Masukยามค่ำคืน ณ เรือนไห่ชิน
แสงไฟในเรือนเริ่มที่จะสลัวลาง บ่งบอกว่าเจ้าของเรือน คงเตรียมที่จะเข้านอนแล้ว ร่างสูงที่ก้าวมาหยุดยังหน้าเรือน ทอดสายตามองไปอย่างเย็นชา เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ อย่างไรเขาก็ต้องตักเตือนนางให้รู้จดจำ ว่าการสอดแทรกเรื่องของผู้อื่น นับเป็นการไร้มารยาทอย่างแท้จริง
“ท่านแม่ทัพมาเยือนเสียค่ำมืด คงมิได้คิดจะมาค้างคืนกับภรรยา เยี่ยงข้าหรอกกระมัง”
ทว่ายังไม่ทันที่เท้าหนา จะก้าวขึ้นไปบนบันไดเรือน คำถามก็พลันดังขึ้นจากอีกด้านของเรือนเสียก่อน นั่นทำให้แม่ทัพหนุ่มหันกลับไปมอง แววตาที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้ แสดงชัดออกมาให้เห็น
“ฮึ! อย่าได้สำคัญตนไป ถานไห่ชิน สตรีเยี่ยงเจ้า คู่ควรให้ข้าต้องร่วมห้องหรือ”
“เป็นคำถามที่ดี แล้วท่านแม่ทัพคิดว่าตนเองคู่ควรเจ้าคะ มีสายเลือดราชวงศ์เพียงครึ่ง กลับผยองหมิ่นผู้อื่นไปทั่ว หากดีจริง ไยจึงมิอาจคว้าหญิงอันเป็นที่รัก มาครองให้ได้เล่า”
หมับ! อึก! ร่างสูงเคลื่อนกายเพียงวูบเดียว ก็ถึงตัวหญิงสาว มือหยาบกร้าน คว้าเข้าที่ลำคอระหง ดวงตาที่จับจ้องใบหน้าที่นิ่งเรียบของหญิงสาว มีแววกระตุกไหวเล็กน้อย เมื่อเขาไม่เห็นแววตาตื่นกลัว เช่นที่เขาเห็นอยู่บ่อยครั้ง นับตั้งแต่นางแต่งเข้าจวน
“เจ้ากำลังท้าทายข้าเยี่ยงนั้นรึ!”
“...”
ทว่ากลับไม่มีคำตอบจากหญิงสาว คงมีเพียงเรียวปากที่เยียดออกอย่างเย้ยหยัน และนั่นทำให้แรงบีบมากขึ้น แต่เจ้าของลำคอ กลับไร้ท่าทางตื่นกลัว แววตาของผู้กำชัยของนาง ทำไห้กรามแกร่งขบกันแน่น จนเป็นสันนูน
“ถานไห่ชิน เจ้าอย่าคิดว่าตอนนี้ เจ้าคือภรรยาของข้า แล้วข้าจะไม่กล้าทำอันใดเจ้า”
“ปกติท่านก้ทำอยู่แล้วมิใช่หรือ จ้าวตงเสวียน...”
