Beranda / โรแมนติก / บอสของฉันเป็นแวมไพร์ / บทที่ 4 - [ ทำความรู้จัก ]

Share

บทที่ 4 - [ ทำความรู้จัก ]

Penulis: ต้ตสน
last update Tanggal publikasi: 2026-03-01 22:47:25

วันนี้มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง

ลิลิธที่เดินทางมายังบริษัทเพื่อทำงานอย่างทุกทีได้เจอจดหมายซองสีดำที่มีตราประทับสีแดงถูกวางเอาไว้บนโต๊ะของเธอ โดยปกติแล้วจดหมายทั่วไปจะใช้ซองสีขาวกัน แต่จดหมายที่เธอได้รับนั้นกลับเป็นสีดำแบบนี้ นั่นก็หมายถึงได้อยู่อย่างเดียว.. ถ้าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ก็เป็นจดหมายที่เจาะจงส่งถึงเธอในฐานะ 'เลขา' ของบอส

เมื่อเธอเปิดดู ข้อความายในนั้นก็ได้กล่าวถึงงานที่เธอต้องทำหลังจากส่งซองเอกสารเสร็จ นั่นคือให้เธอนั่งรอภายในห้องนั้นสักหนึ่งนาที

'หมายความว่ายังไง?' ลิลิธอ่านข้อความด้วยสีหน้างงงวยจนคิ้วขมวด การไปส่งเอกสารให้บอสที่ออฟฟิศก็สยองพอแล้วเพราะรูปหลอน ๆ ตรงทางเดินนั่น นี่ยังจะให้เธอไปนั่งรอในห้องที่ไม่มีคนอยู่นั่นอีกเหรอ นี่มันคือการแกล้งกันหรือยังไง?

ลิลิธถอนหายใจออกมา แล้วเก็บจดหมายนั้นใส่ลงในลิ้นชักแล้วหวังว่าสิ่งที่เธอได้รับมานั้นคือจดหมายปลอม

"......"

ใช่ เธออยากให้มันเป็นจดหมายปลอมมาก ถ้าในจดหมายนั้นไม่มีตราประทับกับลายเซ็นยืนยันความน่าเชื่อถือของจดหมายเอาไว้จากบอสของเธอ

'โธ่เอ๊ย! ทำก็ได้ ขอนับเป็นการทำโอทีก็แล้วกัน!' ไหน ๆ เงินที่เธอได้รับก็เยอะแล้ว แต่.. ถ้าจะมีโอกาสได้รับเงินเพิ่มอีกเธอก็ยินดีจะทำ ไม่ใช่เพราะว่าเจ้าตัวเห็นแก่เงินหรอกนะ จริง ๆ

แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกของบริษัทมิดไนท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ดูจะหม่นแสงลงกว่าปกติในสายตาของลิลิธ เธอนั่งจ้องซองจดหมายสีดำที่เก็บไว้ในลิ้นชักสลับกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โชว์ตารางงานอันแน่นขนัด ความรู้สึกหนักอึ้งที่หน้าอกไม่ใช่เพราะปริมาณงาน แต่เป็นเพราะ ‘คำสั่ง’ ประหลาดที่ระบุไว้ในจดหมายฉบับนั้น

การรอคอยในห้องนั้นเพียงหนึ่งนาที มันฟังดูสั้น แต่มันคือหนึ่งนาทีในห้องที่เย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยภาพวาดชวนขวัญเสีย

"เป็นอะไรไปลิลิธ ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลย" พี่แก้วเดินผ่านมาทักพร้อมแก้วกาแฟในมือ

"ป-เปล่าค่ะพี่ แค่ล้าๆ นิดหน่อยน่ะค่ะ" ลิลิธฝืนยิ้มตอบ พยายามซ่อนความกระวนกระวายไว้ใต้ท่าทางปกติ

เธอไม่ได้บอกใครเรื่องจดหมายนั่น แม้แต่เจนที่เพิ่งคุยเรื่องลับๆ กันไปเมื่อกลางวัน เพราะสัญชาตญาณบางอย่างเตือนเธอว่า ยิ่งคนรู้เรื่องนี้น้อยเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น.. ปลอดภัยจากความสงสัย หรืออาจจะปลอดภัยจากสิ่งที่เธอยังไม่เข้าใจ

