LOGIN“ไอ้เพ่ตามมันบอกว่าเค้าตายด้านอ้ะอาว้าด” เสียงงุ้มงิ้งของคนเมาดังขึ้นมาในตอนนั้น
อะไรคือตายด้าน?
“มันบอกว่าเค้าจูบม่ายเป็น”
หือ...เขาขอคิดว่ามันไม่เคยจูบได้หรือเปล่า?
“เค้าแค่ม่ายยอมมัน...อื้อ”
เสียงหวานขาดหายเมื่อถูกริมฝีปากอุ่นร้อนแนบลงมาเม้มเอาปากเล็กเบาๆ ภวัตถอยออกมากระซิบชิดใกล้ปากนุ่ม
“ผมรู้...ลูกเป็ดไม่ได้ตายด้านหรอกที่รัก”
“แต่เค้าจูบไม่...”
ริมฝีปากนุ่มถูกภวัตตะล่อมชิมรสค็อกเทลอีกครั้ง จากเนิบนุ่มพลันหนักหน่วงขึ้นตามความต้องการ ชิมจนสาสมใจนั่นละ เขาจึงถอยออกมาหายใจหอบแถวคอเล็กหอมกรุ่น
“หวาน...” คนเมาเอ่ยเสียงค่อย
“ใช่แล้ว ลูกเป็ดหวานมาก”
“หวานนน” บอกตาปรือๆ พลางดันหน้าหล่อออกมาเขี่ยปากเล่น
“อย่าเล่นซี้ซั้วครับคนดี” ภวัตห้ามเสียงพร่า
แต่ลูกเป็ดขี้เมาไม่ฟัง ยกตัวเองขึ้นนั่งตักคนตัวใหญ่ จับหน้าหล่อเอาไว้แล้วก้มลงจูบชิมรสชาติความหวานของเขาแรงๆ อย่างคนไม่ประสาด้านนี้
“...อ่า...”
เสียงแหบต่ำคำรามออกมาจากลำคอหนาเบาๆ โดนรุกเสียขนาดนี้ ภวัตก็ไม่สนใจอีกแล้วว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขาล็อคร่างเล็กเข้ามาลูบไล้ไปทั่วด้วยความเสน่หาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอทนต่อไปไม่ไหวก็ตวัดอุ้มลูกเป็ดขี้เมาเดินปรี่ตรงเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็ว
เขาพยายามแล้ว พยายามห้ามใจตัวเองแล้วจริงๆ แม้จะทำได้เพียงไม่กี่นาทีก็ตาม...
ในขณะที่ภวัตจำเรื่องเมื่อคืนได้ดี ฝั่งกรองขวัญกลับเพิ่งนึกออกว่าทำอะไรลงไปในตอนนี้ เธอรู้สึกเหมือนจะหน้ามืด ได้แต่ต่อว่าภวัตเสียงสั่น
“อาวัตต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ลูกเป็ดเป็นเพื่อนกับดาด้านะคะ อาวัตทำอย่างนี้แล้วต่อไปลูกเป็ดจะมองหน้าดาด้ายังไง”
ภวัตบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงปล่อยให้เรื่องมันเลยเถิดมาไกลแบบนี้
เขาเป็นอาของเพื่อนเธอนะ!
“เลิกเรียกว่าอาได้แล้ว พี่เป็นอาของแก้วกานดา ไม่ได้เป็นอาของลูกเป็ดด้วยนะ” ภวัตกอดอกบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง พอเห็นอีกฝ่ายทำปากเม้มแน่นไม่ยอมก็แค่นยิ้ม เอ่ยถึงเรื่องสำคัญ “เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พวกเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ ลูกเป็ดจะเอาไงก็ว่ามาได้เลย เราสองคนควรจะไปต่อหรือจบแค่นี้”
กรองขวัญขมวดคิ้วใส่ “อาวัตหมายความว่าไงคะ”
“บอกให้เรียกใหม่”
“ไอ้ที่บอกว่าจะไปต่อหรือจบแค่นี้นี่หมายความว่าไงคะ” เธอเลี่ยงการเรียกเขาแบบใหม่แบบเนียนๆ
“เลือกมาว่าลูกเป็ดจะรับผิดชอบพี่...”
