค่ไหน ถ้าดวงวิญญาณของเธอเหี่ยวเฉาจนไม่สามารถรองรับ 'พร' ของผมได้อีก การต่อสัญญาก็คือการทิ้งของเสียดีๆ นี่เอง"รถค่อยๆ ชะลอตัวและหยุดลงที่หน้าเพนท์เ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 10 - [ เริ่มงาน ]

    "บอสคะ แล้วอายุขัยที่ว่านั่น บอสเอาไปทำอะไรเหรอคะ?" ลิลิธถามขึ้นเบาๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงจอดรถชั้นใต้ดินที่ถูกปิดกั้นไว้เป็นส่วนตัวธีรภัทรก้าวเดินออกจากลิฟต์ตรงไปยังรถลีมูซีนสีดำสนิทที่จอดรออยู่เพียงคันเดียว ท่ามกลางความสลัวของไฟนีออนชั้นใต้ดิน ร่างของเขาดูราวกับหลอมรวมไปกับความมืดได้ทุกเมื่อ เขาหยุดฝีเท้าลงหน้าประตูรถที่ถูกเปิดออกโดยชายในชุดสูทสีเทาเข้มคนหนึ่งซึ่งลิลิธไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"ไซมอน นี่ลิลิธ เลขาคนใหม่ของฉัน" ธีรภัทรแนะนำสั้นๆไซมอน พนักงานขับรถวัยกลางคนที่มีใบหน้าเรียบเฉยจนดูเหมือนหุ่นยนต์ก้มหัวทักทายลิลิธเล็กน้อย "ยินดีที่ได้พบครับ คุณลิลิธ"ธีรภัทรก้าวเข้าไปนั่งด้านในก่อนจะผายมือให้ลิลิธตามเข้าไป เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงัดก็ครอบงำไปทั่วห้องโดยสารที่ถูกบุด้วยกำมะหยี่สีเข้ม ธีรภัทรหยิบกล่องสีดำสี่หลี่ยมเล็กๆ ออกมาจากที่เก็บของภายในรถแล้วเปิดมันออก จากนั้นเขาห็หยิบผลึกสีแดงนั้นขึ้นมาถือไว้ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ แสงไฟสีนวลในรถทำให้มันดูเหมือนดวงตาของอสุรกายที่กำลังจ้องมองกลับมา"มนุษย์มักจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการในเวลาอันสั้นครั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 9 - [ หน้าที่ใหม่ ]

    กริ๊ก เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อเธอเดินทางมาถึงหน้าโรงแรมคาร์ดอนเนียในเวลา 06:50 น. ตรงตามที่ตกลงกันไว้ บรรยากาศของโรงแรมหรูระดับห้าดาวในช่วงเช้ามืดดูเงียบเหงาแต่ทว่าเต็มไปด้วยความกดดันแปลกๆ ลิลิธกระชับซองหนังสีดำในมือแน่น ความเย็นของมันยังคงย้ำเตือนถึงสัมผัสของ 'บอส' เมื่อคืนนี้ "เชิญทางนี้ครับ คุณลิลิธ" ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท—ธีรภัทร—ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดินโรงแรม ราวกับเขาหลอมรวมอยู่กับเงาของเสาหินอ่อนมาตั้งแต่ต้น ลิลิธสะดุ้งเล็กน้อยแต่พยายามคุมสติให้มั่น ผิวของเขาดูขาวซีดยิ่งกว่าเมื่อคืนเมื่อต้องแสงไฟสีนวลของโรงแรม และเขายังคงไม่มีเงาสะท้อนบนพื้นหินอ่อนที่ขัดจนเงาวับ "บอส มาถึงนานแล้วเหรอคะ?" "ผมไม่ต้องนอนเหมือนมนุษย์ครับ" เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเดินนำไปทางห้องรับรองพิเศษที่อยู่ชั้นบนสุด "จำไว้นะลิลิธ ในที่ประชุมนี้ คุณไม่ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น หน้าที่ของคุณคือถ่ายทอดคำพูดของผมออกไปให้ชัดเจนที่สุด และห้ามเปิดซองหนังนั่นจนกว่าผมจะสั่ง" พรึ่บ! ประตูบานคู่ของห้องรับรองถูกเปิดออกโดยพนักงานโรงแรมที่ดูไร้วิญญาณ ภายในห้องนั้นมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขา

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 8 [ ตัดสินใจ ]

    "ห้าเท่า.."ลิลิธพึมพำออกมาเบาๆ จนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เธอจ้องมองหยดไวน์สีแดงเข้มที่เกาะอยู่ข้างแก้วในมือของธีรภัทร มันดูราวกับหยาดเลือดที่สดใหม่ท่ามกลางแสงไฟสลัว.. ดวงตาของเธอสั่นไหวเมื่อมองไปยังนาฬิกาบนผนังที่เข็มนาทีกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เลขหกเข้าไปทุกที ความเงียบในห้องทำงานทำให้เสียง ติ๊ก ต่อก ของนาฬิกาดังชัดเจนราวกับเสียงกลองศึกที่รัวกระชั้นชั่งน้ำหนักระหว่าง 'อิสรภาพที่ว่างเปล่า' กับ 'พันธนาการที่มั่งคั่ง'"ทำไมต้องเป็นฉันคะ?"เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ไร้เงาในกระจก แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงด้วยความเครียดขึง มือที่ประสานกันบนตักบีบเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน"ถ้าบริษัทนี้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น บอสจะหาคนที่มี 'ตาทิพย์' หรืออะไรแบบนั้นมาทำงานให้ก็น่าจะไม่ยากนี่คะ ทำไมถึงเลือกเลขาธรรมดาๆ ที่เพิ่งทำงานได้แค่อาทิตย์เดียว แถมยังมาสายตั้งแต่วันแรกแบบฉัน?"ธีรภัทรวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง แกร๊ก เบาๆ เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูก แต่กลับดูเหมือนเขากำลังชื่นชมในความกล้าที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status