Accueil / โรแมนติก / บอสของฉันเป็นแวมไพร์ / บทที่ 9 - [ หน้าที่ใหม่ ]

Partager

บทที่ 9 - [ หน้าที่ใหม่ ]

last update Date de publication: 2026-03-04 20:40:16

กริ๊ก

เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อเธอเดินทางมาถึงหน้าโรงแรมคาร์ดอนเนียในเวลา 06:50 น. ตรงตามที่ตกลงกันไว้ บรรยากาศของโรงแรมหรูระดับห้าดาวในช่วงเช้ามืดดูเงียบเหงาแต่ทว่าเต็มไปด้วยความกดดันแปลกๆ ลิลิธกระชับซองหนังสีดำในมือแน่น ความเย็นของมันยังคงย้ำเตือนถึงสัมผัสของ 'บอส' เมื่อคืนนี้

"เชิญทางนี้ครับ คุณลิลิธ"

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท—ธีรภัทร—ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดินโรงแรม ราวกับเขาหลอมรวมอยู่กับเงาของเสาหินอ่อนมาตั้งแต่ต้น ลิลิธสะดุ้งเล็กน้อยแต่พยายามคุมสติให้มั่น ผิวของเขาดูขาวซีดยิ่งกว่าเมื่อคืนเมื่อต้องแสงไฟสีนวลของโรงแรม และเขายังคงไม่มีเงาสะท้อนบนพื้นหินอ่อนที่ขัดจนเงาวับ

"บอส มาถึงนานแล้วเหรอคะ?"

"ผมไม่ต้องนอนเหมือนมนุษย์ครับ" เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเดินนำไปทางห้องรับรองพิเศษที่อยู่ชั้นบนสุด "จำไว้นะลิลิธ ในที่ประชุมนี้ คุณไม่ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น หน้าที่ของคุณคือถ่ายทอดคำพูดของผมออกไปให้ชัดเจนที่สุด และห้ามเปิดซองหนังนั่นจนกว่าผมจะสั่ง"

พรึ่บ!

ประตูบานคู่ของห้องรับรองถูกเปิดออกโดยพนักงานโรงแรมที่ดูไร้วิญญาณ ภายในห้องนั้นมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาดูเป็นนักธุรกิจที่มั่งคั่ง สวมสูทเนื้อดีและนาฬิกาหรู ทว่าเมื่อลิลิธเพ่งมองดูดีๆ เธอจึงสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นกำลังสั่น สั่นด้วยความกลัวที่ไม่อาจปกปิดได้

"คุณวรนาถ" ธีรภัทรเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยจนน่ากลัว เขาเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะตำแหน่งที่ว่างเปล่าในสายตาของคนทั่วไป แต่ลิลิธมองเห็นเขานั่งลงอย่างสง่างาม

ชายที่ชื่อวรนาถมองมาทางลิลิธด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะมองไปที่เก้าอี้หัวโต๊ะที่ว่างเปล่าในสายตาของเขา เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของเขาทั้งที่แอร์ในห้องเย็นเฉียบ

"ข-ขอบคุณที่มาตามนัดครับ ท่าน" วรนาถพูดกับความว่างเปล่าด้วยเสียงที่สั่นเครือ

ธีรภัทรหันมาทางลิลิธแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้เธอเริ่มทำหน้าที่ 'ปาก' ของเขา

"บอสบอกว่า ขอบคุณที่คุณวรนาถรักษาคำพูดเรื่องสัญญาในไตรมาสที่ผ่านมาค่ะ" ลิลิธพูดออกไป พยายามทำเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ใจจะสั่นจนแทบจะควบคุมไม่อยู่

วรนาถ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่มักจะปรากฏตัวบนหน้าสื่อด้วยท่าทางมั่นใจ บัดนี้เขากลับดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ 'ความว่างเปล่า' ที่ทรงพลัง มือที่สวมนาฬิกาแบรนด์หรูสั่นเทาขณะรวบรวมความกล้าเงยหน้ามองลิลิธ หญิงสาวเพียงคนเดียวที่เขามองเห็นในฝั่งตรงข้ามของโต๊ะเจรจา

