เข้าสู่ระบบ“เลิกกันแล้วจริงๆ นะ ฉันจะได้พาแกไปอาบน้ำมนต์ 9 วัดแก้ซวยตอนนี้เลย”
“ใช่ๆ เดี๋ยวพาไปถวายสังฆทาน ปล่อยสัตว์ ไถ่โคกระบือ หาบ้านให้หมูหมากาไก่ไปพร้อมกันเลย ความซวยจะได้ออกไปจากชีวิตของแกสักที”
กรองขวัญค้อนขวับใส่สองเพื่อนรัก พอส่งงานเสร็จแล้วก็มีเวลามาสนใจเธอพร้อมกันเลยเชียว แก้วกานดากับนาริสาเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่สมัยเรียน จนเรียนจบก็ยังไม่แยกจากกันไปไหน สัปดาห์หนึ่งจะนัดเจอกันอย่างน้อยหนึ่งวัน อย่างวันนี้ที่พวกนางหอบเอาหม้อไฟหม่าล่ามาถล่มกันที่คอนโดเธอ ซัดกันจนพุงจะแตกอยู่แล้ว
“ว่าแต่แกไม่โกรธมันจริงๆ นะ ไอ้พี่โตมารนั่นน่ะ” แก้วกานดาเอียงคอถาม ในมือมีตะเกียบคู่ใจโบกไปมา
“ก็โกรธแหละ แต่เจ็บใจที่เขาแอบคบกันลับหลังมากกว่า”
นาริสายกแก้วโค้กขึ้นกระดกล้างปากแล้วค่อยถามเพื่อน “ถ้าแกเห็นพวกเขาเดินจู๋จี๋กันในบริษัท แกจะทำยังไง”
“เชิดใส่” กรองขวัญตอบพร้อมยักไหล่
“ถูก! อย่าไปสนใจผู้ชายโลเลแบบมัน แต่จงมุ่งหน้าหาผู้ชายดีๆ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับมอบตัวมอบใจเราให้ดีกว่า โลกใบนี้ยังมีผู้ชายอีกตั้งเยอะแยะมากมายให้เราคัดเลือก”
“เยอะจริง แต่ไม่รู้ว่าแท้หรือเปล่านี่สิ”
สิ้นเสียงนาริสา ทั้งสามคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน สมัยนี้เรื่องชายรักชายเปิดกว้างเสียจนเดาไม่ออกว่าคนไหนแท้คนไหนเทียม บางทีหน้าตาพี่มาอย่างกะโจรป่า พอตกใจขึ้นมาท่าออกจนสตรีเพศแท้ๆ ยังอาย
“สนใจผู้ชายขั้นสามสิบๆ ไหมล่ะ ฉันมีแนะนำอยู่คน รับรองถ้าแกได้ใจคนคนนี้ไปครองเมื่อไหร่นะ แกอยากได้อะไร พ่อทูนหัวทูนเกล้าหามาให้ทุกอย่างเลยแกเอ๊ย” น้ำเสียงของแก้วกานดานั้นชวนเชื่อสุดอะไรสุด
“ใครเหรอแก”
กรองขวัญกับนาริสาถามออกมาพร้อมกัน
“อาวัตไงยะ”
พรวด!
