Masukสิ่งแรกที่กรองขวัญทำหลังจากตั้งสติได้ คือให้ภวัตออกไปแต่งตัวรออยู่นอกห้อง เธอจะรีบจัดการตัวเองแล้วตามออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง
“ก็ได้จ้ะ”
ภวัตว่าง่ายนัก...
ขโมยจูบแก้มนวลทีแล้วก็สวมกางเกงเดินออกจากห้องไปทันที
หญิงสาวรีบกระโดดจากเตียงไปหาเสื้อผ้าสวม แต่เพียงก้าวแรกก็ต้องทรุดนั่งลงแถวขอบเตียงด้วยความเสียดเนื้อกลางร่าง
แม่เจ้า!
เมื่อคืนเธอกับเขาปั๊มปั๊มกันแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย
ราวกับถูกค้อนหนักๆ หล่นลงใส่หัว สภาพร่างกายคือหนึ่งอย่างที่ตอกย้ำความจริง สองคือสภาพรุงรังของเสื้อผ้าที่ระเนระนาดอยู่ตามพื้นห้อง คนมึนหนักหลับตากรี๊ดในใจ
ทั้งเครื่องนอกเครื่องในพังยับไม่มีชิ้นดีเลยจ้า!
กรองขวัญจำได้เลือนรางว่าเมื่อคืนตัวเองออกไปนั่งดื่มอยู่ในผับดังเงียบๆ คนเดียว
ภวัตโผล่มาจากไหน?
คิดอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบ หญิงสาวจึงกัดฟันเดินไปค้นเสื้อแขนยาวตัวใหญ่มาใส่ปกปิดร่างกาย ก่อนออกไปคุยกับเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
เท้าเล็กในรองเท้าสลิปเปอร์หัวกระต่ายแอบชะงักเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นภวัตเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องครัวเล็กๆ โดยสวมแค่กางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตสีดำยับยู่ยี่ กลัดกระดุมแค่เม็ดล่างๆ เผยอกกว้างให้เห็นวับแวบ ภวัตเป็นผู้ชายวัยสามสิบสามที่หล่อเหลาเอาเรื่องเห็นๆ ขนาดเพิ่งตื่นมาในสภาพหัวฟูยุ่งเหยิง เขาก็ยังน่าดูในแบบของเขา ไม่แปลกใจเลยที่สาวๆ จะทอดสะพานให้เขาเดินข้ามกันไม่ว่างเว้น ทว่ากรองขวัญไม่ได้เป็นหนึ่งในสาวๆ ที่ว่า เป็นเพียงเพื่อนสนิทของแก้วกานดา หลานสาวสุดที่รักของเขา เมื่อคืนใครเอาสะพานบ้าๆ มาทอดให้ภวัตเดินข้ามมาหาเธอกัน!
“นั่งสิ เดี๋ยวชงกาแฟให้จิบแก้เมา”
เสียงสั่งนุ่มนวลนั้นทำให้กรองขวัญได้สติ ก้าวไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวเล็กๆ ในห้องชุดของตน สายตายังมองไปยังร่างสูงในครัว บอกตรงๆ เธอไม่เคยนึกถึงโม้เม้นแบบนี้ของภวัตเลย
“เมื่อคืนเรา...” อ้าปากถามไปแล้วก็ชะงักดื้อๆ ด้วยความกระดาก
ภวัตดันเอ่ยออกมาง่ายๆ “เราทำอะไรกันน่ะเหรอ”
“เรา...ทำแบบนั้นกันหรือเปล่าคะ”
ถามโง่ๆ สภาพตัวแกมันก็ฟ้องอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงยะ!
กรองขวัญเบ้หน้าให้เสียงด่าในใจ ก็อยากหวังให้รอดนี่นา...
“อยากให้ทวนอีกรอบหรือเปล่าล่ะ”
“อาวัต!”
ภวัตหมุนตัวออกจากครัวเดินมายื่นแก้วกาแฟแบบเข้มให้หญิงสาวพร้อมยิ้มอ่อนๆ “จิบนี่ก่อนสิ เผื่อจะจำอะไรได้บ้าง”
เธอรับแก้วมาหน้าตึง ต่อให้จิบเป็นสิบๆ แก้วเธอก็จำไม่ได้หรอก!