น้ำเสียงที่แหบแห้ง จากการถูกบีบที่ลำคอ ตอบโต้แม่ทัพหนุ่ม อย่างไม่รู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย สองสามีภรรยา จ้องตากันเขม็งอย่างไม่มีผู้ใดโอนอ่อนให้แก่กัน
“ท่านแม่ทัพ ฮูหยิน องค์ชายรองมาขอพบเจ้าค่ะ”
เสียงสาวใช้ที่ดังอยู่ทางเข้าเรือน ทำให้แม่ทัพหนุ่มจำต้องคลายมือออก ก่อนจะหันไปยังสาวใช้ ที่มาจากเรือนหลัก
“ไม่มีผู้ใดบอกเขาหรือ ว่าเวลานี้...เป็นเวลาหลับนอนของผู้อื่น”
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามสาวใช้เสียงกร้าว นับว่าถานไห่ชินยังมีโชคอยู่ ที่สาวใช้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ไม่อย่างนั้น เขาคงทำให้นางบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน
“ญาติผู้พี่ ไยจึงดุดันนกเล่า ข้ามาเยือนยามนี้ ด้วยมีสุราดี มาชวนท่านกับพี่สะใภ้ ร่วมดื่มด้วยกันสักหน่อย”
“องค์ชายน่าจะทรงรู้มารยาท”
“แน่นอนข้ารู้ แต่ข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง เลยอยากแบ่งปันความสำราญให้แก่ญาติพี่น้อง ข้าผิดนักหรือ นี่ข้ามาในฐานะพี่น้อง หาใช่ฐานะขององค์ชาย”
คำพูดขององค์ชายรอง มันคือการจงใจอวดอ้างถึงอำนาจในมือ เพื่อให้เจ้าของบ้านยอมสยบอย่างไร้ข้อโต้แย้ง
“ถานไห่ชิน ถวายบังคมองค์ชายรองเพคะ”
หญิงสาวย่อกายทำความเคารพองค์ชายรอง ซึ่งจับจ้องมาที่นางอย่างมิวางตา หากเป็นเมื่อก่อนนางต้องรู้สึกหวาดหวั่น แต่เวลานี้นางก็แค่เพิ่มเชื้อไฟลงไป เพื่อควบคุมชะตาให้เข้มข้นกว่าชาติที่แล้ว
“พี่สะใภ้ ไม่ต้องมากพิธี ข้ามาในฐานะญาติพี่น้อง มิจำเป็นต้องทำให้ห่างเหิน”
ทั้งน้ำเสียงและสายตาขององค์ชายรอง ทำให้แม่ทัพหนุ่มตวัดมองด้วยความไม่พอใจ ถึงเขาจะไม่ได้ชื่นชอบในตัวภรรยา แต่ก็ไม่ได้พึงพอใจให้ใครมามองนางถึงในบ้าน
“ดึกแล้ว! หาใช่เวลาที่ต้องมาดื่มกิน หวังว่าองค์ชายรองจะทรงเข้าพระทัย”
“ข้าย่อมเข้าใจ แต่นี่มันยังไม่ได้ดึกมากมายอย่างที่ท่านพี่ตงเสวียนกล่าวมาสักหน่อย หรือต่อให้ดึกแล้วอย่างไร การร่ำสุราให้สำราญใจ หาได้เลือกเวลาสักหน่อย”
เจียงสืออัน มีหรือจะยอมลดละกับสิ่งที่เขาต้องการ ในเมื่อคนที่เขาอยากร่ำสุราด้วย ยังไม่ได้แสดงท่าทีง่วงงุน เขาก็ยังถือว่ามีสิทธิ์ที่จะเชิญชวน
“แต่กระนั้นองค์ชาย ควรมองถึงความเหมาะสม”
“ข้ามาหาท่านกับพี่สะใภ้ มิได้เลือกมาหาแค่ใครคนใดคนหนึ่ง ไยจึงต้องใช้คำว่าเหมาะสมไม่เหมาะสมเล่า”
เจียงสืออันสบเข้ากับดวงตาของญาติผู้พี่ โดยที่ตัวเขาไม่คิดที่จะหลบเลี่ยงเช่นกัน ชายผู้นี้หากไม่เพราะพระบิดา ต้องการลดทอนอำนาจของสกุลจ้าวและถาน มีหรือนางจะมายืนตรงนี้ เคียงข้างเจ้าคนเย็นชา
“ท่านแม่ทัพ อย่างไรองค์ชายก็มีน้ำพระทัยที่ดี ท่านมิควรจะเสียมารยาท หมิ่นน้ำพระทัยพระองค์เช่นนี้นะเจ้าคะ”
หญิงสาวเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้ลั่วอิง จุดคบไฟยังโต๊ะน้ำชายังสวนดอกไม้ แล้วจึงหันไปผายมือเชื้อเชิญองค์ชายรอง ให้เดินติดตามไปยังทิศทางนั้น โดยไม่ได้สนใจสีหน้าของสามี ที่มืดครึ้มยิ่งกว่าความมืดในยามค่ำคืนเสียอีก
