Accueil / โรแมนติก / บอสขาอย่าอ่อย / บทที่ 1 : การสัมภาษณ์งานหรือเลือกเมียให้ลูก

Partager

บอสขาอย่าอ่อย
บอสขาอย่าอ่อย
Auteur: มนต์ศิขริน

บทที่ 1 : การสัมภาษณ์งานหรือเลือกเมียให้ลูก

last update Date de publication: 2026-07-24 00:24:20

“ตาพร้อม!... แม่เห็นรายงานจากฝ่ายบุคคลว่าเลขาของลูกเพิ่งจะลาออกไปอีกแล้วอย่างนั้นเหรอจ๊ะ?” 

เสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจของ ‘คุณพรรณษา’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทนำเข้าและส่งออกยักษ์ใหญ่ เอ่ยถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่กำลังนั่งหั่นไส้กรอกอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหารตัวยาว

หญิงสูงวัยที่ยังคงความสวยสง่าสมวัยจิบชาร้อนช้าๆ สายตาคมกริบจ้องมองผ่านกรอบแว่นสายตาอย่างรู้ทัน

“สายข่าวคุณแม่ยังทำงานรวดเร็วและแม่นยำเหมือนเดิมเลยนะครับ”   พร้อม หรือ ‘พร้อมภัทร์’ รองประธานหนุ่มรูปหล่อผู้พ่วงตำแหน่งเพลย์บอยตัวฉกาจถอนหายใจยาว วางส้อมลงด้วยท่าทีเซ็งๆ

 “ใช่ครับ ลาออกไปเมื่อวานซืน ร้องห่มร้องไห้บอกว่าทนแรงกดดันไม่ไหว แต่ผมสั่งให้ฝ่ายบุคคลประกาศรับสมัครคนใหม่แบบด่วนที่สุดไปแล้วล่ะครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีจ๊ะ... เพราะรอบนี้แม่จะเป็นผู้สัมภาษณ์และคัดเลือกเลขาคนใหม่ให้ลูกเอง”  “ได้ยังไงกันล่ะครับคุณแม่!” ชายหนุ่มแทบจะสำลักกาแฟ รีบคว้าผ้าเช็ดปากมาซับแล้วแย้งเสียงหลง

 “เรื่องคุณสมบัติ ไหวพริบ หรือแม้แต่ความเข้ากันได้ในการทำงาน ผมต้องเป็นคนเลือกเองสิครับ เลขาผม ผมก็ต้องใช้งานเอง  จะให้คุณแม่มานั่งจิ้มเลือกให้ได้ยังไง ผมโตแล้วนะครับ”

คุณพรรณษาวางถ้วยชาลงกับจานรองเสียงดังกริ๊กบ่งบอกถึงความเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขัด  “แม่ไม่สนว่าลูกจะหาข้ออ้างยังไง แม่คือท่านประธานบริษัท และนี่คือคำสั่ง จบนะ!

“อ้อ แล้วก็เตรียมตัวไว้ด้วย วันนี้สิบโมงตรง เคลียร์คิวให้ว่างแล้วลงไปนั่งเป็นเพื่อนแม่ในห้องสัมภาษณ์ด้วย” พร้อมภัทร์อ้าปากค้าง จะเถียงก็เถียงไม่ออก

เมื่อมารดางัดเอาตำแหน่งบอสใหญ่มาข่ม เขาก็ทำได้แค่รับคำเสียงอ่อย “...ครับท่านประธาน”

ชายหนุ่มได้แต่บ่นกระปอดกระแปดในใจ แม่คงตั้งใจจะหาเลขาฯ ป้าแว่นจอมเจ้าระเบียบมาคุมความประพฤติเขาแน่ๆ คิดแล้วก็พานให้หมดอารมณ์ที่จะทานอาหารเช้าไปเสียดื้อๆ 

ณ อพาร์ตเมนต์ห้องแถวเล็กๆ ที่สภาพแวดล้อมดูทรุดโทรมราวกับสลัมกลางกรุง หญิงสาวร่างบางในชุดทำงานสีครีมที่ดูเรียบร้อยแต่เก่าจนสีซีดกำลังหมุนตัวซ้ายทีขวาทีอยู่หน้ากระจกบานเล็กที่ร้าวไปซีกหนึ่ง

 ‘นิลรัตน์ พิมลลักษณ์’ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้เธอมีนัดสอบสัมภาษณ์งานตอน สิบโมงเช้าที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ  แค่ก้มลงมองเสื้อผ้าที่สวมใส่ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองสอบตกตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเท้าออกจากบ้านด้วยซ้ำ

