ログインทันทีที่โพสต์ถูกอัปโหลดลงโซเชียล ทุกอย่างก็ระเบิดทันที รูปของพายุที่กำลังกอดพีนัท ฟัดพุงแมวด้วยใบหน้าอ่อนโยนผิดกับภาพลักษณ์เดิม ถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว คอมเมนต์เด้งขึ้นรัวๆ
“เดี๋ยวนะ นี่ประธานนักเรียนจริงดิ!?”
“โอ๊ยน่ารักเกินไปแล้ว!”
“คนเย็นชาไปไหนอะ!”
“หลุดคาแรกเตอร์สุดๆ!”
และแน่นอน—พายุก็เห็นมัน
ภายในห้องประชุมนักเรียน เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด จนเพื่อนในสภานักเรียนเริ่มหันมามองกันแปลกๆ
“เฮ้ยพายุ… นี่ใช่นายปะ” โทรศัพท์ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา วินาทีนั้นเอง สีหน้าพายุก็นิ่งสนิท แต่สายตากลับเย็นลงเรื่อยๆ รูปนั้น… เป็นรูปที่มีแค่ “พะพาย” เท่านั้นที่จะเป็นคนเห็นและถ่ายไว้ได้ ข้อความที่เคยสัญญากันไว้ดังขึ้นในหัวทันที
“หนูไม่เอาไปบอกใครจริงๆ ค่ะ” มือของพายุกำโทรศัพท์แน่น ก่อนจะลุกขึ้นพรวด
“พายุ! จะไปไหน?” แต่เขาไม่ตอบ ร่างสูงเดินออกจากห้องทันทีด้วยสีหน้าที่ทุกคนเห็นแล้วไม่มีใครกล้าเรียกไว้
…
เย็นวันนั้น คาเฟ่แมวเงียบกว่าปกติเล็กน้อย พะพายนั่งเหม่ออยู่หน้าเคาน์เตอร์ มือกำผ้ากันเปื้อนแน่น ตั้งแต่โพสต์ถูกปล่อย เธอก็แทบหายใจไม่ทั่วท้อง เธอส่งข้อความไปหาพายุหลายครั้ง แต่เขาไม่อ่านเลย
กริ๊ง— เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น หัวใจพะพายกระตุกทันที เพราะคนที่เดินเข้ามาคือพายุ
แต่ครั้งนี้… เขาไม่ได้มาพร้อมสายตาอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลานั้นเย็นชาอย่างน่ากลัว พะพายหน้าซีดลงถนัดตา
“พี่พายุ…”
“ออกมาคุยกัน” น้ำเสียงเรียบจนเธอใจหาย
พะพายเดินตามเขาออกไปหลังร้านเงียบๆ ทันทีที่ประตูปิดลง พายุก็หันกลับมามองเธอ
“ทำแบบนั้นทำไม” คำถามสั้นๆ แต่หนักจนพะพายพูดไม่ออก
“พี่พายุ… คือหนู…”
“ไหนเคยสัญญาว่าจะเก็บเป็นความลับ”
สายตาเขาทำเอาเธอแทบร้องไห้ พะพายอยากบอกความจริงเหลือเกิน อยากบอกว่ามุกดาเป็นคนทำ แต่พอนึกถึงแม่… นึกถึงแผงขายขนมที่ตลาด เธอก็พูดไม่ออก สุดท้ายจึงได้แต่ก้มหน้าแน่น
“…หนูขอโทษ”
“เหตุผล”
พะพายเม้มปากจนเจ็บ ก่อนฝืนพูดสิ่งที่ไม่อยากพูดที่สุดออกไป
“หนู... หนูแค่ไม่ชอบเวลาเห็นพี่มุกดาอยู่กับพี่พายุค่ะ หนูรู้ว่าพี่สองคนสนิทกัน หนูเลยอยากลงรูปนี้ให้คนอื่นรู้... ให้พี่มุกดารู้ ว่าเวลาพี่อยู่กับหนู พี่ไม่ได้เย็นชาเหมือนที่อยู่กับคนอื่น”
พายุชะงัก
“อะไรนะ”
เสียงเธอสั่นจนแทบฟังไม่ออก
แต่ทันทีที่พูดจบ สายตาของพายุก็เปลี่ยนไปทันที
จากความโกรธ… กลายเป็นความผิดหวัง
“นี่คือเหตุผล?”
พะพายกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
“ค่ะ…”
พายุหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นจนเธอใจหาย
“…ฉันโง่เอง”
“พี่พายุ…”
“ฉันนึกว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่ค่อยๆ กรีดหัวใจเธอช้าๆ พายุหลับตาลงพักหนึ่ง ก่อนพูดต่อเสียงต่ำ
“สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือ คนโกหก และไม่รักษาสัญญา”
"เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันชอบแมว เพราะพ่อของฉันเกลียดแมวยังไงหล่ะ เขาจะกำจัดแมวทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับฉัน"
พะพายชะงัก พายุหัวเราะในลำคออีกครั้งอย่างสมเพชตัวเอง
“ตอนเด็กๆ ฉันเคยเก็บแมวจรมาเลี้ยง” เขาพูดช้าๆ
“แม่ของฉันแพ้ขนแมวหนักมาก แต่เพราะเห็นฉันเลี้ยงแมวจรนั่นอย่างมีความสุข เขาจึงไม่บอกใคร” พะพายเบิกตากว้าง
"จนวันนึงแม่ต้องเข้าโรงพยาบาล อาการโคม่า”
น้ำเสียงเขาเริ่มสั่นเบาๆ
“ตั้งแต่วันนั้น พ่อก็เกลียดแมวมาก และสั่งห้ามฉันยุ่งเกี่ยวกับแมวอีกเด็ดขาด”
พะพายรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
“ไม่ใช่แค่เฉพาะภาพลักษณ์ที่ฉันอยากรักษา” พายุจ้องเธอตรงๆ
“แต่ถ้าพ่อรู้ว่าฉันยังแอบมาคาเฟ่แมวและยังแอบเลี้ยงเจ้าพีนัทไว้..”
เขาหยุดไปชั่วครู่ พะพายหน้าซีดเผือด
“หนูขอโทษ…”
“พอเถอะ” พายุพูดตัด สายตาเย็นชาจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“ตอนแรกฉันคิดว่าเธอจะเข้าใจฉันจริงๆ …แต่สุดท้ายเธอก็เป็นเหมือนคนอื่น”
น้ำตาพะพายค่อยๆ ไหลลงมาช้าๆ แต่เธอพูดอะไรไม่ได้เลย เพราะเธอเลือกที่จะโกหกเอง
และตอนนั้นเอง—
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลัง
“พายุ…” มุกดาเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าเป็นห่วง
“นายโอเคไหม”
พะพายชะงักทันที พายุถอนหายใจก่อนหันหน้าหนี มุกดารีบเดินเข้าไปจับแขนเขาเบาๆ
“อย่าเครียดเลยนะ เดี๋ยวเราช่วยคุยกับคุณลุงให้”
ด้วยความที่ครอบครัวของพายุและมุกดารู้จักสนิทสนมกันเป็นอย่างดี เรื่องที่ครอบครัวพายุห้ามเลี้ยงแมวและเพราะเหตุผลอะไร มุกดาจึงทราบดีที่สุด
“น้องพะพายอาจจะแค่เข้าใจผิดเรื่องของเราสองคน เลยทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบน่ะ อย่าโกรธน้องเลยนะ”
พายุเงียบ ไม่ได้พูดอะไรอีก
และห่างออกไปไม่ไกล—
มีนักเรียนชายแอบยกมือถือขึ้นถ่ายรูปพอดี แชะ! ภาพมุกดาที่กำลังจับแขนพายุถูกถ่ายเก็บไว้ทันที
โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า… คนถ่ายรูปคนนั้น ถูกมุกดาว่าจ้างไว้แล้ว
…
คืนนั้นเอง ข่าวใหม่ก็ถูกปล่อยลงโซเชียล
"สรุปพายุคบกับมุกดาจริงเหรอ!"
