Masukแสงไฟสลัวในห้องนอนยังคงทิ้งไออุ่นของเหตุการณ์เมื่อครู่ ปกรณ์ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สายตาคมกริบจดจ้องร่างระหงที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา เขาเอ่ยถามขึ้นมาดื้อๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า
“คุณหลินครับ... พรุ่งนี้ถ้าผมเตรียมถุงยางมา เรามาสานต่อกันให้จบดีไหมครับ” รินลดาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงกลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เธอช้อนสายตาที่ฉ่ำปรือมองเขาอย่างออดอ้อน
“ไม่ได้หรอกค่ะ พรุ่งนี้วันศุกร์แล้ว แฟนหลินเขาจะกลับบ้าน หลินอยากให้เรื่องของเรามันจบแค่คืนนี้ได้ไหมคะบอส” ปกรณ์กระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัด
“แต่คุณหลินสัญญากับผมแล้วนี่ครับ ว่าถ้าผมมีเครื่องป้องกัน คุณก็จะไม่ขัดข้อง คุณพูดเองน้าา!”
ชายหนุ่มไม่รอคำตอบ เขาโน้มตัวลงไปรวบเอวบางเข้าหาตัวอีกครั้ง แผงอกแกร่งเบียดชิดกับทรวงอกอวบหยุ่นที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ
“ถ้าคุณจะผิดคำพูดล่ะแบบนี้ก็ ผมก็คงไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว” เขาแกล้งซุกไซร้จมูกโด่งลงบนซอกคอหอมกรุ่นจนหญิงสาวต้องหดคอหนีด้วยความเสียวซ่าน
“อุ้ย! บอสคะ... ก็ตอนนั้นบอสฟังอะไรที่ไหนเล่า จ้องจะงาบหลินท่าเดียวเลย หลินล้อเล่นค่ะ หลินให้สัญญาก็ได้ สัญญาจริงๆ นะคะ... นะนะนะ” ท่าทางออเซาะเหมือนแมวน้อยของเธอทำให้ปกรณ์ยอมหยุดมือ ทว่าเขายังคงกอดรัดร่างนุ่มนิ่มไว้แน่น
“ถ้าคุณพูดง่ายแบบนี้ผมก็ไม่ต้องบังคับ สัญญาแล้วนะ”
“ค่ะ!! แต่ตอนนี้หลินว่าบอสกลับไปก่อนดีกว่านะคะ มันดึกมากแล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี”
“ก็ได้ครับ” เขาจำใจรับคำพลางขยับลุกขึ้นคว้ากางเกงบ็อกเซอร์ขึ้นมาสวม ตามด้วยกางเกงสแล็คสีดำอย่างคล่องแคล่ว
รินลดาเดินไปส่งเขาที่รถท่ามกลางความมืดสลัวของโรงรถ ก่อนจะจากกันปกรณ์รั้งร่างบางเข้าไปกอดจูบอย่างดูดดื่มเนิ่นนานจนเธอแทบหมดลมหายใจ
“ผมถือว่านี่คือมัดจำนะครับ แล้วส่วนที่เหลือผมจะมาทวงคืนวันหลัง” เขากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มก่อนจะก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไป ทิ้งให้รินลดายืนมองตามด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น
เมื่อกลับมาถึงห้องนอน หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเตียงที่ยังหลงเหลือกลิ่นกายของชายหนุ่ม เธอพลิกตัวไปมาด้วยความกระวนกระวายใจ ภาพใบหน้าคมเข้มและสัมผัสอันเร่าร้อนของเขาตามมาหลอกหลอนจนร่องสวาทกลางกายเริ่มตอดขมิบถี่ระรัว ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอต้องนอนกอดหมอนข้างกระตุกเกร็งด้วยความรัญจวนใจที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย ก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
กริ๊งงงงง!