"ค-ครับ ผมยินดีที่ท่านพอใจ" วรนาถตอบกลับเสียงสั่น เขารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากเก้าอี้หัวโต๊ะ แม้ดวงตาของเขาจะเห็นเพียงเบาะหนังที่เรียบตึงไม่มีร่องรอยของการกดทับก็ตาม "แต่ว่า เรื่องสัญญาฉบับใหม่ที่ส่งไป ผมอยากจะขอกราบเรียนท่าน คือช่วงนี้ตลาดค่อนข้างผันผวน"

ธีรภัทรที่นั่งกอดอกอยู่อย่างสง่างามเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มจดจ้องไปที่ใบหน้าของวรนาถราวกับกำลังอ่านทุกความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้เหงื่อเม็ดเป้งนั้น เขาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิด ทว่าเงาที่ทอดยาวบนพื้นพรมกลับขยับไหวไปมาเหมือนมีชีวิต

"บอกเขาไปลิลิธ" เสียงทุ้มต่ำของธีรภัทรกระซิบสั่งอย่างแผ่วเบา แต่กลับกังวานชัดเจนในโสตประสาทของหญิงสาว "ว่าความผันผวนของมนุษย์ ไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับการบิดพริ้วสัญญาที่ลงนามด้วย 'สิ่งนั้น' ไปแล้ว"

ลิลิธสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาลซึ่งแผ่ออกมาจากชายหนุ่มข้างกาย เธอพยายามคุมจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะถ่ายทอดคำพูดนั้นออกไป

"บอสบอกว่า ความผันผวนในโลกของคุณไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับการเปลี่ยนแปลงสัญญาค่ะ โดยเฉพาะเมื่อสัญญาฉบับนี้ถูกยืนยันด้วย 'สิ่งนั้น' ไปแล้ว"

คำว่า 'สิ่งนั้น' ทำให้วรนาถสะดุ้งสุดตัวจนเผลอปัดช้อนเงินบนโต๊ะร่วงลงพื้น

เคร้ง!

เสียงโลหะกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่วห้อง วรนาถรีบก้มลงเก็บด้วยท่าทางลนลาน ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด เขาจำได้ดีว่า 'สิ่งนั้น' ที่ลิลิธเอ่ยถึงหมายความว่าอย่างไร มันคือเพชรสีเลือดที่เขาเคยรับมาตามคำสั่งของธีรภัทรเมื่อสามปีก่อน เพื่อแลกกับที่ดินผืนงามใจกลางเมืองที่กำลังทำเงินมหาศาลให้เขาอยู่ในตอนนี้

"ค-ครับ! ผมเข้าใจแล้ว! ผมไม่ได้จะบิดพริ้ว!" วรนาถละล่ำละลักพูด "เพียงแต่ ผมอยากขอขยายระยะเวลาส่งมอบ 'ผลผลิต' ออกไปอีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น"

ธีรภัทรยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความเมตตา เขาหยิบซองหนังสีดำบนโต๊ะขึ้นมา แล้วเลื่อนมันไปข้างหน้าลิลิธอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วของเขาสัมผัสหลังมือของหญิงสาวเพียงชั่วครู่ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งกรีดผ่านผิวหนัง

"เปิดมัน" ธีรภัทรส่งสัญญาณ

ลิลิธทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เธอแกะตราครั่งรูปค้างคาวออกอย่างระมัดระวัง ภายในนั้นไม่มีแผ่นกระดาษข้อความใดๆ มีเพียงวัตถุสีแดงเข้มขนาดเท่าเมล็ดทับทิมที่เปล่งประกายลึกลับท่ามกลางความมืดสลัว

เมื่อวรนาถเห็นสิ่งที่อยู่ในซองหนัง เขาก็ถึงกับทรุดตัวลงกับพนักเก้าอี้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด

"นี่คือ คำเตือนเหรอครับ?" วรนาถกระซิบถามอย่างสิ้นหวัง

"บอกเขาไป" ธีรภัทรลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งของเขาบังแสงไฟจากโคมระย้าจนห้องดูมืดลงกว่าเดิม "ว่านี่ไม่ใช่คำเตือน แต่นี่คือ 'ดอกเบี้ย' สำหรับความคิดที่จะต่อรอง"