“เดี๋ยวนะ ลูกเป็ดคิดว่าคนที่ต้องรับผิดชอบ ไม่น่าใช่ลูกเป็ดนะคะ”
“ทำไมล่ะ ในเมื่อลูกเป็ดเป็นคนลงมือทำมิดีมิร้ายพี่ก่อน”
เขาบอกหน้าซื่อจนน่าตบสักทีสองที พูดเหมือนตัวเองไม่ให้ความร่วมมือกับเธอเลย!
“หรือไม่ใช่ เมื่อคืนนี้ลูกเป็ดทำอะไรอาบ้าง จำได้หรือเปล่า”
กรองขวัญทำขึงใส่เขา “แต่คุณล่อลวงลูกเป็ด! ลูกเป็ดต่างหากคือคนที่เสียตัว คุณเป็นคนได้ ต้องรับผิดชอบสิ”
“อยากให้พี่รับผิดชอบ?”
แทนที่จะพยักหน้าให้ กรองขวัญกลับส่ายหน้า “ไม่ต้องรับผิดชอบและจะไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องเมื่อคืนอีกค่ะ ให้มันจบลงในห้องนี้ ตอนนี้เลย คุณไม่อยากรับผิดชอบลูกเป็ด ลูกเป็ดก็ไม่อยากรับผิดชอบคุณเหมือนกัน งั้นเราก็ถือเสียว่ามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมาก็แล้วกันค่ะ”
ภวัตพยายามข่มสีหน้าเดือดดาลถามแม่คนใจเด็ด “แล้วไม่เสียดายไอ้ที่เสียให้พี่เลยเหรอ”
“ไม่ค่ะ” เธอกัดฟันบอกเลยแหละ
“ถ้าท้องล่ะ เมื่อคืนพี่จำไม่ได้ด้วยสิ ว่าป้องกันทุกครั้งหรือเปล่า”
“ไม่ท้องหรอก”
ภวัตเห็นอาการตาสั่นของแม่ตัวดีแล้วอดโมโหขึ้นมาไม่ได้ “ตกลงจะเอาแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม จะจบตรงนี้แน่นะ”
“แน่ค่ะ”
เมื่อกรองขวัญยืนยันเสียงแข็งแบบนี้ ภวัตก็ได้แต่บอกว่า “ตามใจ พูดเองนะว่าพี่เป็นคนได้ ลูกเป็ดเป็นคนเสีย” พูดจบเขาหมุนตัวเดินออกมา
“...จบแบบนี้ก็ดีแล้ว”
เสียงหวานพึมพำบอกตัวเองหลังจากร่างสูงเดินหายลับไปกับบานประตูที่ปิดกลับเข้าที่ กรองขวัญไม่ได้หัวสมัยใหม่จ๋าจนไม่แคร์เรื่องที่เกิดขึ้น แต่จะให้บังคับใครมารับผิดชอบเรื่องที่ไม่ตั้งใจให้เกิดก็คงจะไม่ได้ เธอยอมตัดตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่ายืดเยื้อให้เกิดปัญหาทีหลัง
คิดไปคิดมาก็รีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากิน ตอนที่เดินผ่านประตูห้องตรงข้ามก็อดขนลุกไม่ได้ หากพี่ชายฝาแฝดของเธอไม่ได้ย้ายไปช่วยงานปู่ย่าที่ลาวเมื่อปีก่อนละก็...
“โอ้ย ขนลุก!”
กรองขวัญไม่อยากคิดถึงภาพตอนที่ก้องภพเปิดประตูออกมาจ๊ะเอ๋กับภวัตที่กำลังเดินออกจากห้องเธอเลยจริงๆ เมื่อเดินผ่านประตูห้องพี่ชายมาแล้ว มือเล็กถึงกับยกขึ้นพนมท่วมหัวสวดพึมพำ “ขอพ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกปกปิดเรื่องนี้ด้วยนะเจ้าคะ ลูกสาบานว่าจะใช้ชีวิตโดยไม่ประมาทเช่นนี้อีกตลอดชีวิตเลย สาธุ!”
ที่ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ก็เพราะพี่ชายน่ะยังเบาๆ
ถ้าคนที่เรือนคำหอมรู้เข้าละก็ เธอจบเห่แน่!
