Share

บักปอบ
บักปอบ
Penulis: นรกสร้าง

บทที่1

last update Tanggal publikasi: 2026-06-15 15:01:24

ในดินแดนแห่งความเชื่อ

พิสุทธิ์ขับรถมาที่จังหวัดร้อยเอ็ด กลิ่นไอของทุ่งนาที่เขียวชะอุ่มในฤดูฝนปะทะเข้ากับจมูกทันที ที่นี่นอกเขตเมืองหลวง ที่นี่ไม่ได้ใช้เหตุผลด้วยตรรกะที่มีเหตุผล ที่นี่คือที่ราบสูงอันเต็มไปด้วยเรื่องราวตำนานที่วิทยาศาสตร์หักล้างความเชื่อของคนไม่ได้ คนที่นี่ยอมสยบให้กับสิ่งลี้ลับความเชื่อเรื่องเล่าอภินิหารที่มองไม่เห็น

ชายหนุ่มในวัยเบญจเพศที่ใครต่อใครบอกว่าดวงตกรุนแรง

พิสุทธิ์ชายหนุ่มคิดว่ามันไร้สาระมาตลอดจึงไม่ชอบอยู่บ้านเกิดจนได้ไปซื้อบ้านอีกหลังในกรุงเทพไม่ไกลที่ทำงาน เขาเป็นวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล ผู้ที่เชื่อมั่นในเหตุผลการคำนวณ ความ และสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น การที่ต้องกลับมาบ้านเกิดไม่ต่างจากมาเจอโลกแฟนตาซีใบเดิมที่มีอภินิหารมากมายให้ต้องนั่งฟังและถูกห้ามทำนั่นทำนี่แม้ไม่มีกฎหมายบัญญัตว่าถ้าฝ่าฝืนแล้วจะโดนทำโทษ เพียงแค่ต้องกลัวและทำตามชาวบ้านก็เพียงพอ

ที่อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ดแม่โทรศัพท์์มาหาทั้งน้ำตาบอกว่าพ่อล้มป่วยเพราะอาจจะโดนผีปอบเล่นงาน

พิสุทธิ์บอกให้แม่พาพ่อไปหาหมอรอบที่ร้อยแกก็ไม่เชื่อจึงได้ระเห็จกลับมาทำหน้าที่นั้นเอง...

เฮ้อ~เบิดคำสิเว่า

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตบ้าน ความเงียบที่ผิดปกติของหมู่บ้านก็ทำเอาเขาสงสัย ตามหน้าบ้านเรือนไทยไม้เก่าๆ เกือบทุกหลังมี

"ตะกรุดสีแดง" ผูกติดกับท่อนไม้ปักไว้ที่รั้ว บางบ้านมีเสื้อสีแดงสดแขวนไว้หน้าประตูเหมือนธงสัญญาณพิศวง

“ทำไมบ้านเราถึงดูเหมือนมีงานเทศกาลสีแดงอ้ะแม่?” พิสุทธิ์ถามขณะวางกระเป๋าเป้ใบย่อมลงบนพื้นกระดานไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด

แม่รีบดึงแขนเขาเข้าบ้านแล้วปิดประตูแน่นหนา สีหน้าของหญิงวัยกลางคนเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

“อย่าเอ็ดไป! ช่วงนี้ผีแม่ม่ายกำลังออกอาละวาด ผู้ชายในหมู่บ้านเราป่วยกันเยอะมาก ทั้งที่ร่างกายแข็งแรงดีแท้ๆ บางคนไหลตายไปเลยนะแม่ได้ยินเขาลือมา”

พิสุทธิ์แค่นหัวเราะไม่ว่ากี่ปียายสีแม่ของตนก็เชื่อสิ่งที่ไม่ควรเชื่อเสมอ ไม่เชื่ออยู่อย่างเดียวคือหมอในโรงพยาบาล

“แม่ครับ... ไหลตายมันคือภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากพันธุกรรม หรือความเครียดสะสม มันมีคำอธิบายทางการแพทย์รองรับ เรื่องผีแม่ม่ายมันก็แค่กุศโลบายที่คนเฒ่าคนแก่ใช้ขู่ให้พวกผู้ชายไม่ไปเที่ยวเตร่เหลวไหลตอนกลางคืนไม่ใช่หรือไง?”

