LOGINจวนสกุลอวิ๋น ณ เรือนอิง
ร่างงามเย้ายวน กำลังนั่งดีดพิณ ด้วยท่วงทำนองอันหวานซึ้ง เพื่อขับกล่อมชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังฉากกั้น ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีต ตราตรึงใจบุรุษ ผู้นั่งดื่มสุราอยู่หลังฉากอันวิจิตรยิ่งนัก
“ท่านอ๋องไก่ตุ๋นนี้เป็นฝีมือของบุตรสาวข้าน้อยเองขอรับ”
ใต้เท้าอวิ๋น รีบที่จะเสนออาหารทีบุตรสาวปรุง ด้วยท่าทางกระตือรือร้น เขารู้ดีว่าลู่จิ้งอ๋อง มีใจปฏิพัทธ์ต่อบุตรสาว นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การก้าวสู่ตำแหน่งพระชายา อย่างไรก็ดีกว่าแต่งให้กับลูกเสี้ยวราชวงศ์
“เรื่องที่ข้าตั้งใจหมั้นหมายอวิ๋นอิง มิใช่เรื่องล้อเล่น และข้าไม่ชื่นชอบให้บุรุษใดมาวอแวนาง เพียงชายตาข้าก็ไม่ชอบ”
อ๋องหนุ่มเอ่ยขึ้น พรางคีบไก่เนื้อนุ่มส่งเข้าปาก เขามีหรือจะไม่รู้ ว่าบุตรชายขององค์หญิงสาม หมายตาสตรีของเขา ทั้งที่อีกฝ่ายมีคู่หมายอยู่แล้วแท้ ๆ เขารู้ดีว่าฮ่องเต้กำลังทำการคานอำนาจในราชสำนัก ดังนั้นเขาจึงเบนเป้าหมายจมาที่หญิงงามอันดับหนึ่ง นางจะเป็นประโยชน์ต่อเขาในภายหน้า ซึ่งเรื่องนี้มันคือแผนการในใจ ที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยให้ผู้ใดได้รู้
“ข้าน้อยจะระวังให้มากขอรับ”
ใต้เท้าอวิ๋นรับคำอย่างนอบน้อม ตราบใดที่บุตรสาวยังมิเข้าพิธี กับอ๋องหนุ่มผู้นี้ เขาไม่อาจที่จะแสดงอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่ายได้ นับว่าบุตรสาวของเขายังฉลาดอยู่มาก ที่เลือกอำนาจที่จะเป้นใบเบิกทางให้ครอบครัว มากกว่าความรักแบบไร้แก่นสาร ที่ต้องไปยืนแย่งชิงกับสตรีจากสกุลพ่อค้า
“อวิ๋นอิงจะเป็นชายาเอกของข้า นางต้องไร้ซึ่งข่าวที่สร้างมลทิน”
น้ำเสียงเย็นเยียบนี้ เป็นการย้ำเตือนให้รู้ว่าสตรี ผู้จะก้าวสู่ตำแหน่งสูงส่ง ต้องบริสุทธิ์มากแค่ไหน มิว่าร่างกายหรือชื่อเสียง จะต้องไม่มีด่างพร้อยใด ๆ ทั้งสิ้น เกียรติคือสิ่งสำคัญต่อหน้าตาทางสังคม
“ข้าน้อยจะจดจำขอรับ”
เสียงเพลงหยุดลงในจังหวะถัดมา นั่น่ทำให้ใต้เท้าอวิ๋นพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ อย่างรู้สึกผ่อนคลาย เพราะถ้าเป็นบุตรสาว เอ่ยสนทนากับท่านอ๋อง ทุกอย่างจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“ท่านอ๋อง ต้องการฟังเพลงใดอีกบ้างเจ้าคะ อวิ๋นอิงจะได้บรรเลงให้ได้ฟังเจ้าค่ะ”
หญิงสาวลุกขึ้นย่อกาย ให้แก่คนหลังฉากกั้น โดยที่นางก้มหน้านิ่งรอฟังคำของอ่องหนุ่มอย่างสงบ นี่คือสิ่งที่สตรีชั้นสูงพึงกระทำ เพื่อให้เป็นที่โปรดปรารของบุรุษ อ่อนโยนอย่างเชื่อฟัง ยิ่งนางเป็นสตรีอันดับหนึ่งด้วยแล้ว จะต้องไร้ที่ติในทุก ๆ ด้าน
“หากเจ้าไม่ว่าอันใด ข้าจะบรรเลงพิณ ให้เจ้าร่ายรำจะดีหรือไหม”
ความหลงใหลในร่างกายของหญิงสาว ทำให้เขาต้องการเห็นนางในทุกอิริยาบถ ทุกการเคลื่อนไหวของนาง ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องตาเขายิ่งนัก