งานเลขาผู้บริหารระดับสูง แน่นอนว่าภาพลักษณ์ภายนอกต้องมาก่อนเสมอ  แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเงินเก็บ  ก้อนสุดท้ายในบัญชีร่อยหรอเต็มที แค่เจียดมาจ่ายค่าเช่า ห้องรูหนูนี้กับโอนไปให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัดก็แทบจะไม่เหลือค่ากินข้าวแล้ว

“เอาวะ ยัยนิล! ไม่ลองก็ไม่รู้” เธอให้กำลังใจตัวเองในกระจกเงา

“ถึงชุดเราจะดูไม่แพง แต่เราก็แต่งตัวถูกระเบียบเป๊ะ สมองเราก็มี ไหวพริบเราก็เลิศ รูปร่างหน้าตา... ถึงจะไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็มใส่ขนตาปลอมฟูฟ่องเหมือนนางงาม แต่เราก็สวยธรรมชาตินะเว้ย!” 

หญิงสาวยิ้มกว้างให้กำลังใจตัวเอง คว้ากระเป๋าสะพายหนังเทียมใบเก่าที่เริ่มลอกหลุดลุ่ยมาสะพาย แล้วรีบวิ่งออกไปปากซอยเพื่อรอขึ้นรถเมล์มุ่งหน้าสู่สมรภูมิรบ

เมื่อนิลรัตน์เดินทางมาถึงบริษัท  เธอต้องเบิกตากว้างตะลึงกับความโอ่อ่าอลังการของตึกระฟ้าใจกลางเมือง พนักงานทุกคนที่เดินสวนไปมา  ล้วนแต่งตัวดูดีมีระดับราวกับหลุดมาจากแคตตาล็อกแฟชั่น

เธอเดินตัวลีบๆ เข้าไปแจ้งชื่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก่อนจะถูกพาตัวขึ้นลิฟต์แก้วมานั่งรอที่หน้าห้องสัมภาษณ์บนชั้นผู้บริหาร เธอมาถึงเป็นคนที่ห้า... และดูเหมือนจะเป็นผู้สมัครคนสุดท้ายของรอบนี้  

ผู้สมัครแต่ละคนที่นั่งเรียงแถวกันอยู่ก่อนหน้า ล้วนแต่สวยเฉี่ยว หุ่นเป๊ะ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมประหนึ่งหลุดมาจากนิตยสาร

นิลรัตน์ก้มมองกระโปรงทรงสอบสีดำกับเสื้อเชิ้ตสีครีมของตัวเองแล้วแอบถอนใจเฮือก

เธอสูดกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ ลอยมาจากสาวสวยคนข้างๆ แล้วก้มหน้าอ่านเรซูเม่  ของตัวเองซ้ำๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ 

คนแรกถูกเรียกตัวเข้าไป... ราวๆ สิบนาทีต่อมา ประตูก็เปิดออก หญิงสาวคนนั้นเดินกระทืบเท้าปึงปังออกมา ด้วยใบหน้าบูดบึ้งสุดขีด

“บ้าหรือเปล่าวะ! คำถามบ้าบออะไรเนี่ย นี่เลือกเลขาผู้บริหารหรือเลือกแม่ชีไปจำศีลกันแน่ ประสาท!”  เธอสบถอย่างอารมณ์เสียก่อนจะสะบัดหน้าเชิดๆ เดินไปกดลิฟต์ 

คนที่สองถูกเรียกเข้าไป และหายเข้าไปเพียงห้านาทีเท่านั้น... เธอกระชากประตูเปิดออกด้วยอาการที่หนักกว่าคนแรกเสียอีก

“หึ! บ้าอำนาจที่สุดเลย ฉันจบปริญญาโทเมืองนอกนะยะ ไม่ได้มาสมัครเป็นแม่บ้านทำความสะอาดหรือมานั่งให้ใครด่าทอฉอดๆ แบบนี้!”

