เข้าสู่ระบบสามเดือนต่อมา
ร่างระหงที่อยู่ในชุดบุรุษ กำลังยืนนั่งน้าวคันธนู ดวงตาคู่คมหรี่ลง เพื่อปล่อยลูกธนูในมืออกไปสู่เป้าหมาย ปึก! แม่นยำยิ่งกว่าจับวาง ทั้งที่นางใช้เวลาฝึกฝนได้เพียงสองเดือน นับว่าเป็นการทุ่มเทที่ไม่เสียเปล่า
“คุณหนู บ่าวได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพ ยังคงแวะเวียนใส่ใจต่อคุณหนูสกุลอวิ๋นอยู่มิขาดนะเจ้าคะ” ลั่วอิง รายงานผู้เป็นนาย พร้อมกับรินชาผลไม้ไว้รอท่าผู้เป็นนาย
“นั่นมันคือเรื่องของเขา อยากที่จะวนเวียนผู้ใด ก็สิทธิ์ของเขา แค่อย่าล้ำเส้นที่ข้าเขียนเอาไว้เป็นพอ เพราะข้าคงไม่ใจดีตอบกลับอย่างแน่นอน”
หญิงสาวเอ่ยตอบโต้สาวใช้ พร้อมกับปล่อยลูกธนูออกไปอีกดอก แน่นอนว่าความแม่นยำยังคงเดิม นางจะไม่เป็นเพียงสตรีที่หลงใหลในความรัก เทิดทูนจนสูญเสียตัวตนไปเช่นในอดีต มิใช่แค่สติปัญญาที่ต้องหมั่นฝึกฝน แต่การปกป้องตนเองนางก็ต้องไม่ด้อยไปกว่าผู้ใด อีกไม่กี่ปี นางจะกลายเป็นฮูหยินแม่ทัพ จะมีใครคาดคิดว่านางยิ่งกว่าคู่ควรกับคนเย็นชาผู้นั้น
รอยยิ้มเย็นปรากฏบนใบหน้างาม เมื่อภาพในชาติก่อนไหลวนเข้ามาในหัว นางได้ตายเพราะจ้าวตงเสวียน แต่คนลงมือนั้นเหนือกว่าที่ใคร ๆ จะคาดคิด ชาตินี้นางจะรับมือโดยไม่ลแรงด้วยตนเอง แต่เป็นจ้าวตงเสวียนที่ต้องเป็นคนรับมือกับคนผู้นั้น โดยมีนางชัดใยอยู่เบื้องหลัง
“คุณหนูจำเป็นมากหรือเจ้าคะ กับการฝึกวิชายุทธเยี่ยงนี้”
ลั่วอิงยังคงไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณหนูของนาง จึงเปลี่ยนจากการเข้าครัว ฝึกเย็บปักถักร้อย มาจับอาวุธฝึกฝนอย่างหนักเยี่ยงนี้
“เราจะเดินเข้าไปในในดงอรพิษ เจ้าคิดว่าเข็มเย็บผ้า จะช่วยสิ่งใดเราได้บ้างเล่า”
หญิงสาวหันกลับมาสบเข้ากับดวงตา ของลั่วอิงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปหยิบลูกธนูขึ้นมา ทาบลงบนคันธนู สาวใช้ข้างหลังนางนั่น ภักดีจนวินาทีสุดท้าย ภาพที่ลั่วอิงตายเพื่อปกป้องนาง มันช่างลบออกจากความทรงจำไม่ได้เลย ตอนนี้นางจะไม่บังคับให้ลั่วอิง ต้องเก่งกาจทางการต่อสู้ แต่นางจะค่อย ๆ หล่อหลอมให้ลั่วอิงมีเล่ห์กลมากพอ ที่จะเป็นหนึ่งในแขนขาของนางในภายหน้า ส่วนผู้ที่จะเป็นคมดาบของนางนั้น นางเลือกเอาไว้แล้ว
“คุณหนู สิ่งที่ท่านสั่งให้ทำเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
หญิงสาวอีกนาง ก้าวเข้ามายืนอยู่เบื้องหลังของนายสาว พร้อมกับรายงานสิ่งที่นางไปทำ ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย
“ขอบใจเจ้ามากชูเหมย เจ้าสองคนนั่งดื่มชากับข้าเถอะ เวลานี้มีเพียงเราหาได้มีคนนอกไม่ พิธีรีตองใด ๆ ย่อมใช้ไม่ได้กับสหาย”
หญิงสาวไม่ได้หันกลับไปหาคนด้านหลัง นางยังคงมุ่งมั่นกับการฝึกฝนตนเอง อาวุธทุกชนิดแม้มิช่ำชอง แต่เรียนรู้ใหหนักเข้าไว้ก็มิเสียหลาย