“ยินดีเจ้าค่ะ”
หญิงสาวหันไปยังสาวใช้ ให้ยกพิณของตนเอง ไปมอบแก่อ๋องหนุ่ม ก่อนที่ตนเองจะขยับถอดเสื้อคลุมตัวยาวออก เพื่อที่จะเตรียมการสำหรับการร่ายรำ เพื่อมัดใจบุรุษสูงศักดิ์หลังฉากนี้ มิให้ถอนสายตาไปจากนางได้
เพียงครู่เดียว เสียงพิณในจังหวะเร่งเร้าก็เริ่มขึ้น พร้อมกับร่างอ้อนแอ่นขยับโยกกายไปตามจังหวะ ทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาว ไม่ได้หลุดรอดไปจากสายตาของคนหลังฉากกั้น สะโพกผายสะบัดเข้ากับจังหวะดนตรี ช่วงชวนให้มองจนยากจะถอนสายตาได้
บรรดาองครักษ์ต่างก้มหน้านิ่ง มิอาจหาญมองสตรีของผู้เป็นนาย ที่กำลังเคลื่อนไหวในจังหวะเร้าร้อน และเย้ายวนจนบุรุษทุกคนที่ได้เห็น มิอาจละสายตาไปได้ นางงดงามเหนือสตรีใดในเมืองหลวง ความสามารถนั้นก็หาได้เป็นรองใคร
หน้าประตูจวน อวิ๋น
“ท่านแม่ทัพ คุณหนูไม่สะดวกที่จะพบท่าน”
พ่อบ้านเอ่ยรั้งแม่ทัพหนุ่ม ที่มาเยือนโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งน้ำเสียงและแววตาของพ่อบ้านจวนอวิ๋นนั้น ไร้ซึ่งความนอบน้อมอย่างที่ควรจะเป็น แม่ทัพหนุ่มเบนสายตามองด้วยความเย็นเยียบ ก่อนที่มุมปากจะกระตุกเล็กน้อย แสดงว่าภายในจวน มีบุคลอื่นมาเยือนก่อนหน้าแล้ว และเป็นคนที่จวนอวิ๋นชื่นชอบมากกว่าตัวเขา
“เข้าไปแจ้งแก่นาง และแขกของนาง ว่าข้าจ้าวตงเสวียนต้องการพบ”
เป็นคำสั่งมากกว่าเป็นการร้องขอ แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ใช่รางวงศ์เต็มตัว แต่ด้วยฐานะโอรสขององค์หญิงสาม และมีบิดาเป็นท่านราชครู ต่อให้เป็นลู่จิ้งอ๋อง ก็ต้องไว้หน้าแม่ทัพหนุ่มอยู่หลายส่วน ด้วยอ๋องที่ถูกแต่งตั้ง หรือจะเทียบสายเลือดครึ่งกายของแม่ทัพหนุ่ม ที่มีมารดาเป็นเชื้อพระวงศ์โดยกำเนิดได้
“แต่ท่านแม่ทัพ ทำเช่นนี้จะมิเสียมารยาทไปหน่อยหรือขอรับ”
“เจ้ากำลังสอนข้าเช่นนั้นรึ!”
น้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิมหลายเท่านัก เอ่ยถามออกไป ทำให้พ่อบ้านสกุลอวิ๋น จำต้องชลดท่าทีหยิ่งผยองลง ด้วยทุกครั้งเขาจะเห็นเพียงด้านนิ่งเงียบของท่านแม่ทัพจ้าว ทว่าวันนี้กลับรับรู้ได้ถึงไอสังหาร ที่แผ่ออกมาจากกายของแม่ทัพหนุ่ม หากเขายังคงลำพอง ว่าคุณหนุกำลังจะก้าวสู่ตำแหน่งพระชายา บางทีชีวิตของเขาอาจอยู่ไม่ถึงวันนั้นก็เป็นได้
“ข้าน้อยมิบังอาจ ท่านแม่ทัพโปรดรอสักครู่ขอรับ”
พ่อบ้านรีบกลับเข้าไปภายในจวน เพื่อเข้าไปรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นต่อผู้เป็นนาย โดยไม่แม้แต่จะชักช้า ด้วยเกรงว่าคนที่มาเยือนอาจไม่ใจเย็นเช่นที่ผ่านมา