“ที่หงุดหงิดอยู่นี่ เป็นเพราะคนที่อยู่กับเราเมื่อคืนนี้เป็นอา ไม่ใช่นายคนนั้นสินะ เราถูกเขาหักอกมานี่ อาก็แค่บังเอิญมาเจอเราช่วงบาดเจ็บพอดีใช่ไหม” เสียงเรียบๆ ถามขณะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
นายคนนั้น?
“อาวัตรู้ได้ยังไงว่าลูกเป็ดถูกหักอก ที่สำคัญอาวัตมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“ยังจำไม่ได้อีกเหรอ”
กรองขวัญพยักหน้ารับแรงๆ ก่อนจะหลับตาปี๋ เมื่อภาพหลายภาพแล่นเข้ามาในหัว ไม่กี่วันก่อนเธอดันไปเห็นผู้ชายที่คบมาครึ่งปีแอบนอกใจไปมีผู้หญิงคนอื่น พอถูกจับได้เท่านั้นแหละ โตมรก็หาว่าเธอไม่มีเวลาให้ ไม่เคยยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวสักครั้ง เขาเลยรู้สึกเหมือนความต้องการไม่ได้รับการถูกเติมเต็ม พอมีผู้หญิงมาเสนอ เขาก็เลยเผลอใจ ตอนได้ยินคำกล่าวหาของโตมรในวันนั้น กรองขวัญรู้สึกเหมือนกับถูกตบหน้าเอาจังๆ แน่นอนว่าเธอเสียใจเรื่องถูกสวมเขา แต่เจ็บใจที่ถูกโยนความผิดมาให้นั้นมีมากกว่า!
อยากระบายความในใจกับเพื่อนให้มันหายจุกอก แต่แก้วกานดากับนาริสาต้องเร่งส่งงานให้ทัน เลยไม่มีใครว่างมาเจอเธอเลย ขอผลัดเป็นวันอื่นแทน แต่นาทีนั้นความรั้นมาก่อนความคิด เธอตัดสินใจเดินมั่นหน้าเข้าไปซดเหล้าในผับคนเดียวแบบเอาให้พอมึนหัว ไม่ได้ตั้งใจเมาหนักอย่างที่เป็น เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงยิงเรือ ถ้าเมาหนักจนขาดสติ เวลากลับบ้านคงไม่ปลอดภัยนัก แต่พอแก้วแรกผ่านไป แก้วต่อมามันก็ไม่อาจหยุดได้
และภวัตก็โผล่มาในตอนที่เธอตาลายไปแล้ว...
“แก้มแดงแบบนี้จำได้แล้วสินะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นตอนเห็นแก้มแดงระเรื่อของหญิงสาวตรงหน้า “หวังว่าต่อไปเราจะจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าการเมาไม่รู้เรื่องรู้ราวนั้นผลมันจะออกมาเป็นอย่างไง”
คนเมาไม่รู้เรื่องเม้มปากถามกลับเสียงเบา “แล้วตอนนั้นอาวัตยังมีสติครบดีหรือเปล่าล่ะ”
ภวัตยิ้มน้อยๆ ก่อนบอกเสียงหวาน “เมื่อคืนอาไม่ได้ดื่มเหล้าจนเมาไม่รู้เรื่องเหมือนใครบางคน แค่จิบเบาๆ แก้เครียดเท่านั้น”
“แสดงว่า...”
การเว้นช่องของเธอได้รับการพยักหน้าจากเขา ปากเล็กพลันเปิดอ้าค้างอย่างคนตกตะลึง
โอ้ยตายแล้ว ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!
ห้าทุ่มคืนก่อน
“อาว้าดดดด...น้างงง...น้างโตงเน้น๊าาา”
คนเมาหนักลากเสียงยาวบอกพร้อมดึงเอาคนตัวใหญ่ตามมานั่งลงบนโซฟากลางห้อง แต่ด้วยความเมามาย พอผลักภวัตนั่งลงแล้ว ร่างตัวเองพลันเสียหลักนั่งลงบนตักกว้างพอดี มึนหัวจนต้องโอดครวญ
“โอย มึนหัวจางเลยค่า”
ชายหนุ่มที่ถูกลากเข้าห้องเห็นอาการเมามายของเธอก็ลูบหลังเล็กเบาๆ ก่อนจะถามขึ้นเสียงเรียบว่า
“คนหลายใจมันสำคัญจนเราต้องเสียใจหนักขนาดนี้เลยเหรอ”
“เปล๊า! เค้าแค้นจาย ม่ายได้ร๊ากมานสักโหน่ย”
“แล้วถ้าไม่หลายใจ จะรักหรือเปล่า”
“ร๊าก...ไม่รัก...รัก....”