องค์ชายรองก้าวตามการเชื้อเชิญเจ้าของเรือน ไปด้วยท่าทางลิงโลด ไหสุราในมือเหมือนจะได้ใช้งานก็ครานี้จริง ๆ เพราะเขาต้องรวบรวมความกล้าอยู่ไม่น้อย ที่จะบุกมาที่นี่ในยามราตรี เพียงเพื่อได้ร่ำสุรากับสตรีที่เขาหมายมั่นจะครอบครอง สกุลถานคือฐานอำนาจที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ การที่นางจะเปลี่ยนจากภรรยาแม่ทัพ มาเป็นหนึ่งในสี่ชายารอง ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ทำให้ต่อพระประสงค์ของพระบิดา
นางเป็นชายาเอกไม่ได้ ด้วยฐานะของสกุลถาน มีอำนาจในเรื่องการค้าหลายแคว้น หากนางแต่งแก่เขาเป็นชายาเอก จะกลบอำนาจขององค์รัชทายาทไปในทันที แต่ถ้าวันหน้านางคือชายารอง ถือว่าไม่ล้ำหน้าใครในราชวงศ์ แต่นั่นมันแค่จุดเริ่มต้น ถ้าเขาได้อำนาจที่เขาต้องการมาไว้ในมือ จะใครหน้าไหนเขาก็มิต้องยำเกรง
ทางเดินสู่เรือนรับรอง ถานหลี่เช่อ พร้อมสหายพากันเดินไปในความมืด ซึ่งจะมีคบไฟปักอยู่เป็นระยะ พอให้แสงสว่าง ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ทางเดินช่วงที่ไร้แสงไฟ คงมีเพียงดวงดาวบนท้องฟ้าที่กำลังสุกสกาว เท้าที่หยุดนิ่งของเขา รั้งให้จ้างซือเถาหยุดลงยืนเคียงข้างด้วยเช่นกัน “เจ้าอยู่ที่นี่ ลำบากไม่น้อยเลยสินะ” ถานหลี่เช่อเอ่ยถามออกไป โดยที่ใบหน้าของเขาแหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้า พร้อมกับคลี่ยิ้มละมุนให้กับความเงียบสงบในค่ำคืนนี้ “ไม่เท่าไหร่ เพียงแต่ทำไมเจ้าไม่เคยที่จะมาเมืองหลวงบ้างเลยเล่า” จ้างซือเถาขยับเข้าใกล้ถานกหลี่เช่ออีกนิด พร้อมกับโน้มใบหน้าไปใกล้ จับจ้องเสี้ยวหน้าในความสลัวรางนั้น ราวกับกำลังจับจ้องสิ่งล้ำค่า อ๊ะ! คนที่ถูกจับจ้องอยู่รู้สึกตัว จึงหันกลับมาเพื่อสบตากับคนมอง ทว่าเขากลับต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อใบหน้าของเขา สัมผัสกับจมูกคมของอีกฝ่าย “ข้าอยากที่จะมา แต่ยังไม่สะดกวเท่านั้น” น้ำเสียงที่ตอยกลับไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก เพราะว่าใบหน้าของทั้งคู่ชิดใกล้กันเพียงเส้นด้ายขวางกั้นเท่านั้น “เจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างเลยหรือ” ล
เรือนไห่ชิน แม่ทัพหนุ่มอุ้มภรรยาก้าวเข้าไปภายในห้องนอน ก่อนจะวางนางลงบนเตียงกว้าง แล้วเขาก้เดินกลับไปปิดประตูลงอย่างใจเย็น ถานไห่ชินเริ่มหายใจติดขัด นางรู้ดีว่าสามีนั้น แท้จริงมีความต้องการที่มากล้นอยู่ไม่น้อย “ข้าจะช่วยเจ้าอาบน้ำ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แน่นอนว่านี่หาใช่ครั้งแรกที่เขาทำ “ท่านแม่ทัพมิต้องก็ได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้เมามายข้าทำเองได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธด้วยหวังว่าสามีจะเมามาย มากพอที่นางจะไปแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ รอให้เขาหลับไปก่อน เรื่องอย่างว่าระหว่างเขาและนางจะได้ไม่เกิดขึ้น “อาบพร้อมกัน จะได้เข้านอน มันดึกมากแล้ว” ไม่รอให้นางปฏิเสธ แม่ทัพหนุ่มช้อนอุ้มภรรยาขึ้นสู่อ้อมแขนอีกครั้ง พานางก้าวเข้าไปยังหลังฉากกั้น ที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเวลานี้มีกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือน้ำ ก่อนที่เขาจะพานางออกมา ได้สั่งให้บ่าวรับใช้ จัดเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว “ท่านแม่ทัพ...อื้อ...” ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ใบหน้าหล่อเหลา ได้โน้มลงมา โดยที่มือของเขาเชยคางเล็กของนางให้เงยขึ้นรับจูบนั้นอย่างไม่อาจหลีกเล
หลังจากแขกสาวกลับไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มก้ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะคว้าต้นแขนภรรยา ให้ลุกขึ้นตาม แล้วช้อนอุ้มร่างบอบบางนั้นขึ้น แล้วก้าวออกจากห้องไป ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะเจียงสืออัน นี่มันภาพเหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด วันที่เขาตั้งใจมาดื่มสุรากับนาง แล้วจ้าวตงเสวียนอุ้มนางกลับเข้าเรือนไป เพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงครางของทั้งคู่ดังลอดออกมา เขาได้แต่นั่งดื่มสุราย้อมใจตนเอง ฟังความเคลื่อนไหวด้วยหัวใจอันเจ็บร้าว นี่อย่าบอกนะว่า...จ้าวตงเสวียนจะทำเช่นวันนั้นอีก มันจะหยามกันเกินไปแล้ว “สืออัน! เจ้าเป็นอันใดไป” จ้าวหย่งหนิง เอ่ยถามญาติผู้น้อง ที่เอาแต่มองตามหลังน้องชายของนางไป มีหรือนางจะมองไม่ออก ว่าเจียงสืออันกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่น่าเสียดายที่เจียงสืออันคือองค์ชาย การจะแต่งกับสตรีที่มีฐานอำนาจของครอบครัว ที่สามารถผลักดันให้สามารถล้มราชบัลลังก์ เป็นภรรยาได้ แต่ถ้าปรับเปลี่ยนให้เป็นเพียงอนุ ก็พอได้อยู่ แต่น้องสะใภ้ของนาง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของพ่อค้าหลวง จะแต่งเป็นอนุได้อย่างไร “พี่หญิงหย่งหนิง ไปอยู่ไกลถึงชายแดน คงมีเรื่องเล่ามากมายสินะ”
“ไม่ต้องมากพิธีไปน้องสะใภ้ คนกันเองทั้งนั้น มา ๆ ไหน ๆ ข้าก้กลับมาเยี่ยมบ้านทั้งที เรามาร่วมดื่มกันให้เต็มที่” จ้าวหย่งหนิง รินสุราลงจอกจนเต็ม แล้วยกขึ้นพร้อมเชิญชวนทุกคนให้ดื่ม รวมถึงอวิ๋นอิงที่รับสุรามาจากสาวใช้ เพื่อร่วมดื่มยินดี ที่พี่สาวของจ้าวตงเสวียนกลับมา แม้ว่านางจะขุ่นเคืองอยู่มาก ที่ถูกอีกฝ่ายพูดจากถากถางในคราแรก แต่ถ้านางต้องการเป็นหนึ่งในสกุลจ้าว เรื่องเล็กน้อยนี้นางย่อมมองข้ามได้ เมื่อใดที่นางได้เข้ามาอยู่ที่นี่อย่างเต็มตัว เมือ่นั้นนางจะทำให้คนที่ดูหมิ่นนาง ได้รู้สำนึกที่เคยดูแคลนนาง เป็นหม้ายแล้วอย่างไร บิดานางก็ยังคงเป็นขุนนาง ตัวนางเองก็ยังคงความงามอันดับหนึ่งอยู่ เพียงนางเปิดโอกาสให้คนเข้ามาในชีวิต