ลิลิธจ้องมองวัตถุสีแดงในมือ มันดูเหมือนเพชร แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนมันกำลัง 'เต้น' อยู่ตามจังหวะชีพจรของใครบางคน เธอเงยหน้ามองวรนาถที่ตอนนี้ดูเหมือนคนกำลังจะขาดใจตาย

"บอสบอกว่า นี่ไม่ใช่คำเตือนค่ะคุณวรนาถ แต่มันคือดอกเบี้ยที่คุณต้องชดใช้ สำหรับการพยายามต่อรองสัญญาในครั้งนี้"

พนักงานเสิร์ฟหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องพร้อมรถเข็นอาหารเช้า เขาเดินผ่านธีรภัทรไปราวกับผ่านธาตุอากาศ โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิของสิ่งเหนือธรรมชาติ

"เอ่อ ขอประทานโทษครับ อาหารเช้าที่สั่งไว้ได้แล้วครับ" พนักงานหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มซื่อๆ เขาจัดวางจานอาหารลงบนโต๊ะอย่างแคล่วคล่อง ทว่าเมื่อเขาเดินมาถึงฝั่งที่ลิลิธนั่งอยู่ เขากลับชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นซองหนังและวัตถุสีแดงนั้น

"นั่น ทับทิมสวยดีนะครับคุณผู้หญิง"

ลิลิธรีบปิดซองหนังทันที หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตระหนก เธอเหลือบมองธีรภัทรที่ยืนอยู่ข้างพนักงานคนนั้น ชายหนุ่มแวมไพร์เพียงแค่ปรายตามองพนักงานคนนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะโบกมือเบาๆ เป็นเชิงให้พนักงานคนนั้นออกไปจากห้อง

เมื่อประตูห้องปิดลงอีกครั้ง ความกดดันที่ถูกกดทับไว้ก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง วรนาถก้มหน้าลงกับโต๊ะ พร่ำคำขอโทษซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติ

"พอแล้วลิลิธ เราจบธุระกับเขาแล้ว" ธีรภัทรหันมาทางเธอ "ตามผมออกมา เรายังมีที่ที่ต้องไปต่อ"

ลิลิธลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ขาของเธอจะยังสั่นอยู่บ้าง เธอเก็บซองหนังใส่กระเป๋าแล้วเดินตามเงาของธีรภัทรที่มุ่งหน้าไปยังทางออก ทิ้งให้นักธุรกิจผู้มั่งคั่งนั่งจมอยู่กับความหวาดกลัวเพียงลำพังในห้องที่เย็นเฉียบ

ขณะที่เดินอยู่ในโถงทางเดินโรงแรม ลิลิธที่เดินตามหลังธีรภัทรมาติดๆ ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปเบาๆ

"บอสคะ'ดอกเบี้ย' ที่ว่านั่น มันคืออะไรกันแน่คะ? ทำไมคุณวรนาถถึงได้ดูกลัวขนาดนั้น?"

ธีรภัทรหยุดเดินแล้วหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำชั่วครู่ก่อนจะกลับเป็นสีดำสนิทตามเดิม

"มันคือส่วนหนึ่งของ 'อายุขัย' ที่เขาเคยทำสัญญาไว้ครับลิลิธ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ

"อ-อายุขัย?!"

"ใช่ครับ..อายุขัย"

ธีรภัทรหันมายิ้มให้กับลิลิธหลังจากตอบข้อสงสัยให้เธอ คำพูดอันแสนเรียบง่ายนั้นมันทำให้ชีพจรของเธอเต้นรัวด้วยความรู้สึกกลัวอย่างช่วยไม่ได้

"งานวันนี้ทำได้ดีมากครับ ถือว่าเป็นบททดสอบก็แล้วกัน"

"งั้นก็...ไปที่ที่ต่อไปกันเถอะครับ ลิลิธ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 13 - [ จบงาน ]