กรองขวัญพ่นโค้กออกจากปากด้วยความตกใจ สำลักอยู่นานก่อนจะเปลี่ยนเป็นหอบหายใจกระท่อนกระแท่น
“สำลักอะไรยะ หรือแกว่าฉันพูดไม่จริง พวกแกก็รู้ว่าอาวัตของเราใจดีแค่ไหน หล่อก็หล่อ รวยก็รวย ตัวก็สูงยาวน่ากอด แถมยังโสดสนิท ถึงจะไม่สดก็เถอะ แต่บอกเลยว่าผู้ชายวัยอย่างอาวัตนี่แหละ แซ่บสุด อะไรสุดทุกอย่างเลยค่ะ ผู้หญิงที่ได้อาวัตเป็นสามีนี่ถือว่าชาติก่อนแม่ทำบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาเลยนะแก” แก้วกานดาอวยอาหนุ่มเบอร์ใหญ่ แต่สิ่งที่พูดก็เป็นความจริง ภวัตเป็นถึงประธานบริษัทนำเข้าและจำหน่ายรถหรูรายใหญ่ของเมืองไทย ไม่นับธุรกิจอื่นๆ อีก พ่อเธอที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของภวัตบอกว่าเขามีสายเลือดนักลงทุนอยู่ในตัว น่าจะถือหุ้นใหญ่ในบริษัทดีๆ อีกหลายแห่ง เพียงแต่ไม่ยอมเปิดเผยแค่นั้นเอง
“จะเอาอาวัตเป็นสามีนี่ต้องพกบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาเกิดเลยเหรอ”
คำถามของนาริสาตรงใจกรองขวัญพอดีเป๊ะ สิ่งที่แก้วกานดาว่ามาทำเอาเธอแอบกลืนน้ำลาย คนได้ภวัตเป็นสามีทางพฤตินัยแบบเธอ ถือว่าพกบุญหนักมาเกิดด้วยงั้นเหรอ
พอโดนถามย้อนเข้า แก้วกานดาก็เลิกสนใจอาหาร หันมาทำหน้าจริงจังใส่เพื่อนรักแล้วบอกสรรพคุณสำคัญของภวัตอีกชุดใหญ่
“จะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายบ้านฉันเป็นพวกรักแล้วรักเลยย่ะ ลองว่าพ่อคุณได้ตกลงปลงใจกับผู้หญิงคนไหน ก็จะดูแลผู้หญิงของตัวเองราวกับเจ้าหญิง ไม่เชื่อดูแม่ฉันเป็นตัวอย่าง หลังจากคลอดฉันออกมาเป็นเจ้าหญิงของบ้าน พ่อก็ยกแม่ฉันขึ้นเป็นราชินี อำนาจในมือแม่ล้นฟ้าจนใครก็ไม่กล้าหือด้วย เป็นกันขนาดนี้ยังไม่เรียกว่าโชคดีอีกเหรอยะ”
“เข้าใจแล้ว” นาริสาพยักหน้าอย่างนับถือ เรื่องอำนาจในมือมารดาเพื่อนรักนั้นได้ยินมานาน แต่ไม่รู้เลยว่าจะมีเบื้องหลังแบบนี้ ทันใดนั้นเธอก็ยกมือขึ้นพร้อมบอกเสียงดัง “ฉันขอลงสมัคร!”
“สมัครอะไรของแกริสา” กรองขวัญหรี่ตาถาม
“ก็สมัครเป็นอาสะใภ้ของไอ้ด้าไง”
พรวด!
คราวนี้เป็นแก้วกานดาที่พ่นน้ำใส่หน้านาริสา ส่วนกรองขวัญเพียงกะพริบตาเบาๆ หนึ่งครั้ง แก้วกานดารีบเข้าไปช่วยเช็ดน้ำออกให้เพื่อน
“ขอโทษนะแก ไม่ได้ตั้งใจ”
“แกไม่ต้อนรับฉันเป็นอาสะใภ้ก็ไม่เห็นต้องพ่นน้ำใส่เลยนะด้า บอกดีๆ ก็ได้ ฉันไม่ดื้อดึงหรอก” นาริสาบอกงอนๆ
“ฉันแค่ตกใจ แกสองคนเป็นเพื่อนรักฉันนะ อยู่ดีๆ มาเป็นอาสะใภ้มันก็ยังไงอยู่ แล้วเมื่อกี้แค่พูดเล่นไปงั้น พวกเราเพิ่งจะยี่สิบสี่เอง อาวัตน่ะสามสิบสามเข้าไปแล้ว แกจะรั้งคนแก่ลงมาเพื่ออะไร หนุ่มวัยละอ่อนน่ารักน่ากินกว่าอาวัตเป็นไหนๆ”
“ฉันพูดเล่นว้อย ใครจะอยากเป็นอะไรกับอาวัต ดุก็ดุ แค่แอบเที่ยวกลางคืนกัน อาวัตรู้เข้าก็สาดสายตาคมราวกระบี่เข้าฟันร่างจนพรุนไปหมด แค่คิดก็หนาวแล้ว ใช่ไหมลูกเป็ด” ท้ายประโยคนาริสายังหันไปหาเสียงจากคนข้างๆ
“อืม” กรองขวัญพยักหน้าเออออไป ดูจากสถานการณ์แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้นจะต้องเป็นความลับต่อไป
สองคนนี้จะรู้ไม่ได้เด็ดขาด...