“ลูกเป็ด! พี่นึกว่าจะมาไม่ทันแล้ว”
ใบหน้างามหันไปมองคนเรียกแล้วถอนหายใจออกมาดังๆ ผู้ชายในชุดสูทสีอ่อนคนนั้น เป็นแฟนเก่าเธอเอง หลังจากที่เธอจับได้ว่าเขาแอบนอกใจ เราก็ไม่ได้คุยกันเลย
“พี่ขอคุยด้วยได้หรือเปล่า”
เธอพยักหน้าส่งให้ “มีอะไรก็ว่ามาได้เลยค่ะ”
“เราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า”
“ไม่ค่ะ มีอะไรก็ว่ามาเลย ฉันรีบ” บอกเสียงเรียบพลางเก็บของใส่กระเป๋าไปด้วย ตอนนี้คนอื่นในแผนกเขากลับบ้านไปหมดแล้ว มีเรื่องอะไรก็พูดๆ ออกมาเถอะ ไม่มีใครได้ยินหรอก
โตมรถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะบอกเหมือนลำบากใจ “ลูกเป็ดจะว่ายังไง ถ้าพี่ขอหยุดเรื่องระหว่างเราตั้งแต่ตอนนี้”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”
มันหยุดตั้งแต่ที่แกนอกใจฉันแล้วย่ะ!
“พี่ไม่อยากให้มันออกมาเป็นแบบนี้เลยนะ เป็นลูกเป็ดนั่นแหละ ที่บีบให้พี่ต้องทำ”
กรองขวัญแค่นยิ้ม เป็นเพราะเธอหรือความมักง่ายของเขากันแน่
“ถ้าลูกเป็ดเข้าใจก็ดี จากนี้เราสองคนก็ต่างคนต่างอยู่ พี่จะไม่มาวุ่นวายกับลูกเป็ด ลูกเป็ดก็อย่ามาวุ่นวายกับพี่”
โอ้ย!
ผู้ชายใจโลเลอย่างแกน่ะนะ มีแต่ฉันจะวิ่งหนีให้ไกลไม่ว่า
แม้จะนึกในใจอย่างนั้น แต่สิ่งที่พูดออกมากลับเป็นอีกอย่าง
“ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณอยากทำอะไรก็ทำ อยากเปิดตัวเรื่องคบผู้หญิงคนนั้นก็ตามสบาย ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะตามไปตบหรอก”
โตมรรู้ดีว่ากรองขวัญจะไม่ทำแบบนั้น ตั้งแต่วันแรกที่เขาตกหลุมรักความน่ารักของเธอจนตามจีบมาเป็นแฟนได้ หญิงสาวไม่เคยแสดงอารมณ์ด้านร้ายๆ ออกมาให้เห็นสักครั้ง และไม่เคยเปิดรับเขาเข้าไปในโลกของเธอด้วย แม้จะจับได้ว่าเขานอกใจ เธอก็ไม่โวยวาย ไม่ต่อว่า ไม่รู้สึกอะไร กลับเป็นเขาที่โวยวายต่อว่าเธอต่างๆ นาๆ ด้วยอารมณ์ที่กักเก็บเอาไว้ในใจ
“ขอบใจที่ลูกเป็ดเข้าใจพี่ ขอตัวก่อนนะ” ผู้จัดการหนุ่มพยักหน้าให้อดีตแฟนสาวแล้วหมุนตัวเดินจากไปเงียบๆ รู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรให้สวยหรูในการหันหลังแก่กันครั้งนี้ ยังไงเขากับกรงอขวัญก็ไม่อาจกลับมาคืนดีกันได้...
“หึ!”
กรองขวัญส่งเสียงเยาะตามหลังไปสั้นๆ โตมรคิดว่าเธอยังจะไปวุ่นวายอะไรกับพวกเขาอีก เรื่องนี้ทำให้เธอ ‘เสีย’ มามากพอแล้ว เธออาจจะเคยเจ็บเรื่องเขา แต่มันก็หายเจ็บตั้งแต่เมื่อคืนก่อนแล้ว!