นิลรัตน์เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ มือเล็กๆ บีบเข้าหากันจนชื้นเหงื่อ เฮ้ย... มันเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นวะ?  คำถามสัมภาษณ์มันมหาโหดระดับโลกขนาดไหน ถึงทำให้สาวสวยโปร ไฟล์เริดพวกนี้ฟิวส์ขาดเดินด่ากราดออกมาแบบนั้น  แกจะรอดไหมวะเนี่ยนิลรัตน์

เธอพยายามกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ แต่ก็ถอยไม่ได้แล้ว เงินเดือนเริ่มต้นที่นี่สูงลิบลิ่ว สวัสดิการก็ดีเลิศ ที่สำคัญ... พ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัดยังรอเงินส่งเสียจากเธออยู่

คนที่สามและสี่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และทั้งคู่ก็มีอาการเดินกระแทกส้นเท้าด่าทอบริษัทออกมาไม่ต่างจากสองคนแรก จนกระทั่ง...

“เชิญคุณนิลรัตน์ พิมลลักษณ์ ค่ะ”

เสียงเลขาหน้าห้องดังขึ้น นิลรัตน์หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ยืดหลังตรง  คลี่ยิ้มบางๆ อย่างมั่นใจ ก่อนจะผลักประตูบานใหญ่ ก้าวเข้าไปสู่...

แดนประหาร ภายในห้องทำงานกว้างขวางปูพรมหรูหรา  แอร์เย็นฉ่ำจนบาดผิว มีสตรีสูงวัยแต่ดูสง่าภูมิฐานนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ท่าทางทรงอำนาจน่าเกรงขาม

ส่วนด้านหลังของโต๊ะทำงานนั้น ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองมุมสูง มีผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา... หล่อระดับพระเอกซีรีส์ยังต้องชิดซ้าย เขายืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็ก

ใบหน้าหล่อจัดนั้นเรียบตึงค่อนไปทางบึ้งตึง ไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบมองกวาดมาที่เธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินและ... เหยียดนิดๆ อย่างเห็นได้ชัด     

นิลรัตน์พยายามไม่สนใจสายตาไร้มารยาทของชายหนุ่ม เธอเดินไปหยุดหน้าโต๊ะ แล้วพนมมือไหว้ย่ออย่างงดงาม ชดช้อยราวกับผ่านการประกวดมารยาทไทย

“สวัสดีค่ะ” เสียงใสเอ่ยทักทายอย่างฉะฉาน 

คุณพรรณษามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าเก่าแต่รีดจนเรียบกริบ ท่าทางนอบน้อมแต่แฝงความเด็ดเดี่ยวในดวงตากลมโต ท่านแสยะยิ้มมุมปาก เริ่มบททดสอบแรกทันที

 “สวัสดี... ที่นี่บริษัทนำเข้าส่งออกระดับหมื่นล้าน กำลังต้องการเลขาให้ท่านรองประธาน ไม่ได้ต้องการนางงามมารยาทดีเด่น หรือครูสอนวิชาสังคมหรอกนะ”   คำพูดแดกดันนั้นพุ่งตรงเข้าใส่เพื่อทดสอบความอดทนนิลรัตน์ชะงักไปนิดนึง แต่เธอก็เชิดหน้าขึ้น สบตากับประธานใหญ่โดยไม่หลบเลี่ยง

 “ดิฉันทราบค่ะคุณผู้หญิง แต่การมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่และการวางตัวที่เหมาะสม นั่นคือสมบัติขั้นพื้นฐานของผู้ดีที่มนุษย์เงินเดือนและคนทำงานทุกคนควรมี ไม่ใช่หรือคะ?”

พร้อมภัทร์ที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังถึงกับเลิกคิ้ว หันมามองผู้ท้าชิงคนสุดท้ายอย่างแปลกใจ ยัยเด็กแต่งตัวเชยๆ นี่กล้าต่อปากต่อคำกับแม่เขาเชียวหรือ คุณพรรณษานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาจะทอประกายพึงพอใจลึกๆ

“เธอชื่ออะไร?”

“ชื่อนิลรัตน์ พิมลลักษณ์ ค่ะ”

“เคยผ่านงานเลขามาบ้างไหม?”

“เคยค่ะ เพิ่งออกจากที่เก่ามายังไม่ถึงเดือน”  นิลรัตน์ตอบฉะฉาน พร้อมกับแจ้งชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับกลางที่เธอเคยทำ

“ที่ทำงานเก่าของเธอก็ถือว่ามีชื่อเสียงพอตัว เงินเดือนและโบนัสก็ไม่เลวนี่...ทำไมถึงลาออกล่ะ?  งานหนักไป? หรือทนแรงกดดันไม่ได้?”