จวนสกุลอวิ๋น ณ เรือนอิง ร่างงามเย้ายวน กำลังนั่งดีดพิณ ด้วยท่วงทำนองอันหวานซึ้ง เพื่อขับกล่อมชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังฉากกั้น ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีต ตราตรึงใจบุรุษ ผู้นั่งดื่มสุราอยู่หลังฉากอันวิจิตรยิ่งนัก “ท่านอ๋องไก่ตุ๋นนี้เป็นฝีมือของบุตรสาวข้าน้อยเองขอรับ” ใต้เท้าอวิ๋น รีบที่จะเสนออาหารทีบุตรสาวปรุง ด้วยท่าทางกระตือรือร้น เขารู้ดีว่าลู่จิ้งอ๋อง มีใจปฏิพัทธ์ต่อบุตรสาว นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การก้าวสู่ตำแหน่งพระชายา อย่างไรก็ดีกว่าแต่งให้กับลูกเสี้ยวราชวงศ์ “เรื่องที่ข้าตั้งใจหมั้นหมายอวิ๋นอิง มิใช่เรื่องล้อเล่น และข้าไม่ชื่นชอบให้บุรุษใดมาวอแวนาง เพียงชายตาข้าก็ไม่ชอบ” อ๋องหนุ่มเอ่ยขึ้น พรางคีบไก่เนื้อนุ่มส่งเข้าปาก เขามีหรือจะไม่รู้ ว่าบุตรชายขององค์หญิงสาม หมายตาสตรีของเขา ทั้งที่อีกฝ่ายมีคู่หมายอยู่แล้วแท้ ๆ เขารู้ดีว่าฮ่องเต้กำลังทำการคานอำนาจในราชสำนัก ดังนั้นเขาจึงเบนเป้าหมายจมาที่หญิงงามอันดับหนึ่ง นางจะเป็นประโยชน์ต่อเขาในภายหน้า ซึ่งเรื่องนี้มันคือแผนการในใจ ที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยให้ผู้ใดได้รู้
สามเดือนต่อมา ร่างระหงที่อยู่ในชุดบุรุษ กำลังยืนนั่งน้าวคันธนู ดวงตาคู่คมหรี่ลง เพื่อปล่อยลูกธนูในมืออกไปสู่เป้าหมาย ปึก! แม่นยำยิ่งกว่าจับวาง ทั้งที่นางใช้เวลาฝึกฝนได้เพียงสองเดือน นับว่าเป็นการทุ่มเทที่ไม่เสียเปล่า “คุณหนู บ่าวได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพ ยังคงแวะเวียนใส่ใจต่อคุณหนูสกุลอวิ๋นอยู่มิขาดนะเจ้าคะ” ลั่วอิง รายงานผู้เป็นนาย พร้อมกับรินชาผลไม้ไว้รอท่าผู้เป็นนาย “นั่นมันคือเรื่องของเขา อยากที่จะวนเวียนผู้ใด ก็สิทธิ์ของเขา แค่อย่าล้ำเส้นที่ข้าเขียนเอาไว้เป็นพอ เพราะข้าคงไม่ใจดีตอบกลับอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยตอบโต้สาวใช้ พร้อมกับปล่อยลูกธนูออกไปอีกดอก แน่นอนว่าความแม่นยำยังคงเดิม นางจะไม่เป็นเพียงสตรีที่หลงใหลในความรัก เทิดทูนจนสูญเสียตัวตนไปเช่นในอดีต มิใช่แค่สติปัญญาที่ต้องหมั่นฝึกฝน แต่การปกป้องตนเองนางก็ต้องไม่ด้อยไปกว่าผู้ใด อีกไม่กี่ปี นางจะกลายเป็นฮูหยินแม่ทัพ จะมีใครคาดคิดว่านางยิ่งกว่าคู่ควรกับคนเย็นชาผู้นั้นรอยยิ้มเย็นปรากฏบนใบหน้างาม เมื่อภาพในชาติก่อนไหลวนเข้ามาในหัว นางได้ตายเพราะจ้าวตงเสวียน แต่คนลงมือนั้นเหนือกว่าที่ใคร ๆ จะคาดคิด ช
เมืองหลวง ณ จวนสกุลจ้าว ภายในเรือนหลัก ทุกคนในครอบครัว ต่างมานั่งรวมตัวกัน เพื่อหารือในเรื่องสำคัญ จ้าวฮูหยินมองไปที่บุตรชายคนโต ซึ่งนั่งนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันกับบุตรชายโดยตรง “แม้ว่าบุตรสาวสกุลถาน มิได้งดงามเป็นอันดับหนึ่ง แต่นางก็หาได้ด้อยไปกว่าสตรีใด ย่อมเป็นความเหมาะสมยิ่งนัก ที่จะเป็นสะใภ้เอกสกุลจ้าว” จ้าวฮูหยินเอ่ยออกมาในทีสุด เมื่อทั้งสามีและบุตรชาย ต่างพากันเงียบงัน นางรู้ดีว่าเรื่องนี้ยากนักจะหาทางหลีกเลี่ยงได้ ด้วยพระบัญชาของฝ่าบาท จะมีผู้ใดอาจหาญไม่ทำตามได้ มันคอการคานอำนาจในหลายสกุล “ในเมื่อนางคิดว่าตัวเองคู่ควร