หลังจากเตรียมดินด้วยการไถ่กลบหน้าดินไว้ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ ตอนนี้ก็ได้เวลาเตรียมต้นกล้าข้าว ซึ่งการตกกล้าของนาข้าวคำหอมนั้นต่างจากชาวบ้านตรงที่ใช้แรงงานควายไถ แทนการใช้รถไถนาเดินตามหรือรถไถแบบอื่น โดยพวกเขาจะต้องไถ่นาเตรียมหว่านเมล็ดพันธุ์กล้าถึงร้อยกว่าไร่ เพื่อให้มีต้นกล้าพอต่อการปักดำในพื้นที่นาข้าวทั้งหมดของคำหอมควายเก้าตัวจากฟาร์มก้องหล้าได้ออกงานแล้วภวัตคิดว่าพวกตนออกจากบ้านเช้ามากๆ แล้ว แต่พอไปถึงแปลงนาที่จะทำการหว่านเมล็ดพันธุ์ต้นกล้านั้นกลับพบว่ามีควายงานกับคนงานกลุ่มหนึ่งมารออยู่พร้อมแล้วไม่ท่ามากให้เสียเวลา อธิบายงานคร่าวๆ ให้ภวัตรู้แล้ว แดนดินก็สั่งให้ลูกชายทั้งสามสาธิตการไถนาให้ดูหนึ่งรอบ จากนั้นเขาก็ส่งเชือกควายพร้อมคันไถให้ภวัตรับผิดชอบหนึ่งคู่...ครึ่งวันผ่านไปสภาพแรงงานทุกคนแทบจะกลายเป็นร่างเดียวกับควายของตัวเองเหนื่อยโฮกกก!!“ข้าวเที่ยงมาแล้วว...ววว”เสียงสดใสของนรีกานต์ตะโกนบอกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากจุดที่ทุกคนกำลังไถนาอยู่เทวินทร์กับเทวาผู้ได้รับหน้าที่หวานเมล็ดข้าวหอบตะกร้าข้าวเปลือกของตนวิ่งไปหาพี่สาวทันที ขณะที่แดนดินกับคเชนทร์และคนงานอื่นๆ ทยอยไล่ควายข
ชีวิตใหม่ดูเหมือนจะเป็นไปอย่างเรียบง่ายและมีความสุข ซึ่งเป็นอะไรที่แตกต่างจากภาพในหัวที่กรองขวัญเคยนึกเอาไว้มากนอกจากภวัตจะไม่ทำเย็นชาหมางเมินใส่เธอเหมือนพระเอกนิยายที่จำใจรับผิดชอบนางเอกที่ตั้งท้องจากความสัมพันธ์คืนเดียวแล้ว ภวัตยังตื่นเช้าขึ้นมาช่วยดูแลเธอทุกเช้า พาออกกำลังกายยืดแข้งยืดขา ไปเดินเล่นชมวิวทุ่งนา หาขนมอร่อยๆ มาให้ อ่านหนังสือแม่ลูกมือใหม่ให้ฟัง เขาคอยห่วงใยไม่ห่างราวกับเธอเป็นผู้หญิงที่เขารักจริงๆ หาใช่แค่คนที่เขาต้องรับผิดชอบเพราะความผิดพลาด คนที่บอกตัวเองว่าเขาทำเพราะลูกในท้องอย่างเธอ ได้สัมผัสความเอาใจใส่จากภวัตนานวันเข้า ใจดวงน้อยก็หวั่นไหวเป็นระลอกคลื่นทุกอย่างคงจะดีกว่านี้ ถ้าแดนดินจะไม่แย่งภวัตไปในตอนกลางวัน!บอกจะให้ลูกเขยได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวนา แดนดินก็ทำตามที่บอกเอาไว้จริงๆ งานแรกที่พ่อตาพาลูกเขยไปลุยคืองานบุญบั้งไฟที่ชาวบ้านร่วมมือกันจัดขึ้นทุกเดือนหกในแต่ละปีเพื่อเป็นการบูชาพระยาแถน ซึ่งตามความเชื่อของชาวบ้านแล้ว พระยาแถนเป็นเทพเจ้าแห่งฝนฟ้า ชื่นชอบไฟเป็นอย่างมาก ชาวบ้านจึงจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาท่านเพื่อให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล มีน้ำข้าวในนาอุดมสมบูรณ์ สืบทอด
