หน้าหลัก / โรแมนติก / บังเอิญผ่านมาให้รัก / บทที่ 1 : คืนเหงากับเราสอง 1/3

แชร์

บทที่ 1 : คืนเหงากับเราสอง 1/3

ผู้เขียน: มัญนิตา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-02 18:54:17

สิ่งแรกที่กรองขวัญทำหลังจากตั้งสติได้ คือให้ภวัตออกไปแต่งตัวรออยู่นอกห้อง เธอจะรีบจัดการตัวเองแล้วตามออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง

“ก็ได้จ้ะ”

ภวัตว่าง่ายนัก...

ขโมยจูบแก้มนวลทีแล้วก็สวมกางเกงเดินออกจากห้องไปทันที

หญิงสาวรีบกระโดดจากเตียงไปหาเสื้อผ้าสวม แต่เพียงก้าวแรกก็ต้องทรุดนั่งลงแถวขอบเตียงด้วยความเสียดเนื้อกลางร่าง

แม่เจ้า!

เมื่อคืนเธอกับเขาปั๊มปั๊มกันแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย

ราวกับถูกค้อนหนักๆ หล่นลงใส่หัว สภาพร่างกายคือหนึ่งอย่างที่ตอกย้ำความจริง สองคือสภาพรุงรังของเสื้อผ้าที่ระเนระนาดอยู่ตามพื้นห้อง คนมึนหนักหลับตากรี๊ดในใจ

ทั้งเครื่องนอกเครื่องในพังยับไม่มีชิ้นดีเลยจ้า!

กรองขวัญจำได้เลือนรางว่าเมื่อคืนตัวเองออกไปนั่งดื่มอยู่ในผับดังเงียบๆ คนเดียว

ภวัตโผล่มาจากไหน?

คิดอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบ หญิงสาวจึงกัดฟันเดินไปค้นเสื้อแขนยาวตัวใหญ่มาใส่ปกปิดร่างกาย ก่อนออกไปคุยกับเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

เท้าเล็กในรองเท้าสลิปเปอร์หัวกระต่ายแอบชะงักเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นภวัตเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องครัวเล็กๆ โดยสวมแค่กางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตสีดำยับยู่ยี่ กลัดกระดุมแค่เม็ดล่างๆ เผยอกกว้างให้เห็นวับแวบ ภวัตเป็นผู้ชายวัยสามสิบสามที่หล่อเหลาเอาเรื่องเห็นๆ ขนาดเพิ่งตื่นมาในสภาพหัวฟูยุ่งเหยิง เขาก็ยังน่าดูในแบบของเขา ไม่แปลกใจเลยที่สาวๆ จะทอดสะพานให้เขาเดินข้ามกันไม่ว่างเว้น ทว่ากรองขวัญไม่ได้เป็นหนึ่งในสาวๆ ที่ว่า เป็นเพียงเพื่อนสนิทของแก้วกานดา หลานสาวสุดที่รักของเขา เมื่อคืนใครเอาสะพานบ้าๆ มาทอดให้ภวัตเดินข้ามมาหาเธอกัน!

“นั่งสิ เดี๋ยวชงกาแฟให้จิบแก้เมา”

เสียงสั่งนุ่มนวลนั้นทำให้กรองขวัญได้สติ ก้าวไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวเล็กๆ ในห้องชุดของตน สายตายังมองไปยังร่างสูงในครัว บอกตรงๆ เธอไม่เคยนึกถึงโม้เม้นแบบนี้ของภวัตเลย

“เมื่อคืนเรา...” อ้าปากถามไปแล้วก็ชะงักดื้อๆ ด้วยความกระดาก

ภวัตดันเอ่ยออกมาง่ายๆ “เราทำอะไรกันน่ะเหรอ”

“เรา...ทำแบบนั้นกันหรือเปล่าคะ”

ถามโง่ๆ สภาพตัวแกมันก็ฟ้องอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงยะ!

กรองขวัญเบ้หน้าให้เสียงด่าในใจ ก็อยากหวังให้รอดนี่นา...