"ที่แท้พะพายเป็นมือที่สามเหรอ"
“แรงมากอ่ะ”
พร้อมรูปของพายุและมุกดาที่ดูเหมือนกำลังปลอบใจกัน
พะพายนั่งมองหน้าจอเงียบๆ น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างพังหมดแล้วจริงๆ …
…
วันต่อมา มุกดาเดินมาหาพะพายที่หลังตึกเรียน สีหน้าดูสำนึกผิดสุดๆ
“พะพาย… พี่ขอโทษนะ” พะพายเงยหน้ามองงงๆ
“เรื่องข่าว พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันใหญ่ขนาดนี้… พี่แค่เป็นห่วงพายุเฉยๆ”
มุกดาเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจับแขนพะพายเบาๆ
“อย่าโกรธพี่เลยนะ”
แต่จู่ๆ — “โอ๊ย!”
มุกดากลับร้องขึ้น พร้อมทรุดลงไปกองกับพื้น... พะพายตาโตทันที
“พี่มุกดา!?”
และในจังหวะนั้นเอง—
“มุก!”
เสียงพายุดังขึ้น เขารีบวิ่งเข้ามาทันที ก่อนเข้าไปพยุงมุกดา มุกดารีบแสร้งทำสีหน้าเจ็บปวด
“น้องพะพายเขาคงไม่ตั้งใจ…
” พายุหันมามองพะพายทันที สายตานั้นเย็นเฉียบจนเธอใจสั่น
“เธอทำอะไร”
“หนูเปล่านะคะ! หนูยังไม่ได้—”
“พอเถอะ”
พายุพูดตัดบทเสียงเรียบ
“ฉันผิดหวังในตัวเธอมากพอแล้ว”
พะพายชะงักทันที เหมือนหัวใจถูกกระชากออกทั้งดวง เธออยากอธิบาย อยากบอกความจริงทุกอย่าง แต่พอนึกถึงคำขู่ของมุกดา… เธอก็พูดอะไรไม่ได้อีก สุดท้ายจึงได้แต่ยืนกำมือแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ
ในขณะที่พายุ… เลือกหันหลังเดินจากไปพร้อมพยุงมุกดา โดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลย…
“อ๊ะ อ๊ะ พี่พายุ...หนู...เสียว...ไม่ไหวแล้ว” พะพายร่อนสะโพกรับแรงกระแทกกระทั้นอย่างลืมอาย สองมือขยำเส้นผมหนาของเขาแน่น ยอดอกสั่นคลอนไปตามแรงส่งจนพายุอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปดูดเม้มสลับซ้ายขวาอย่างมัวเมา สะโพกหนากระแทกเน้นย้ำเข้าใส่ร่องรักที่ตอดรัดถี่รัว“ซี้ด...พร้อมกันนะพะพาย” พายุเร่งความเร็วขยับเข้าออกอย่างรุนแรงในจังหวะสุดท้าย ร่างเล็กสั่นคลอนโอนเอนตามแรงกระแทกอันหนักหน่วง ก่อนที่พายุจะกดเน้นสะโพกจมลึก สองร่างกระตุกเกร็งพร้อมกัน พะพายหวีดร้องเสียงหลงเมื่อแตะขอบสวรรค์ ขณะที่พายุปลดปล่อยความต้องการจนเต็มถุงยางอนามัย ชายหนุ่มผ่อนร่างลงนอนกอดเธอด้วยความอิ่มเอมใจหลังจากบทรักครั้งแรกผ่านพ้นไป ความเจ็บปวดปนกระสันเสียวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหา พายุถอดเครื่องป้องกันชิ้นเก่าทิ้งขยะ ทว่ากระแสไฟตัณหาในกายเขายังคงไม่มอดดับ สายตาคมจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวที่บัดนี้มีรอยรักสีกุหลาบแต่งแต้มไปทั่วทั้งตัว ความแข็งแกร่งขยายตัวผงาดขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วชายหนุ่มแยกขาเรียวของพะพายออกอีกครั้ง นำพาความต้องการที่ตื่นตัวเต็มที่จ่อประชิดทางรักชุ่มฉ่ำ ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขาไม่ได้หยิบถุง
เสียงลือเสียงเล่าอ้างภายในมหาวิทยาลัยไม่มีใครไม่รู้จัก ‘พี่พายุ’ นิสิตปี 3 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ควบตำแหน่งประธานสโมสรนิสิตสุดโหด ใบหน้าคมคายราวกับสลักเสลาจากประติมากรรมชั้นยอด ดวงตาคมดุคู่ดั้งเดิมที่ตอนนี้แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามและดุดันดึงดูดสายตาของสาวๆ ทั้งในและนอกคณะได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าน้อยคนนักจะทราบว่า หัวใจของเขามีเจ้าของอย่างเหนียวแน่นมานานหลายปีแล้ว“พี่พายุคะ...