แม้จะสั่งเครื่องเรือนมามากมาย แต่ตามประเพณีความเชื่อในท้องถิ่นทางนี้แล้ว ภวัตกับกรองขวัญไม่อาจนำสิ่งของเข้าไปในเรือนหอหรือเข้าไปอยู่อาศัยได้เลย หากยังไม่ได้ทำการสู่ขวัญขึ้นบ้านใหม่ พิธีสู่ขวัญขึ้นบ้านใหม่จึงถูกจัดขึ้นโดยใช้ฤกษ์มงคลที่เร็วที่สุดวันงานนั้นแดนดินได้เชิญ ‘หมอธรรม’ ซึ่งเป็นชายชราผู้รักษาตนอยู่ในศีลธรรมและมีวิชาคาถาที่ตกทอดมาจากครูบาอาจารย์ เป็นผู้ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาสวดทำพิธีให้ตามวิถีปฏิบัติของท้องถิ่น นอกจากคนทำพิธีแล้ว เขายังเชิญชาวบ้านมาร่วมยินดีด้วย มากันแทบจะทั้งหมู่บ้าน เพราะหลายวันมานี้ทุกคนได้ยินข่าวลือว่านายใหญ่แดนดินได้ลูกเขย พอถูกเชิญให้มาร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ จึงพากันถือหมอนหอบเสื่อมามอบให้เจ้าบ้านกันอย่างเนืองแน่นภวัตซึ่งเคยรับแต่สิ่งของมงคลต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมเรื่องพวกฮวงจุ้ย โชคลาภ ความมั่งคั่งมั่งมีในวันเริ่มต้นกิจการใหม่ ได้แต่เฝ้ามองวิถีปฏิบัติของชาวบ้านอยู่เงียบๆ ไม่ลืมดูแลความสะดวกให้กับภรรยาของตนไปด้วย ตอนนี้กรองขวัญเอาเฝือกที่แขนออกแล้ว แต่หมอยังสั่งให้งดใช้งานแขนข้างนั้นอยู่ ชายหนุ่มเอาแต่สนใจภรรยา จนไม่เห็นว่าตัวเองก็ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากชาวบ
แดนดินแค่นยิ้มเอ่ย “รู้จริงก็ดี แต่ถ้าแค่พูดพล่อยๆ ฉันก็จะบอกว่าลูกเป็ดไม่ใช่ลูกฉัน ฉันรับลูกเป็ดกับลูกไก่เป็นลูกบุญธรรมตอนพวกเขาอายุห้าขวบ ที่นี่เป็นบ้านเดิมของพวกเขา ฉันดูแลรักษาและปรับเปลี่ยนมันจนกลายเป็นบ้านสวนใหญ่โต เพราะมันเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากตายายที่แท้จริงของพวกเขา ฉันคิดจะปล่อยให้ลูกเป็ดเล่นสนุกจนพอใจ ค่อยเรียกกลับมาสานต่อบ้านสวนนี้ให้งอกงาม แต่นายทำให้ความหวังฉันพัง”ดวงตาคมของภวัตกวาดมองสวนผักตรงหน้าอย่างชื่นชม พอเดินผ่านออฟฟิศที่น่าจะดัดแปลงจากบ้านเก่ามาแล้วถึงเจอสวนผักของจริง มีทั้งแบบปลูกบนดินและแบบไร้ดิน ด้วยเป็นเวลาเที่ยงวัน ตอนนี้จึงไร้เงาคนงานอยู่ในสวน เขามองจนทั่วแล้วจึงหันไปบอกพ่อตา “สวนผักน่าสนใจมากครับ ถ้าลูกเป็ดอยากทำ ผมก็ไม่ขัด แต่ต้องเป็นหลังคลอดลูก ตอนท้องผมไม่อยากให้ลูกเป็ดทำงานหนัก”“ดูนายรักและตามใจลูกสาวฉันมากเลยนะ แต่บังเอิญฉันให้คนไปสืบมาแล้ว ก่อนหน้านี้ลูกเป็ดคบกับผู้ชายอีกคน ไม่ใช่นาย บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสองเดือนต่อมานายถึงกลายมาเป็นพ่อของหลานฉัน คบซ้อนหรือพลาดพลั้ง บอกฉันมาตรงๆ”“คุณพ่อคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน ผมไม่ไ