เสียงนาฬิกาปลุกแผดจ้าขึ้นในเวลา 7.00 น. รินลดาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง ระหว่างที่อาบน้ำชำระร่างกาย ความซ่านสยิวที่ตกค้างจากเมื่อคืนทำให้มือบางเผลอเลื่อนผ่านหน้าท้องลงไปยังเนินเนื้ออวบอูม เธอแยกขาออกกว้างก่อนจะบดขยี้นิ้วลงบนเม็ดเสียวสีหวานรัวเร็วเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่คั่งค้างจนร่างบางกระตุกเกร็งไปพร้อมกับสายน้ำที่รดริน
เช้านี้รินลดาเลือกสวมชุดทำงานสีชมพูกลีบบัวหวานละมุน ตัดกับกระโปรงทรงเอสีน้ำตาลเข้มสั้นเหนือเข่าที่เน้นสะโพกผายงอนงาม ผิวขาวเนียนละเอียดของเธอถูกขับให้ดูโดดเด่นจนน่ามอง เธอแต้มน้ำหอมกลิ่นเย้ายวนที่จุดชีพจรและเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาเล็กน้อย
หญิงสาวรีบเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์ เดินมาได้ไม่กี่ก้าวเธอก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ตายแล้ว! ลืมใส่ถุงน่องมาเหรอเนี่ย!” เธอยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นรถเมล์กำลังเข้าจอดจึงตัดสินใจก้าวขึ้นไป อีกใจหนึ่งก็นึกถึงคำชมของปกรณ์เมื่อวานที่บอกว่าเรียวขาของเธอนั้นสวยงามไร้ที่ติ ยิ่งไม่มีถุงน่องปกปิดแบบนี้ ผิวขาวๆ ของเธอคงจะล่อตาล่อใจเขาไม่น้อย
บนรถเมล์หนาแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีที่ว่าง รินลดาพยายามแทรกตัวเข้าไปยืนเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่นๆ โดยมีชายสูงวัยรูปร่างกำยำ ผิวเข้มเกรียมแดด ยืนประกบอยู่ด้านหลัง ระหว่างที่เธอกำลังควานหาเหรียญในกระเป๋าสะพายด้วยความรีบร้อน มือบางกลับพลาดไปคว้าเข้ากับบางอย่างที่แข็งขึงอยู่ใต้กางเกงของคนข้างหลังอย่างจัง
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ!” เธอรีบหันไปขอโทษด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ไม่เป็นไรครับ” ชายสูงวัยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แววตาที่จ้องมองมานั้นแฝงไปด้วยความหื่นกระหายอย่างปิดไม่มิด
“ค่าโดยสารด้วยครับ!” กระเป๋ารถเมล์ตะโกนเร่ง
“โทษทีค่ะ พอดีไม่มีเหรียญเลย.” รินลดาหยิบแบงค์ร้อยส่งให้ กระเป๋ารถเมล์ทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ
“ไม่เป็นไรครับ ผมมีเหรียญพอดี” ชายสูงวัยคนเดิมพูดขึ้นพร้อมยื่นเหรียญจ่ายค่ารถเมล์ให้เธออย่างใจดี
“ผมจ่ายให้แล้วครับคุณผู้หญิง” เขาขยับเข้ามาประชิดข้างหลังเธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่รดต้นคอ “ขอบคุณค่ะ...” รินลดาตอบเบาๆ รู้สึกไม่ค่อยไว้ใจแววตาดุดันคู่นั้นเลย แต่ช่างเถอะ อย่างน้อย ๆ เขาก็มีน้ำใจ