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
สาวใช้ทั้งสองย่อกายให้นายสาว ก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะน้ำชา โดยที่ผู้เป็นนาย ยังคงตั้งใจฝึกฝนอยู่ไม่ย่อท้อ
ห่างออกไปอีกด้านของลานฝึก สองสามีภรรยาถาน ต่างยืนมองบุตรสาวด้วยแววตาที่แตกต่าง คนเป็นพ่อนั้นภูมิใจในความสามารถของบุตรสาวอันเป็นที่รัก ส่วนคนเป็นแม่ล้วนกังวลใจ ที่บุตรสาวละทิ้งงานเรือน มุ่งสู่การฝึกยุทธ ยิ่งจะต้องแต่งเข้าไปยังจวนขุนนางใหญ่ นางจึงมีความกังวลใจ เกรงบุตรสาวจะถูกหยามหมิ่น จรากครอบครัวสามีในภายหน้า
“ท่านพี่เหตุใด จึงมิห้ามปรามลูกเล่าเจ้าคะ”
ถายฮูหยินเอ่ยถามสามี ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล นายท่านถายจึงรวบร่างงามมาโอบกอด พร้อมกับแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน
“เจ้าเลี้ยงนางมาตั้งแต่เกิด คิดว่านางไร้สามารถด้านการเรือนเพียงนั้นหรือ”
นายท่านถามก้มลงสบตาภรรยา แววตาหม่นแสงหาใช่ปกติของภรรยารัก เขาไม่อยากที่จะเห็นมันเลยแม้แต่น้อย ทว่ายามนี้ความเป็นมารดาที่รักลูก ทำให้นางเกรงกลัวไปเสียทุกสิ่งอย่าง ชีวิตของภรรยาแต่ก่อนคือคุณหนูสูงศักดิ์ ที่เติบโตมากับความเคร่งคัดในทุกเรื่อง แต่ลูก ๆ ของเขาคือทายาทพ่อค้า อิสระนั้นย่อมต้องมีอย่างเท่าเทียม
“สกุลชนชั้นสูง มักไม่สวยหรูนะเจ้าคะ”
“ข้าเชื่อมั่นในตัวของนาง”
นายท่านไม่อยากจะพูดถึงควาเปลี่ยนไปของบุตรสาว เพราะจะอย่างไรเขาก็เชื่อเสมอว่าบุตรสาวนั้น มีความคิดที่เป็นของตนเอง และตัดสินในมาเป็นอย่างดีแล้ว นับตั้งแต่นางก้าวเข้ามาตอบรับการแต่งงาน กับท่านแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา เยี่ยงจ้าวตงเสวียน
“เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อในตัวลูกให้มากกว่านี้เจ้าค่ะ”
ถานฮูหยินรับคำสามี นางจดจำเพียงสิ่งที่ตนเองได้ประสบมา โดยลืมไปว่าสามีนั้นคือสกุลพ่อค้า ความคิดอ่านย่อมนอกกรอบของขุนนางไปมาก
“ลูกของเรา จะต้องทำได้ดีไม่แพ้เจ้าที่เป็นมารดา”
นายท่านถานกระชับอ้อมแขน รดร่างภรรยาเอาไว้ด้วยความรัก วัยเด็กของลูก ๆ ผ่านไปแล้ว นับจากนี้เส้นทางข้างหน้า ต้องเป็นลูก ๆ ก้าวเดินด้วยตนเอง เขามีหน้าที่เป็นเพียงลมใต้ปีก ที่คอยส่งเสริมอยู่ห่าง ๆ
จวนสกุลอวิ๋น ณ เรือนอิง ร่างงามเย้ายวน กำลังนั่งดีดพิณ ด้วยท่วงทำนองอันหวานซึ้ง เพื่อขับกล่อมชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังฉากกั้น ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีต ตราตรึงใจบุรุษ ผู้นั่งดื่มสุราอยู่หลังฉากอันวิจิตรยิ่งนัก “ท่านอ๋องไก่ตุ๋นนี้เป็นฝีมือของบุตรสาวข้าน้อยเองขอรับ” ใต้เท้าอวิ๋น รีบที่จะเสนออาหารทีบุตรสาวปรุง ด้วยท่าทางกระตือรือร้น เขารู้ดีว่าลู่จิ้งอ๋อง มีใจปฏิพัทธ์ต่อบุตรสาว นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การก้าวสู่ตำแหน่งพระชายา