ย่อมมีบุรุษนับร้อยดาหน้ามาสู่ขอนาง เพียงแค่เป้าหมายของนางนั้นมีแล้ว จึงได้ปิดโอกาสของบุรุษอื่นไปเสียสิ้น “เจ้าไม่ต้องดื่ม ชาดอกไม้นั่นเหมาะกับเจ้า” แม่ทัพหนุ่มเอยขึ้น ก่อนจะรับถ้วยชามาจากสาวใช้ ยื่นส่งให้ภรรยา ถานไห่ชินรับมาด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ นับตั้งแต่ได้ร่วมห้องกันมา นางไม่เคยได้ลิ้มรสสุราแม้แต่อึกเดียว หากจะเอ่ยถึงตัวตนของนาง ที่ไม่ได
อวิ๋นอิง นั่งลงอย่างจำยอม หญิงสาวชำเลืองมองไปที่แม่ทัพหนุ่ม เพื่อร้องขอความใส่ใจ ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับมา คือความนิ่งเฉย มันช่างต่างกับตอนเที่ยงยิ่งนัก หรือเพราะวันนี้เขาเห็นว่าถานไห่ชิน เก่งกาจในการเอาชนะจ้างชางชุนอย่างนั้นรึ! ฮึ! ก็ค่ำการค้า นางก็ทำได้ไม่แพ้กัน ในเมื่อเขาชอบสตรีที่หาเงินได้ นางก็จะทำให้เขาได้เห็น ว่านางเก่งกาจเพียงใด “เตรียมข้าวเพิ่ม” จ้าวฮูหยินสั่งการ ก่อนจะคีบอาหารเอาใจลุกสะใภ้ของนางต่อ ยิ่งเห็นความอิ่มเอิบบนใบหน้าของไห่ชิน ความหวังของนางก็ยิ่งมากตามไปด้วย แม่ทัพหนุ่มเลือกที่จะตักอาหารที่รสจัดน้อยที่สุด ให้แก่ภรรยา แม้จะทำเหมือนตามหน้าที่ แต่ใครบ้างไมรุ้ว่าปกติแล้ว แม่ทัพหนุ่มมิเคยทำเลยนับตั้งแต่แต่งงานมา จะมีเพียงช่วงหนึ่งเดือนมานี้ ที่ท่านแม่ทัพเริ่มจะทำ แม้ใบหน้าจะยังเฉยชาดังเดิม แต่ถ้าร่วมโต๊ะกันกับฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพก็จะทำให้โดยไม่ต้องมีผู้ใดบังคับ “ขอบคุณเจ้าค่ะ” อวิ๋นอิงเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะส่งยิ้มน้อย ๆ ให้แก่ทุกคน เมื่ออาหารของนาง ถูกนำมาวางบนโต๊ะ “อาหารบ้านเกิดของท่านแม่ จะมีรสกลมกล่อมไ
ยามค่ำคืน ณ จวนสกุลจ้าว ท่านราชครูในเวลานี้ ใบหน้าเริ่มที่จะแดงก่ำ ด้วยลิ้มรสสุราที่จ้างซือเถานำมาฝาก ไปเสียหลายจอก เสียงหัวเราะอย่างขบขันของเหล่าบุรุษ ทั้งหัวหงอกหัวดำ ทำให้จ้าวฮูหยินได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา สามีของนางกับสุรา นับว่าเป็นของคู่กัน ส่วนบุตรชายนั้น ไม่พูดไม่จานั่งตัวตรงหน้านิ่งราวรูปปั้น ทว่ามือก็ขยันยกจอกสุรา มิแพ้ผู้เป็นพ่อเลย “ท่านแม่มื้อค่ำเสร็จแล้วเจ้าค่ะ อาหารของหูเหอ ค้อนข้างเผ็ด ข้าได้เตรียมน้ำแกงที่ไม่จัดจ้านเท่าใดนักเอาไว้ให้ด้วยเจ้าค่ะ” ถานไห่ชินเอ่ยกับแม่สามีอย่างใส่ใจ ชาติที่แล้วนางมุ่งไปสนใจเพียงจ้างตงเสวียน จนบางครั้งลืมที่จะใส่ใจแม่สามี ทั้งที่อีกฝ่ายรักและเอ้นดูนางยิ่งนัก “ขอบใจเจ้ามาก แต่แม่กินเผ็ดได้ หากวันใดเราได้กลับไปเยือนหูเหอ เจ้าต้องพาแม่ไปกินของอร่อยให้ครบทุกอย่างเลยนะ” “เจ้าค่ะ แต่คงอีกนาน เพราะท่านแม่ทัพมิว่างจะเดินทางเจ้าค่ะ” หญิงสาวอยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่ก็ไม่อาจทำได้ตามใจนัก ถึงจะไม่แย่แสต่อความรัก ทว่านางก็ยังคงต้องรักษาสถานะของภรรยาจ้าวตงเสวียนอยู่ดี สามีไม่เอ่ยปากมีหรือจะอาจหายก