“อยากให้ทวนอีกรอบหรือเปล่าล่ะ”

“อาวัต!”

ภวัตหมุนตัวออกจากครัวเดินมายื่นแก้วกาแฟแบบเข้มให้หญิงสาวพร้อมยิ้มอ่อนๆ “จิบนี่ก่อนสิ เผื่อจะจำอะไรได้บ้าง”

เธอรับแก้วมาหน้าตึง ต่อให้จิบเป็นสิบๆ แก้วเธอก็จำไม่ได้หรอก!

“ที่หงุดหงิดอยู่นี่ เป็นเพราะคนที่อยู่กับเราเมื่อคืนนี้เป็นอา ไม่ใช่นายคนนั้นสินะ เราถูกเขาหักอกมานี่ อาก็แค่บังเอิญมาเจอเราช่วงบาดเจ็บพอดีใช่ไหม” เสียงเรียบๆ ถามขณะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

นายคนนั้น?

“อาวัตรู้ได้ยังไงว่าลูกเป็ดถูกหักอก ที่สำคัญอาวัตมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“ยังจำไม่ได้อีกเหรอ”

กรองขวัญพยักหน้ารับแรงๆ ก่อนจะหลับตาปี๋ เมื่อภาพหลายภาพแล่นเข้ามาในหัว ไม่กี่วันก่อนเธอดันไปเห็นผู้ชายที่คบมาครึ่งปีแอบนอกใจไปมีผู้หญิงคนอื่น พอถูกจับได้เท่านั้นแหละ โตมรก็หาว่าเธอไม่มีเวลาให้ ไม่เคยยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวสักครั้ง เขาเลยรู้สึกเหมือนความต้องการไม่ได้รับการถูกเติมเต็ม พอมีผู้หญิงมาเสนอ เขาก็เลยเผลอใจ ตอนได้ยินคำกล่าวหาของโตมรในวันนั้น กรองขวัญรู้สึกเหมือนกับถูกตบหน้าเอาจังๆ แน่นอนว่าเธอเสียใจเรื่องถูกสวมเขา แต่เจ็บใจที่ถูกโยนความผิดมาให้นั้นมีมากกว่า!

อยากระบายความในใจกับเพื่อนให้มันหายจุกอก แต่แก้วกานดากับนาริสาต้องเร่งส่งงานให้ทัน เลยไม่มีใครว่างมาเจอเธอเลย ขอผลัดเป็นวันอื่นแทน แต่นาทีนั้นความรั้นมาก่อนความคิด เธอตัดสินใจเดินมั่นหน้าเข้าไปซดเหล้าในผับคนเดียวแบบเอาให้พอมึนหัว ไม่ได้ตั้งใจเมาหนักอย่างที่เป็น เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงยิงเรือ ถ้าเมาหนักจนขาดสติ เวลากลับบ้านคงไม่ปลอดภัยนัก แต่พอแก้วแรกผ่านไป แก้วต่อมามันก็ไม่อาจหยุดได้

และภวัตก็โผล่มาในตอนที่เธอตาลายไปแล้ว...

“แก้มแดงแบบนี้จำได้แล้วสินะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นตอนเห็นแก้มแดงระเรื่อของหญิงสาวตรงหน้า “หวังว่าต่อไปเราจะจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าการเมาไม่รู้เรื่องรู้ราวนั้นผลมันจะออกมาเป็นอย่างไง”

คนเมาไม่รู้เรื่องเม้มปากถามกลับเสียงเบา “แล้วตอนนั้นอาวัตยังมีสติครบดีหรือเปล่าล่ะ”

ภวัตยิ้มน้อยๆ ก่อนบอกเสียงหวาน “เมื่อคืนอาไม่ได้ดื่มเหล้าจนเมาไม่รู้เรื่องเหมือนใครบางคน แค่จิบเบาๆ แก้เครียดเท่านั้น”

“แสดงว่า...”

การเว้นช่องของเธอได้รับการพยักหน้าจากเขา ปากเล็กพลันเปิดอ้าค้างอย่างคนตกตะลึง

โอ้ยตายแล้ว ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!

