LOGIN"ขอโทษที่เคยทำนิสัยไม่ดีนะคะ ต่อไปนี้ รัญจะเป็นเด็กดีของพี่...คนเดียว"
View Moreณ งานแต่งงานบ้านสวน ช่วงห้าโมงเย็น
รัญญาวีร์ หญิงสาววัยสามสิบห้า เจ้าของร้านขนมปังชื่อดังที่เปิดร้านมาเกือบหนึ่งปีแล้ว วันนี้มีโอกาสดีได้นำขนมปังพรีเมียมจากร้านตัวเองมาจัดวางเป็นของว่างในงานแต่งงานของเพื่อนสนิท
รัญยืนกอดอกมองถาดขนมปังและครัวซองต์พรีเมียมของเธอด้วยความภาคภูมิใจ แป้งนำเข้าจากฝรั่งเศส เนยแท้ที่แพงที่สุด ทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดี โดยในงานแต่งครั้งนี้ มีขนมหลายชนิดถูกนำมาจัดวางเรียงรายเพื่อต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของรัญคือ คัพเค้กรสวานิลลาและรสส้มที่วางอยู่ใกล้กับขนมของเธอ แขกคนหนึ่งชิมแล้วหันไปกระซิบเพื่อน
“แก... อันนี้อร่อยมาก ลองดูสิ”
และไม่นานคัพเค้กในถาดไม้ก็ถูกหยิบไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหลือชิ้นสุดท้าย รัญจึงรีบเดินไปหยิบชิ้นสุดท้ายใส่จาน และเดินไปหาโต๊ะนั่งเพื่อจะลองลิ้มรสขนม เธออยากรู้เหลือเกินว่าทำไมคัพเค้กหน้าตาธรรมดาถึงมีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้
ต่างจากขนมปังและครัวซองต์ของเธอที่แทบไม่พร่องเลย
ระหว่างที่นั่งพิจารณาชิ้นขนมตรงหน้า ลูกหยี เพื่อนสนิทของรัญผู้ซึ่งเป็นเจ้าสาวของงานวันนี้ก็เดินเข้ามาทักทาย
ลูกหยีในชุดเดรสเกาะอกสีขาว ความยาวเพียงเข่า เดินเข้ามาทักทายรัญด้วยรอยยิ้มกว้าง
“นั่งมองอยู่นั่นแหละ ไม่ชิมสักทีล่ะ”
รัญเงยหน้าจากจานขนม “ขนมนี่ของใครเหรอหยี ฉันเห็นแขกในงานหยิบกันทุกคนเลย”
“ขนมจากร้านพี่สาน่ะ สาวิตรี เบเกอรีโฮมเมด เคยได้ยินชื่อนี้มั้ย”
“หงึ ไม่อะ” รัญส่ายหน้าเบา ๆ “แกไปรู้จักได้ไง”
“ฉันเป็นลูกค้าประจำน่ะ ร้านพี่สาขายดีมากเลยนะแก ว่าง ๆ ลองไปซื้อขนมร้านนี้ดูสิ เผื่อแกจะได้แรงบันดาลใจมาใช้กับร้านของแกบ้าง”
“โอ๊ยไม่เอาหรอก” รัญตอบทันที “ร้านฉันเพิ่งเปิด มันก็ต้องใช้เวลา อีกไม่นานหรอก รับรองดังเป็นพลุแตกแน่ ๆ”
ลูกหยีเห็นแววตาในความมั่นใจของเพื่อนก็ไม่อยากเอ่ยขัด แม้ลึก ๆ ในใจจะแอบสงสารรัญไม่น้อย ที่เปิดร้านมาเกือบปีแล้ว ลงทุนทำร้านไปตั้งหลายล้าน แต่จนถึงตอนนี้ร้านของรัญก็ยังไม่เป็นที่รู้จักนัก และการที่เธอเอาขนมของเพื่อนมาเป็นของว่างในงาน ก็เพื่อจะช่วยเปิดโอกาสให้มีคนรู้จักขนมของรัญมากขึ้น
“งั้นตามสบายนะแก ฉันขอไปรับแขกก่อน” ลูกหยีส่งยิ้มให้เพื่อน
“อื้ม ขอบคุณมากนะหยีที่อุดหนุนร้านฉัน”
“เต็มใจมากแก ยังไงก็อย่าเพิ่งรีบกลับล่ะ ช่วงค่ำมีค็อกเทลด้วยนะ”
“อื้ม แกไปดูแลแขกเถอะ”
รัญกลับไปสนใจขนมตรงหน้าต่อ หลังจากลูกหยีหันหลังเดินจากไป และทันทีที่เธอตักเค้กคำแรกเข้าปาก รสสัมผัสที่ได้รับก็ทำให้รัญต้องชะงัก
จากที่ตั้งใจว่าจะแค่ลองชิมสักคำสองคำ กลับกลายเป็นว่ารัญญาวีร์ค่อย ๆ เคี้ยว และตั้งใจรับรสความหอม ความนุ่ม ความหวาน และทุกวัตถุดิบที่บรรจุอยู่ในเนื้อเค้กชิ้นนี้
‘ใช้เนยของอะไรนะ หอมดีจัง’
‘ตีแป้งยังไงนะถึงได้นุ่มขนาดนี้’
‘ใช้ไซรัปของอะไรนะ ทำไมกลิ่นหอมจัง’
หลากหลายความสงสัยเริ่มเข้ามาในความคิดของรัญ จนเค้กตรงหน้าหมดไปอย่างรวดเร็วแบบที่รัญไม่รู้ตัว
“อ้าว หมดแล้วเหรอ”
รัญเอ่ยออกมาเมื่อพบเพียงความว่างเปล่าในจานใบเล็กตรงหน้า เธอจึงจำใจต้องวางช้อนลง
ทว่าสิ่งที่ไม่หมดไปพร้อมกับเนื้อเค้ก คือชื่อร้านเค้กที่ลูกหยีเอ่ยบอกเมื่อครู่นี้ มันยังดังก้องในหัวของรัญซ้ำไปซ้ำมา
สาวิตรี เบเกอรี โฮมเมด...