    ความเงียบที่โรยตัวลงมาในห้องนั่งเล่นนั้นช่างบีบคั้น มันเป็นความเงียบที่มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างทุรนทุรายของเรนิตาและเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รอใคร ลิลิธจ้องมองกระจกบานเล็กที่ถูกทิ้งอยู่บนพรม มันไม่ได้แตกกระจาย ทว่าเงาสีดำที่วนเวียนอยู่ในนั้นกลับดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามความหวาดกลัวของเจ้าของห้อง เรนิตาซบหน้าลงกับฝ่ามือที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มจนลิลิธเกรงว่าเธอจะแตกสลายไปจริงๆ ในวินาทีนั้นเอง ลิลิธเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังดาราสาว ธีรภัทรยังคงยืนนิ่งสนิท ท่าทางของเขาดูสูงส่งและเย็นชาดุจรูปสลัก ทว่าเมื่อแสงสว่างรำไรจากภายนอกส่องมากระทบเสี้ยวหน้าของเขา ลิลิธกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ต่างออกไป แววตาของเขาไม่ได้มีความสะใจหรือความโหดเหี้ยม มันเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ลึกซึ้ง ราวกับเขาเคยเห็นฉากโศกนาฏกรรมเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับพันครั้งจนมันกลายเป็นเรื่องปกติที่น่าเศร้าใจ เขาไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบด้วยท่าทีคุกคาม แต่เขากลับรอคอยอย่างอดทนเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังมองดูเด็กที่หลงทาง "เลือกสิครับ เรนิตา" เสียงของธีรภ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 12 - [ สิ่งที่ต้องแลก ]

    โถงห้องนั่งเล่นกว้างขวางภายในเพนท์เฮาส์หรูที่ควรจะดูสง่างาม กลับให้ความรู้สึกเหมือนศาลเจ้าที่ถูกทิ้งร้าง แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดผ่านผ้าม่านไม่ได้ช่วยให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น กลิ่นหอมหวานเอียนของดอกลิลลี่ที่วางอยู่ตามมุมห้องกำลังแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นที่น่าอึดอัด ลิลิธพยายามระงับอาการมือสั่นขณะที่จ้องมองดาราสาวตรงหน้า ผิวพรรณของเรนิตาที่เคยดูเปล่งปลั่งในนิตยสาร บัดนี้กลับดูหยาบกร้านและซีดเทาเหมือนขี้ผึ้งที่กำลังละลาย"ความสุข งั้นเหรอ?" เรนิตาหัวเราะออกมา แต่มันเป็นเสียงสำลักที่ฟังดูแห้งผากราวกับไม่มีน้ำลายอยู่ในลำคอแม้แต่หยดเดียว "ชื่อเสียง เงินทอง ทุกคนก้มหัวให้ฉัน นั่นไม่ใช่ความสุขหรือไง?"เธอพยายามจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แต่มือที่สั่นเทากลับทำให้น้ำหกกระเซ็นลงบนชุดเดรสไหมราคาแพง ลิลิธเห็นความอัปยศพาดผ่านดวงตาที่ลึกโหลของดาราสาวเพียงวูบเดียว ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ดูน่าเวทนา"บอกเธอสิลิลิธ" เสียงของธีรภัทรดังขึ้นข้างใบหูของหญิงสาว เขาไม่ได้ขยับตัวจากจุดที่ยืนอยู่หลังโซฟาของเรนิตา แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนแทบจะชิดกับกลุ่มผมของดาราสาว "บอกเธอว่าความสุขที่แลกมาด้วย

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 11 - [ สัญญา ]

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้ากว้างขึ้นทุกที รถลีมูซีนสีดำสนิทเลี้ยวเข้าสู่ย่านพักอาศัยระดับหรูที่เงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ภายในรถที่ปิดม่านทึบ ลิลิธยังคงนั่งตัวเกร็งพลางกุมซองหนังสีดำไว้ในอุ้งมือที่ชื้นเหงื่อ คำถามมากมายพรั่งพรูอยู่ในหัว แต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงๆ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของธีรภัทรเอนหลังพิงเบาะ หลับตาลงอย่างสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ลมหายใจ"บอสคะ แล้วถ้าเรนิตาเธอยัง 'สภาพดี' บอสจะต่อสัญญาให้เธอใช่ไหมคะ?" ลิลิธตัดสินใจถามทำลายความเงียบ เสียงของเธอเบาหวิวเมื่อนึกถึงดาราสาวที่เคยเห็นในจอโทรทัศน์ ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยชื่อเสียงและเสน่ห์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงหนึ่งใน 'หมาก' ของแวมไพร์หนุ่มคนนี้ธีรภัทรไม่ลืมตา แต่กลับมีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "คำว่า 'สภาพดี' ของผมกับของมนุษย์มันต่างกันนะลิลิธ มนุษย์มองที่รูปลักษณ์ภายนอก ผิวพรรณ หรือความนิยม แต่ผมมองที่ 'ภาชนะ' ว่ามันยังเหลือพื้นที่ให้บรรจุพลังงานได้อีกแค่ไหน ถ้าดวงวิญญาณของเธอเหี่ยวเฉาจนไม่สามารถรองรับ 'พร' ของผมได้อีก การต่อสัญญาก็คือการทิ้งของเสียดีๆ นี่เอง"รถค่อยๆ ชะลอตัวและหยุดลงที่หน้าเพนท์เ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 10 - [ เริ่มงาน ]