ได้ยินคำตอบแบบนี้เข้า ภวัตถึงกับยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู “ตกลงว่ารักหรือไม่รัก”
“ไม่รู้ หนูเมาอยู๋”
“หึหึ ไม่รู้ก็อย่าไปคิดถึงมันที่ไม่รักอีก แล้วห้ามเมาหนักแบบนี้อีกเด็ดขาด รู้ไหมครับ” เขาถือโอกาสสั่งเสียเลย
“ค่า”
ลูกเป็ดขี้เมาครางตอบตาปรือ ทั้งซุกหน้าหาความอุ่นจากอกกว้างเนื้อแน่นๆ จนภวัตเริ่มอยู่ไม่ได้ขึ้นมาบ้าง ดวงตาคมที่ข้นมัวด้วยร่องรอยบางอย่างปิดลงช้าๆ ก่อนจะห้ามใจไว้ไม่อยู่
เขาจะเป็นคนที่ ‘บังเอิญผ่านมาเจอลูกเป็ดน้อยน่าสงสารตัวนี้’ แค่บังเอิญผ่านมาเท่านั้น ห้ามทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าจนเสียแผนใหญ่ที่เพิ่งเริ่มเดินหมาก เขาต้องไม่เผลอใจไปกับความนุ่มหรือความหอมของเนื้อลูกเป็ดเคล้ากลิ่นค็อกเทลตัวน้อยๆ ตัวนี้...
ณ คาเฟ่ขนมหวานใต้ตึกสูงระฟ้า อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทพีเอ็มยานยนตร์ในเวลาบ่ายแก่ๆ อย่างนี้มีลูกค้าที่เข้ามานั่งในร้านมีเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนกับเด็กชายหน้าตาน่ารักในชุดหมีทับเสื้อยืดสีแดงสดใส“อ้ามมม”"อ้ำ!"ขณะทั้งสองกำลังหยอกล้อแย่งขนมเค้กช็อคโกแลตกับไอศกรีมอยู่นั่นเอง โต๊ะด้านหลังพลันมีคนมานั่งลงพร้อมเสียงสนทนาที่น่าสนใจยิ่ง“นี่หล่อนได้ยินข่าวลือจากชั้นบนหรือเปล่า”“ได้ยินมาหลายเรื่อง หล่อนหมายถึงเรื่องไหนล่ะ”“ก็เรื่องที่แม่ผู้ช่วยคนใหม่อ่อยท่านประธานไง คนในบริษัทเม้าท์กันให้แซ่ด แม่นั้นจ้องจะงาบท่านเช้าเย็น”“แต่ฉันได้ข่าวมาว่าท่านประธานมีเมียแล้วนะ”“โอ๊ย มีแต่ไม่มาก็เหมือนไม่มีนั่นแหละ อีกอย่างหล่อๆ อย่างนั้น ถึงมีเมียแล้วผู้หญิงบางคนก็ยอมเป็นเมียน้อยย่ะ!”ช้อนที่กำลังตักไอศกรีมเข้าปากลูกชายชะงักไปตั้งแต่ได้ยินประโยคต้นๆ ของสองสาว ดวงหน้าสวยอย่างคนสุขภาพดีแอบหันไปมอง ถ้าดูจากชุดฟอร์มแล้ว ท่านประธานที่พวกหล่อนเอ่ยถึง น่าจะเป็นสามีของเธอ“แม่คับ อ้ำ!” เสียงใสๆ เรียกท้วงพร้อมเอื้อมมาคว้าช้อนของหวานเข้าปากเสียเองกรองขวัญได้สติหันมามองลูกชายส
จะมีสักกี่คนในโลกที่ตกหลุมรักใครสักคนอย่างไม่มีเหตุผลภวัตดันตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งโครมใหญ่เธอคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงสวยจัด ไม่ใช่ผู้หญิงพราวเสน่ห์น่าหลงใหล แต่เป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักวัยยี่สิบคนหนึ่ง“สวัสดีค่ะอาวัต ชื่อลูกเป็ดนะคะ เป็นเพื่อนสนิทของดาด้าค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้พร้อมเอ่ยแนะนำตัวอย่างร่าเริง