เวลาล่วงเลยไปจนตึกทั้งตึกเริ่มเงียบสงัด พนักงานคนสุดท้ายเดินออกจากแผนกไปเมื่อตอนสี่ทุ่มครึ่ง ทิ้งให้ลิลิธนั่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ถูกเปิดทิ้งไว้เพียงไม่กี่ดวง เธอหยิบซองเอกสารลับและซองจดหมายสีดำขึ้นมาถือไว้มั่น ความเย็นของกระดาษซึมผ่านปลายนิ้วที่สั่นเทาน้อยๆ

ติ๊ก ต่อก

เข็มนาฬิกาบนผนังเคลื่อนตัวมาหยุดที่เลขสิบสองอย่างเที่ยงตรง บ่งบอกเวลา 23:00 น.

ลิลิธสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดก่อนจะก้าวขาเข้าสู่ลิฟต์ เมื่อกดปุ่มชั้น N ตัวลิฟต์ก็เคลื่อนที่ขึ้นอย่างเงียบเชียบจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวเร็ว ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินพรมแดงเดิม แต่ในคืนนี้ ลิลิธรู้สึกว่าดวงตาของผู้หญิงในภาพวาดชุดเดรสแดงนั้นดูจะจ้องมองเธอเขม็งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ตึก ตึก ตึก

เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นพรมดังสม่ำเสมอ เธอเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ที่เธอคุ้นเคย จากนั้นก็ผลักประตูเข้าไปภายในออฟฟิศของบอส

ความเย็นเฉียบเข้าปะทะใบหน้าทันทีจนเธอต้องหดไหล่ ลิลิธเดินตรงไปวางซองเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเดิมอย่างรวดเร็ว หน้าที่ของเธอควรจะจบลงแค่นี้และวิ่งหนีออกไปให้พ้นจากความกดดันนี้เสียที แต่คำสั่งในจดหมายดำกลับตรึงฝ่าเท้าของเธอไว้กับพื้นห้อง

หนึ่งนาที ฉันต้องรอที่นี่หนึ่งนาที

ลิลิธยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สายตากวาดมองไปรอบๆ ความมืดสลัวที่ปกคลุมมุมห้องทำให้เธอมองไม่เห็นว่ามีใครหรืออะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ความเงียบในห้องนี้มันช่างบาดแก้วหูเสียจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของตัวเอง

สิบวินาทีผ่านไป

มีเสียงขยับของแผ่นกระดาษบนโต๊ะ ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่านมาแม้แต่น้อย ลิลิธสะดุ้งสุดตัวแต่ก็ยังไม่กล้าขยับเขยื้อน

สามสิบวินาทีผ่านไป

เธอเริ่มรู้สึกถึง 'สายตา' คู่หนึ่งที่จ้องมองมาจากเงามืดด้านหลังโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ต้นคอทำให้เธออยากจะหันไปดูแต่ความกลัวกลับสั่งให้เธอยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาป

ครืด..

เสียงเหมือนเก้าอี้ไม้ถูกลากเบาๆ ดังมาจากมุมมืดที่เธอเพิ่งมองไปเมื่อครู่ ลิลิธขบเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด ความกดดันในอากาศเพิ่มสูงขึ้นจนเธอรู้สึกเหมือนออกซิเจนรอบตัวกำลังจะหมดไป

ห้าสิบวินาที ห้าสิบเอ็ด

"นึกว่าเธอจะวิ่งหนีไปก่อนซะอีก"

เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากทางด้านหลังที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลิลิธเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบจนเกือบจะหยุดเต้น เธอจำเสียงนี้ได้ เสียงของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำคนนั้น คนที่เธอเจอในลิฟต์และที่โถงทางเดิน

เขายังอยู่ที่นี่ และเขาไม่ได้อยู่คนเดียว

ลิลิธยังไม่ทันได้หันกลับไปมอง เสียงกระพือปีกพรึ่บพรั่บก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับค้างคาวตัวเล็กๆ ที่บินโฉบผ่านหน้าเธอไปเกาะอยู่บนบ่าของเงาร่างสูงโปร่งที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด แสงไฟสลัวสะท้อนให้เห็นเสี้ยวใบหน้าอันหล่อเหลาที่ดูขาวซีดจนผิดธรรมชาติและดวงตาที่วาวโรจน์แปลกๆ ในความมืด

"หนึ่งนาทีครบแล้ว" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบซองเอกสารที่เธอเพิ่งวางไปขึ้นมาถือไว้

