เข้าสู่ระบบ
แขนเล็กเรียวขาวของหญิงสาวผมยาววัยต้นยี่สิบกระชับหมอนข้างมากอดเอาไว้แน่น ทั้งยังซุกหน้าหาตำแหน่งเหมาะๆ ให้ตัวเองหลับต่ออย่างสบายใจ ไม่มีใครอยากลุกจากเตียงนอนนุ่มๆ ในเช้าวันเสาร์หรอก
แต่ลมอุ่นๆ กลับเป่ารดหน้าผากจนหน้านิ่วอย่างขัดใจ สะลึมสะลือขยับหน้าไปซุกจุดอื่นก็พลันรู้สึกถึงแรงเต้นตึกตักเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอตรงแก้มนุ่ม ด้วยความรำคาญเธอจึงหมุนตัวหันหลังสละหมอนข้างทิ้งมันเสียเลย
หญิงสาวหลับไปพักใหญ่กว่าจะปรือตาขึ้นมา ทว่าก็ต้องกะพริบขึ้นลงอยู่นานกว่าจะเปิดขึ้นมาเต็มหน่วยตา ความเหนื่อยล้าทั่วร่างกายทำให้อยากละลายไปกับผ้าห่มเตียงนอนให้มันรู้แล้วรู้รอด การแฮงค์แบบสุดๆ นี่มันเหนื่อยเอาเรื่องขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
คิดแล้วลมหายใจก็ถูกพ่นออกมาเฮือกๆ ก่อนจะยันกายบางลุกขึ้น
“จะไปไหน...”
เอ๋ เสียงใคร?
กรองขวัญนิ่วหน้างงๆ คิดว่าหูฝาดไปเองจึงออกแรงดันตัวเองออกจากผ้าห่มต่อ แต่ผ่านไปนานก็ยังไม่หลุด ราวกับมีอะไรคอยรัดเอาไว้
“โอ๊ย! นี่ผ้าห่มหรืองูเหลือมเนี่ย จะรัดอะไรนักหนา ปวดฉี่!”
ร่างเล็กยันตัวขึ้นมาได้นิดหนึ่งก็ทิ้งตัวลงโวยวายคนเดียว เธอมึนหัวจนไม่รู้ว่าจะจัดการกับผ้าห่มที่รัดเอวแน่นเข้าๆ จนกระดิกไม่ได้ยังไงดี
“อืม”
เสียงแหบต่ำของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง กรองขวัญยังไม่ทันจะหันไปมอง สัมผัสร้อนนุ่มก็แนบลงมาบนหัวไหล่มนหนักๆ
“จะหนีไปไหน”
เธอพลิกตัวกลับไปมองเจ้าของเสียงทักแหบพร่าหน้าตาตื่น ดวงตากลมโตกะพริบมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงขึ้นลงอยู่อย่างนั้น ‘เขา’ ยันกายขึ้นมานั่งในสภาพเปลือยอกขาวนวลเนียน ราวกับว่าไม่เคยโดนแดดต้องลมมาก่อน ตาโตๆ เบิกมองตามผิวตัวขาวๆ แล้วถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ
ต่อให้เด็กเกิดใหม่ยังรู้เลยว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า!
แต่เขาเป็น...
“อาวัต?”
ไม่มีเสียงตอบ เพราะเจ้าของชื่อกำลังหลุบตาลงมองต่ำฉ่ำปรือ พอกรองขวัญก้มมองตามก็ต้องผวาดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอกตนมือสั่น
เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกันนี่!
ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น นึกย้อนหาสาเหตุการอยู่ด้วยกันในสภาพนี้ของเธอกับเขาแบบใจไม่ดี
ไม่ได้! เธอกับเขาจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ไม่ได้!
กรองขวัญได้แต่ย้ำคิดความเป็นไปได้อยู่ในใจ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจอะไรเลย ถึงได้เอ่ยทักออกมาเสียงหวาน
“หวัดดีตอนสาย”
กรองขวัญส่ายหน้าบอกเสียงเครียด “ไม่ดีค่ะ ไม่ดีมากๆ เลยด้วย อาวัตไม่ควรมาอยู่บนเตียงลูกเป็ด โดยที่เราสองคนไม่มีเสื้อผ้าติดตัวทั้งคู่แบบนี้!”