รอยยิ้มสดใสที่เธอส่งให้ในวันนั้น เปรียบเหมือนศรรักพุ่งเข้าปักหัวใจเขา แต่เพราะช่วงวัยที่ห่างกันเป็นสิบปี ชายหนุ่มจึงได้แต่เก็บงำความรู้สึกไว้ในใจ ไม่กล้าแม้แต่จะบอกให้เธอรู้บางทีภวัตอาจจะค่อยๆ ลืมรอยยิ้มสดใสในวันนั้น หากหลานสาวจะไม่ให้เขาไปรับที่มหาวิทยาลัยอาทิตย์ละสองสามวัน ซึ่งลูกเป็ดแสนน่ารักกับนาริสาก็มักจะติดสร้อยห้อยตามมาด้วยทุกครั้ง เด็กสาวทั้งสามเป็นเด็กเรียนดีที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างของทางมหาวิทยาลัย รู้จักคนมากมายทั้งในคณะและนอกคณะ ไม่แปลกที่ความน่ารักน่ามองของพวกเธอจะเข้าตาหนุ่มๆ จนเข้ามาตามจีบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะลูกเป็ดของเขาภวัตเกรงว่าพวกเธอจะโดนล่อลวง จึงหาคนมาดูแลอยู่ห่างๆ คอย ‘กำจัด’ เด็กหนุ่มพวกนั้นออกไป โดยไม่บอกให้พวกเธอรู้ตัว ไม่คิดว่าขณะที่เขามุ่งมั่นสร้างควา
“ยังไม่รีบไปดูอีก!”เทวาตีนผีไม่รีรออะไรอีก แจ้นลงเรือนไปทันที ไม่นานก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาบอกอย่างแตกตื่น “ไปแล้วพ่อ! ไม่มีใครอยู่สักคน! พวกเขาไปแล้ว!”พอได้ยินเสียงอาหนุ่ม พฤทธิ์ที่ถูกคุณตาอุ้มออกมานั่งตักรอฟังข่าวก็ส่งเสียงอ้อแอ้ใส่ เทวาได้แต่เดินไปนั่งลงข้างๆ พ่อแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นอะพ่อ”แดนดินจับตัวหลานชายที่ดิ้นไปหาเทวาอย่างต้องการเล่นกับอาด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้ลูกชายไปอ่านเอง เขาเจอมันตอนอุ้มพฤทธิ์ออกมาจากเปล เป็นโน้ตจากกรองขวัญ เขียนไว้ว่าฝากพฤทธิ์ด้วยนะคะเราสองคนขอไปฮันนีมูนย้อนหลังก่อนแล้วจะซื้อของมาฝากแม่เป็ดเอง (ห้ามรังแกหลาน)ใครๆ ก็บอกว่าเขาชอบคิดไปเองจนเรื่องมันบานปลายไปใหญ่โต ก็ดูสถานการณ์แต่ละอย่างที่เขาเจอสิ จะไม่ให้คิดไปเองยังไงไหว!ด้านเทวาอ่านโน้ตที่พี่สาวทิ้งไว้แล้วมือสั่น หันไปบอกพ่อด้วยสีหน้าจวนจะร้องไห้ “นี่มันก่อการร้ายชัดๆ เลยนะพ่อ พวกเรารับมือไม่ไหวแน่”“ปา...ปะ...”เสียงเล็กๆ พูดแทรกเหมือนอยากคุยด้วย แต่คุณตากับคุณอาได้ยินแล้วถึงกับสะดุ้งมองด้วยสายตาผวา กลัวพฤทธิ์จะแผลงฤทธิ์ ยามที่เจ้าอ้วนอารมณ์ดีก็น่ารัก