"ขอบใจมาก.. ลิลิธ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 13 - [ จบงาน ]

    ความเงียบที่โรยตัวลงมาในห้องนั่งเล่นนั้นช่างบีบคั้น มันเป็นความเงียบที่มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างทุรนทุรายของเรนิตาและเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รอใคร ลิลิธจ้องมองกระจกบานเล็กที่ถูกทิ้งอยู่บนพรม มันไม่ได้แตกกระจาย ทว่าเงาสีดำที่วนเวียนอยู่ในนั้นกลับดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามความหวาดกลัวของเจ้าของห้อง เรนิตาซบหน้าลงกับฝ่ามือที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มจนลิลิธเกรงว่าเธอจะแตกสลายไปจริงๆ ในวินาทีนั้นเอง ลิลิธเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังดาราสาว ธีรภัทรยังคงยืนนิ่งสนิท ท่าทางของเขาดูสูงส่งและเย็นชาดุจรูปสลัก ทว่าเมื่อแสงสว่างรำไรจากภายนอกส่องมากระทบเสี้ยวหน้าของเขา ลิลิธกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ต่างออกไป แววตาของเขาไม่ได้มีความสะใจหรือความโหดเหี้ยม มันเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ลึกซึ้ง ราวกับเขาเคยเห็นฉากโศกนาฏกรรมเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับพันครั้งจนมันกลายเป็นเรื่องปกติที่น่าเศร้าใจ เขาไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบด้วยท่าทีคุกคาม แต่เขากลับรอคอยอย่างอดทนเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังมองดูเด็กที่หลงทาง "เลือกสิครับ เรนิตา" เสียงของธีรภ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 12 - [ สิ่งที่ต้องแลก ]

    โถงห้องนั่งเล่นกว้างขวางภายในเพนท์เฮาส์หรูที่ควรจะดูสง่างาม กลับให้ความรู้สึกเหมือนศาลเจ้าที่ถูกทิ้งร้าง แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดผ่านผ้าม่านไม่ได้ช่วยให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น กลิ่นหอมหวานเอียนของดอกลิลลี่ที่วางอยู่ตามมุมห้องกำลังแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นที่น่าอึดอัด ลิลิธพยายามระงับอาการมือสั่นขณะที่จ้องมองดาราสาวตรงหน้า ผิวพรรณของเรนิตาที่เคยดูเปล่งปลั่งในนิตยสาร บัดนี้กลับดูหยาบกร้านและซีดเทาเหมือนขี้ผึ้งที่กำลังละลาย"ความสุข งั้นเหรอ?" เรนิตาหัวเราะออกมา แต่มันเป็นเสียงสำลักที่ฟังดูแห้งผากราวกับไม่มีน้ำลายอยู่ในลำคอแม้แต่หยดเดียว "ชื่อเสียง เงินทอง ทุกคนก้มหัวให้ฉัน นั่นไม่ใช่ความสุขหรือไง?"เธอพยายามจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แต่มือที่สั่นเทากลับทำให้น้ำหกกระเซ็นลงบนชุดเดรสไหมราคาแพง ลิลิธเห็นความอัปยศพาดผ่านดวงตาที่ลึกโหลของดาราสาวเพียงวูบเดียว ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ดูน่าเวทนา"บอกเธอสิลิลิธ" เสียงของธีรภัทรดังขึ้นข้างใบหูของหญิงสาว เขาไม่ได้ขยับตัวจากจุดที่ยืนอยู่หลังโซฟาของเรนิตา แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนแทบจะชิดกับกลุ่มผมของดาราสาว "บอกเธอว่าความสุขที่แลกมาด้วย

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 11 - [ สัญญา ]