“ชิ๊ หนังสือที่เอ็งเรียนไม่มีเรื่องนี้สอนนี่” แม่ตัดบท “ที่นี่คืออีสาน ลูกเอ๊ย ความเชื่อพวกนี้มันอยู่มานานกว่าวิทยาศาสตร์ของเอ็งเสียอีก ผีแม่ม่ายพวกนี้มันหิว มันโหยหามันต้องการตัวตายตัวแทนเพื่อไปรับใช้มันในโลกหลังความตาย ยิ่งเอ็งไปซื้อบ้านช่องไปเป็นคนเมือง หล่อเหลา ผิวพรรณดีแบบนี้ นี่แหละคือเป้าหมายของมัน!”

"โอย เเม่~หยุดพูดเรื่องผีสางก่อนผมจะพาพ่อไปหาหมอ แม่ไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลเลย"

"แล้วเอ็งล่ะ"

"ผมไปส่งแล้วจะกลับมานอนเฝ้านาให้"

"ไม่กลัวเร๊อะ!"

"โอย ผมตัวโตอย่างกะควายใครจะทำอะไรผมได้"

"มันน่ากลัวนะไอ้สุด"

"ผมเป็นอมตะครับยายสีไปเร็วพาพ่อไปโรงพยาบาลกันเร้ว~"

ภาพของคนในหมู่บ้านในเวลานี้ช่างดูประหลาดพิลึกพิลั่นในสายตาพิสุทธิ์ยิ่งกว่าตอนเด็กๆ ผู้คนสมัยก่อนเป็นยังไงสมัยนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด

หนุ่มอีสานมองดูเหล่าชายฉกรรจ์ในละแวกบ้านตั้งแต่ลุงแก่หลังค่อมไปจนถึงหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันต่างก้มหน้าก้มตาที่แต่งแต้มสีสันจนคล้ายตัวตลกยาทาเล็บสีแดงสดละเลงลงบนเล็บมือตัวเอง บางคนถึงกับยอมให้เมียจับทาปากแดงแจ๋ดูขัดกับหนวดเคราครึ้ม บ้างก็นุ่งผ้าถุงลายดอกไว้ใต้เสื้ออย่างหวาดผวา

พิสุทธิ์เบี่ยงตัวหลบสายตาที่พยายามจะเอาสีแดงมาแต้มบนมือเขา พลางถอยกรูดด้วยสีหน้าเหยเก

"โอ้ยป้า ผมเป็นผู้ชายนะ จะทาให้ทำไมเนี่ย" เขาพยายามดึงมือกลับญาติผู้ใหญ่ไม่ฟังเสียง แกคว้าข้อมือหลานชายไว้แน่นก่อนจะกดแปรงสีแดงสดลงบนเล็บใหญ่อย่างไม่ปรานี

"เอ็งเป็นผู้ชาย เกิดผีแม่ม่ายมาเอาตัวไปจะทำยังไงล่ะแค่ทาเล็บทาปากแค่นี้เอง ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน" หญิงสูงวัยย้ำพลางจ้องหน้าหลานชายเขม็ง

"อย่าขวางโลกได้ไหม ถ้าเอ็งตายห่าไปแม่เอ็งจะทำยังไง"

พิสุทธิ์ยอมจำนนแต่โดยดี เขาถอนหายใจทิ้งยาวก่อนจะตัดบทเพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย

"พอแล้วผมจะไปเฝ้านา อยู่บ้านไปก็ถูกจับทาปากไปนอนเฝ้าข้าวดีกว่า "

"จะไปคนเดียวเรอะ?" คุณป้าถามด้วยน้ำเสียงกังวล

"ครับคนเดียวนี่แหละ บ้านผมนาผมอยู่มาตั้งแต่เกิดจะกลัวอะไร" พิสุทธิ์ตอบสั้นๆ ก่อนจะคว้าตะเกียงจ้าวพายุเดินดุ่มๆ ออกมาจากบ้าน ไม่ลืมที่จะรับท่อนไม้ปลายแดงที่ป้ายัดใส่มือมาด้วยอย่างเสียไม่ได้

พิสุทธิ์ส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย เขาเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปสู่ทุ่งนาที่มืดมิด ท้องฟ้าคืนนี้ไม่มีดวงดาว แสงจันทร์ถูกเมฆหมอกบดบังจนสนิท ในความมืดกลับรู้สึกเหมือนมีสายตานับร้อยคู่กำลังจ้องมองมาแต่ความสงบความสดชื่นของวันวานยังคงชัดเจนในความรู้สึกเสมอ