“หรือว่าต้องลองไปดูให้เห็นกับตาสักหน่อย มันจะสักแค่ไหนกันเชียว”
ระหว่างที่คิด มือเรียวก็หยิบมือถือมาเสิร์ชหาชื่อร้านตามที่เพื่อนบอก ไม่กี่วินาทีหน้าจอก็ปรากฏผลลัพธ์พร้อมแสดงพิกัดตามแผนที่ร้าน
“รีวิวเต็มห้าดาวหนึ่งร้อยรีวิว! จ้างหน้าม้าปะเนี่ย”
รัญเอ่ยออกมาเสียงดังท่ามกลางสายตาของแขกคนอื่นที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้น เธอจึงรีบโค้งศีรษะเป็นการขอโทษ อีกมือรีบหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้กับเก้าอี้ แล้วเดินออกมาจากบริเวณงานทันที
“ดูจากรูปก็แค่ร้านเล็ก ๆ รีวิวมันจะเว่อร์เกินไปมั้ง ขอไปดูให้เห็นกับตาหน่อยละกัน”
ค่ำคืนนี้ยาวนานกว่าปกติ แสงไฟนีออนสีชมพูหม่นจากป้ายร้านด้านล่างสาดสะท้อนขึ้นมาถึงหน้าต่างกระจกของห้องพักชั้นสาม กลายเป็นเงารำไรที่วาดผ่านเตียงกว้าง กลิ่นอายในห้องยังคงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างน้ำหอมแนวดาร์กของรัญญาวีร์และกลิ่นโลชั่นแป้งเด็กอ่อนนุ่มของสาวิตรี แต่วันนี้มีกลิ่นหอมของ ดอกกุหลาบอังกฤษ จากกระถางริมระเบียงที่รัญซื้อให้เมื่อวันวาเลนไทน์โชยเข้ามาด้วย เพิ่มบรรยากาศให้ความเงียบสงัดนี้ดูเย้ายวนใจมากกว่าที่เคยสาวิตรีเอนกายอยู่บนที่นอนหนานุ่ม เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เส้นผมยังมีความชื้นจาง ๆ ทิ้งตัวลงบนหมอนสีขาวสะอาด ร่างกายที่เคยล้าจากการทำขนมมาทั้งวันดูผ่อนคลายลงภายใต้ชุดนอนผ้าไหมลื่นสีครีม ทว่าความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อแรงยุบตัวของเตียงข้างกายบอกให้รู้ว่า เจ้าหมาป่า ในคราบหมาเด็กกำลังคืบคลานเข้ามาหา“พี่สาคะ...”รัญญาวีร์กระซิบ เสียงของเธอทุ้มต่ำและแหบพร่ากว่าปกติรัญขยับตัวเข้ามาชิดจนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดอยู่ที่ซอกคอขาว เธอสวมเพียงเสื้อกล้ามตัวบาง และกางเกงนอนผ้าแพรขายาวที่สวมไว้อย่างหมิ่นเหม่ ผิวพรรณของรัญที่ได้รับการดูแลอย่างดีสะท้อนแสงไฟสลัวดูเนียนละเอียด แขนเรียวพาดผ่านเอว
แสงแดดยามบ่ายของเดือนเมษายนแผดเผาลงมายังผืนดินของฟาร์มเกษตรแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม แต่ความร้อนกลับไม่สามารถทำลายความสดชื่นและความรื่นเริงของเทศกาลสงกรานต์ไปได้วันนี้บรรยากาศรอบฟาร์มถูกตกแต่งด้วยพวงมโหตรซึ่งเป็นกระดาษสีสันสดใสที่พริ้วไหวตามสายลมเย็น ๆ ที่พัดมาจากทุ่งหญ้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิและน้ำอบไทยลอยฟุ้งไปทั่ว ผสมผสานกับกลิ่นหญ้าและกลิ่นอายของธรรมชาติที่คุ้นเคยวันนี้รัญสวมเสื้อยืดตัวหลวมทับด้วยเชิ้ตสีดำแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีเบจ และรองเท้าแตะคีบสีน้ำเงิน ผมยาวสีดำถูกมัดรวบหลวม ๆเธอยืนหมุนตัวไปมาหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องพักชั้นสองของบ้านไม้ทรงไทย พยายามจัดทรงผมหางม้าให้ดูเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใบหน้าที่เคยดูเคร่งขรึมในตอนทำงาน ตอนนี้กลับดูสดใสและตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด“ที่รักคะ รัญแต่งตัวแบบนี้ดูโอเคมั้ยคะ? เรียบร้อยพอมั้ยคะ”รัญหันไปถามคนรักที่กำลังนั่งทำขันน้ำอบอยู่บนเตียงสาวิตรียิ้มละมุน วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อลายดอกสีอ่อน กางเกงขาสั้นสีฟ้า ผมยาวประบ่าถูกรวบครึ่งศีรษะดูน่ารักมากทีเดียว“โอเคมากเลยค่ะ ดูสดใสเข้ากับเทศกาลดีออก พ่อกับแม่พี่ท่านไม่ถือสาเรื่องการแต่งตัว