ข้ามีหรือจะขัดข้อง” แม่ทัพหนุ่มตอบรับ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าแววตานั้นมันกลับวาวโรจน์ไปด้วยความไม่ชอบใจ เรื่องนี้แพร่ไปทั่วมืองหลวง ราวกับไฟลามทุ่ง ทั้งที่สองสกุล ยังไม่ได้ข้อตกลงแม้แต่น้อย ว่ายินดีที่จะทำตามพระประสงค์หรือไม่ “คงไม่เกินสามวัน เราจะได้คำตอบจากสกุลถาน แต่ในเมื่อเจ้าตกลงเช่นนี้แล้ว แม่จะจัดเตรียมไปสู่ขอนางให้ถูกต้องด้วยตนเอง” ทุกคำของจ้าวฮูหยินมิใช่คำพูดทั่ว ๆ ไป แต
ห้องโถงจวนถาน ครอบครัวสกุลถาน นั่งนิ่งฟังคำพูดของแขกที่มาในวันนี้ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็หาได้แทรกซึมเข้าไปในความรู้สึกของทุกคนในบ้าน ด้วยใจของทุกคน ยังกังวลเกี่ยวกับธิดาเพียงคนเดียว ที่ยังคงนอนไร้สติด้วยพิษไข้อยู่ในเรือน แล้วยังจะให้ทุกคนมาตัดสินชีวิตของนาง โดยที่นางหาได้รับรู้หรือยินยอมไม่ “เรื่องนี้นายท่านถาน คงไม่มีสิ่งใดขัดข้องใช่หรือไม่” ชายผู้เป็นตัวแทนจากเมืองหลวง ได้เอ่ยขึ้นเมื่อเขาเห็นว่าทุกคนในบ้านถาน ต่างพากันนั่งเงียบงัน ราวกับเรื่องที่เขาพูดมา ไม่ได้เข้าไปในหูของทั้งบ้านเลย ในเมื่อไร้การโต้แย้ง เขาก็ถือว่านี่คือคำตอบรับ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ยากจะหลีกเลี่ยง เพราะคือบัญชาจากฮ่องเต้ “ข้าน้อยย่อมไม่มีความขัดข้องเจ้าค่ะ” ทว่าเสียงที่ตอบกลับ หาใช่เป็นนายท่านถานแต่อย่างใด ทุกสายตามองไปที่เจ้าของเสียง ซึ่งกำลังเดินเข้ามา ด้วยท่วงท่าสูงส่ง ใบหน้าอ่อนละมุน เชิดขึ้นแต่พองาม เยี่ยงสตรีที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี “ไห่ชิน!” สามีภรยาสกุลถาน ลุกขึ้นก้าวยาว ๆ ตรงไปประคองสองข้างกายบุตรสาว ส่วนบุตรชายทั้งสี่ ต่างรีบจัดแจงเตรียมชาอุ
จวนจ้าว ณ เรือนไห่ชิน “ฮ่า ๆ ช่างเป็นภาพที่น่าชมยิ่งนัก ภรรยาท้องแก่พยายามมาช่วยเขา สามีที่ไม่เคยมองเจ้าว่าเป็นภรรยา นอกจากคำว่านางบำเรอที่ตีตราเท่านั้น"หญิงงามผู้มีใบหน้าเฉิดฉาย มองไปยังร่างที่อวบอิ่มจากการตั้งครรภ์ กำลังกระเสือกกระสน ที่จะออกไปยังลานกว้าง เพื่อปกป้องเขา ชายที่ไม่เคยเหลียวแลนางเลยสักครั้ง “นางกับข้ามิได้เป็นอันใดกันแล้ว หนังสือหย่าอยู่นี่ อย่าได้ยุ่งกับนางและลูกอีก” แม่ทัพหนุ่มที่คุกเข่าอยู่กลางลานกว้าง ภายใต้คมดาบของศัตรู ที่พาดผ่านลำคอของเขาเอาไว้ มือโชกเลือดชูหนังสือหย่าขึ้น เพื่อยืนยันว่าเขากับภรรยา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก “จ้าวตงเสวียน ถ้าเจ้าเลือกข้างที่ดี เจ้าจะไม่เป็นเช่นนี้ ส่วนนางกับเด็กในท้อง ข้าจะมอบมันให้เป็นของขวัญ ติดตามไปรับใช้เจ้าในนรก” “กรี๊ดดดด!!! ท่านแม่ทัพ!!!” ถานไห่ชินกรีดร้องเสียงหลง เมื่อสามีของนางสิ้นใจไปต่อหน้า หญิงสาวจับจ้องไปยังวงหน้างาม ที่กำลังแสยะยิ้มร้าย “เจ้ามันโง่ถานไห่ชิน เจ้ามีอำนาจของสกุลตนเองและสามี แต่เจ้าไม่รู้จักที่จะใช้มัน เพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ มัวหลงงมงายกั