เรื่องที่สามีแอบวางแผนมัดใจตนมานานแสนนานทำให้กรองขวัญทั้งฉุนทั้งมีความสุขตลอดวัน เข้าใจแล้วว่าทำไมภวัตถึงยอมตามเธอมาอยู่ที่นาทองคำ ยอมให้แดนดินใช้งานสารพัดพอรู้ว่าเขารักขนาดนี้ อะไรๆ มันก็ดีไปหมดแต่ดูเหมือนว่าภวัตจะมีข้อเสียเรื่องความหื่น!สามีของเธอชักเริ่มเคยตัวขึ้นทุกวันๆ พอได้หนึ่งครั้ง...เอ่อ...หนึ่งคืนเต็มๆ ในวันนั้น เขาก็จัดให้แทบไม่ว่างเว้น ยังดีที่รู้ตัวว่าต้องชดใช้แรงงานให้เธอด้วยการเลี้ยงลูกแทน“แอะ!”กรองขวัญมองลูกชายที่โตวันโตคืนโบกไม้โบกมืออยู่บนเบาะนอนข้างๆ เหมือนอยากจะเล่นด้วย เธอเขี่ยแก้มยุ้ยของลูกชายเล่นเบาๆ อย่างรักใคร่ พฤทธิ์อยู่ง่ายเลี้ยงง่ายเหลือเกิน กินปุ๊บ หลับปั๊บ ถูกใจพ่อเขานัก แต่เวลาคุณชายโมโหไม่ได้ดั่งใจขึ้นมานี่ร้องจ้าหูร้าวกันทั้งบ้าน ต้องให้ภวัตอุ้มโอ๋ถึงจะหยุดร้อง“แอะ แอะ”“เด็กดี แม่ดีใจจริงๆ ที่หนูเกิดมาจากความรักที่พ่อมีต่อแม่”เรื่องที่ลูกชายเกิดมาเพราะพ่อแม่เมาไม่รู้ตัว เป็นปมใหญ่ในใจเธอมาตลอด เดิมคิดว่าภวัตมาแต่งงานด้วยเพราะต้องการรับผิดชอบเท่านั้น ใครจะคิดว่าความจริงคือเขาค่อยๆ ต้อนเธอด้วยความรักมาแต่แรกแล้ว“โตขึ้นหนูต้องเป็นเด็กดี รักพ่อกับ
“คนโกหก!” คนตื่นขึ้นมาในสภาพมีรอยจ้ำสีกุหลาบเต็มตัวบนเตียงหลังใหญ่ตะโกนใส่หน้าสามี พร้อมกับทุบอกกว้างขาวเนียนนั่นอย่างโมโห“โอ๊ยๆ อะไรกันลูกเป็ด มาทุบพี่ทำไม”“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ! ความจำกลับมาแล้วใช่ไหม คนบ้า! ทำแบบนี้ได้ยังไง มาหลอกแอ้มเค้าทำไม!“ภวัตหัวเราะเบาๆ ดึงภรรยาลงมานอนบนอกที่โดนทุบเอาๆ เมื่อกี้อย่างไม่ถือสา “เลิกโวยวายเสียงเบาได้แล้วน่า เดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก”คนใช้เสียงเท่ายุงบินขึงตาใส่สามี ถ้าไม่กลัวลูกที่นอนก้นโด่งอยู่ในคอกข้างๆ จะตื่นขึ้นมา เธอคงกรี๊ดลั่นบ้านไปแล้ว เขามันเสือร้ายชัดๆ เลย!“บอกแล้วว่าความจำของพี่ไม่สำคัญเลย แค่เรารักกันเหมือนตอนนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะแก่เฒ่าจากกันไปก็พอแล้วสำหรับพี่”“แต่ลูกเป็ดกลัวนี่ อาวัตรู้ไหมว่าลูกเป็ดกลัวมากแค่ไหน ลูกเป็ดกลัวว่าอาวัตจะจำได้ว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร เรามีลูกเพราะอะไร กลัวจนเครียดไปหมด แต่ที่ลูกเป็ดกลัวที่สุดก็คือกลัวอาวัตไม่รักลูกเป็ดแล้ว!!”ภวัตดึงคนคิดมากขึ้นมาจูบเบาๆ ก่อนจะสั่งว่า “ห้ามพูดว่าพี่ไม่รักลูกเป็ดนะ”“ก็ลูกเป็ดกลัวนี่”“มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ ลูกก็มีด้วยกันแล้ว ยังจะกลัวอะไรอีก หืม”“ถ้าอาวัตไม่บังเอิ