“เลิกกันแล้วจริงๆ นะ ฉันจะได้พาแกไปอาบน้ำมนต์ 9 วัดแก้ซวยตอนนี้เลย”“ใช่ๆ เดี๋ยวพาไปถวายสังฆทาน ปล่อยสัตว์ ไถ่โคกระบือ หาบ้านให้หมูหมากาไก่ไปพร้อมกันเลย ความซวยจะได้ออกไปจากชีวิตของแกสักที”กรองขวัญค้อนขวับใส่สองเพื่อนรัก พอส่งงานเสร็จแล้วก็มีเวลามาสนใจเธอพร้อมกันเลยเชียว แก้วกานดากับนาริสาเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่สมัยเรียน จนเรียนจบก็ยังไม่แยกจากกันไปไหน สัปดาห์หนึ่งจะนัดเจอกันอย่างน้อยหนึ่งวัน อย่างวันนี้ที่พวกนางหอบเอาหม้อไฟหม่าล่ามาถล่มกันที่คอนโดเธอ ซัดกันจนพุงจะแตกอยู่แล้ว“ว่าแต่แกไม่โกรธมันจริงๆ นะ ไอ้พี่โตมารนั่นน่ะ” แก้วกานดาเอียงคอถาม ในมือมีตะเกียบคู่ใจโบกไปมา“ก็โกรธแหละ แต่เจ็บใจที่เขาแอบคบกันลับหลังมากกว่า”นาริสายกแก้วโค้กขึ้นกระดกล้างปากแล้วค่อยถามเพื่อน “ถ้าแกเห็นพวกเขาเดินจู๋จี๋กันในบริษัท แกจะทำยังไง”“เชิดใส่” กรองขวัญตอบพร้อมยักไหล่“ถูก! อย่าไปสนใจผู้ชายโลเลแบบมัน แต่จงมุ่งหน้าหาผู้ชายดีๆ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับมอบตัวมอบใจเราให้ดีกว่า โลกใบนี้ยังมีผู้ชายอีกตั้งเยอะแยะมากมายให้เราคัดเลือก”“เยอะจริง แต่ไม่รู้ว่าแท้หรือเปล่านี่สิ”สิ้นเสียงนาริสา ทั้งสามคนก็หัวเราะ
“ไอ้เพ่ตามมันบอกว่าเค้าตายด้านอ้ะอาว้าด” เสียงงุ้มงิ้งของคนเมาดังขึ้นมาในตอนนั้นอะไรคือตายด้าน?“มันบอกว่าเค้าจูบม่ายเป็น”หือ...เขาขอคิดว่ามันไม่เคยจูบได้หรือเปล่า?“เค้าแค่ม่ายยอมมัน...อื้อ”เสียงหวานขาดหายเมื่อถูกริมฝีปากอุ่นร้อนแนบลงมาเม้มเอาปากเล็กเบาๆ ภวัตถอยออกมากระซิบชิดใกล้ปากนุ่ม“ผมรู้...ลูกเป็ดไม่ได้ตายด้านหรอกที่รัก”“แต่เค้าจูบไม่...”ริมฝีปากนุ่มถูกภวัตตะล่อมชิมรสค็อกเทลอีกครั้ง จากเนิบนุ่มพลันหนักหน่วงขึ้นตามความต้องการ ชิมจนสาสมใจนั่นละ เขาจึงถอยออกมาหายใจหอบแถวคอเล็กหอมกรุ่น“หวาน...” คนเมาเอ่ยเสียงค่อย“ใช่แล้ว ลูกเป็ดหวานมาก”“หวานนน” บอกตาปรือๆ พลางดันหน้าหล่อออกมาเขี่ยปากเล่น“อย่าเล่นซี้ซั้วครับคนดี” ภวัตห้ามเสียงพร่าแต่ลูกเป็ดขี้เมาไม่ฟัง ยกตัวเองขึ้นนั่งตักคนตัวใหญ่ จับหน้าหล่อเอาไว้แล้วก้มลงจูบชิมรสชาติความหวานของเขาแรงๆ อย่างคนไม่ประสาด้านนี้“...อ่า...”เสียงแหบต่ำคำรามออกมาจากลำคอหนาเบาๆ โดนรุกเสียขนาดนี้ ภวัตก็ไม่สนใจอีกแล้วว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขาล็อคร่างเล็กเข้ามาลูบไล้ไปทั่วด้วยความเสน่หาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอทนต่อไปไม่ไหวก็ตวัดอุ้มลูกเป็ดขี้เมา