พิสุทธิ์เดินทอดน่องไปตามคันนา แสงจากตะเกียงจ้าวพายุในมือส่องกระทบผืนนาที่เริ่มมืดสลัว บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของตัวเองบนผืนหญ้า

ร่างหนาใส่เสื้อยืดสีเทาเข้ารูปกับกางเกงวอร์มขายาวแบบวัยรุ่น ท่าทางดูทะมัดทะแมงและมั่นใจในแบบฉบับคนมั่นใจ

บรรยากาศแบบนี้ทำเอาคิดถึงตอนเด็กจังตอนนั้นมีเด็กตัวเล็กชอบมาจับกบจับเขียดแถวนี้เพราะเจ้าของที่ใจดีไม่เหมือนบ้านอื่นที่ไม่ให้มาหากบที่นาตนเพราะคิดว่าเป็นปอป

พิสุทธิ์มองไปยังกระท่อมเถียงนาที่อยู่ไกลออกไป หมายมั่นจะไปปักหลักเฝ้าข้าวให้เรียบร้อยตามแผนที่วางไว้

ฟิ้ววว

หื้มกลิ่นอะไรวะ..หอมดี

แต่แล้ว กลิ่นประหลาดก็ปะทะเข้ากับจมูกไม่ใช่กลิ่นโคลน ไม่ใช่กลิ่นฟางข้าว แต่มันเป็นกลิ่นหอมเย็นรัญจวนใจเหมือนดอกไม้ป่าที่บานในยามวิกาลล่อให้แมลงมาดอมดมแล้วเขมือบเข้าไป

กลิ่นนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

บรรยากาศที่เถียงนายามค่ำคืนแม้นวังเวง เสียงวืด หวือจองสายลมพัดเอาความเย็นเข้ามากระทบผิวจนพิสุทธิ์ต้องลูบแขนแกร่งของตัวเองไปมา

เปาะแปะ เปาะแปะ

เสียงเม็ดฝนกระทบใบต้นเต็งไม้รังที่ขึ้นเต็มท้องนาดัง เปาะแปะๆ สลัับกับเสียงลมหวีดหวิวกลางทุ่งนามืดครึ้ม

แซ่กกก...

เสียงกิ่งไม้แห้งถูกเหยียบจากมุมมืดหลังต้นไม้ไม่ไกลนัก พิสุทธิ์หันขวับไปตามเสียง ส่องตะเกียงกระทบบางสิ่งขาวสว่าวโผล่หน้าออกมาทำเขาชะงักกึกทันที

“อ่ะ…”

สภาพของคนตรงหน้าทำให้พิสุทธิ์ต้องเบิกตากว้างริมฝีปากบางแดงจัด เล็บมือแดงฉาน และผ้าถุงที่นุ่่งรัดสะโพกบางเฉียบแต่ทรงผมสั้นลองทรงกับหน้าอกแบนๆ นั่นทำให้รู้ว่าไม่ใช่ผู้หญิง

"เฮ้ย แม่ง จู่ๆ ก็โผล่มาตกใจหมด" พิสุทธิ์อุทาน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นสภาพชายตรงหน้า

"นี่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเนี่ยทาปากแดงเล็บแดงนุ่งผ้าถุงหน้าก็เหมือนผู้หญิงแบบนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นตุ๊ด"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บักปอบ   บทที่ 8 จบ