“เลิกกันแล้วจริงๆ นะ ฉันจะได้พาแกไปอาบน้ำมนต์ 9 วัดแก้ซวยตอนนี้เลย”“ใช่ๆ เดี๋ยวพาไปถวายสังฆทาน ปล่อยสัตว์ ไถ่โคกระบือ หาบ้านให้หมูหมากาไก่ไปพร้อมกันเลย ความซวยจะได้ออกไปจากชีวิตของแกสักที”กรองขวัญค้อนขวับใส่สองเพื่อนรัก พอส่งงานเสร็จแล้วก็มีเวลามาสนใจเธอพร้อมกันเลยเชียว แก้วกานดากับนาริสาเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่สมัยเรียน จนเรียนจบก็ยังไม่แยกจากกันไปไหน สัปดาห์หนึ่งจะนัดเจอกันอย่างน้อยหนึ่งวัน อย่างวันนี้ที่พวกนางหอบเอาหม้อไฟหม่าล่ามาถล่มกันที่คอนโดเธอ ซัดกันจนพุงจะแตกอยู่แล้ว“ว่าแต่แกไม่โกรธมันจริงๆ นะ ไอ้พี่โตมารนั่นน่ะ” แก้วกานดาเอียงคอถาม ในมือมีตะเกียบคู่ใจโบกไปมา“ก็โกรธแหละ แต่เจ็บใจที่เขาแอบคบกันลับหลังมากกว่า”นาริสายกแก้วโค้กขึ้นกระดกล้างปากแล้วค่อยถามเพื่อน “ถ้าแกเห็นพวกเขาเดินจู๋จี๋กันในบริษัท แกจะทำยังไง”“เชิดใส่” กรองขวัญตอบพร้อมยักไหล่“ถูก! อย่าไปสนใจผู้ชายโลเลแบบมัน แต่จงมุ่งหน้าหาผู้ชายดีๆ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับมอบตัวมอบใจเราให้ดีกว่า โลกใบนี้ยังมีผู้ชายอีกตั้งเยอะแยะมากมายให้เราคัดเลือก”“เยอะจริง แต่ไม่รู้ว่าแท้หรือเปล่านี่สิ”สิ้นเสียงนาริสา ทั้งสามคนก็หัวเราะ
“ไอ้เพ่ตามมันบอกว่าเค้าตายด้านอ้ะอาว้าด” เสียงงุ้มงิ้งของคนเมาดังขึ้นมาในตอนนั้นอะไรคือตายด้าน?“มันบอกว่าเค้าจูบม่ายเป็น”หือ...เขาขอคิดว่ามันไม่เคยจูบได้หรือเปล่า?“เค้าแค่ม่ายยอมมัน...อื้อ”เสียงหวานขาดหายเมื่อถูกริมฝีปากอุ่นร้อนแนบลงมาเม้มเอาปากเล็กเบาๆ ภวัตถอยออกมากระซิบชิดใกล้ปากนุ่ม“ผมรู้...ลูกเป็ดไม่ได้ตายด้านหรอกที่รัก”“แต่เค้าจูบไม่...”ริมฝีปากนุ่มถูกภวัตตะล่อมชิมรสค็อกเทลอีกครั้ง จากเนิบนุ่มพลันหนักหน่วงขึ้นตามความต้องการ ชิมจนสาสมใจนั่นละ เขาจึงถอยออกมาหายใจหอบแถวคอเล็กหอมกรุ่น“หวาน...” คนเมาเอ่ยเสียงค่อย“ใช่แล้ว ลูกเป็ดหวานมาก”“หวานนน” บอกตาปรือๆ พลางดันหน้าหล่อออกมาเขี่ยปากเล่น“อย่าเล่นซี้ซั้วครับคนดี” ภวัตห้ามเสียงพร่าแต่ลูกเป็ดขี้เมาไม่ฟัง ยกตัวเองขึ้นนั่งตักคนตัวใหญ่ จับหน้าหล่อเอาไว้แล้วก้มลงจูบชิมรสชาติความหวานของเขาแรงๆ อย่างคนไม่ประสาด้านนี้“...อ่า...”เสียงแหบต่ำคำรามออกมาจากลำคอหนาเบาๆ โดนรุกเสียขนาดนี้ ภวัตก็ไม่สนใจอีกแล้วว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขาล็อคร่างเล็กเข้ามาลูบไล้ไปทั่วด้วยความเสน่หาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอทนต่อไปไม่ไหวก็ตวัดอุ้มลูกเป็ดขี้เมา