ห้าทุ่มคืนก่อน

“อาว้าดดดด...น้างงง...น้างโตงเน้น๊าาา”

คนเมาหนักลากเสียงยาวบอกพร้อมดึงเอาคนตัวใหญ่ตามมานั่งลงบนโซฟากลางห้อง แต่ด้วยความเมามาย พอผลักภวัตนั่งลงแล้ว ร่างตัวเองพลันเสียหลักนั่งลงบนตักกว้างพอดี มึนหัวจนต้องโอดครวญ

“โอย มึนหัวจางเลยค่า”

ชายหนุ่มที่ถูกลากเข้าห้องเห็นอาการเมามายของเธอก็ลูบหลังเล็กเบาๆ ก่อนจะถามขึ้นเสียงเรียบว่า

“คนหลายใจมันสำคัญจนเราต้องเสียใจหนักขนาดนี้เลยเหรอ”

“เปล๊า! เค้าแค้นจาย ม่ายได้ร๊ากมานสักโหน่ย”

“แล้วถ้าไม่หลายใจ จะรักหรือเปล่า”

“ร๊าก...ไม่รัก...รัก....”

ได้ยินคำตอบแบบนี้เข้า ภวัตถึงกับยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู “ตกลงว่ารักหรือไม่รัก”

“ไม่รู้ หนูเมาอยู๋”

“หึหึ ไม่รู้ก็อย่าไปคิดถึงมันที่ไม่รักอีก แล้วห้ามเมาหนักแบบนี้อีกเด็ดขาด รู้ไหมครับ” เขาถือโอกาสสั่งเสียเลย

“ค่า”

ลูกเป็ดขี้เมาครางตอบตาปรือ ทั้งซุกหน้าหาความอุ่นจากอกกว้างเนื้อแน่นๆ จนภวัตเริ่มอยู่ไม่ได้ขึ้นมาบ้าง ดวงตาคมที่ข้นมัวด้วยร่องรอยบางอย่างปิดลงช้าๆ ก่อนจะห้ามใจไว้ไม่อยู่

เขาจะเป็นคนที่ ‘บังเอิญผ่านมาเจอลูกเป็ดน้อยน่าสงสารตัวนี้’ แค่บังเอิญผ่านมาเท่านั้น ห้ามทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าจนเสียแผนใหญ่ที่เพิ่งเริ่มเดินหมาก เขาต้องไม่เผลอใจไปกับความนุ่มหรือความหอมของเนื้อลูกเป็ดเคล้ากลิ่นค็อกเทลตัวน้อยๆ ตัวนี้... 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 14 : หัวใจหวั่นไหวหนักมาก 3/3

    หลังจากเตรียมดินด้วยการไถ่กลบหน้าดินไว้ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ ตอนนี้ก็ได้เวลาเตรียมต้นกล้าข้าว ซึ่งการตกกล้าของนาข้าวคำหอมนั้นต่างจากชาวบ้านตรงที่ใช้แรงงานควายไถ แทนการใช้รถไถนาเดินตามหรือรถไถแบบอื่น โดยพวกเขาจะต้องไถ่นาเตรียมหว่านเมล็ดพันธุ์กล้าถึงร้อยกว่าไร่ เพื่อให้มีต้นกล้าพอต่อการปักดำในพื้นที่นาข้าวทั้งหมดของคำหอมควายเก้าตัวจากฟาร์มก้องหล้าได้ออกงานแล้วภวัตคิดว่าพวกตนออกจากบ้านเช้ามากๆ แล้ว แต่พอไปถึงแปลงนาที่จะทำการหว่านเมล็ดพันธุ์ต้นกล้านั้นกลับพบว่ามีควายงานกับคนงานกลุ่มหนึ่งมารออยู่พร้อมแล้วไม่ท่ามากให้เสียเวลา อธิบายงานคร่าวๆ ให้ภวัตรู้แล้ว แดนดินก็สั่งให้ลูกชายทั้งสามสาธิตการไถนาให้ดูหนึ่งรอบ จากนั้นเขาก็ส่งเชือกควายพร้อมคันไถให้ภวัตรับผิดชอบหนึ่งคู่...ครึ่งวันผ่านไปสภาพแรงงานทุกคนแทบจะกลายเป็นร่างเดียวกับควายของตัวเองเหนื่อยโฮกกก!!“ข้าวเที่ยงมาแล้วว...ววว”เสียงสดใสของนรีกานต์ตะโกนบอกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากจุดที่ทุกคนกำลังไถนาอยู่เทวินทร์กับเทวาผู้ได้รับหน้าที่หวานเมล็ดข้าวหอบตะกร้าข้าวเปลือกของตนวิ่งไปหาพี่สาวทันที ขณะที่แดนดินกับคเชนทร์และคนงานอื่นๆ ทยอยไล่ควายข