    ในมุ้งหลังเก่าบนเถียงนา กลิ่นอายความหื่นกามจากเมื่อครู่ยังไม่จางหาย พิสุทธิ์นอนกอดจองไว้แน่น สองคนเบียดตัวชิดกันจนแทบเป็นเนื้อเดียว พิสุทธิ์ใช้นิ้วเขี่ยเล่นกับเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของจอง ก่อนจะกดจูบลงบนไหล่เนียนที่ยังมีรอยแดงจางๆ จากอารมณ์เมื่อเช้า"ว่าไงคิดได้หรือยัง" พิสุทธิ์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบๆ "ผมไม่เคยไปไหนเลย"จองที่นอนซบอยู่กับอกแกร่งเงยหน้าขึ้นมองแววตาพิสุทธิ์ที่ไม่มีความรังเกียจเจือปนเหมือนที่คนอื่นมอง "แล้วแม่คุณล่ะ... เขาจะไม่ว่าเหรอถ้าพาคนอย่างผมไปอยู่ด้วย""แม่กูเหรอ? แม่กูเขาคนหัวโบราณ รักที่ดิน รักทุ่งนาที่นี่จะตายไป ให้แกย้ายไปอยู่ในเมืองแกก็ไม่เอาหรอก แกชอบอยู่ของแกแบบนั้นแหละ เรื่องมึงกับยายไม่ต้องห่วงกูจัดการเอง"จองฟังแล้วก็นิ่งไป ความกลัวที่จะต้องออกไปเผชิญโลกกว้างยังติดอยู่ในใจ แต่พอหันมาเห็นแววตาของพิสุทธิ์ ความกลัวพวกนั้นก็หายไปครึ่งหนึ่ง คนคนนี้ที่ยอมลุยโคลนลุยสวนมาเอาตัวเขาไปได้ ก็คงปกป้องเขาได้เหมือนกัน…แดดสายส่องลงมาจนเหงื่อซึมตามไรผม พิสุทธิ์เดินดุ่มๆ ตรงเข้าไปที่ชานเรือนกระท่อมท้ายหมู่บ้านท่าทางแน่วแน่ทันทีที่พ่อหายป่วยเพราะความดันขึ้นโรคคนแก่ที่ใช้ร่างกา

  • บักปอบ   บทที่ 7 🔥

    ปั่บๆๆๆๆทุกก้าวที่เดินมาถึงเถียงนาไม้ พิสุทธิ์ยิ่งเน้นจังหวะกระทุ้งลึก แรงกระแทกที่อัดใส่รูรักซ้ำๆ ทำให้จองที่ไร้ทางสู้ต้องเกาะไหล่เขาแน่น รูที่ถูกกระแทกจนช้ำแดงบัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำรักที่ไหลนองทะลักออกมาตามง่ามขาจนเปียกโชกเมื่อถึงแคร่บนเถียงนา พิสุทธิ์จับจองคลานสี่ขาเหมือนสัตว์ที่ยอมสยบ จองก้มหน้าก้มตา ปล่อยให้สะโพกส่ายร่อนไปตามแรงเย็ดอย่างน่าไม่อาย สวบบบพิสุทธิ์คว้าเอวบางเอาไว้แล้วกระแทกใส่ไม่ยั้ง สวนลำควยแข็งขึงเข้าออกลึกสุดลำจนมิดโคน เสียง ตับ! ตับ! ตับ! ดังสะเทือนไปทั้งพื้นไม้ จองร่อนตูดร่านสวาทบดขยี้แก่นกายของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย“อูยยยย... อ๊าาา... จะ... จะแตกแล้ว... มัน... มันออกมาแล้ว!”จองร้องเสียงหลง เมื่อแรงกระแทกที่พิสุทธิ์กระหน่ำใส่จุดกระสันซ้ำๆ ทำให้เขากลั้นไม่อยู่ ปัสสาวะอุ่นๆ ไหลทะลักออกมาจากช่องทางรักพร้อมกับน้ำสวาท อาบย้อมท่อนเนื้อของพิสุทธิ์จนเปียกโชกไปหมดซ่าาาาา“เยี่ยวแตกเลยเหรอวะ! ร่านจริงๆ!” พิสุทธิ์คำรามอย่างถูกใจ เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยิ่งจองปล่อยออกมาเขาก็ยิ่งตอกอัดแรงขึ้นจนจองแทบขาดใจตาย ร่างกายของจองสั่นสะท้านเป็นเจ้าเข้า น้ำรักและหยาดปัสสาวะผสม

  • บักปอบ   บทที่ 6 ไฟ

    พิสุทธิ์ตื่นมาเกือบเที่ยงข้างกายไม่มีร่างเล็กของจองในอ้อมกอดคแต่ความอิ่มเอมกับกลิ่นหอมยังติดตรึงผิวกายไม่จาง ร่างสูงลากขาสั่นๆ เดินกลับมาบ้านบทรักเมื่อคืนสูบเอาพลังงานออกไปจนหมดทำเอาหิวโหยของกินมากกว่าหนไหนพิสุทธิ์นั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน รับจานข้าวจากป้ามาถือไว้ยังไม่ตักเข้าปาก ความสงสัยที่ยังคาใจทำให้เขาสบโอกาสถาม“ป้า.. ปกติแถวท้ายหมู่บ้านนี่มีบ้านใครอยู่อ้ะ ผมได้ยินมาว่ามีบ้านเก่าๆ อยู่หลายหลัง”ทันทีที่พูดจบคนเป็นป้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจวางพัดใบตาลลงกับพื้นทันที ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยกลับกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาถนัดตา “เอ็งไปได้ยินใครพูดมาไปเดินเพ่นพ่านแถวนั้นมาเหรอ?”“เปล่า แค่ถามเฉยๆ เห็นช่วงนี้คนพูดถึงกันบ่อย” พิสุทธิ์พยายามทำน้ำเสียงให้ปกติหญิงชราถอนหายใจยาว สายตาเหลือบไปมองรอบบ้านอย่างระแวงก่อนจะลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ท้ายหมู่บ้านไม่มีใครเขาไปกันหรอกที่นั่นมันมีแต่พวกคนแก่ที่ถูกปอบสิงถึงต้องถูกเนรเทศไปอยู่ที่นั่นไง ปล่อยให้ไปอยู่รวมกันที่นั่นไม่ให้มาปะปนกับพวกเราให้ต้องระแวงว่าเป็ดไก่ใครจะหายเพราะถูกจับกิน””พิสูจน์ได้เหรอว่าพวกเขาเป็น?““พิสูจน์พิเสิทอะไรใครๆ เ

  • บักปอบ   บทที่ 5 🔥

    อ๊บๆ อ๊บๆความมืดสลัวก่อนรุ่งสางยังคงปกคลุมเถียงนา อากาศเย็นทำให้ร่างบางขดตัวซุกหน้าเข้าหาไออุ่นจากอกแกร่ง พิสุทธิ์ปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวที่โคนขาท่อนเนื้อของเขาแข็งขึงจนปวดหนึบหลังจากได้ปลดปล่อยไปหลายรอบเมื่อคืนนี้เขานอนมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับพริ้มหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มือหนาเริ่มซุกซนไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนบีบเค้นก้อนเนื้อนุ่มนิ่มที่บั้นท้ายอย่างแรง จนจองส่งเสียงครางประท้วงในลำคอแต่อย่างั้นก็ยังไม่ยอมตื่นพิสุทธิ์ไม่หยุดแค่นั้น เขาเลื่อนมือขึ้นมาบีบเค้นยอดอกที่ยังคงแข็งเป็นไตของจองอย่างมันเขี้ยว ทั้งบดทั้งขยี้จนจองเริ่มขยับตัวด้วยความรำคาญ ดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้นมองภาพชายหนุ่มที่นอนจ้องเขาอยู่ด้วยสายตาหื่นกระหาย"งือ... ปล่อย..." จองพึมพำเสียงพร่า มือเล็กพยายามผลักอกพิสุทธิ์ออก แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่ยอม เขาจับมือจองมาวางไว้บนลำควยแข็งขึงที่กำลังผงาดง้ำอยู่ตรงหน้า "ตื่นแล้วเหรอช่วยหน่อยมันแข็งทุกไม่แตกสักที"จองจำยอมต้องทำตาม เขาค่อยๆ ชักรูดแท่งเนื้อร้อนผ่าวเข้าออกด้วยมือเล็กๆ ที่เปียกแฉะไปด้วยน้ำลายและเมือกสวาท พิสุทธิ์ครางฮือในลำคอเมื่อได้รับสัมผัสที่คาดเด