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้ากว้างขึ้นทุกที รถลีมูซีนสีดำสนิทเลี้ยวเข้าสู่ย่านพักอาศัยระดับหรูที่เงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ภายในรถที่ปิดม่านทึบ ลิลิธยังคงนั่งตัวเกร็งพลางกุมซองหนังสีดำไว้ในอุ้งมือที่ชื้นเหงื่อ คำถามมากมายพรั่งพรูอยู่ในหัว แต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงๆ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของธีรภัทรเอนหลังพิงเบาะ หลับตาลงอย่างสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ลมหายใจ"บอสคะ แล้วถ้าเรนิตาเธอยัง 'สภาพดี' บอสจะต่อสัญญาให้เธอใช่ไหมคะ?" ลิลิธตัดสินใจถามทำลายความเงียบ เสียงของเธอเบาหวิวเมื่อนึกถึงดาราสาวที่เคยเห็นในจอโทรทัศน์ ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยชื่อเสียงและเสน่ห์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงหนึ่งใน 'หมาก' ของแวมไพร์หนุ่มคนนี้ธีรภัทรไม่ลืมตา แต่กลับมีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "คำว่า 'สภาพดี' ของผมกับของมนุษย์มันต่างกันนะลิลิธ มนุษย์มองที่รูปลักษณ์ภายนอก ผิวพรรณ หรือความนิยม แต่ผมมองที่ 'ภาชนะ' ว่ามันยังเหลือพื้นที่ให้บรรจุพลังงานได้อีกแค่ไหน ถ้าดวงวิญญาณของเธอเหี่ยวเฉาจนไม่สามารถรองรับ 'พร' ของผมได้อีก การต่อสัญญาก็คือการทิ้งของเสียดีๆ นี่เอง"รถค่อยๆ ชะลอตัวและหยุดลงที่หน้าเพนท์เ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 10 - [ เริ่มงาน ]

    "บอสคะ แล้วอายุขัยที่ว่านั่น บอสเอาไปทำอะไรเหรอคะ?" ลิลิธถามขึ้นเบาๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงจอดรถชั้นใต้ดินที่ถูกปิดกั้นไว้เป็นส่วนตัวธีรภัทรก้าวเดินออกจากลิฟต์ตรงไปยังรถลีมูซีนสีดำสนิทที่จอดรออยู่เพียงคันเดียว ท่ามกลางความสลัวของไฟนีออนชั้นใต้ดิน ร่างของเขาดูราวกับหลอมรวมไปกับความมืดได้ทุกเมื่อ เขาหยุดฝีเท้าลงหน้าประตูรถที่ถูกเปิดออกโดยชายในชุดสูทสีเทาเข้มคนหนึ่งซึ่งลิลิธไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"ไซมอน นี่ลิลิธ เลขาคนใหม่ของฉัน" ธีรภัทรแนะนำสั้นๆไซมอน พนักงานขับรถวัยกลางคนที่มีใบหน้าเรียบเฉยจนดูเหมือนหุ่นยนต์ก้มหัวทักทายลิลิธเล็กน้อย "ยินดีที่ได้พบครับ คุณลิลิธ"ธีรภัทรก้าวเข้าไปนั่งด้านในก่อนจะผายมือให้ลิลิธตามเข้าไป เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงัดก็ครอบงำไปทั่วห้องโดยสารที่ถูกบุด้วยกำมะหยี่สีเข้ม ธีรภัทรหยิบกล่องสีดำสี่หลี่ยมเล็กๆ ออกมาจากที่เก็บของภายในรถแล้วเปิดมันออก จากนั้นเขาห็หยิบผลึกสีแดงนั้นขึ้นมาถือไว้ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ แสงไฟสีนวลในรถทำให้มันดูเหมือนดวงตาของอสุรกายที่กำลังจ้องมองกลับมา"มนุษย์มักจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการในเวลาอันสั้นครั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 9 - [ หน้าที่ใหม่ ]

    กริ๊ก เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อเธอเดินทางมาถึงหน้าโรงแรมคาร์ดอนเนียในเวลา 06:50 น. ตรงตามที่ตกลงกันไว้ บรรยากาศของโรงแรมหรูระดับห้าดาวในช่วงเช้ามืดดูเงียบเหงาแต่ทว่าเต็มไปด้วยความกดดันแปลกๆ ลิลิธกระชับซองหนังสีดำในมือแน่น ความเย็นของมันยังคงย้ำเตือนถึงสัมผัสของ 'บอส' เมื่อคืนนี้ "เชิญทางนี้ครับ คุณลิลิธ" ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท—ธีรภัทร—ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดินโรงแรม ราวกับเขาหลอมรวมอยู่กับเงาของเสาหินอ่อนมาตั้งแต่ต้น ลิลิธสะดุ้งเล็กน้อยแต่พยายามคุมสติให้มั่น ผิวของเขาดูขาวซีดยิ่งกว่าเมื่อคืนเมื่อต้องแสงไฟสีนวลของโรงแรม และเขายังคงไม่มีเงาสะท้อนบนพื้นหินอ่อนที่ขัดจนเงาวับ "บอส มาถึงนานแล้วเหรอคะ?" "ผมไม่ต้องนอนเหมือนมนุษย์ครับ" เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเดินนำไปทางห้องรับรองพิเศษที่อยู่ชั้นบนสุด "จำไว้นะลิลิธ ในที่ประชุมนี้ คุณไม่ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น หน้าที่ของคุณคือถ่ายทอดคำพูดของผมออกไปให้ชัดเจนที่สุด และห้ามเปิดซองหนังนั่นจนกว่าผมจะสั่ง" พรึ่บ! ประตูบานคู่ของห้องรับรองถูกเปิดออกโดยพนักงานโรงแรมที่ดูไร้วิญญาณ ภายในห้องนั้นมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขา

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 8 [ ตัดสินใจ ]

    "ห้าเท่า.."ลิลิธพึมพำออกมาเบาๆ จนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เธอจ้องมองหยดไวน์สีแดงเข้มที่เกาะอยู่ข้างแก้วในมือของธีรภัทร มันดูราวกับหยาดเลือดที่สดใหม่ท่ามกลางแสงไฟสลัว.. ดวงตาของเธอสั่นไหวเมื่อมองไปยังนาฬิกาบนผนังที่เข็มนาทีกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เลขหกเข้าไปทุกที ความเงียบในห้องทำงานทำให้เสียง ติ๊ก ต่อก ของนาฬิกาดังชัดเจนราวกับเสียงกลองศึกที่รัวกระชั้นชั่งน้ำหนักระหว่าง 'อิสรภาพที่ว่างเปล่า' กับ 'พันธนาการที่มั่งคั่ง'"ทำไมต้องเป็นฉันคะ?"เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ไร้เงาในกระจก แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงด้วยความเครียดขึง มือที่ประสานกันบนตักบีบเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน"ถ้าบริษัทนี้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น บอสจะหาคนที่มี 'ตาทิพย์' หรืออะไรแบบนั้นมาทำงานให้ก็น่าจะไม่ยากนี่คะ ทำไมถึงเลือกเลขาธรรมดาๆ ที่เพิ่งทำงานได้แค่อาทิตย์เดียว แถมยังมาสายตั้งแต่วันแรกแบบฉัน?"ธีรภัทรวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง แกร๊ก เบาๆ เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูก แต่กลับดูเหมือนเขากำลังชื่นชมในความกล้าที่

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 7 - [ ข้อตกลง ]

    ความเงียบที่ปกคลุมห้องทำงานบนชั้น N ในขณะนี้ ไม่ใช่ความเงียบสงัดทั่วไป แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่นอกหน้าต่างไหลรินลงมาเป็นทางยาว ลิลิธรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังประท้วงด้วยการเต้นรัวจนเจ็บปวด เธอนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาหนังราคาแพงที่สัมผัสของมั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 6 - [ ยินดีที่ได้รู้จัก ]

    "ฉ- ฉันไม่เข้าใจค่ะ" ลิลิธเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหม่า "คุณหมายความว่ายังไงว่าคนอื่นมองไม่เห็นคุณ?" ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ ท่ามกลางออฟฟิศอันเงียบงัน ลิลิธที่นั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับบอสของเธอยังคงกุมมือของตนเอาไว้แน่น บรรยากาศในห้องนี้เริ่มหนาวขึ้นอย่างน่าประหลาดทั้ง ๆ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 5 - [ ใคร ? ]

    "คุณ เป็นใครกันแน่คะ?" ลิลิธเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ในใจเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว แต่ความสงสัยกลับมีอำนาจเหนือกว่าในวินาทีนั้น ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากที่ดูเยือกเย็นแต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอเย็นของสายฝน "คำถามนั้น ฉ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 3 - [ สงสัย ]

    ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อกเสียงนาฬิกาบนผนังส่งเสียงออกมาเบา ๆ คลอไปกับเสียงพูดคุยงานอย่างเคย ลิลิธเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากจดันทึกการประชุมเสร็จอย่างเหนื่อยล้า แต่เจ้าตัวก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะของเธอนั้นมีซองเอกสารถูกวางเอาไว้เด่นหรา มันคือซองเอกสารที่เธอจำเป็นต้องนำไปส่งทุกวัน เอกสาร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status