เมื่อผู้โดยสารขึ้นมาเพิ่ม ชายสูงวัยก็ยิ่งเบียดกายเข้าหาเธอมากขึ้น รินลดาพยายามขยับหนีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะติดผู้คนรอบข้าง จังหวะที่รถเบรกกะทันหัน ร่างบางเซถลาไปข้างหลังจนบั้นท้ายงอนงามกระแทกเข้ากับท่อนเอ็นแข็งปั๋งที่ตั้งโด่รออยู่ใต้กางเกงของเขาอย่างพอดิบพอดี
มันถูไถไปมาบนร่องก้นของเธออย่างจงใจ รินลดาใจสั่นระรัว เธอรู้ตัวว่ากำลังถูกลวนลามแต่ก็ไม่กล้าร้องตะโกน เพราะกลัวว่าเขาจะมีอาวุธร้ายแรงซ่อนอยู่ เธอจึงทำได้เพียงยืนนิ่งข่มอารมณ์หวาดกลัวเอาไว้
ชายสูงวัยถือวิสาสะโอบหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกผายอย่างย่ามใจ
“กรุณาเอามือออกไปค่ะ!” เธอหันไปเอ็ดเสียงเขียว แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน
“อยู่เฉยๆ...” เขาขู่เบาๆ ชิดใบหู พร้อมกับสอดมือสากระคายเข้าไปใต้ชายกระโปรง ลูบไล้โคนขาอ่อนขาวเนียนอย่างจาบจ้วง รินลดาใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ลงป้ายหน้าด้วยกันนะ หอพักฉันอยู่ใกล้ ๆ” ชายสูงวัยกระซิบสั่งแกมบังคับ
แรงกระเทือนของรถเมล์ทำให้เป้ากางเกงที่ตุงแน่นของเขาบดเบียดกับร่องก้นของเธอไม่หยุด ชายสูงวัยเริ่มคุกคามหนักขึ้นด้วยการสอดนิ้วเข้าไปในขอบกางเกงชั้นในจีสตริงเส้นบางของเธอ รินลดาพยายามหนีแต่ก็ถูกล็อกเอวไว้แน่น นิ้วสากกระด้างแหวกว่ายเข้าไปสัมผัสกับกลีบเนื้อที่เริ่มชุ่มโชกไปด้วยน้ำหวานเพราะความตื่นเต้นที่ปนเปกับความหวาดกลัว เขาขยี้เม็ดเสียวของเธออย่างแรงจนหญิงสาวต้องเม้มปากแน่นเพื่อกั้นเสียงคราง
เมื่อรถจอดป้าย ชายสูงวัยก็ดึงมือออกแล้วยกนิ้วขึ้นมาดมต่อหน้าเธอ แววตาเย้ยหยันนั้นทำให้รินลดาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอพยายามเดินหนีไปทางประตูทางออกแต่เขากลับตามมาติดๆ พร้อมกับมีวัตถุแหลมคมบางอย่างจ่ออยู่ที่เอว
“จะรีบไปไหนล่ะครับ... เดินไปนั่งข้างหลังสุดกับผมดีกว่า อย่าขัดขืนนะถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
รินลดาจำใจเดินนำเขาไปนั่งที่เบาะหลังสุดซึ่งไร้ผู้คน ชายสูงวัยถอดเสื้อคลุมออกมาวางปิดตักของตัวเองไว้ ก่อนจะยื่นคัตเตอร์ให้เธอเห็นชัดๆ
“โม้คให้หน่อย... เดี๋ยวเอาเสื้อคลุมบังไว้ ไม่มีใครเห็นหรอก”
เขารูดซิปกางเกงออก เผยให้เห็นแท่งเนื้อขนาดมหึมาที่ประดับไปด้วยมุกฝังอยู่รอบๆ รินลดาตัวสั่นเทาด้วยความสะอิดสะเอียนและหวาดกลัว
“เร็วเซ่! อยากตายตรงนี้หรือไง!”
