เข้าสู่ระบบเช้าวันอังคารชวินทร์ก็มารับวรัลฌาตามที่นัดไว้เพื่อจะพาหญิงสาวไปทานอาหารเช้าที่โรงแรม
“กวางอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเบเกอรี่มาก”
“คุณชวินทร์มีอะไรแนะนำไหมคะ”
“ครัวซองต์อัลมอนด์ที่นี่อร่อยครับ สนใจไหม” ชวินทร์เอ่ยถามขณะเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งลง
“กวางไม่เคยมากินที่นี่ เอาที่คุณชวินทร์คิดว่าอร่อยก็แล้วกันค่ะ”
การนั่งทานอาหารด้วยกันตามลำพังทำให้วรัลฌาเกร็ง ๆ ในตอนแรกแต่เขาก็ชวนคุยจนรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อทานเสร็จเขาก็มาส่งหญิงสาวที่มหาวิทยาลัย
ตลอดทั้งสัปดาห์ชวินทร์ทำหน้าที่คนขับรถ เขามารับหญิงสาวทุกเช้าเพื่อทานอาหารก่อนจะพามาส่งถึงหน้าตึกคณะ ส่วนในเวลาเย็นเขาก็ให้คนขับรถมารับเธอไปส่งที่คอนโดโดยมีข้ออ้างคือเธอยังไม่หายสนิทและเพื่อความปลอดภัย
การได้ทานอาหารด้วยกันทุกวันทำให้ความสนิทสนมก็มีมากขึ้น ความเอาใจใส่ของเขาทำให้วรัลฌารู้สึกหวั่นไหว
.....
บ่ายวันศุกร์ ใต้ตึกคณะ
“กวางฉันรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้วนะ” ณิชกานต์ส่งแก้วชาเขียวให้วรัลฌาแล้วจ้องหน้าเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง
“อะไรที่ไม่ปกติ ชาเขียวไม่อร่อยเหรอ” หญิงสาวจิบแล้วก็รู้สึกว่ารสชาติมันก็เหมือนกับทุกวัน
“ไม่ใช่เรื่องชาเขียว”
“แล้วเรื่องอะไร แกพูดไม่เคลียร์ฉันเลยงง”
“ก็คุณชวินทร์น่ะสิ คุณชวินทร์พาแกไปกินข้าวบ่อยเกินไปนะ แกเป็นหนี้บุญคุณเขาก็จริงแต่ฉันคิดว่าการกระทำของเขามันมากกว่านั้น”
“ไม่มีอะไรหรอกน่าโบว์ แกคิดมากไปหรือเปล่า ช่วงนี้แผลฉันยังไม่หายสนิทแล้วเขาก็เลยห่วงนั่นแหละ” วรัลฌาพยายามหาเหตุผลมาหักล้าง แต่ในใจก็รู้สึกว่ามันแปลก
“แต่เขาก็ไม่น่าจะว่างขนาดนั้นนี่ ผู้บริหารอย่างคุณชวินทร์ เวลาของเขาเป็นเงินเป็นทองนะ ถ้าเขาไม่รู้สึกอะไรกับแกก็คงไม่มาเสียเวลากับแกมากขนาดนี้หรอก ฉันว่าเขาต้องชอบแก ๆ แน่เลยนะกวาง”
“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะโบว์ ฉันเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ เป็นแค่นักศึกษาธรรมดา ๆ ส่วนเขาเป็นถึงรองประธานบริษัทใหญ่เลยนะ”อยู่สูงขนาดนั้นคงไม่มองคนอย่างฉันหรอก”
“จะอยู่สูงแค่ไหนถ้ารักกันชอบกันความแตกต่างตรงนี้ก็ไม่ใช่อุปสรรคแต่อยู่ใกล้เขามากก็ระวังตัวด้วย เขามีศัตรูเยอะเดี๋ยวจะเจ็บตัวอีก”
“อือ ฉันจะระวังตัว”
“ระวังหัวใจด้วยนะ อยู่ใกล้ผู้ชายโปรไฟล์ดีอย่างคุณชวินทร์ระวังว่าจะตกหลุมรักเขาขึ้นมาล่ะ”
“ไม่หรอกน่า” วรัลฌารีบปฏิเสธทั้งที่จริงแล้วเธอเองกำลังหวั่นไหวกับความใจดี ความเอาใจใส่และความอบอุ่นที่เขาแสดงออกมาตลอดหลายวัน
“แล้วเย็นนี้เขาจะมารับเองหรือให้คนขับรถมารับล่ะ”
“คนขับรถเหมือนเดิมนั่นแหละ”
“งั้นไปกินอะไรก่อนกลับไหมล่ะแล้วฉันไปส่งที่คอนโด”
“ขอโทษนะโบว์เย็นนี้คุณชวินทร์ชวนไปกินข้าว”
“นั่นไงล่ะ เช้าถึงเย็นถึงแบบนี้เขาต้องคิดกับแกมากกว่าพยานแล้วล่ะ”
“ไม่หรอกน่า เขาแค่กลัวฉันอยู่คนเดียวจะเหงา”
“จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเขาชอบแกขึ้นมาฉันก็ดีใจด้วย ถึงฉันจะบอกว่าอยู่ใกล้เขาอันตรายแต่เขาก็เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์มาก ถ้าแกคบกับเขาเขาก็คงดูแลแกอย่างดีและคงไม่ให้แกเกิดอันตรายหรอก”
วรัลฌาเงียบไปเพราะเธอไม่รู้ว่าการที่ชนินทร์คอยดูจะปลอดภัยหรือได้รับอันตรายมากขึ้นกันแน่ แต่หญิงสาวก็รู้สึกดีที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ
.....
หลังเลิกเรียนวรัลฌาก็นั่งรอคนขับรถของชนินทร์เหมือนกับทุกวัน
เมื่อกลับมาถึงคอนโดหญิงสาวก็อาบน้ำและเลือกชุดที่จะใส่ไปทานอาหารค่ำกับชวินทร์เย็นนี้ซึ่งเตรียมไว้ให้เธอเลือกหลายชุด
หญิงสาวใช้เวลาเลือกอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเลือกเดรสสีครีมแขนกุดยาวคลุมเข่าลงมาเล็กน้อยดูสุภาพซึ่งน่าจะเหมาะกับร้านอาหารที่เขาจะพาไป
เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ มัดผมแค่ครึ่งศีรษะส่วนทีเหลือก็ใช้ที่ม้วนผมไฟฟ้าม้วนเป็นลอนเล็ก ดูต่างจากทุกวันที่มักจะรวมเป็นหางม้า
หนึ่งทุ่มตรงชวินทร์ก็มารับเธอที่หน้าคอนโดเข้าสวมสูทสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตด้านในสีขาวปลดกระดุมลงสองเม็ดดูผ่อนคลายแต่ก็ยังคงความภูมิฐาน เขาพาเธอไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความเป็นส่วนตัวสูง
“สัปดาห์นี้เรียนหนักไหม แผลเป็นยังไงบ้าง” เขาถามพลางตักอาหารวางลงบนจานของเธออย่างเอาใจใส่
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่เจ็บแล้ว”
“ดีแล้วครับ แต่อย่าฝืนไปยกของหนักเข้าล่ะ”
“ไม่หรอกค่ะ กวางแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยแม่บ้านที่คุณชวินทร์จ้างมาทำให้ทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรเลย ผมอยากดูแกวางนะ ขาดเหลืออะไรก็บอกไม่ต้องเกรงใจ”
“คุณให้กวางมาเยอะมากพอแล้วค่ะ”
“ผมรู้ว่าไม่มีอะไรทดแทนเรื่องคืนนั้นได้ ขนาดผมเคยเจอเรื่องร้าย ๆ มาเยอะแต่บางคืนผมยังนอนไม่หลับ คืนนั้นมันน่ากลัวมากจริง ๆ คุณล่ะกวางยังคิดถึงเรื่องนั่นไหม” ชวินทร์อยากถามซ้ำว่าเธอจำหน้าคนร้ายได้ไหมแต่ก็ไม่อยากจะกดดันหญิงสาวจนเกินไป
วรัลฌาชะงักช้อนในมือ เธอสบตาคมที่ดูเหมือนจะค้นหาความจริงบางอย่างในดวงตาเธอ
“กวางจำเรื่องคืนนั้นได้ดีค่ะ แต่นึกหน้าคนยิงไม่ออกเลย กวางน่าจะกลัวและเจ็บจนสติหลุดไปแล้ว” เธอยังคงยืนยันคำเดิม แม้ในใจจะรู้สึกผิดที่เขาอ่อนโยนและใจดีกับเธอมากแต่เธอกลลับไม่บอกความจริงเขา
“ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าบางเรื่องมันก็ไม่น่าจำเลย แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผมเอง เชื่อใจผมนะ” เขาให้คำสัญญาด้วยท่าทางจริงจัง
“ขอบคุณค่ะ”
....
ชายร่างสูงในชุดดำสนิทลดกล้องส่องทางไกลลง แล้วกดโทรศัพท์หาเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้แต่ก็จำได้แม่น
“นายครับ ผมเจอตัวผู้หญิงที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วครับ ตอนนี้ไอ้ชวินทร์มันประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน มันพาไปไหนมาไหนด้วยตลอดทั้งอาทิตย์ มันน่าจะให้เธอเป็นพยานคนสำคัญที่มันกำลังกักตัวไว้รอวันชี้ตัวพวกเรา”
ปลายสายเงียบไปอึดอัด ก่อนจะมีเสียงเหี้ยมตอบกลับมา
“มึงแน่ใจนะว่ามันเห็นหน้ามึงชัด ๆ” ปลายสายถามด้วยความกังวล
“ผมถอดหมวกคุยกับมันตรงหน้าเลยครับนาย แต่ก็แปลกใจว่าทำไมเรื่องมันถึงได้เงียบขนาดนี้ ถ้ามันจำหน้าผมได้จริงไอ้ชวินทร์มันก็น่าจะทำอะไรสักอย่าง หรือมันจำไม่ได้เพราะคืนนั้นมืดมากแล้วนังผู้หญิงนั่นก็สลบไปเลย” เขาตั้งข้อสังเกตเพราะเหตุการณ์เกิดเกือบหนึ่งเดือนแต่ทางฝ่ายชวินทร์ก็ยังไม่เคลื่อนไหวอะไร
“ลองสืบดูก่อนว่ามันจำได้ไหม ถ้ามันจำได้ก็อย่าให้มันได้มีโอกาสพูด หาจังหวะที่ไอ้ชวินทร์เผลอ แล้วจัดการปิดปากมันซะ ครั้งนี้ห้ามพลาดเหมือนคราวก่อน”
“รับทราบครับนาย”
ชายชุดดำจ้องมองเข้าไปในร้าน เขายิ้มเหี้ยมที่มุมปาก แผลเป็นที่หัวคิ้วขยับตามรอยยิ้มที่น่าสยดสยอง
“มีความสุขให้เต็มที่นะแม่สาวน้อยเพราะความสุขแบบนี้อาจจะอยู่กับแกไม่นาน” น้ำเสียงเหี้ยมพูดอย่างอาฆาต
เช้าวันใหม่วรัลฌาไปทำงานด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้มีความกังวลอีกต่อไป แม้ตอนที่เดินเข้าแผนกจะเห็นปวริศายืนมองอยู่ด้วยสายตาจิกกัดเหมือนเดิมก็ตาม“ดูอารมณ์ดีจังนะกวาง แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะทำงานที่นี่ต่อ” ปวริศาเดินเข้ามาทักพร้อมรอยยิ้มเยาะวรัลฌาหยุดฝีเท้าแล้วหันไปยิ้มตอบอย่างสุภาพ“ค่ะพี่ริศา กวางตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานที่นี่ บ่ายนี้ก็จะเซนต์สัญญาแล้วค่ะ เพราะกวางรู้แล้วว่าความจริงมันเป็นยังไงส่วนความหวังดีของพี่ริศา กวางรับรู้ด้วยใจจริงค่ะ” เธอยิ้มอ่อนแต่แววตาแฝงไปด้วยความสะใจใบหน้าที่เคยยิ้มเยาะของปวริศาชาวาบและซีดลงทันทีเมื่อแผนทำให้ทั้งสองผิดใจกันไม่ได้ผล ยังไม่ทันที่ปวริศาจะได้พูดอะไรเสียงเย็นเฉียบของชวินทร์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“ริศา เข้าไปพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้”ชวินทร์เดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าปวริศา เขาปรายตามองวรัลฌาด้วยความอ่อนโยนเพียงชั่วครู่ก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานไป ปวริศาจำต้องเดินตามเข้าไปด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นระรัวภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด ชวินทร์นั่งลงที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งสายตาที่มองดูรุ่นน้องเยือกเย็น“ท่านรองเรียกริศามาแต่เช้า มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล
ชวินทร์เปิดประตูรถให้เธอตามปกติ ก่อนจะเดินอ้อมกลับเข้าไปนั่งยังตำแหน่งคนขับ“กวาง” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ“มีอะไรคะ” วรัลฌาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่สั่นไหวของเธอกำลังพยายามปิดบังความรู้สึกเอาไว้ เธออยากถามว่าสิ่งที่ปวริศาพูดเป็นความจริงไหม แต่ก็ไม่กล้า“อย่าสนใจคำพูดของคนอื่น เรื่องความรักกับหนี้บุญคุณไม่เกี่ยวกัน”วรัลฌาหันไปมองหน้าเขาทันที คำพูดของชวินทร์ทำให้น้ำตาที่เธอกลั้นไว้พังทลายลงมาทันที ชวินทร์ดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรักความอบอุ่นที่เขามีให้เธอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น“คุณชวินทร์ได้ยินเหรอคะ”“ใช่ครับ ผมได้ยินทั้งหมด กวางอย่าคิดมากนะ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีกว่าเราสองคนหรอกนะ”“กวางแค่กลัวค่ะ กลัวว่าคุณจะทำเพราะหน้าที่”“ถ้ามันเป็นแค่บุญคุณผมคงไม่พากวางไปที่บ้าน ผมคงไม่ไปคุยกับแม่ของกวางหรอกนะ ผมมีแฟนมาหลายคนแต่ไม่เคยให้พ่อกับแม่ไปเจอครอบครัวของฝ่ายหญิงเลยนะ” เขาพูดอย่างจริงจังแล้วเช็ดน้ำตาเธอออกเบา ๆ“แล้วพี่ริศารู้เรื่องเราได้ยังไงคะ”“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”“ไม่ใช่ว่าคุณเล่าให้พี่เขาฟังนะคะ เมื่อกี้เขาเรียกคุณว่าพี่ชวินทร์ด้วยนะคะ คุณสนิทกันมากกว่าที่เล่าให้กว
บรรยากาศหลังเลิกงานในออฟฟิศค่อนข้างเงียบ วรัลฌานั่งทำงานอยู่เดียวด้วยความใจเย็น แม้ว่าจะเลยเวลาเลิกงานมาพักใหญ่แล้ว แต่เธอก็ยังเลือกที่จะนั่งรอชวินทร์ที่กำลังประชุมอยู่สำหรับหญิงสาวแล้วการได้นั่งรอคนรักและกลับออกไปจากบริษัทพร้อมกันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและเปิดเผยทำให้เวลาในแต่ละวันเต็มไปด้วยความสุขโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นทำให้วรัลฌาละสายตาจากหน้าจอ เธอยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ“ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเพราะรู้ว่างานของเขามันเครียดมาก“เสร็จแล้วครับกวาง แต่ผมขอเวลาจัดการอีเมลด่วนอีกสักสิบนาทีนะเสร็จแล้วจะเดินไปหานะ” ปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงที่ฟังดูเหนื่อยแต่ยังคงมีความอบอุ่นเสมอ“ได้ค่ะ กวางรอได้คุณชวินทร์ไม่ต้องรีบนะคะ”วรัลฌายังไม่ทันได้กดวางสาย เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นกระเบื้องดังอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอก็ใกล้เข้ามาเสียก่อน เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบกับปวริศาเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กวางยังไม่กลับเหรอ”“ยังค่ะ”“งั้นเข้าไปคุยกับพี่ในห้องหน่อยสิ มีเรื่องงานจะแจ้งน่ะ”“ได้ค่ะพี่ริศา” เธอยังไม่ได้กดตัดสาย