    "บอสคะ แล้วอายุขัยที่ว่านั่น บอสเอาไปทำอะไรเหรอคะ?" ลิลิธถามขึ้นเบาๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงจอดรถชั้นใต้ดินที่ถูกปิดกั้นไว้เป็นส่วนตัวธีรภัทรก้าวเดินออกจากลิฟต์ตรงไปยังรถลีมูซีนสีดำสนิทที่จอดรออยู่เพียงคันเดียว ท่ามกลางความสลัวของไฟนีออนชั้นใต้ดิน ร่างของเขาดูราวกับหลอมรวมไปกับความมืดได้ทุกเมื่อ เขาหยุดฝีเท้าลงหน้าประตูรถที่ถูกเปิดออกโดยชายในชุดสูทสีเทาเข้มคนหนึ่งซึ่งลิลิธไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"ไซมอน นี่ลิลิธ เลขาคนใหม่ของฉัน" ธีรภัทรแนะนำสั้นๆไซมอน พนักงานขับรถวัยกลางคนที่มีใบหน้าเรียบเฉยจนดูเหมือนหุ่นยนต์ก้มหัวทักทายลิลิธเล็กน้อย "ยินดีที่ได้พบครับ คุณลิลิธ"ธีรภัทรก้าวเข้าไปนั่งด้านในก่อนจะผายมือให้ลิลิธตามเข้าไป เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงัดก็ครอบงำไปทั่วห้องโดยสารที่ถูกบุด้วยกำมะหยี่สีเข้ม ธีรภัทรหยิบกล่องสีดำสี่หลี่ยมเล็กๆ ออกมาจากที่เก็บของภายในรถแล้วเปิดมันออก จากนั้นเขาห็หยิบผลึกสีแดงนั้นขึ้นมาถือไว้ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ แสงไฟสีนวลในรถทำให้มันดูเหมือนดวงตาของอสุรกายที่กำลังจ้องมองกลับมา"มนุษย์มักจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการในเวลาอันสั้นครั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 9 - [ หน้าที่ใหม่ ]

    กริ๊ก เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อเธอเดินทางมาถึงหน้าโรงแรมคาร์ดอนเนียในเวลา 06:50 น. ตรงตามที่ตกลงกันไว้ บรรยากาศของโรงแรมหรูระดับห้าดาวในช่วงเช้ามืดดูเงียบเหงาแต่ทว่าเต็มไปด้วยความกดดันแปลกๆ ลิลิธกระชับซองหนังสีดำในมือแน่น ความเย็นของมันยังคงย้ำเตือนถึงสัมผัสของ 'บอส' เมื่อคืนนี้ "เชิญทางนี้ครับ คุณลิลิธ" ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท—ธีรภัทร—ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดินโรงแรม ราวกับเขาหลอมรวมอยู่กับเงาของเสาหินอ่อนมาตั้งแต่ต้น ลิลิธสะดุ้งเล็กน้อยแต่พยายามคุมสติให้มั่น ผิวของเขาดูขาวซีดยิ่งกว่าเมื่อคืนเมื่อต้องแสงไฟสีนวลของโรงแรม และเขายังคงไม่มีเงาสะท้อนบนพื้นหินอ่อนที่ขัดจนเงาวับ "บอส มาถึงนานแล้วเหรอคะ?" "ผมไม่ต้องนอนเหมือนมนุษย์ครับ" เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเดินนำไปทางห้องรับรองพิเศษที่อยู่ชั้นบนสุด "จำไว้นะลิลิธ ในที่ประชุมนี้ คุณไม่ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น หน้าที่ของคุณคือถ่ายทอดคำพูดของผมออกไปให้ชัดเจนที่สุด และห้ามเปิดซองหนังนั่นจนกว่าผมจะสั่ง" พรึ่บ! ประตูบานคู่ของห้องรับรองถูกเปิดออกโดยพนักงานโรงแรมที่ดูไร้วิญญาณ ภายในห้องนั้นมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขา

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 8 [ ตัดสินใจ ]

    "ห้าเท่า.."ลิลิธพึมพำออกมาเบาๆ จนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เธอจ้องมองหยดไวน์สีแดงเข้มที่เกาะอยู่ข้างแก้วในมือของธีรภัทร มันดูราวกับหยาดเลือดที่สดใหม่ท่ามกลางแสงไฟสลัว.. ดวงตาของเธอสั่นไหวเมื่อมองไปยังนาฬิกาบนผนังที่เข็มนาทีกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เลขหกเข้าไปทุกที ความเงียบในห้องทำงานทำให้เสียง ติ๊ก ต่อก ของนาฬิกาดังชัดเจนราวกับเสียงกลองศึกที่รัวกระชั้นชั่งน้ำหนักระหว่าง 'อิสรภาพที่ว่างเปล่า' กับ 'พันธนาการที่มั่งคั่ง'"ทำไมต้องเป็นฉันคะ?"เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ไร้เงาในกระจก แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงด้วยความเครียดขึง มือที่ประสานกันบนตักบีบเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน"ถ้าบริษัทนี้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น บอสจะหาคนที่มี 'ตาทิพย์' หรืออะไรแบบนั้นมาทำงานให้ก็น่าจะไม่ยากนี่คะ ทำไมถึงเลือกเลขาธรรมดาๆ ที่เพิ่งทำงานได้แค่อาทิตย์เดียว แถมยังมาสายตั้งแต่วันแรกแบบฉัน?"ธีรภัทรวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง แกร๊ก เบาๆ เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูก แต่กลับดูเหมือนเขากำลังชื่นชมในความกล้าที่

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 7 - [ ข้อตกลง ]

    ความเงียบที่ปกคลุมห้องทำงานบนชั้น N ในขณะนี้ ไม่ใช่ความเงียบสงัดทั่วไป แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่นอกหน้าต่างไหลรินลงมาเป็นทางยาว ลิลิธรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังประท้วงด้วยการเต้นรัวจนเจ็บปวด เธอนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาหนังราคาแพงที่สัมผัสของมั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 6 - [ ยินดีที่ได้รู้จัก ]

    "ฉ- ฉันไม่เข้าใจค่ะ" ลิลิธเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหม่า "คุณหมายความว่ายังไงว่าคนอื่นมองไม่เห็นคุณ?" ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ ท่ามกลางออฟฟิศอันเงียบงัน ลิลิธที่นั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับบอสของเธอยังคงกุมมือของตนเอาไว้แน่น บรรยากาศในห้องนี้เริ่มหนาวขึ้นอย่างน่าประหลาดทั้ง ๆ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 5 - [ ใคร ? ]

    "คุณ เป็นใครกันแน่คะ?" ลิลิธเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ในใจเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว แต่ความสงสัยกลับมีอำนาจเหนือกว่าในวินาทีนั้น ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากที่ดูเยือกเย็นแต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอเย็นของสายฝน "คำถามนั้น ฉ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 4 - [ ทำความรู้จัก ]

    วันนี้มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง ลิลิธที่เดินทางมายังบริษัทเพื่อทำงานอย่างทุกทีได้เจอจดหมายซองสีดำที่มีตราประทับสีแดงถูกวางเอาไว้บนโต๊ะของเธอ โดยปกติแล้วจดหมายทั่วไปจะใช้ซองสีขาวกัน แต่จดหมายที่เธอได้รับนั้นกลับเป็นสีดำแบบนี้ นั่นก็หมายถึงได้อยู่อย่างเดียว.. ถ้าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ก็เป็นจดห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status