สิ่งแรกที่กรองขวัญทำหลังจากตั้งสติได้ คือให้ภวัตออกไปแต่งตัวรออยู่นอกห้อง เธอจะรีบจัดการตัวเองแล้วตามออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง“ก็ได้จ้ะ”ภวัตว่าง่ายนัก...ขโมยจูบแก้มนวลทีแล้วก็สวมกางเกงเดินออกจากห้องไปทันทีหญิงสาวรีบกระโดดจากเตียงไปหาเสื้อผ้าสวม แต่เพียงก้าวแรกก็ต้องทรุดนั่งลงแถวขอบเตียงด้วยความเสียดเนื้อกลางร่างแม่เจ้า!เมื่อคืนเธอกับเขาปั๊มปั๊มกันแล้วจริงๆ เหรอเนี่ยราวกับถูกค้อนหนักๆ หล่นลงใส่หัว สภาพร่างกายคือหนึ่งอย่างที่ตอกย้ำความจริง สองคือสภาพรุงรังของเสื้อผ้าที่ระเนระนาดอยู่ตามพื้นห้อง คนมึนหนักหลับตากรี๊ดในใจทั้งเครื่องนอกเครื่องในพังยับไม่มีชิ้นดีเลยจ้า!กรองขวัญจำได้เลือนรางว่าเมื่อคืนตัวเองออกไปนั่งดื่มอยู่ในผับดังเงียบๆ คนเดียวภวัตโผล่มาจากไหน?คิดอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบ หญิงสาวจึงกัดฟันเดินไปค้นเสื้อแขนยาวตัวใหญ่มาใส่ปกปิดร่างกาย ก่อนออกไปคุยกับเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเท้าเล็กในรองเท้าสลิปเปอร์หัวกระต่ายแอบชะงักเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นภวัตเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องครัวเล็กๆ โดยสวมแค่กางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตสีดำยับยู่ยี่ กลัดกระดุมแค่เม็ดล่างๆ เผยอกกว้างให้เห็นว
แขนเล็กเรียวขาวของหญิงสาวผมยาววัยต้นยี่สิบกระชับหมอนข้างมากอดเอาไว้แน่น ทั้งยังซุกหน้าหาตำแหน่งเหมาะๆ ให้ตัวเองหลับต่ออย่างสบายใจ ไม่มีใครอยากลุกจากเตียงนอนนุ่มๆ ในเช้าวันเสาร์หรอกแต่ลมอุ่นๆ กลับเป่ารดหน้าผากจนหน้านิ่วอย่างขัดใจ สะลึมสะลือขยับหน้าไปซุกจุดอื่นก็พลันรู้สึกถึงแรงเต้นตึกตักเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอตรงแก้มนุ่ม ด้วยความรำคาญเธอจึงหมุนตัวหันหลังสละหมอนข้างทิ้งมันเสียเลยหญิงสาวหลับไปพักใหญ่กว่าจะปรือตาขึ้นมา ทว่าก็ต้องกะพริบขึ้นลงอยู่นานกว่าจะเปิดขึ้นมาเต็มหน่วยตา ความเหนื่อยล้าทั่วร่างกายทำให้อยากละลายไปกับผ้าห่มเตียงนอนให้มันรู้แล้วรู้รอด การแฮงค์แบบสุดๆ นี่มันเหนื่อยเอาเรื่องขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยคิดแล้วลมหายใจก็ถูกพ่นออกมาเฮือกๆ ก่อนจะยันกายบางลุกขึ้น“จะไปไหน...”เอ๋ เสียงใคร?กรองขวัญนิ่วหน้างงๆ คิดว่าหูฝาดไปเองจึงออกแรงดันตัวเองออกจากผ้าห่มต่อ แต่ผ่านไปนานก็ยังไม่หลุด ราวกับมีอะไรคอยรัดเอาไว้“โอ๊ย! นี่ผ้าห่มหรืองูเหลือมเนี่ย จะรัดอะไรนักหนา ปวดฉี่!”ร่างเล็กยันตัวขึ้นมาได้นิดหนึ่งก็ทิ้งตัวลงโวยวายคนเดียว เธอมึนหัวจนไม่รู้ว่าจะจัดการกับผ้าห่มที่รัดเอวแน่นเข้าๆ จนกระดิกไม







![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)