สิ้นเสียงไก่ขันรับเช้าวันใหม่ ดวงตากลมโตของหญิงสาวร่างอวบในชุดนอนลายดอกก็เปิดขึ้นช้าๆ ขณะเอียงหน้าแนบอกอุ่นของคนข้างๆ เพื่อซึมซับเอากลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างละมุนใจ“ตื่นแล้วหรือ”เป็นอีกเช้าที่กรองขวัญได้ยินเสียงถามนุ่มหูทันทีที่ลืมตาตื่น เธอครางรับเบาๆ ราวลูกแมว ซุกหน้าแนบหาอกอุ่นมากขึ้น หลังเหตุการณ์ในคืนนั้น เธอก็อาศัยอกกว้างเป็นหมอนหนุนแสนอุ่นมาตลอด“ลุกไม่ไหวก็นอนต่อเถอะ พี่จะออกไปก่อน มีนัดกับคุณพ่อ”ตากลมปรือขึ้นมาถาม “จะไปไหนคะ”“ไปดูฟาร์มควาย”“ไม่เอา ไม่ให้ไป เดี๋ยวเหม็น” แค่นึกถึงกลิ่นสาบควายที่จะติดมากับเสื้อผ้าภวัต กรองขวัญก็คลื่นไส้รอแล้ว ถึงจะคุ้นกับควายมาตั้งแต่เด็ก แต่ช่วงนี้เธออ่อนไหวต่อกลิ่นต่างๆ เขาก็น่าจะรู้ภวัตอมยิ้มในความมืด “พี่แค่ไปดูเอง ถ้าไม่อยากให้ไป คราวหลังก็ห้ามพ่อตัวเองให้เพลาๆ ลงหน่อยสิ เรื่องแกล้งพี่น่ะ”ห้ามได้ที่ไหน!ตลอดสองสามวันมานี้ แดนดินมุ่งมั่นเรื่องการ ‘สอน’ ลูกเขยทำนามากๆ ขนาดลูกสาวบอกว่าจำเป็นต้องมีสามีอยู่ใกล้ๆ เพื่อบรรเทาอาการแพ้ท้อง แดนดินยังไม่ยอมฟังเลยสรุปแล้วภวัตก็ต้องลุกออกมาจากห้องนอนแต่เช้า เพื่อตามพ่อตาไปยังฟาร์มควายงามของก้องหล้า“น
“พี่วัตจะให้ลูกเป็ดแต่งบ้านเองจริงๆ เหรอคะ” กรองขวัญเลียบเคียงถามสามีด้วยความตื่นเต้น“ทำไมพี่ต้องโกหกด้วยล่ะ”“ก็...พี่เป็นคนเอาบ้านมา”“ลูกเป็ดเป็นอีกคนที่ต้องอยู่ในบ้านหลังนี้กับพี่ ลูกเป็ดจะทำอะไรกับมันก็ได้”“จริงเหรอคะ!” ถามตาวาวภวัตพยักหน้าบอกยิ้มๆ “แต่บอกไว้ก่อนว่าพี่ไม่ชอบหรูหรา ขอแบบอบอุ่นน่าอยู่เป็นพอ”“แน่นอนค่ะ อาวัตรอดูได้เลย”“จะรอดูแน่ ลูกเป็ดน่ะอย่าวุ่นวายกับงานจนลืมว่าตัวเองกำลังท้องอยู่ ตอนนี้ลงมานอนสักที คืนนี้พี่ไม่เก็บอ้วกให้อีกแล้วนะ” เขาบอกเสียงเข้มร่างเล็กไถลลงจากเตียงมานอนอยู่ข้างๆ ทันที “โอเคไหมคะ”“โอเค คราวนี้ก็หลับตานอนได้แล้ว”“ฮึ ถ้าไม่เห็นว่าลูกในท้องติดกลิ่นพี่วัต ต่อให้เป็นสามีแล้ว ลูกเป็ดก็ไม่ลงมานอนด้วยหรอกนะ จะบอกให้”“เหรอครับ ว่าแต่ใครนะ ที่กอดพี่แน่นเลยเมื่อเช้านี้”“ก็ลูกชอบกลิ่นพี่วัต”“อืม แค่ลูกชอบ แม่ไม่ชอบว่างั้น” ถามเสียงเข้ม ทำท่าเลิกเสื้อนอนขึ้นมา จนเห็นกล้ามท้องขาวๆ “งั้นคืนนี้นอนกอดเสื้อพี่แทนดีไหม มีกลิ่นพี่ติดอยู่เหมือนกัน ลูกเป็ดจะได้ไม่ลำบากใจ”คิ้วเรียวขมวดยุ่ง “แต่เสื้อมันไม่อุ่นนี่”“ตกลงลูกหรือแม่กันแน่ที่ชอบกลิ่นพี่”“...ไ