อย่างไรก็ดีกว่าแต่งให้กับลูกเสี้ยวราชวงศ์ “เรื่องที่ข้าตั้งใจหมั้นหมายอวิ๋นอิง มิใช่เรื่องล้อเล่น และข้าไม่ชื่นชอบให้บุรุษใดมาวอแวนาง เพียงชายตาข้าก็ไม่ชอบ” อ๋องหนุ่มเอ่ยขึ้น พรางคีบไก่เนื้อนุ่มส่งเข้าปาก เขามีหรือจะไม่รู้ ว่าบุตรชายขององค์หญิงสาม หมายตาสตรีของเขา ทั้งที่อีกฝ่ายมีคู่หมายอยู่แล้วแท้ ๆ เขารู้ดีว่าฮ่องเต้กำลังทำการคานอำนาจในราชสำนัก ดังนั้นเขาจึงเบนเป้าหมายจมาที่หญิงงามอันดับหนึ่ง นางจะเป็นประโยชน์ต่อเขาในภายหน้า ซึ่งเรื่องนี้มันคือแผนการในใจ ที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยให้ผู้ใดได้รู้
สามเดือนต่อมา ร่างระหงที่อยู่ในชุดบุรุษ กำลังยืนนั่งน้าวคันธนู ดวงตาคู่คมหรี่ลง เพื่อปล่อยลูกธนูในมืออกไปสู่เป้าหมาย ปึก! แม่นยำยิ่งกว่าจับวาง ทั้งที่นางใช้เวลาฝึกฝนได้เพียงสองเดือน นับว่าเป็นการทุ่มเทที่ไม่เสียเปล่า “คุณหนู บ่าวได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพ ยังคงแวะเวียนใส่ใจต่อคุณหนูสกุลอวิ๋นอยู่มิขาดนะเจ้าคะ” ลั่วอิง รายงานผู้เป็นนาย พร้อมกับรินชาผลไม้ไว้รอท่าผู้เป็นนาย “นั่นมันคือเรื่องของเขา อยากที่จะวนเวียนผู้ใด ก็สิทธิ์ของเขา แค่อย่าล้ำเส้นที่ข้าเขียนเอาไว้เป็นพอ เพราะข้าคงไม่ใจดีตอบกลับอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยตอบโต้สาวใช้ พร้อมกับปล่อยลูกธนูออกไปอีกดอก แน่นอนว่าความแม่นยำยังคงเดิม นางจะไม่เป็นเพียงสตรีที่หลงใหลในความรัก เทิดทูนจนสูญเสียตัวตนไปเช่นในอดีต มิใช่แค่สติปัญญาที่ต้องหมั่นฝึกฝน แต่การปกป้องตนเองนางก็ต้องไม่ด้อยไปกว่าผู้ใด อีกไม่กี่ปี นางจะกลายเป็นฮูหยินแม่ทัพ จะมีใครคาดคิดว่านางยิ่งกว่าคู่ควรกับคนเย็นชาผู้นั้นรอยยิ้มเย็นปรากฏบนใบหน้างาม เมื่อภาพในชาติก่อนไหลวนเข้ามาในหัว นางได้ตายเพราะจ้าวตงเสวียน แต่คนลงมือนั้นเหนือกว่าที่ใคร ๆ จะคาดคิด ช
เมืองหลวง ณ จวนสกุลจ้าว ภายในเรือนหลัก ทุกคนในครอบครัว ต่างมานั่งรวมตัวกัน เพื่อหารือในเรื่องสำคัญ จ้าวฮูหยินมองไปที่บุตรชายคนโต ซึ่งนั่งนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันกับบุตรชายโดยตรง “แม้ว่าบุตรสาวสกุลถาน มิได้งดงามเป็นอันดับหนึ่ง แต่นางก็หาได้ด้อยไปกว่าสตรีใด ย่อมเป็นความเหมาะสมยิ่งนัก ที่จะเป็นสะใภ้เอกสกุลจ้าว” จ้าวฮูหยินเอ่ยออกมาในทีสุด เมื่อทั้งสามีและบุตรชาย ต่างพากันเงียบงัน นางรู้ดีว่าเรื่องนี้ยากนักจะหาทางหลีกเลี่ยงได้ ด้วยพระบัญชาของฝ่าบาท จะมีผู้ใดอาจหาญไม่ทำตามได้ มันคอการคานอำนาจในหลายสกุล “ในเมื่อนางคิดว่าตัวเองคู่ควร ข้ามีหรือจะขัดข้อง” แม่ทัพหนุ่มตอบรับ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าแววตานั้นมันกลับวาวโรจน์ไปด้วยความไม่ชอบใจ เรื่องนี้แพร่ไปทั่วมืองหลวง ราวกับไฟลามทุ่ง ทั้งที่สองสกุล ยังไม่ได้ข้อตกลงแม้แต่น้อย ว่ายินดีที่จะทำตามพระประสงค์หรือไม่ “คงไม่เกินสามวัน เราจะได้คำตอบจากสกุลถาน แต่ในเมื่อเจ้าตกลงเช่นนี้แล้ว แม่จะจัดเตรียมไปสู่ขอนางให้ถูกต้องด้วยตนเอง” ทุกคำของจ้าวฮูหยินมิใช่คำพูดทั่ว ๆ ไป แต