มือบางที่สั่นระริกจำต้องเอื้อมไปกอบกุมท่อนเนื้อร้อนผ่าว รูดรั้งขึ้นลงตามคำสั่ง ก่อนจะถูกกดศีรษะให้ก้มลงไปครอบครองความใหญ่โตนั้นไว้ในปาก กลิ่นคาวคละคลุ้งและขนาดที่ใหญ่เกินตัวทำให้เธอแทบสำลัก ชายสูงวัยครางซี้ดปากเบา ๆ ด้วยความเสียวซ่าน มือสากหนาจับหัวของเธอแล้วโยกเข้าออกด้วยความดิบเถื่อน
“อื้มมม... ซี้ดดด... กลืนไปให้หมดนะ เดี๋ยวมันเลอะ”
เมื่อพายุอารมณ์ป่าเถื่อนสงบลง รินลดารีบผละออกมาบ้วนน้ำคาวลงบนพื้นรถด้วยความขยะแขยง ชายสูงวัยแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะพลางจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่
“ป้ายสุดท้ายแล้วครับ!” เสียงกระเป๋ารถเมล์ตะโกนบอก
รินลดารีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งลงจากรถเมล์อย่างไม่คิดชีวิต เธอตรงไปยังห้องน้ำของตึกทำงานทันที พยายามล้างปากและฉีดสเปรย์ดับกลิ่นคาวอย่างบ้าคลั่ง น้ำหอมถูกพรมจนทั่วร่างเพื่อกลบกลิ่นอายความอัปยศที่เพิ่งเกิดขึ้น ในใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่ไม่อาจลืมเลือน
สองเดือนต่อมาก็ถึงวันเปิดเทอมวันแรก ชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยของเมธาวีร์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เธอเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการระหว่างประเทศ ตามคำแนะนำของมารดาเพื่อเตรียมตัวรับช่วงต่อธุรกิจในอนาคต ในขณะที่มารดาตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาวคนโตและสามีที่ต่างประเทศรูปลักษณ์ที่สะสวยสะดุดตาบวกกับกิริยาที่อ่อนหวาน ทำให้เมธาวีร์กลายเป็นดาวเด่นที่มีรุ่นพี่และเพื่อนนักศึกษาแวะเวียนมารุมขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าหญิงสาวกลับไม่เคยชายตามองใครเลยแม้แต่คนเดียว เพราะในพื้นที่ของหัวใจเธอมีเพียงผู้ชายคนเดียวที่จองเอาไว้หมดแล้วด้วยภาระหน้าที่ในการเรียนและต้องทำงามกลุ่มกับเพื่อน ๆ เมธาวีร์จึงตัดสินใจขออนุญาตไปอยู่หอพักที่ใกล้มหาวิทยาลัย ซึ่งคุณปวีณาก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่คนที่จะลงแดงกลับเป็นปกรณ์ วันไหนที่เมธาวีร์ไม่กลับบ้าน เขาจะทำตัวเป็นคนบ้างานอยู่บริษัทจนดึกดื่นเพียงเพื่อกลบเกลื่อนความเหงาและความคิดถึงและเมื่อถึงช่วงวันหยุดปกรณ์ก็จะรีบบึ่งรถไปรับหญิงสาวกลับบ้านทันที แต่หากอาทิตย์ไหนที่ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวจริง ๆ เขาก็จะใช้อำนาจของแฟนหนุ่มบังคับพาเธอไปนอนค้างที่คอนโดส่วนตัว เพื่อจะได้ก