“แอะ!”เจ้าอ้วนน้อยหันมาคุยกับพ่อพร้อมชูไม้ชูมือหา ภวัตเลยอุ้มขึ้นมานั่งบนตัก ประคองคอเล็กไว้ด้วยมือข้างเดียว“คิดถึงพ่อเหรอเด็กอ้วน”“แจ๊บๆ”ภวัตมองการดีดแขนดีดขากำมือจะเอาเข้าปากอมของลูกชายด้วยสายตาอ่อนใจอยู่บ้าง ท่าทางแบบนี้แปลว่าต้องการอาหารแล้ว “ไม่กินแล้วครับ กินเยอะจะอ้วนเป็นลูกหมูน้อยนะ”ไม่รู้ว่าฟังเข้าใจหรือขัดใจที่พ่อไม่เอานมให้กินสักที พฤทธิ์ถึงออกอาการน้ำตาคลอขึ้นมาทันตาเห็น “ฮึก...”คนเป็นพ่อถึงกับส่ายหน้า บอกทีเถอะ ว่านี่เป็นพฤติกรรมทั่วไปของเด็กอายุสองเดือน พฤทธิ์กินเอาๆ จนตอนนี้ตัวเลขน้ำหนักนำหน้าอายุไปไกลแล้ว แหล่งผลิตอาหารชั้นเลิศของพฤทธิ์ก็อวบขึ้น...“มองอะไรคะ!” เจ้าของอกอวบที่นอนกางแขนอยู่รีบยกมือปิดอกไว้ภวัตแกล้งทำตาวาวมอง “แค่มองก็ไม่ได้ พฤทธิ์ทั้งจับทั้งดูด ไม่เห็นลูกเป็ดจะบ่นเลย”“ก่อนจะมีลูก พี่วัตทำมากกว่าลูกอีกนะ”“จำไม่เห็นได้เลย ว่าเคยทำ”กรองขวัญถึงกับอ้าปากค้าง ถ้าเขาไม่เคยทำ พฤทธิ์คงจะเกิดขึ้นมาจากการนิมิตของเธอเองละมั้ง!“ไม่เป็นไร รอลูกโตมากกว่านี้อีกหน่อย พี่จะให้ลูกเป็ดทวนความจำให้พี่แบบพิเศษแน่นอน”ทวนความจำแบบพิเศษอะไรของเขาล่ะ!“อื้อ! อ่อย...อ
“อาวัตขา...”คนเพิ่งข่มตาขมใจหลับไปไม่นานลืมตาขึ้นมาเงียบๆ“อาวัต...ฮือ...อา...ฮึก!”ร่างสูงกระโจนทีเดียวถึงสวิตช์เปิดไฟ พอไฟสว่างก็พบว่าหญิงสาวที่มีเฝือกห้อยคอกำลังนั่งอยู่กลางอาเจียนกองใหญ่บนเตียง“ลูกเป็ด!”“เหม็น!” คนอ้วกแตกกลางดึกครางบอกทั้งน้ำตา เธอเพิ่งจะหลับไปได้ครู่เดียว อยู่ดีๆ ก็ใจหวิวขึ
เนื่องจากพนักงานหลายคนถือโอกาศลาพักร้อนต่อเหมือนๆ กันเมื่อกลับมาเริ่มทำงานวันแรก ทุกคนเลยทำงานกันแบบสบายๆ มีบางคนเปิดงานขึ้นมา ‘ดู’ บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเมาท์ให้คนอื่นฟังว่าตัวเองไปเที่ยวไหนมาในช่วงหยุดยาวมากกว่า บางคนถึงกับเดินไปคุยกับเพื่อนในแผนกอื่นก็มีในตอนบ่ายนั่นเอง นฤมาศผู้เป็นหัวหน้
“เอาลูกนั้นค่ะ ลูกนั้นๆ”ภวัตเอื้อมแขนยาวๆ ไปคว้าเอามะม่วงที่ถูกชี้ตัวโยนลงไปด้านล่างตามคำสั่ง ชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาปีนเก็บมะม่วงให้เมียกิน!“เก็บลงมาเยอะๆ สิคะ ลูกสองลูกจะพอกินอะไร” เสียงหวานตะโกนขึ้นมาบอกตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ ...ทั้งมะม่วงแบบเป็นพวงและแบบลูกร่วงลงพื้นรัวๆ จากนั้นคนเก็บก็ส
แดนดินเอ่ยต่อหน้าตาย “ฉันยอมให้แต่งก็ได้ แต่ลูกเป็ดต้องย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านนี้”“ได้ไงจ๊ะ ลูกเป็ดต้องกลับไปทำงานนะพ่อ” กรองขวัญร้องท้วงหน้าตาตื่น“ไม่ต้องทำแล้ว กลับไปก็รีบจัดการลาออกให้เรียบร้อยซะ พ่อจ้างอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้”กรองขวัญ “...”“ไม่ลำบากคุณพ่อจ้างหรอกครับ เมียผมมีรายได้ของผมเป็นของตัวท