“ดิฉันไม่ได้ลาออกค่ะ...”  นิลรัตน์ตอบเสียงเรียบ สีหน้าไม่เปลี่ยน “แต่ถูกไล่ออก” คราวนี้พร้อมภัทร์ขยับตัว เดินเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น

“ถูกไล่ออก?  ทำไมถึงโดนไล่ออก ทำความผิดร้ายแรงอะไร ยักยอกเงินบริษัท

หรือความลับรั่วไหล?”  ชายหนุ่มถามแทรกขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง นิลรัตน์ตวัดสายตาไปมองเขา สบตากับดวงตาคมกริบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว  

“เปล่าค่ะ ดิฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมายข้อไหนทั้งนั้น แต่ดิฉันเอาแฟ้มเอกสารปกแข็ง... ฟาดหัวเจ้านายค่ะ” 

ความเงียบโรยตัวลงในห้องชั่วขณะ พร้อมภัทร์เบิกตาขึ้นเล็กน้อย ส่วนคุณพรรณษาหรี่ตามอง  

“เอาแฟ้มฟาดหัวเจ้านาย?  เธอพอจะเล่าหรือบอกเหตุผลได้ไหม ว่าทำไมถึงทำพฤติกรรมก้าวร้าวป่าเถื่อนแบบนั้น”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บอสขาอย่าอ่อย    บทส่งท้าย วิวาห์หวาน

    ชายหนุ่มคำรามลั่นในลำคอ กระแทกกายเข้าออกอย่างบ้าคลั่งอีกเพียงไม่กี่ครั้ง ร่างของปอป่านก็กระตุกเกร็ง เม้มปากแน่นพร้อมกับปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาชโลมอาบความเป็นชาย เลโอเองก็ตอกอัดความปรารถนาเข้าไปจนสุดโคน ปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตอุ่นวาบฉีดพ่นเข้าไปในกายสาวทุกหยาดหยดร่างสูงทิ้งตัวลงนอนทาบทับร่างบางอย่างหมดเรี่ยวแรง หอบหายใจแฮกอยู่กับซอกคอหอมกรุ่น เขากดจูบเบาๆ ที่ขมับชื้นเหงื่อ ค่อยๆ ถอนกายออกแล้วดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดก่ายไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน"การรักษาของหมอเลโอ... ทำให้ข้อเท้าหายปวดหรือยังครับ?" ชายหนุ่มกระซิบถามเสียงกลั้วหัวเราะ ปอป่านซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ทุบเบาๆ ที่กล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา"ข้อเท้าหายปวดแล้ว... แต่ระบมไปทั้งตัวแทน! นายนี่มันหื่นกามที่สุดเลยไอ้บอดี้การ์ดบ้า!" เลโอหัวเราะร่วน กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น"ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณหนู... และกำลังจะเป็น 'สามี' ที่ถูกต้องตามกฎหมายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ด้วย เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยนะครับ เพราะสามีคนนี้... จะขอรักษาร่างกายให้คุณหนูทุกคืนเลย"กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน เพียงแค่สามสัปดาห์ หลังจากเหตุการณ์ร้า

  • บอสขาอย่าอ่อย    บทที่ 26 : หนี้รักยี่สิบล้าน nc

    บานประตูไม้สักของห้องนอนใหญ่ถูกเปิดออกและปิดลงด้วยฝีเท้าของร่างสูง เลโอใช้แผ่นหลังดันประตูให้ปิดสนิทพร้อมกับกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มตวัดวงแขนอุ้มร่างนุ่มนิ่มที่เอาแต่ซุกหน้ามุดลาดไหล่เขามาตลอดทางเดิน วางลงบนเตียงคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาอย่างแสนจะทะนุถนอมทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับฟูกนุ่ม ปอป่านก็รีบพลิกตัวหนี หญิงสาวคว้าหมอนใบโตมากอดบังหน้าอกตัวเองไว้ ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวจากพิษไข้ บัดนี้กลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอ"คนบ้า... ไอ้ฝรั่งจอมลวงโลก! ปล่อยให้ฉันหลงคิดมาตลอดว่านายเป็นแค่ลูกจ้าง เป็นบอดี้การ์ดตกอับที่ต้องมาคอยรับคำสั่งฉัน" ปอป่านบ่นอุบอิบ ไม่กล้าเงยหน้าสบตากับทายาทมหาเศรษฐีตัวจริงที่กำลังยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างเตียง เลโอหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปดึงหมอนใบโตออกจากอ้อมกอดของหญิงสาว โยนมันทิ้งไปที่ปลายเตียงอย่างไม่ไยดี แล้วรวบตัวเจ้านายสาวจอมพยศเข้ามากอดไว้หลวมๆ"ผมขอโทษครับป่าน... ที่ต้องปิดบังความจริงมาตลอด" น้ำเสียงทุ้มห้าวที่เคยแฝงความกวนประส