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 14 : หัวใจหวั่นไหวหนักมาก 2/3

    ชีวิตใหม่ดูเหมือนจะเป็นไปอย่างเรียบง่ายและมีความสุข ซึ่งเป็นอะไรที่แตกต่างจากภาพในหัวที่กรองขวัญเคยนึกเอาไว้มากนอกจากภวัตจะไม่ทำเย็นชาหมางเมินใส่เธอเหมือนพระเอกนิยายที่จำใจรับผิดชอบนางเอกที่ตั้งท้องจากความสัมพันธ์คืนเดียวแล้ว ภวัตยังตื่นเช้าขึ้นมาช่วยดูแลเธอทุกเช้า พาออกกำลังกายยืดแข้งยืดขา ไปเดินเล่นชมวิวทุ่งนา หาขนมอร่อยๆ มาให้ อ่านหนังสือแม่ลูกมือใหม่ให้ฟัง เขาคอยห่วงใยไม่ห่างราวกับเธอเป็นผู้หญิงที่เขารักจริงๆ หาใช่แค่คนที่เขาต้องรับผิดชอบเพราะความผิดพลาด คนที่บอกตัวเองว่าเขาทำเพราะลูกในท้องอย่างเธอ ได้สัมผัสความเอาใจใส่จากภวัตนานวันเข้า ใจดวงน้อยก็หวั่นไหวเป็นระลอกคลื่นทุกอย่างคงจะดีกว่านี้ ถ้าแดนดินจะไม่แย่งภวัตไปในตอนกลางวัน!บอกจะให้ลูกเขยได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวนา แดนดินก็ทำตามที่บอกเอาไว้จริงๆ งานแรกที่พ่อตาพาลูกเขยไปลุยคืองานบุญบั้งไฟที่ชาวบ้านร่วมมือกันจัดขึ้นทุกเดือนหกในแต่ละปีเพื่อเป็นการบูชาพระยาแถน ซึ่งตามความเชื่อของชาวบ้านแล้ว พระยาแถนเป็นเทพเจ้าแห่งฝนฟ้า ชื่นชอบไฟเป็นอย่างมาก ชาวบ้านจึงจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาท่านเพื่อให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล มีน้ำข้าวในนาอุดมสมบูรณ์ สืบทอด

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 14 : หัวใจหวั่นไหวหนักมาก 1/3

    แม้จะสั่งเครื่องเรือนมามากมาย แต่ตามประเพณีความเชื่อในท้องถิ่นทางนี้แล้ว ภวัตกับกรองขวัญไม่อาจนำสิ่งของเข้าไปในเรือนหอหรือเข้าไปอยู่อาศัยได้เลย หากยังไม่ได้ทำการสู่ขวัญขึ้นบ้านใหม่ พิธีสู่ขวัญขึ้นบ้านใหม่จึงถูกจัดขึ้นโดยใช้ฤกษ์มงคลที่เร็วที่สุดวันงานนั้นแดนดินได้เชิญ ‘หมอธรรม’ ซึ่งเป็นชายชราผู้รักษาตนอยู่ในศีลธรรมและมีวิชาคาถาที่ตกทอดมาจากครูบาอาจารย์ เป็นผู้ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาสวดทำพิธีให้ตามวิถีปฏิบัติของท้องถิ่น นอกจากคนทำพิธีแล้ว เขายังเชิญชาวบ้านมาร่วมยินดีด้วย มากันแทบจะทั้งหมู่บ้าน เพราะหลายวันมานี้ทุกคนได้ยินข่าวลือว่านายใหญ่แดนดินได้ลูกเขย พอถูกเชิญให้มาร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ จึงพากันถือหมอนหอบเสื่อมามอบให้เจ้าบ้านกันอย่างเนืองแน่นภวัตซึ่งเคยรับแต่สิ่งของมงคลต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมเรื่องพวกฮวงจุ้ย โชคลาภ ความมั่งคั่งมั่งมีในวันเริ่มต้นกิจการใหม่ ได้แต่เฝ้ามองวิถีปฏิบัติของชาวบ้านอยู่เงียบๆ ไม่ลืมดูแลความสะดวกให้กับภรรยาของตนไปด้วย ตอนนี้กรองขวัญเอาเฝือกที่แขนออกแล้ว แต่หมอยังสั่งให้งดใช้งานแขนข้างนั้นอยู่ ชายหนุ่มเอาแต่สนใจภรรยา จนไม่เห็นว่าตัวเองก็ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากชาวบ

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 13 : รู้เขารู้เรา 2/2

    แดนดินแค่นยิ้มเอ่ย “รู้จริงก็ดี แต่ถ้าแค่พูดพล่อยๆ ฉันก็จะบอกว่าลูกเป็ดไม่ใช่ลูกฉัน ฉันรับลูกเป็ดกับลูกไก่เป็นลูกบุญธรรมตอนพวกเขาอายุห้าขวบ ที่นี่เป็นบ้านเดิมของพวกเขา ฉันดูแลรักษาและปรับเปลี่ยนมันจนกลายเป็นบ้านสวนใหญ่โต เพราะมันเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากตายายที่แท้จริงของพวกเขา ฉันคิดจะปล่อยให้ลูกเป็ดเล่นสนุกจนพอใจ ค่อยเรียกกลับมาสานต่อบ้านสวนนี้ให้งอกงาม แต่นายทำให้ความหวังฉันพัง”ดวงตาคมของภวัตกวาดมองสวนผักตรงหน้าอย่างชื่นชม พอเดินผ่านออฟฟิศที่น่าจะดัดแปลงจากบ้านเก่ามาแล้วถึงเจอสวนผักของจริง มีทั้งแบบปลูกบนดินและแบบไร้ดิน ด้วยเป็นเวลาเที่ยงวัน ตอนนี้จึงไร้เงาคนงานอยู่ในสวน เขามองจนทั่วแล้วจึงหันไปบอกพ่อตา “สวนผักน่าสนใจมากครับ ถ้าลูกเป็ดอยากทำ ผมก็ไม่ขัด แต่ต้องเป็นหลังคลอดลูก ตอนท้องผมไม่อยากให้ลูกเป็ดทำงานหนัก”“ดูนายรักและตามใจลูกสาวฉันมากเลยนะ แต่บังเอิญฉันให้คนไปสืบมาแล้ว ก่อนหน้านี้ลูกเป็ดคบกับผู้ชายอีกคน ไม่ใช่นาย บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสองเดือนต่อมานายถึงกลายมาเป็นพ่อของหลานฉัน คบซ้อนหรือพลาดพลั้ง บอกฉันมาตรงๆ”“คุณพ่อคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน ผมไม่ไ