ห้องโถงจวนถาน ครอบครัวสกุลถาน นั่งนิ่งฟังคำพูดของแขกที่มาในวันนี้ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็หาได้แทรกซึมเข้าไปในความรู้สึกของทุกคนในบ้าน ด้วยใจของทุกคน ยังกังวลเกี่ยวกับธิดาเพียงคนเดียว ที่ยังคงนอนไร้สติด้วยพิษไข้อยู่ในเรือน แล้วยังจะให้ทุกคนมาตัดสินชีวิตของนาง โดยที่นางหาได้รับรู้หรือยินยอมไม่ “เรื่องนี้นายท่านถาน คงไม่มีสิ่งใดขัดข้องใช่หรือไม่” ชายผู้เป็นตัวแทนจากเมืองหลวง ได้เอ่ยขึ้นเมื่อเขาเห็นว่าทุกคนในบ้านถาน ต่างพากันนั่งเงียบงัน ราวกับเรื่องที่เขาพูดมา ไม่ได้เข้าไปในหูของทั้งบ้านเลย ในเมื่อไร้การโต้แย้ง เขาก็ถือว่านี่คือคำตอบรับ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ยากจะหลีกเลี่ยง เพราะคือบัญชาจากฮ่องเต้ “ข้าน้อยย่อมไม่มีความขัดข้องเจ้าค่ะ” ทว่าเสียงที่ตอบกลับ หาใช่เป็นนายท่านถานแต่อย่างใด ทุกสายตามองไปที่เจ้าของเสียง ซึ่งกำลังเดินเข้ามา ด้วยท่วงท่าสูงส่ง ใบหน้าอ่อนละมุน เชิดขึ้นแต่พองาม เยี่ยงสตรีที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี “ไห่ชิน!” สามีภรยาสกุลถาน ลุกขึ้นก้าวยาว ๆ ตรงไปประคองสองข้างกายบุตรสาว ส่วนบุตรชายทั้งสี่ ต่างรีบจัดแจงเตรียมชาอุ
จวนจ้าว ณ เรือนไห่ชิน “ฮ่า ๆ ช่างเป็นภาพที่น่าชมยิ่งนัก ภรรยาท้องแก่พยายามมาช่วยเขา สามีที่ไม่เคยมองเจ้าว่าเป็นภรรยา นอกจากคำว่านางบำเรอที่ตีตราเท่านั้น"หญิงงามผู้มีใบหน้าเฉิดฉาย มองไปยังร่างที่อวบอิ่มจากการตั้งครรภ์ กำลังกระเสือกกระสน ที่จะออกไปยังลานกว้าง เพื่อปกป้องเขา ชายที่ไม่เคยเหลียวแลนางเลยสักครั้ง “นางกับข้ามิได้เป็นอันใดกันแล้ว หนังสือหย่าอยู่นี่ อย่าได้ยุ่งกับนางและลูกอีก” แม่ทัพหนุ่มที่คุกเข่าอยู่กลางลานกว้าง ภายใต้คมดาบของศัตรู ที่พาดผ่านลำคอของเขาเอาไว้ มือโชกเลือดชูหนังสือหย่าขึ้น เพื่อยืนยันว่าเขากับภรรยา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก “จ้าวตงเสวียน ถ้าเจ้าเลือกข้างที่ดี เจ้าจะไม่เป็นเช่นนี้ ส่วนนางกับเด็กในท้อง ข้าจะมอบมันให้เป็นของขวัญ ติดตามไปรับใช้เจ้าในนรก” “กรี๊ดดดด!!! ท่านแม่ทัพ!!!” ถานไห่ชินกรีดร้องเสียงหลง เมื่อสามีของนางสิ้นใจไปต่อหน้า หญิงสาวจับจ้องไปยังวงหน้างาม ที่กำลังแสยะยิ้มร้าย “เจ้ามันโง่ถานไห่ชิน เจ้ามีอำนาจของสกุลตนเองและสามี แต่เจ้าไม่รู้จักที่จะใช้มัน เพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ มัวหลงงมงายกั







![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)