  • บอสขาอย่าอ่อย    ตอนที่ 25: ความจริงเปิดเผย และคำสารภาพรัก

    "งะ... งานแต่งงาน!?"ปอป่านเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองหน้าผู้ใหญ่ทั้งสามสลับกันไปมาด้วยความตกตะลึง "แต่งงานอะไรกันคะ ป่านยังไม่มีแฟนเลยนะคะคุณพ่อ! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึง...""ก็เพราะยังไม่มีน่ะสิ พ่อกับลุงไมเคิลถึงได้จัดการหาคนที่เหมาะสมไว้ให้แล้วไงล่ะลูก" ประทีปแสร้งตีหน้าขรึมและจริงจัง "หนูต้องแต่งงานกับลูกชายคนเดียวของลุงไมเคิลนี่เป็นข้อตกลงที่เราผู้ใหญ่คุยกันไว้ ตั้งแต่ตอนที่ลุงเขาให้เงินยี่สิบล้านมาช่วยพยุงฟาร์มเราแล้ว ถือเป็นการแต่งงานเพื่อล้างหนี้ และดองสองครอบครัวเข้าด้วยกัน"ปอป่านรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หูอื้อไปชั่วขณะ... แต่งงานเพื่อใช้หนี้? คลุมถุงชนกับลูกชายมหาเศรษฐีที่เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าเนี่ยนะ!? หญิงสาวหันขวับไปมอง 'บอดี้การ์ดหนุ่ม' ที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องโดยอัตโนมัติ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด ทว่าเลโอกลับยืนนิ่ง สบตาเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก"ถ้า..." ปอป่านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี "ถ้าคุณพ่อกับคุณลุงไม่ได้จะบังคับกันจนเกินไป... ป่านคงต้องขอบอกตรงๆ ว่า ป่านไม่สามารถแต่งงานกับลูกชายของคุณลุงได้ค่ะ""ทำไมล่ะหนูป่าน

  • บอสขาอย่าอ่อย    ตอนที่ 24 : ปิดล้อมจับตาย และรางวัลนำจับ

    บรรยากาศยามเย็นบริเวณหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กท้ายตลาดอำเภอฝาง ค่อนข้างเงียบเหงาและห่างไกลจากผู้คน บ้านพักชั้นเดียวหลังคาสังกะสีที่ถูกเช่าไว้เป็นแหล่งกบดานชั่วคราว ปิดไฟมืดสนิทราวกับไม่มีคนอาศัยอยู่ ทว่าภายในห้องนั่งเล่นแคบ ๆ ศักดาและศักดิ์ชายกำลังนั่งกระดกเหล้าขาวเข้าปากด้วยความเครียดจัดกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมถูกยัดลวก ๆ วางเตรียมพร้อมไว้บนโซฟา"น้า... ติดต่อไอ้หวังได้หรือยัง รถมันจะมารับพวกเราข้ามชายแดนกี่โมง ผมร้อนใจจะแย่อยู่แล้วนะ" ศักดิ์ชายเดินวนไปวนมา ขยี้ผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง"มึงจะเดินให้มันได้อะไรขึ้นมาวะไอ้ชาย! นั่งลง!" ศักดาตวาดลั่น ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์"ไอ้หวังมันบอกว่ารอให้มืดกว่านี้อีกหน่อย ตอนนี้ด่านตรวจของพวกทหารพรานมันเข้มงวด... แม่งเอ๊ย! ไม่คิดเลยว่าอีนังเด็กปอป่านมันจะรอดจากลูกซองกูไปได้ แถมยังเอาตำรวจมาไล่บี้พวกเราอีก!" "ผมบอกแล้วไงว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้ฝรั่งบอดีการ์ดนั่น ท่าทางมันไม่ธรรมดาตั้งแต่แรกแล้ว!" "มึงหุบปากไปเลย..."วี้หว่อ... วี้หว่อ... วี้หว่อ เสียงไซเรนของรถตำรวจหลายคันแผดเสียงดังแหวกความเงียบของหมู่บ้านเข้ามาใกล้ และหยุดลงที่หน้าบ้านเช่าของพวกเขาพอด