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 13 : รู้เขารู้เรา 1/2

    สิ้นเสียงไก่ขันรับเช้าวันใหม่ ดวงตากลมโตของหญิงสาวร่างอวบในชุดนอนลายดอกก็เปิดขึ้นช้าๆ ขณะเอียงหน้าแนบอกอุ่นของคนข้างๆ เพื่อซึมซับเอากลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างละมุนใจ“ตื่นแล้วหรือ”เป็นอีกเช้าที่กรองขวัญได้ยินเสียงถามนุ่มหูทันทีที่ลืมตาตื่น เธอครางรับเบาๆ ราวลูกแมว ซุกหน้าแนบหาอกอุ่นมากขึ้น หลังเหตุการณ์ในคืนนั้น เธอก็อาศัยอกกว้างเป็นหมอนหนุนแสนอุ่นมาตลอด“ลุกไม่ไหวก็นอนต่อเถอะ พี่จะออกไปก่อน มีนัดกับคุณพ่อ”ตากลมปรือขึ้นมาถาม “จะไปไหนคะ”“ไปดูฟาร์มควาย”“ไม่เอา ไม่ให้ไป เดี๋ยวเหม็น” แค่นึกถึงกลิ่นสาบควายที่จะติดมากับเสื้อผ้าภวัต กรองขวัญก็คลื่นไส้รอแล้ว ถึงจะคุ้นกับควายมาตั้งแต่เด็ก แต่ช่วงนี้เธออ่อนไหวต่อกลิ่นต่างๆ เขาก็น่าจะรู้ภวัตอมยิ้มในความมืด “พี่แค่ไปดูเอง ถ้าไม่อยากให้ไป คราวหลังก็ห้ามพ่อตัวเองให้เพลาๆ ลงหน่อยสิ เรื่องแกล้งพี่น่ะ”ห้ามได้ที่ไหน!ตลอดสองสามวันมานี้ แดนดินมุ่งมั่นเรื่องการ ‘สอน’ ลูกเขยทำนามากๆ ขนาดลูกสาวบอกว่าจำเป็นต้องมีสามีอยู่ใกล้ๆ เพื่อบรรเทาอาการแพ้ท้อง แดนดินยังไม่ยอมฟังเลยสรุปแล้วภวัตก็ต้องลุกออกมาจากห้องนอนแต่เช้า เพื่อตามพ่อตาไปยังฟาร์มควายงามของก้องหล้า“น

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 12 : ขอกอดหน่อย 3/3

    “พี่วัตจะให้ลูกเป็ดแต่งบ้านเองจริงๆ เหรอคะ” กรองขวัญเลียบเคียงถามสามีด้วยความตื่นเต้น“ทำไมพี่ต้องโกหกด้วยล่ะ”“ก็...พี่เป็นคนเอาบ้านมา”“ลูกเป็ดเป็นอีกคนที่ต้องอยู่ในบ้านหลังนี้กับพี่ ลูกเป็ดจะทำอะไรกับมันก็ได้”“จริงเหรอคะ!” ถามตาวาวภวัตพยักหน้าบอกยิ้มๆ “แต่บอกไว้ก่อนว่าพี่ไม่ชอบหรูหรา ขอแบบอบอุ่นน่าอยู่เป็นพอ”“แน่นอนค่ะ อาวัตรอดูได้เลย”“จะรอดูแน่ ลูกเป็ดน่ะอย่าวุ่นวายกับงานจนลืมว่าตัวเองกำลังท้องอยู่ ตอนนี้ลงมานอนสักที คืนนี้พี่ไม่เก็บอ้วกให้อีกแล้วนะ” เขาบอกเสียงเข้มร่างเล็กไถลลงจากเตียงมานอนอยู่ข้างๆ ทันที “โอเคไหมคะ”“โอเค คราวนี้ก็หลับตานอนได้แล้ว”“ฮึ ถ้าไม่เห็นว่าลูกในท้องติดกลิ่นพี่วัต ต่อให้เป็นสามีแล้ว ลูกเป็ดก็ไม่ลงมานอนด้วยหรอกนะ จะบอกให้”“เหรอครับ ว่าแต่ใครนะ ที่กอดพี่แน่นเลยเมื่อเช้านี้”“ก็ลูกชอบกลิ่นพี่วัต”“อืม แค่ลูกชอบ แม่ไม่ชอบว่างั้น” ถามเสียงเข้ม ทำท่าเลิกเสื้อนอนขึ้นมา จนเห็นกล้ามท้องขาวๆ “งั้นคืนนี้นอนกอดเสื้อพี่แทนดีไหม มีกลิ่นพี่ติดอยู่เหมือนกัน ลูกเป็ดจะได้ไม่ลำบากใจ”คิ้วเรียวขมวดยุ่ง “แต่เสื้อมันไม่อุ่นนี่”“ตกลงลูกหรือแม่กันแน่ที่ชอบกลิ่นพี่”“...ไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status