ท้องฟ้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเช้าวันหยุดนี้ดูแจ่มใสเป็นพิเศษ รัญญาวีร์และสาวิตรีตัดสินใจจัดทริป ไหว้พระ 9 วัด เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตคู่และกิจการที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องวันนี้รัญอยู่ในชุดกางเกงผ้าลินินสีครีมดูทะมัดทะแมง เดินจูงมือคนรักที่สวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา ทั้งคู่ดูเหมือนกิ่งทองใบหยกที่เดินสายทำบุญด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธาจนกระทั่งเดินทางมาถึงวัดที่ 9 ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่นอกเกาะเมือง บรรยากาศรอบข้างค่อนข้างร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ แต่ในความสงบนั้น รัญญาวีร์กลับสัมผัสได้ถึงสายตาแปลก ๆ จากใต้ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าวิหาร“พี่สาคะ รัญว่าเราไหว้พระประธานข้างในเสร็จแล้วรีบกลับกันเถอะ รัญรู้สึกไม่ค่อยดีกับตรงนั้นเลย” รัญกระซิบบอกคนรัก“คิดมากไปรึเปล่าคะ นี่ในวัดนะคะไม่มีอะไรหรอก” สาวิตรียิ้มปลอบใจแต่ทันทีที่ทั้งคู่เดินก้าวพ้นประตูวิหารออกมาเพื่อจะไปยังที่จอดรถ หญิงชราท่าทางประหลาดที่สวมชุดนุ่งขาวห่มขาวแต่ดูมอมแมมก็เดินเข้ามาดักหน้า พร้อมกับจ้องเขม็งไปที่ทั้งคู่ด้วยสายตาที่ดูน่ากลัว“หยุดก่อนแม่หนู!” หญิงชราผู้นั้นตะโกนขึ้นจนนักท่องเที่ยวคนอื่นหันมามอง“ดวงของพวกแกสองคนน่ะ
บ่ายวันหยุดที่อากาศในกรุงเทพค่อนข้างร้อนระอุ รัญญาวีร์สังเกตเห็นความผิดปกติของแฟนสาวมาตั้งแต่ช่วงเช้า สาวิตรีเอาแต่นั่งจ้องหน้าจอมือถือพลางใช้นิ้วเลื่อนดูรูปภาพในโซเชียลมีเดียซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งก็แอบถอนหายใจยาวจนรัญที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ใกล้ ๆ ต้องละสายตาจากสมุดบัญชีร้านขึ้นมามอง“เป็นอะไรรึเปล่าคะที่รัก ตั้งแต่เช้ามาพี่ถอนหายใจไปแปดสิบครั้งแล้วนะคะ”“บ้า ไม่เยอะขนาดนั้นสักหน่อย” สาวิตรีหันไปมองค้อนแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง“นั่นไง ถอนหายใจอีกแล้ว แล้วนั่นดูอะไรอยู่คะ”รัญขยับเข้าไปแล้วชะโงกหน้าดูหน้าจอมือถือของคนรัก ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และวัยรุ่นเจนซี (Gen Z) ที่กำลังฮิตเทรนด์ถือดอกบัวสีชมพูฉลุกลีบอย่างประณีต ถ่ายรูปคู่กับสถาปัตยกรรมวัดเก่าหรือกำแพงวังในชุดไทยประยุกต์ดูละมุนตา“นั่นมันคอนเทนต์ดอกบัวที่กำลังฮิตตอนนี้นี่คะ”รัญเองก็เห็นภาพเหล่านี้บ่อย ๆ ผ่านหน้าฟีดมือถือ เมื่อเห็นคนรักเลื่อนดูรูปภาพเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็พอจะเข้าใจสาเหตุที่ทำให้สาวิตรีถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนในวันนี้“รูปพวกนี้สวยจังเลยนะรัญ ดอกบัวสีชมพูตัดกับผ้าสไบ พี่เห็นแล้วรู้สึกว่ามั