สิ่งแรกที่กรองขวัญทำหลังจากตั้งสติได้ คือให้ภวัตออกไปแต่งตัวรออยู่นอกห้อง เธอจะรีบจัดการตัวเองแล้วตามออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง“ก็ได้จ้ะ”ภวัตว่าง่ายนัก...ขโมยจูบแก้มนวลทีแล้วก็สวมกางเกงเดินออกจากห้องไปทันทีหญิงสาวรีบกระโดดจากเตียงไปหาเสื้อผ้าสวม แต่เพียงก้าวแรกก็ต้องทรุดนั่งลงแถวขอบเตียงด้วยความเสียดเนื้อกลางร่างแม่เจ้า!เมื่อคืนเธอกับเขาปั๊มปั๊มกันแล้วจริงๆ เหรอเนี่ยราวกับถูกค้อนหนักๆ หล่นลงใส่หัว สภาพร่างกายคือหนึ่งอย่างที่ตอกย้ำความจริง สองคือสภาพรุงรังของเสื้อผ้าที่ระเนระนาดอยู่ตามพื้นห้อง คนมึนหนักหลับตากรี๊ดในใจทั้งเครื่องนอกเครื่องในพังยับไม่มีชิ้นดีเลยจ้า!กรองขวัญจำได้เลือนรางว่าเมื่อคืนตัวเองออกไปนั่งดื่มอยู่ในผับดังเงียบๆ คนเดียวภวัตโผล่มาจากไหน?คิดอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบ หญิงสาวจึงกัดฟันเดินไปค้นเสื้อแขนยาวตัวใหญ่มาใส่ปกปิดร่างกาย ก่อนออกไปคุยกับเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเท้าเล็กในรองเท้าสลิปเปอร์หัวกระต่ายแอบชะงักเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นภวัตเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องครัวเล็กๆ โดยสวมแค่กางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตสีดำยับยู่ยี่ กลัดกระดุมแค่เม็ดล่างๆ เผยอกกว้างให้เห็นว
แขนเล็กเรียวขาวของหญิงสาวผมยาววัยต้นยี่สิบกระชับหมอนข้างมากอดเอาไว้แน่น ทั้งยังซุกหน้าหาตำแหน่งเหมาะๆ ให้ตัวเองหลับต่ออย่างสบายใจ ไม่มีใครอยากลุกจากเตียงนอนนุ่มๆ ในเช้าวันเสาร์หรอกแต่ลมอุ่นๆ กลับเป่ารดหน้าผากจนหน้านิ่วอย่างขัดใจ สะลึมสะลือขยับหน้าไปซุกจุดอื่นก็พลันรู้สึกถึงแรงเต้นตึกตักเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอตรงแก้มนุ่ม ด้วยความรำคาญเธอจึงหมุนตัวหันหลังสละหมอนข้างทิ้งมันเสียเลยหญิงสาวหลับไปพักใหญ่กว่าจะปรือตาขึ้นมา ทว่าก็ต้องกะพริบขึ้นลงอยู่นานกว่าจะเปิดขึ้นมาเต็มหน่วยตา ความเหนื่อยล้าทั่วร่างกายทำให้อยากละลายไปกับผ้าห่มเตียงนอนให้มันรู้แล้วรู้รอด การแฮงค์แบบสุดๆ นี่มันเหนื่อยเอาเรื่องขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยคิดแล้วลมหายใจก็ถูกพ่นออกมาเฮือกๆ ก่อนจะยันกายบางลุกขึ้น“จะไปไหน...”เอ๋ เสียงใคร?กรองขวัญนิ่วหน้างงๆ คิดว่าหูฝาดไปเองจึงออกแรงดันตัวเองออกจากผ้าห่มต่อ แต่ผ่านไปนานก็ยังไม่หลุด ราวกับมีอะไรคอยรัดเอาไว้“โอ๊ย! นี่ผ้าห่มหรืองูเหลือมเนี่ย จะรัดอะไรนักหนา ปวดฉี่!”ร่างเล็กยันตัวขึ้นมาได้นิดหนึ่งก็ทิ้งตัวลงโวยวายคนเดียว เธอมึนหัวจนไม่รู้ว่าจะจัดการกับผ้าห่มที่รัดเอวแน่นเข้าๆ จนกระดิกไม