  • บักปอบ   บทที่ 4 🔥

    พิสุทธิ์กดสะโพกสอบเข้าหามือเล็ก ความกระหายก่อตัวขึ้นทวีคูณ กลิ่นเดิมๆ ของจองทวีความรุนแรงขึ้นยามแนบชิด พิสุทธิ์แทบคลั่งละมือจากยอดอกเล็กชูชัน ปรายสายตามองคนตัวเล็กที่นอนหอบหายใจแอ่นอกกระตุกพราดๆ อยู่บนเสื่อด้วยความกระสัน มือหนาถลกผ้าถุงลายดอกสีสดขึ้นไปกองไว้บนเอวบางของจอง เผยให้เห็นสัดส่วนช่วงล่างที่ขาวเนียนตัดกับสีหวานของร่องรักฉ่ำเยิ้มที่ไหลออกมาจากความตื่นตัว"ร่านหรือยัง..." พิสุทธิ์พึมพำเสียงแหบพร่า ก่อนจะโน้มตัวลงไปจับขาเรียวขาวทั้งสองข้างแยกออกกว้างร่องสวาทที่หุบปิดสนิทอ้ากว้างกว่าเดิมจมูกโด่งไซร้ไปตามซอกขาอ่อนที่สั่นระริก กลิ่นหอมละมุนดั่งดอกไม้กลางคืนชัดเจนขึ้นปลายลิ้นร้อนจัดละเลงลงบนรอยแยกสีหวานที่บวมเป่งจากการถูกเร้าอารมณ์ทันทีแผล่บ!"อ๊ะ! อ๊าาาา...อย่า..." จองร้องครางเสียงหลง สะโพกเล็กเด้งรับสัมผัสสยิวด้วยความไม่ประสา พิสุทธิ์ใช้ลิ้นตวัดเลียวนเวียนอยู่รอบรูสวาทที่กำลังขมิบตอดรับสัมผัสอย่างรุนแรง เขาแกล้งใช้ปลายลิ้นสะกิดติ่งสวาทที่แข็งเป็นไตก่อนจะดูดดึงมันจนจองตัวกระตุกเกร็ง"ซี๊ดดด... มึงหอมไปทั้งตัวเลยดูสิ รูฉ่ำไปหมดแล้ว" พิสุทธิ์เงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า ร่องสวาทเผยออ

  • บักปอบ   บทที่ 3 ๆ 🔥

    เสียงฝนข้างนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบใบตองดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภายในมุ้งหลังเก่า แสงจากตะเกียงจ้าวพายุที่หรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสีส้มสลัวขับเน้นให้บรรยากาศดูอึมครึมและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ"นอนบนเสื่อ ในมุ้งเดียวกันนะ" พิสุทธิ์หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ จองที่ขยับเข้าไปรออยู่ก่อนแล้ว กลิ่นหอมเย็นประหลาดที่ออกจากตัวคนตัวเล็กนั้นยิ่งได้กลิ่นใกล้ๆ ยิ่งใกล้กันก็ยิ่งปั่นป่วน"อยู่หมู่บ้านนี้ตลอดเลยใช่ไหม" เขาเริ่มบทสนทนา พยายามข่มอารมณ์ที่เริ่มพุ่งพล่าน"อื้อ" จองตอบสั้นๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นดูฉ่ำเยิ้มเมื่อต้องแสงไฟ"ไม่อยากไปอยู่กรุงเทพฯ บ้างเหรอ?""อยากสิ..เพราะใครๆ ก็ไปกันแต่ฉันต้องดูแลยาย"พิสุทธิ์ขยับเข้าไปใกล้กลิ่นหอมดอกไม้ป่ารัญจวนใจทำเอาเขาต้องโน้มหน้าไปสูดดมที่ซอกคอขาวเนียนนั้นแรงๆ หนึ่งที "มีแฟนหรือยัง?"จองส่ายหน้าเบาๆ "ย..ยัง""ไม่เหงาหรือไง หน้าตาน่ารักดีนะ ไม่มีใครมาชอบเหรอ" พิสุทธิ์ใช้มือหนาประคองใบหน้าอีกฝ่ายให้หันมาสบตา เสียงแหบพร่าต่ำลงจนคนฟังตัวสั่น"ไม่มี...""แล้วเคย... ช่วยตัวเองไหม?" ปลายจมูกโด่งไล้ไปมาข้างกกหูคำถามตรงไปตรงมาทำเอาคนตัวเล็กหน้าแดงก่ำลามไป

  • บักปอบ   บทที่ 2

    ชายร่างเล็กที่เปียกฝนมุ่ยหน้า ดวงตาใสซื่อคู่นั้นดูแสบสันใช่เล่นท่าทางคุ้นชินกับราตรีไร้แสงต่างจากชาวบ้านปกติธรรมดาลิบลับ"แล้วดึกดื่นแบบนี้มาเดินทำอะไรคนเดียว ไม่กลัวผีแม่หม้ายอะไรนั่นหรือไง?" พิสุทธิ์ถามต่อด้วยความสงสัย พลางขยับตะเกียงจ้าวพายุส่องใบหน้าน่ารักตรงหน้า "ไม่กลัว มาหากบ" เสียงใสตอบกลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status