นี่น้ำส้มค่ะ ดรีมเห็นพี่พายุเดินมาเหนื่อยๆ” ดาวคณะบริหารคนสวยเดินนวยนาดเข้ามาหาพายุที่กำลังยืนกอดอกหน้าตาถมึงทึงคุมน้องปี 1 อยู่ข้างสนาม ท่ามกลางสายตาอิจฉาของนิสิตหญิงคนอื่นๆพายุตวัดสายตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ไม่แม้แต่จะยื่นมือไปรับแก้วน้ำ “ไม่เป็นไรครับ ผมมีน้ำส่วนตัวแล้ว และขอความกรุณาอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ มันรบกวนเวลาซ้อมของน้องๆ”น้ำเสียงเย็นชาเชือดเฉือนทำเอาดาวคณะหน้าเสีย รีบหมุนตัวเดินหนีไปทันที เพื่อนสนิทอย่างทศและสายฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับส่ายหน้าขำขัน“ไอ้พายุ มึงนี่มันเสือจำศีลจริงๆ ดาวบริหารมาอ่อยขนาดนี้ยังไม่แล” ทศแซว“กูมีแฟนแล้ว มึงก็รู้” พายุเอ่ยเสียงเรียบ ทว
ลมร้อนแรกของเดือนเมษายนพัดผ่านเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายของเทศกาลแห่งความสุข วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์คือช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะพะพาย เพราะมันคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหลังจากผ่านการเรียนอันหนักหน่วงมาตลอดทั้งปี แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าความตื่นเต้นของเทศกาล คือร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตดูหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารที่กำลังนั่งทำหน้าอ้อนวอนน่าสงสารอยู่หน้าแม่ของเธอในบ้านพักหลังเล็ก“คุณแม่ครับ...สงกรานต์ปีนี้ ผมอยากจะขออนุญาตพาพะพายไปเที่ยวทะเลสักสามสี่วันครับ พอดีเพื่อนที่คณะวิศวะมันชวนกลุ่มเพื่อนๆ ไปเที่ยวบ้านริมทะเลของมันที่ระยองครับ มีเพื่อนไปกันหลายคนเลย ทั้งผู้หญิงผู้ชาย คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลพะพายเท่าชีวิต และจะไม่ทำอะไรให้พะพายเสียหายเด็ดขาดครับ”พายุ อดีตประธานนักเรียนผู้เคร่งขรึมและบัดนี้เป็นพี่ปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอ่ยปากขออนุญาตด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความจริงใจและนอบน้อม แม่ของพะพายมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เธอเห็นพายุมาตั้งแต่ตอนที่ลูกสาวยังอยู่ม.4 จนถึงวันนี้พายุก็ยังคงมั่นคงและให้เกียรติพะพายเสมอมา“แม่เช
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กสาวม.4 ในวันนั้น ตอนนี้พะพายเติบโตขึ้นเป็นรุ่นพี่ม.5 ที่ต้องรับผิดชอบอะไรหลายอย่างมากขึ้น ทว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความรักและความเอาใจใส่ของพี่พายุที่มีให้เธอเสมอมา และในปีนี้...คือปีสำคัญที่พายุต้องก้าวข้ามผ่านรั้วโรงเรียนมัธยมเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวภายในหอประชุมใหญ่ของโรงเรียนคลาคล่ำไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มในวันพิธีปัจฉิมนิเทศของพี่ม.6 พะพายยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนหญิงที่มาคอยส่งรุ่นพี่สุดฮอต พายุในชุดนักเรียนเนี้ยบเรียบกริบวันสุดท้ายเดินถือใบประกาศนียบัตรออกมาด้วยท่าทางสง่างาม บนหน้าอกของเขาไม่มีสติกเกอร์รูปหัวใจแปะอยู่เลยแม้แต่ดวงเดียว เพราะสายตาคมดุดันคู่นั้นคอยกันผู้หญิงทุกคนให้ออกห่าง แต่ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับพะพาย แววตาคู่นั้นก็อ่อนแสงลงกลายเป็นความอบอุ่นละมุนใจทันที พายุเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพะพายท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ เขาขยับเข้ามายืนชิดจนพะพายได้กลิ่นน้ำหอมสะอาดจางๆ จากตัวเขา มือหนายื่นช่อดอกไม้ช่อโตที่เขาได้รับมาส่งให้เธอถือไว้ ก่อนจะหยิบสติกเกอร์รูปแมวส้มตัวอ้วนกลมที่เขาเตรียมมาเองจากกระเป
หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนอบอุ่นที่บ้านของพี่พายุมาได้ พะพายก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความกังวลเรื่องฐานะที่เคยมีลดน้อยลงไปมากเมื่อได้รับความรักและความเอ็นดูจากคุณพ่อคุณแม่ของเขา แต่ทว่า... ชีวิตรักของเด็ก ม.4 กับท่านประธานนักเรียนสุดฮอต มันไม่เคยเรียบง่ายขนาดนั้น เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน เรื่องปวดหัวเรื่องใหม่ก็วิ่งเข้ามาชนเธอเข้าอย่างจัง“ยัยพะพาย! แกต้องฟังฉันนะ!” เสียงแหลมลนลานของ ‘มิ้นท์’ เพื่อนสนิทร่วมห้องดังขึ้นทันทีที่พะพายก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนยามเช้า มิ้นท์รีบคว้าข้อมือเธอแล้วลากไปที่มุมห้อง ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนน่าสงสัย“มีอะไรเหรอ ตื่นตูมแต่เช้าเชียว” พะพายถามยิ้มๆ พร้อมกับวางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะ“ก็เรื่องพี่พายุของแกน่ะสิ! เมื่อวานเย็นหลังจากเลิกเรียน ฉันไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ามา แล้วแกเดาซิว่าฉันเจอใคร... ฉันเจอพี่พายุเดินอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง!”พะพายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มไว้ “อ๋อ... พี่พายุอาจจะไปเดินกับคุณแม่หรือเปล่า วันก่อนฉันเพิ่งไปเจอคุณแม่พี่เขามา ท่านยังวัยรุ่นและสวยมากเลยนะ”“ไม่ใช่คุณแม่ยัยพะพาย! ฉันตาไม่ฝาดแน่ๆ!” มินท์ขัดขึ
แสงแดดยามเย็นทอแสงสีส้มรำไรผ่านกระจกหน้าต่างของรถยนต์คันหรู พะพายนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะข้างคนขับ มือเล็กทั้งสองข้างกำสายกระเป๋านักเรียนแน่นจนนิ้วซีดขาว เธอลอบมองคนข้างกายที่นั่งสบายๆ ด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของพี่พายุยังคงเรียบเฉยตามสไตล์ประธานนักเรียนผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่ง แต่ในแววตาคู่นั้นกลับมีความอบอุ่นจางๆ ที่มีไว้ให้เธอเพียงคนเดียว “พี่พายุคะ...หนูว่ามันจะดีจริงๆ เหรอคะ” พะพายถามเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าน่ารักฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ” พายุเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ“ก็...พี่พายุบอกเองว่าคุณแม่ของพี่แพ้ขนแมว แล้วนี่พวกเรากำลังจะอุ้ม ‘เจ้าพีนัท’ เข้าไปในบ้านพี่ แถมคุณแม่ของพี่ก็ยังไม่เคยเจอหนูเลยด้วย” เธอพ่นลมหายใจยาว ความกังวลใจเรื่องความแตกต่างของฐานะยังคงเป็นเงาตามตัว บ้านเธอเป็นแค่บ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ แม่ทำขนมขายตลาดนัด แต่บ้านของพายุกลับเป็นคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านระดับมหาเศรษฐี พายุชะลอรถติดสัญญาณไฟแดง วันนี้เค้าทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปรับพระพายจากบ้านเพื่อพามาเจอกับคุณพ่อคุณแม่ของเขา พายุเอื้อมมือหนามากุมมือเล็กของพะพายไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจ







