登入ชายร่างเล็กที่เปียกฝนมุ่ยหน้า ดวงตาใสซื่อคู่นั้นดูแสบสันใช่เล่นท่าทางคุ้นชินกับราตรีไร้แสงต่างจากชาวบ้านปกติธรรมดาลิบลับ
"แล้วดึกดื่นแบบนี้มาเดินทำอะไรคนเดียว ไม่กลัวผีแม่หม้ายอะไรนั่นหรือไง?" พิสุทธิ์ถามต่อด้วยความสงสัย พลางขยับตะเกียงจ้าวพายุส่องใบหน้าน่ารักตรงหน้า "ไม่กลัว มาหากบ" เสียงใสตอบกลับมา พิสุทธิ์แอบขำในใจกับท่าทางไร้เดียงสานั้น อย่างน้อยท่ามกลางความมืดมิดและเรื่องเล่าสยองขวัญ ก็ยังมีคนบ้าหากบหาเขียดเป็นเพื่อนแก้เหงา "ฝนตกแล้ว กลับบ้านไปซะสิ" พิสุทธิ์เอ่ยขึ้นด้วยความหวังดีชายร่างเล็กมองไปยังที่พักหลังน้อย "หลบฝนตรงนั้นได้ไหม?" พิสุทธิ์มองที่เถียงนาของตัวเองสลับกับชายแปลกหน้า "นั่นมันเถียงนาแม่ฉัน" "ปกติก็หลบที่นั่น..." ร่างเล็กเอ่ยอ้อนวอน พิสุทธิ์มองใบหน้าที่เปียกฝนจนหยดน้ำไหลลงมาตามกรอบหน้า ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถาม "บ้านอยู่ไกลหรือไงถึงต้องมาหลบที่นี่?" "..อื้อ" พิสุทธิ์ถอนหายใจยาวก่อนจะพยักหน้า "เออๆ ... " หยาดฝนหล่นลงมากระทบไหล่พิสุทธิ์ ตามด้วยอีกหลายหยดที่เริ่มตกลงมาอย่างรวดเร็ว ชายร่างเล็กดวงตากลมโตวาววับดูซุกซนเกินกว่าจะเป็นคนขี้กลัวกำลังขยับผ้าถุงถลกขึ้นสูงหนีโคลนผ้านุ่งเนื้อบางเริ่มรัดรูปเข้ากับสัดส่วนเพรียวบางเพราะความชื้นของอากาศ พิสุทธิ์รู้สึกคุ้นที่ว่านิ่งนักหนากลับกระตุกวาบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เล็บแดงๆ นั่นยกขึ้นมาเช็ดละอองฝนที่เกาะตามใบหน้า ท่าทางนั้นดูเป็นธรรมชาติจนพิสุทธิ์เผลอมองตามจังหวะการขยับของปลายนิ้วที่แต้มสีแดงสดนั่นกลิ่นหอมเย็นจางๆ ที่กระจายออกมาจากตัวคนตรงหน้ามันแรงขึ้นจนเขารู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด ฝนที่ตกลงมาทิ้งไว้เพียงความชื้นแฉะและกลิ่นดินโคลน พิสุทธิ์จัดการพาคนแปลกหน้าที่ชื่อมาถึงเถียงนาไม้หลังน้อย แสงจากตะเกียงจ้าวพายุที่แขวนไว้ใต้ชายคาคอยส่องสว่างให้เห็นสภาพของทั้งคู่ที่เปียกปอนไม่แพ้กัน พิสุทธิ์มองดูคนตัวเล็กที่ยืนตัวลีบ ผ้าถุงที่คาดเอวเปียกชุ่มจนแนบไปกับเรียวขาเนียนขาว “ตัวเปื้อนโคลนไม่ให้ขึ้นเถียงนานะ ไปล้างตัวก่อน” พิสุทธิ์พยักพเยิดไปที่ถังน้ำและขันพลาสติกข้างๆ “ถอดเสื้อผ้าไปซักตากซะสิ” ร่างบางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นวูบไหว “ตะ... ต้องแก้ผ้าเหรอ” พิสุทธิ์เลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ “เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ? จะอาบน้ำทั้งเสื้อผ้าหรือไง” “กะ... ก็... อื้อ” คนแปลกหน้าตอบเสียงอ้อมแอ้ม นิ้วเรียวที่ถูกแต้มด้วยสีแดงสดสั่นระริกขณะค่อยๆ ปลดเสื้อยืดสีซีดออก เผยให้เห็นผิวขาวจัดที่ดูนวลเนียนราวกับไม่เคยถูกแดดแผดเผา "มองอะไร" พิสุทธิ์มองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉยตามประสาผู้ชายที่คิดว่าร่างกายผู้ชายไม่มีอะไรน่าสนใจอะไร ทว่าเมื่อจองปลดผ้าถุงออกจนร่างเปลือยร่างปรากฏต่อสายตา พิสุทธิ์เองก็กลับเป็นฝ่ายที่ต้องกวาดสายตามองสำรวจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ร่างกายของคนตัวเล็กขาวซีดและบอบบาง ผิวพรรณดูสะอาดสะอ้านจนผิดแผกจากคนในหมู่บ้านที่ต้องตรากตรำทำงานกลางแดด กลิ่นหอมจางๆ โชยเตะจมูกชัดขึ้นเมื่อเปิดเปลือยผิวกายสัมผัสกับอากาศ พิสุทธิ์ไม่รอช้าถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นกล้ามเนื้ออกผายและร่างกายที่สมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มวัย 25 ปีที่ดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี แม้แสงจากตะเกียงจะสลัวแต่ท่อนเนื้อใหญ่โตส่วนล่างความเป็นชายเด่นชัดอยู่ตรงกลางหว่างขาทำให้จองถึงกับหน้าแดงก่ำ คนตัวเล็กหายใจติดขัดจนต้องรีบก้มหน้ามองปลายเท้าทันที “ล้างหน้าล้างตาหน่อยคนบ้าอะไร แต่งหน้าทาเล็บสวมผ้าถุงมาจับกบ” พิสุทธิ์บ่นพลางตักน้ำราดตัว เสียงน้ำกระทบผิวเนื้อดังก้องในความเงียบ พรึ้บ... พิสุทธิ์ขยับเข้าไปใกล้จองที่กำลังยืนล้างหน้าอย่างเก้อเขิน เขาถือโอกาสสำรวจคนตัวเล็กข้างๆ อีกครั้ง ผิวของจองขาวจนแทบจะเรืองแสงได้ในความมืด “ตัวขาวซีดจัง ไม่เหมือนคนบ้านนอกเลย” “ก็... ไม่ค่อยชอบเจอแดดน่ะ” จองตอบเสียงแผ่ว “สำอางซะด้วย... เป็นตุ๊ดหรือเปล่าเนี่ย?” “เปล่าซะหน่อย...” จองรีบปฏิเสธ พลางเม้มริมฝีปากแดงจัดจนดูน่าเอ็นดู พิสุทธิ์หัวเราะในลำคอพลางเอ่ยถามทำลายความเงียบ “ชื่ออะไร?” “จอง” “อายุเท่าไหร่?” “20” “อ่อนกว่าฉันตั้ง 5 ปีเลยแฮะ... แล้วบ้านอยู่ไหน?” “ท้ายหมู่บ้าน” พิสุทธิ์ขมวดคิ้ว เขาจำไม่ได้ว่าที่ดินท้ายหมู่บ้านมีใครจับจองอยู่นอกจากป่าช้าเก่า “บ้านใครวะนั่นไม่เห็นจำได้เลยว่าแถวนั้นมีที่ทางของใคร” จองไม่ตอบ เพียงแต่ก้มหน้าตักน้ำราดไหล่หยดน้ำใสๆ ไหลผ่านลำคอขาวระหงลงไปถึงเนินอกและแผ่นหลังที่แอ่นโค้ง พิสุทธิ์ยืนเช็ดตัวด้วยผ้าขาวม้าที่พันเอวไว้ลวกๆ สายตาเขายังคงจับจ้องไปที่คนตรงหน้าอย่างเผลอไผล โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าทุกกริยาอาการของเขากำลังถูกจองแอบชำเลืองมองด้วยความสนใจ... โดยเฉพาะท่อนเนื้อยาวที่ห้อยต่องแต่งอยู่ตรงหน้า หลังจากพิสุทธิ์จัดการร่างกายตัวเองจนแห้งสนิท เขาก็เหลือบไปเห็นจองที่ยืนกอดอกหนาวสั่นอยู่ข้างๆ “ไม่มีผ้าใส่ใช่มั้ย?” “อือ...” “มีแต่ผ้าถุงของแม่ กับเสื้อคอกระเช้าเก่าๆ เอาไหม” “อะไรก็ได้... ขอแค่ไม่โป๊” จองพึมพำ พิสุทธิ์อดขำไม่ได้ “ขี้อายจัง ทีแต่งหน้าทาปากยังกล้าเลย” “ก็คนในหมู่บ้าน... เขาทำกัน” “เออๆ” จองเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรับเสื้อคอกระเช้าและผ้าถุงจากมือพิสุทธิ์มาสวมใส่ เนื้อผ้าบางๆ นั้นแนบไปกับผิวเนื้อจองอย่างน่ามอง เสื้อคอกระเช้าตัวเก่าเผยให้เห็นลำคอระหงและผิวขาวนวลตา ทรงผมสั้นที่เปียกชื้นลู่ลงมาตามกรอบหน้าดูไร้เดียงสาและน่ารักอย่างบอกไม่ถูกในมุ้งหลังเก่าบนเถียงนา กลิ่นอายความหื่นกามจากเมื่อครู่ยังไม่จางหาย พิสุทธิ์นอนกอดจองไว้แน่น สองคนเบียดตัวชิดกันจนแทบเป็นเนื้อเดียว พิสุทธิ์ใช้นิ้วเขี่ยเล่นกับเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของจอง ก่อนจะกดจูบลงบนไหล่เนียนที่ยังมีรอยแดงจางๆ จากอารมณ์เมื่อเช้า"ว่าไงคิดได้หรือยัง" พิสุทธิ์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบๆ "ผมไม่เคยไปไหนเลย"จองที่นอนซบอยู่กับอกแกร่งเงยหน้าขึ้นมองแววตาพิสุทธิ์ที่ไม่มีความรังเกียจเจือปนเหมือนที่คนอื่นมอง "แล้วแม่คุณล่ะ... เขาจะไม่ว่าเหรอถ้าพาคนอย่างผมไปอยู่ด้วย""แม่กูเหรอ? แม่กูเขาคนหัวโบราณ รักที่ดิน รักทุ่งนาที่นี่จะตายไป ให้แกย้ายไปอยู่ในเมืองแกก็ไม่เอาหรอก แกชอบอยู่ของแกแบบนั้นแหละ เรื่องมึงกับยายไม่ต้องห่วงกูจัดการเอง"จองฟังแล้วก็นิ่งไป ความกลัวที่จะต้องออกไปเผชิญโลกกว้างยังติดอยู่ในใจ แต่พอหันมาเห็นแววตาของพิสุทธิ์ ความกลัวพวกนั้นก็หายไปครึ่งหนึ่ง คนคนนี้ที่ยอมลุยโคลนลุยสวนมาเอาตัวเขาไปได้ ก็คงปกป้องเขาได้เหมือนกัน…แดดสายส่องลงมาจนเหงื่อซึมตามไรผม พิสุทธิ์เดินดุ่มๆ ตรงเข้าไปที่ชานเรือนกระท่อมท้ายหมู่บ้านท่าทางแน่วแน่ทันทีที่พ่อหายป่วยเพราะความดันขึ้นโรคคนแก่ที่ใช้ร่างกา
ปั่บๆๆๆๆทุกก้าวที่เดินมาถึงเถียงนาไม้ พิสุทธิ์ยิ่งเน้นจังหวะกระทุ้งลึก แรงกระแทกที่อัดใส่รูรักซ้ำๆ ทำให้จองที่ไร้ทางสู้ต้องเกาะไหล่เขาแน่น รูที่ถูกกระแทกจนช้ำแดงบัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำรักที่ไหลนองทะลักออกมาตามง่ามขาจนเปียกโชกเมื่อถึงแคร่บนเถียงนา พิสุทธิ์จับจองคลานสี่ขาเหมือนสัตว์ที่ยอมสยบ จองก้มหน้าก้มตา ปล่อยให้สะโพกส่ายร่อนไปตามแรงเย็ดอย่างน่าไม่อาย สวบบบพิสุทธิ์คว้าเอวบางเอาไว้แล้วกระแทกใส่ไม่ยั้ง สวนลำควยแข็งขึงเข้าออกลึกสุดลำจนมิดโคน เสียง ตับ! ตับ! ตับ! ดังสะเทือนไปทั้งพื้นไม้ จองร่อนตูดร่านสวาทบดขยี้แก่นกายของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย“อูยยยย... อ๊าาา... จะ... จะแตกแล้ว... มัน... มันออกมาแล้ว!”จองร้องเสียงหลง เมื่อแรงกระแทกที่พิสุทธิ์กระหน่ำใส่จุดกระสันซ้ำๆ ทำให้เขากลั้นไม่อยู่ ปัสสาวะอุ่นๆ ไหลทะลักออกมาจากช่องทางรักพร้อมกับน้ำสวาท อาบย้อมท่อนเนื้อของพิสุทธิ์จนเปียกโชกไปหมดซ่าาาาา“เยี่ยวแตกเลยเหรอวะ! ร่านจริงๆ!” พิสุทธิ์คำรามอย่างถูกใจ เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยิ่งจองปล่อยออกมาเขาก็ยิ่งตอกอัดแรงขึ้นจนจองแทบขาดใจตาย ร่างกายของจองสั่นสะท้านเป็นเจ้าเข้า น้ำรักและหยาดปัสสาวะผสม
พิสุทธิ์ตื่นมาเกือบเที่ยงข้างกายไม่มีร่างเล็กของจองในอ้อมกอดคแต่ความอิ่มเอมกับกลิ่นหอมยังติดตรึงผิวกายไม่จาง ร่างสูงลากขาสั่นๆ เดินกลับมาบ้านบทรักเมื่อคืนสูบเอาพลังงานออกไปจนหมดทำเอาหิวโหยของกินมากกว่าหนไหนพิสุทธิ์นั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน รับจานข้าวจากป้ามาถือไว้ยังไม่ตักเข้าปาก ความสงสัยที่ยังคาใจทำให้เขาสบโอกาสถาม“ป้า.. ปกติแถวท้ายหมู่บ้านนี่มีบ้านใครอยู่อ้ะ ผมได้ยินมาว่ามีบ้านเก่าๆ อยู่หลายหลัง”ทันทีที่พูดจบคนเป็นป้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจวางพัดใบตาลลงกับพื้นทันที ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยกลับกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาถนัดตา “เอ็งไปได้ยินใครพูดมาไปเดินเพ่นพ่านแถวนั้นมาเหรอ?”“เปล่า แค่ถามเฉยๆ เห็นช่วงนี้คนพูดถึงกันบ่อย” พิสุทธิ์พยายามทำน้ำเสียงให้ปกติหญิงชราถอนหายใจยาว สายตาเหลือบไปมองรอบบ้านอย่างระแวงก่อนจะลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ท้ายหมู่บ้านไม่มีใครเขาไปกันหรอกที่นั่นมันมีแต่พวกคนแก่ที่ถูกปอบสิงถึงต้องถูกเนรเทศไปอยู่ที่นั่นไง ปล่อยให้ไปอยู่รวมกันที่นั่นไม่ให้มาปะปนกับพวกเราให้ต้องระแวงว่าเป็ดไก่ใครจะหายเพราะถูกจับกิน””พิสูจน์ได้เหรอว่าพวกเขาเป็น?““พิสูจน์พิเสิทอะไรใครๆ เ
อ๊บๆ อ๊บๆความมืดสลัวก่อนรุ่งสางยังคงปกคลุมเถียงนา อากาศเย็นทำให้ร่างบางขดตัวซุกหน้าเข้าหาไออุ่นจากอกแกร่ง พิสุทธิ์ปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวที่โคนขาท่อนเนื้อของเขาแข็งขึงจนปวดหนึบหลังจากได้ปลดปล่อยไปหลายรอบเมื่อคืนนี้เขานอนมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับพริ้มหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มือหนาเริ่มซุกซนไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนบีบเค้นก้อนเนื้อนุ่มนิ่มที่บั้นท้ายอย่างแรง จนจองส่งเสียงครางประท้วงในลำคอแต่อย่างั้นก็ยังไม่ยอมตื่นพิสุทธิ์ไม่หยุดแค่นั้น เขาเลื่อนมือขึ้นมาบีบเค้นยอดอกที่ยังคงแข็งเป็นไตของจองอย่างมันเขี้ยว ทั้งบดทั้งขยี้จนจองเริ่มขยับตัวด้วยความรำคาญ ดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้นมองภาพชายหนุ่มที่นอนจ้องเขาอยู่ด้วยสายตาหื่นกระหาย"งือ... ปล่อย..." จองพึมพำเสียงพร่า มือเล็กพยายามผลักอกพิสุทธิ์ออก แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่ยอม เขาจับมือจองมาวางไว้บนลำควยแข็งขึงที่กำลังผงาดง้ำอยู่ตรงหน้า "ตื่นแล้วเหรอช่วยหน่อยมันแข็งทุกไม่แตกสักที"จองจำยอมต้องทำตาม เขาค่อยๆ ชักรูดแท่งเนื้อร้อนผ่าวเข้าออกด้วยมือเล็กๆ ที่เปียกแฉะไปด้วยน้ำลายและเมือกสวาท พิสุทธิ์ครางฮือในลำคอเมื่อได้รับสัมผัสที่คาดเด
พิสุทธิ์กดสะโพกสอบเข้าหามือเล็ก ความกระหายก่อตัวขึ้นทวีคูณ กลิ่นเดิมๆ ของจองทวีความรุนแรงขึ้นยามแนบชิด พิสุทธิ์แทบคลั่งละมือจากยอดอกเล็กชูชัน ปรายสายตามองคนตัวเล็กที่นอนหอบหายใจแอ่นอกกระตุกพราดๆ อยู่บนเสื่อด้วยความกระสัน มือหนาถลกผ้าถุงลายดอกสีสดขึ้นไปกองไว้บนเอวบางของจอง เผยให้เห็นสัดส่วนช่วงล่างที่ขาวเนียนตัดกับสีหวานของร่องรักฉ่ำเยิ้มที่ไหลออกมาจากความตื่นตัว"ร่านหรือยัง..." พิสุทธิ์พึมพำเสียงแหบพร่า ก่อนจะโน้มตัวลงไปจับขาเรียวขาวทั้งสองข้างแยกออกกว้างร่องสวาทที่หุบปิดสนิทอ้ากว้างกว่าเดิมจมูกโด่งไซร้ไปตามซอกขาอ่อนที่สั่นระริก กลิ่นหอมละมุนดั่งดอกไม้กลางคืนชัดเจนขึ้นปลายลิ้นร้อนจัดละเลงลงบนรอยแยกสีหวานที่บวมเป่งจากการถูกเร้าอารมณ์ทันทีแผล่บ!"อ๊ะ! อ๊าาาา...อย่า..." จองร้องครางเสียงหลง สะโพกเล็กเด้งรับสัมผัสสยิวด้วยความไม่ประสา พิสุทธิ์ใช้ลิ้นตวัดเลียวนเวียนอยู่รอบรูสวาทที่กำลังขมิบตอดรับสัมผัสอย่างรุนแรง เขาแกล้งใช้ปลายลิ้นสะกิดติ่งสวาทที่แข็งเป็นไตก่อนจะดูดดึงมันจนจองตัวกระตุกเกร็ง"ซี๊ดดด... มึงหอมไปทั้งตัวเลยดูสิ รูฉ่ำไปหมดแล้ว" พิสุทธิ์เงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า ร่องสวาทเผยออ
เสียงฝนข้างนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบใบตองดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภายในมุ้งหลังเก่า แสงจากตะเกียงจ้าวพายุที่หรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสีส้มสลัวขับเน้นให้บรรยากาศดูอึมครึมและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ"นอนบนเสื่อ ในมุ้งเดียวกันนะ" พิสุทธิ์หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ จองที่ขยับเข้าไปรออยู่ก่อนแล้ว กลิ่นหอมเย็นประหลาดที่ออกจากตัวคนตัวเล็กนั้นยิ่งได้กลิ่นใกล้ๆ ยิ่งใกล้กันก็ยิ่งปั่นป่วน"อยู่หมู่บ้านนี้ตลอดเลยใช่ไหม" เขาเริ่มบทสนทนา พยายามข่มอารมณ์ที่เริ่มพุ่งพล่าน"อื้อ" จองตอบสั้นๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นดูฉ่ำเยิ้มเมื่อต้องแสงไฟ"ไม่อยากไปอยู่กรุงเทพฯ บ้างเหรอ?""อยากสิ..เพราะใครๆ ก็ไปกันแต่ฉันต้องดูแลยาย"พิสุทธิ์ขยับเข้าไปใกล้กลิ่นหอมดอกไม้ป่ารัญจวนใจทำเอาเขาต้องโน้มหน้าไปสูดดมที่ซอกคอขาวเนียนนั้นแรงๆ หนึ่งที "มีแฟนหรือยัง?"จองส่ายหน้าเบาๆ "ย..ยัง""ไม่เหงาหรือไง หน้าตาน่ารักดีนะ ไม่มีใครมาชอบเหรอ" พิสุทธิ์ใช้มือหนาประคองใบหน้าอีกฝ่ายให้หันมาสบตา เสียงแหบพร่าต่ำลงจนคนฟังตัวสั่น"ไม่มี...""แล้วเคย... ช่วยตัวเองไหม?" ปลายจมูกโด่งไล้ไปมาข้างกกหูคำถามตรงไปตรงมาทำเอาคนตัวเล็กหน้าแดงก่ำลามไป