“หายเหนื่อยหรือยังคะ” วรัลฌาถามเสียงแผ่ว พลางซบหน้ากับอกอุ่น“หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ แต่เหมือนจะเริ่มหิวใหม่อีกรอบแล้วสิ” เขาแกล้งแหย่จนหญิงสาวต้องตีแขนเขาเบาๆ“ไม่ได้นะคะ กวางไม่อยากไปทำงานสาย”“เมียจ๋า ผัวขอได้ไหม” เขาอ้อนอีกครั้ง“คุณชวินทร์....เรียกแบบนี้กว่ากลัวคนอื่นได้ยิน”“ไม่ชอบเหรอหรือไม่อยากเป็นเมียผม”คำถามนั้นทำให้วรัลฌาหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาที่เคยมองเขาอย่างระวังกลับเริ่มสั่นไหว“อย่าพูดแบบนี้สิคะ….” เสียงเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว“แต่ผมว่าสถานะที่เราเป็นอยู่นี้มันชัดเจนมากนะ”“กวางรู้ค่ะ”“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะหืม….”มือของเขาเลื่อนมาจับปลายคางเธออย่างอ่อนโยน ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้ทุกประสาทสัมผัสตื่นตัวอีกครั้ง“อย่าหลบสายตาผมสิ”เธอเผลอกลืนน้ำลาย เมื่อสบตาเขาอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว“ก็คุณเอาแต่จ้อง รีบนอนกันดีกว่านะคะ”“เคยมีครั้งไหนที่ผมพอแค่ครั้งเดียวหรือเปล่า”“คุณกินดุตลอด” หญิงสาวค้อนเบา ๆ“ก็กวางน่ากิน ว่าแต่กวางอยากกินไอติมผมบ้างไหมล่ะ จะได้รู้ว่าผมเองก็อร่อยไม่แพ้กวางเลยนะ”วรัลฌามอ
บรรยากาศในร้านอาหารดูผ่อนคลาย ชวินทร์ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นฝนวันนี้ให้วรัลฌาฟังอย่างละเอียด“กวางรู้ไหมครับที่แม่ต้องเข้มงวดและมองเรื่องเงินเป็นใหญ่ เพราะท่านไม่อยากให้กวางลำบากเหมือนท่าน ท่านรักกวางมากนะแต่แค่แสดงออกไม่เป็น” ชวินทร์กุมมือหญิงสาวไว้แน่น“วันนี้แม่ก็โทรมาค่ะ เราปรับความเข้าใจกันแล้ว ถ้าคุณชวินทร์ไม่ไปพูดกับแม่กวางก็คงยังน้อยใจเรื่องแม่อยู่ ขอบคุณนะคะที่ทำให้ปมในใจของกวางคลายออกมาจนหมด”“ผมดีใจนะที่กวางยิ้มเวลาพูดถึงแม่” เขาส่งยิ้มอบอุ่นให้“กวางโชคดีมากที่มีคุณอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”“ถ้าอยากขอบคุณจริงคืนนี้ไปค้างที่คอนโดผมได้ไหมล่ะครับ”“ได้สิ วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวกวางจะนวดให้ดีไหมคะ”“ดีสิครับ งั้นเรารีบไปกันเถอะ ผมเองก็อยากพักเหมือนกัน”ชวินทร์ขับรถพาคนรักมายังคอนโดมิเนียมของตนเองซึ่งตอนนี้เขาเตรียมของใช้ส่วนตัวรวมถึงชุดต่าง ๆ ของวรัลฌาไว้พร้อมหมดแล้วทันทีที่ประตูห้องปิดลงชวินทร์ก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง“วันนี้ผมโดดประชุม... แถมยังต้องขับรถไปกลับตั้งหลายชั่วโมง เหนื่อยไปหมดเลยครับ” เขาอ้อนเสียงเบาซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ
“เป็นอะไรหรือเปล่ากวางพี่เห็นวันนี้เอาแต่จ้องโทรศัพท์” ปัทมาอดถามไม่ได้เพราะดูเหมือนว่าวันนี้วรัลฌาจะไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานเท่าไหร่“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่วันนี้เพื่อนในกลุ่มคุยกันเยอะกวางเลยเสียสมาธินิดหน่อย ขอโทษด้วยนะคะพี่ปัท พี่รุ้ง”“ที่พี่ถามไม่ใช่จะเอาผิดหรอกนะ แค่เป็นห่วงกลัวว่ากวางจะมีเรื่องไม่สบายใจ” ปัทมารีบอธิบาย“ขอบคุณค่ะพี่ปัท พี่ทั้งสองคนเป็นทั้งรุ่นพี่และเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ กวางโชคดีมากเลยที่ได้ทำงานทีมเดียวกับพี่”“พี่ก็คิดว่าพี่โชคดีนะที่ได้กวางมาร่วมงาน ถึงกวางจะเพิ่งเรียนจบแต่ก็ทำงานได้ดี มีความขยันแม้จะเป็นแฟนรองประธานแต่กวางก็ไม่เคยถือตัวหรือทำตัวเหนือกว่าคนอื่น พี่ไม่แปลกใจเลยที่ท่านรองเลือกกวางมาเป็นแฟน” กนกวรรณพูดเสริมขึ้น“ชมกันแบบนี้กวางก็เขินแย่เลยสิคะ” วรัลฌาหัวเราะก่อนจะกลับมาตั้งใจทำงานต่อแต่ก็แอบมองโทรศัพท์อยู่บ่อย ๆเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลา 15.45 น. วรัลฌาขมวดคิ้วเพราะไม่ใช่สายที่เธอกำลังรออยู่หากแต่เป็นสายจากมารดาที่โทรหาเธอแทบจะนับครั้งได้“กวางขอตัวไปคุยธุระก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกรุ่นพี่ทั้งสองก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ที่บันไดหนีไฟ
ทานอาหารเสร็จแล้วชวินทร์ก็ขับรถพาหญิงสาวกลับด้วยความเร็วที่ต่ำกว่าปกติเพราะอยากอยู่กับเธอให้นานขึ้นไม่ใช่เพราะอยากถามเรื่องคืนนั้นแต่เพราะเขารู้สึกสบายใจที่ได้คุยกับวรัลฌา หญิงสาวเป็นคนร่าเริงและมองโลกในแง่ดีถึงจะผ่านเรื่องร้ายโดยมีเขาเป็นต้นเหตุแต่เธอก็ไม่เคยโทษเขาเลยสักนิด“ชอบร้านเมื่อกี้ไหม” เข
การไปเรียนครั้งแรกหลังจากหยุดพักรักษาตัวสองสัปดาห์ทำให้วรัลฌาตื่นนอนเช้ากว่าปกติ อีกทั้งวันนี้ก็ไม่ต้องนั่งรถเมล์ไปอย่างเคยเพราะชวินทร์บอกว่าจะให้คนขับรถคอยรับส่งจนกว่าหมอจะบอกว่าแผลเธอหายสนิทและร่างกายกลับไปแข็งแรงอย่างเดิมซึ่งอาจใช้เวลานานเกือบสองเดือน“พี่แก้วคะ เย็นนี้กวางจะซื้อข้าวเย็นมาเลยนะค
เช้าวันต่อมา“ฉันอยู่ที่นี่นาน ๆ คงได้ทำอะไรไม่เป็นแน่เลยโบว์ แม่บ้านที่คุณชวินทร์จ้างมาทำให้ทุกอย่าง”“ก็เขาห่วงแกนั่นแหละ เขาว่ายังไงบ้างเรื่องคนที่ยิงแก”“ตำรวจกำลังตามอยู่ เห็นว่าจะสืบจากคนที่เสียผลประโยชน์จากการประมูลงานครั้งสุดท้าย”“แล้วแกจำหน้าคนร้ายไม่ได้จริงเหรอ นี่ก็ผ่านมานานแล้วนะ”“อือ
ตลอดสองสัปดาห์ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลชวินทร์มักจะมาเยี่ยมวรัลฌาทุกวัน ถึงแม้เขาจะออกจากโรงพยาบาลไปแล้วแต่พอเลิกงานชายหนุ่มก็ยังแวะมาหาและชวนคุยทำให้หญิงสาวรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยมากขึ้น แต่เรื่องที่จำคนร้ายไม่ได้มันก็ยังเป็นอย่างเดิมและตอนนี้ชวินทร์ก็ไม่ได้ถามเธอเรื่องนั้นแล้วทำให้เธอรู้สึกคลายค