  • บอสขาอย่าอ่อย    ตอนที่ 23 : แขกผู้มาเยือน และเบาะแสคนร้าย

    สามวันผ่านไป อาการไข้หวัดใหญ่ของปอป่านทุเลาลงจนกลับมาเป็นปกติ ส่วนข้อเท้าที่แพลงก็ยุบบวมลงมากจนสามารถเดินลงน้ำหนักเบาๆ ได้แล้ว หญิงสาวไม่ต้องนอนจับเจ่าอยู่แต่ในห้องอีกต่อไป เธอสามารถลงมานั่งรับลมที่ระเบียงหน้าบ้านใหญ่ได้ โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์คอยเดินตามประกบเป็นเงาตามตัว ความสัมพันธ์ระหว่างปอป่านและเลโอพัฒนาไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางวิกฤต แม้จะไม่มีการเอ่ยปากระบุสถานะที่ชัดเจน แต่การกระทำที่แสนจะใส่ใจ สายตาที่ทอดมองกัน และรอยยิ้มที่มอบให้กัน ก็เพียงพอที่จะทำให้คนทั้งบ้านสวนฟาร์มสัมผัสได้ถึงความหวานชื่นที่อบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งคู่"ทานแอปเปิลหน่อยนะครับคุณหนู ป้าจำเนียนเพิ่งปอกมาให้สดๆ เลย"เลโอเลื่อนจานผลไม้มาตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังนั่งอ่านเอกสารสรุปยอดบัญชีอยู่บนโต๊ะกระจก "ขอบใจนะ" ปอป่านยิ้มรับ ใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลเข้าปาก ก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อละสายตาจากแฟ้มเอกสาร"ยอดสั่งซื้อปุ๋ยลอตใหม่ที่เราติดต่อไปทางร้านขายส่งในตัวเมือง ได้ราคาถูกกว่าเดิมตั้งเกือบครึ่ง นี่ขนาดฉันเพิ่งเข้ามาดูระบบแค่ไม่กี่วัน ยังประหยัดเงินฟาร์มไปได้เป็นแสนคิดดูสิว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกนายศักดามันสูบเลือดสูบเนื้อฟาร์

  • บอสขาอย่าอ่อย    บทที่ 22 ความหนาวเหน็บถูกแทนด้วยความเร่าร้อน nc

    ชายหนุ่มจัดการก่อกองไฟขึ้นมาอย่างชำนาญ เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ขับไล่ความหนาวเย็นให้ถอยร่นออกไป เลโอขยับตัวเข้ามานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังหญิงสาว ดึงร่างที่สั่นงันงกของเธอเข้ามากอด เพื่อให้ความอบอุ่น"เราโชคดีที่มีไฟผิงนะครับคุณหนู แต่..." เลโอมองสภาพเสื้อผ้าที่เปียกโชกของคนในอ้อมแขน"ผมว่าเราคงต้องถอดเสื้อผ้าเปียก ๆ ออกมาผึ่งไฟเสียก่อน อย่างน้อยให้ มันหมาดก็ยังดี ไม่อย่างนั้นอุณหภูมิร่างกายคุณหนูจะลดต่ำลงจนช็อกได้นะครับ""บะ... บ้าเหรอ ฉันอายนะ" ปอป่านส่ายหน้ารัว ริมฝีปากที่ซีดเซียวปากคอสั่นกระทบกันจนดังกึกๆ"มะ... ไม่เป็นไรหรอก ผิงไฟไปแบบนี้แหละ เดี๋ยวไฟก็ดับแล้ว""ดื้ออีกแล้วนะครับ" ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่ได้ฟังคำทัดทานนั้น มือหนาเอื้อมไปจับที่ข้อเท้าขวาที่บวมช้ำของเธออย่างเบามือที่สุด เลโอค่อย ๆ ถอดรองเท้าผ้าใบที่เปียกชุ่มและถุงเท้าของเธอออกทีละข้าง เพื่อไม่ให้รัดข้อเท้าที่กำลังอักเสบ ความอ่อนโยนที่สวนทางกับรูปลักษณ์ดุดันของเขา ทำเอาหัวใจของปอป่านกระตุกวูบเมื่อถอดรองเท้าเสร็จ เลโอขยับตัวขึ้นมานั่งประจันหน้ากับเธอ แสงจากกองไฟสาดส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลา นัยน์ตาสีน้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status