ตอนที่ 64 สารภาพความจริงเช้าวันรุ่งขึ้น เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นปลุกปกรณ์จากภวังค์แห่งความคิด เขาเหลือบมองหน้าจอ เห็นชื่อคุณศรีสุภางค์ปรากฏอยู่ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด“สวัสดีครับคุณน้า”“ปริ้นซ์ เมย์เป็นยังไงบ้าง น้าเป็นห่วงเหลือเกิน” เสียงของคุณศรีสุภางค์เจือด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด“ผมดูแลเมย์เป็นอย่างดีครับคุณน้า ไม่ต้องห่วงนะครับ” ปกรณ์ตอบพลางลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อนึกถึงใบหน้าใสซื่อของเมธาวีร์ ความอ่อนโยนของเธอเป็นดั่งโอเอซิสกลางทะเลทรายที่ปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นของเขา“แล้วรินลดาเป็นยังไงบ้างล่ะ”ปกรณ์ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คุณศรีสุภางค์ฟังอย่างละเอียด ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกไปนั้นหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ทับถมอยู่ในใจ คุณศรีสุภางค์ถึงกับตกใจจนแทบจะพูดไม่ออก ไม่คิดว่ารินลดาจะถลำลึกไปได้ถึงเพียงนี้ ความผิดหวังและความไม่เชื่อถาโถมเข้าใส่เธออย่างจัง“แล้วเธอยักยอกเงินไปเท่าไหร่ละ?” คุณศรีสุภางค์ถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเจือด้วยความไม่เชื่อ ราวกับพยายามหาเหตุผลมารองรับความผิดของรินลดา“เธอไม่เคยยักยอกเงินครับ เธอไม่
แล้วเมธาวีร์ที่นั่งคร่อมอยู่ด้านบน ก็เริ่มส่ายเอวบดเบียดไปกับท้องน้อยของปกรณ์ที่นอนอยู่เบื้องล่างอย่างร้อนแรง จนสัมผัสได้ถึงท่อนแท่งรักของชายหนุ่มที่กำลังบดเบียดกับผนังช่องคลอดภายในอย่างแนบแน่น แต่ซาบซ่านในอารมณ์“ขย่มพี่แรงๆ เลยครับน้องเมย์จ๋า!!!” ปกรณ์เอ่ยปากท้าทายเด็กสาวคนสวย“ค่ะ!!” พอเจอลูกยุของปกรณ์ เมธาวีร์ก็ยิ่งมีอารมณ์“แตกเร็วห้ามโทษเมย์นะคะ!!!” แล้วเมธาวีร์ก็ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงใส่ตัวของปกรณ์ พร้อมกับขย่มอย่างรุนแรง จนปกรณ์ที่นอนอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความจุกปนเสียว เมื่อเจอเมธาวีร์เอาจริง“อั่ก!!! อั่ก!!! อั่กก!!” ปกรณ์ถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความจุกปนเจ็บ แต่เพราะความเป็นชายชาตรี จึงไม่อยากบอกให้เมธาวีร์ที่กำลังของขึ้นชะลอความเร็วหรือหยุด ชายหนุ่มนักรักจึงกัดฟันทน ปล่อยให้เมธาวีร์ที่นั่งคร่อมอยู่ด้านบน ได้เพลิดเพลินกับแท่งรักขนาดใหญ่ ที่ปักอยู่กลางหว่างขาของเธออยู่เนือง ๆ“อ๊า!!! อ๊า!!! อือออ!!!” เด็กสาวเอาใจเขาด้วยการขย่มและร่อนเอวบดส่ายไปมาอย่างร้อนแรง จนผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด มือเรียวยกขึ้นสางปอยผม ก่อนจะก้มตัวลงมาดูดปากกับชายหนุ่มด้วยความร้อนแรงเรียกได้ว่า ศีลธรรมของ
ในขณะที่ปกรณ์ยืนนิ่งเหมือนต้องมนต์สะกดของเด็กสาว เมธาวีร์หยิบเอายกทรงตัวน้อยเขวี้ยงลงบนพื้นเหมือนเป็นของไร้ค่า และเผยให้เห็นทรวงอกรูปหยดน้ำขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอย่างท้าทาย ก่อนใช้มือบีบเค้นใต้ฐานอวดความงดงามของปทุมถันให้ชายหนุ่มได้ชมเป็นขวัญตาอีกคำรบ“พี่ว่าเมย์ควรไปทำนมดีมั้ยคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า“แค่นี้ยังไม่ใหญ่พออีกเหรอจ๊ะ” ปกรณ์ถามกลับอย่างไม่เข้าใจ“มันใหญ่ไปค่ะ เพื่อนเมย์ชอบแซว” เด็กสาวอธิบาย“ไม่ต้องหรอกเจ็บตัวเปล่า ๆ แบบนี้แหละ พี่ชอบ ใหญ่เต็มไม้เต็มมือดี” ปกรณ์เอ่ยปากตอบโดยไม่สนใจเหตุผลใดๆ อีกแล้ว“อย่าไปลดเลยนะ เมย์จ๋า สองเต้านี้พี่หวงนะรู้มั้ย” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังหลงเด็กสาวตรงหน้าหัวปักหัวปำ“พี่ปริ้นซ์ห้ามเบื่อเมย์นะคะ” เธอเอ่ยอย่างออดอ้อน“รับรองพี่ไม่มีวันเบื่อเมย์แน่นอน ที่รัก” เมธาวีร์หัวเราะคิกคักชอบใจกับคำตอบของชายหนุ่ม“แล้วข้างล่างล่ะค่ะ พี่ชอบมั้ย” ว่าแล้วเด็กสาวก็ใจกล้าขึ้นมาด้วยการถลกกางเกงชั้นจีสตริงตัวน้อยออก จนเผยให้เห็นเนินหัวหน่าวที่โหนกนูน และไหมพรมสีดำที่ขึ้นประปราย“ชอบสิครับ เอาไว้พี่จะพาไปเลเซอร์ขนนะ เอาให้เนียนกริบเลย” ปกรณ์ต
ปกรณ์มองแววตาเว้าวอนนั้นด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันมั่วไปหมด ในใจหนึ่งเขารังเกียจในสิ่งที่เธอได้กระทำลงไป ความผิดบาปที่เธอสร้างขึ้นนั้นยากจะให้อภัย แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็อดสงสารไม่ได้ เพราะรู้ดีว่ารินลดาถูกบีบคั้นจนหลังชนฝา หากเสี่ยสมานและนายอำนาจไม่ข่มเหงน้ำใจเธอจนไร้ทางออก ปลายทางของเธอคงไม่จบลงที่การเป็นฆาตกรเช่นนี้“ผมจะช่วยหาทนายและยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวคุณเอง... คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมสัญญาว่าจะไม่ทิ้งคุณ” เขากุมมือเรียวที่สั่นระริกนั้นไว้เบาๆ เพื่อให้สติและปลอบประโลมเธอ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยให้รินลดารู้สึกมั่นคงขึ้นมาบ้าง“แม่เชื่อว่าคุณปกรณ์เค้าต้องช่วยเหลือแกอย่างเต็มที่ แกต้องอดทนนะ” เฟื่องรดาเอ่ยสำทับด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า เมื่อเห็นความเมตตาของปกรณ์ในยามนี้เป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่“แม่คะ... หลินกลัว หลินไม่อยากติดคุก แม่ช่วยหลินด้วยนะคะ!” รินลดาหันไปพร่ำบอกมารดาด้วยความหวาดวิตกถึงโทษทัณฑ์ที่รออยู่ข้างหน้า เธอฆ่าคนตายโดยเจตนาถึงสองศพ ต่อให้มีเงินประกันตัวได้ ชีวิตหลังจากนี้ของเธอก็คงไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่เธออย่างไม่หย
เช้านี้เสียงโทรศัพท์จากก้องเกียรติก็ดังขึ้นพร้อมกับการย้ำเรื่องของรินลดา“แกอย่าเพิ่งบอกคุณหลินเรื่องนี้นะ” เสียงของก้องเกียรติหนักแน่นและจริงจังกว่าทุกครั้ง “ฉันกลัวว่าถ้าเธอรู้ตัวก่อน เธอต้องหนีแน่ ๆ” ก้องเกียรติเว้นจังหวะหายใจ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยถ้อยคำที่บาดลึก “ตอนนี้พนักงานม่านรูดยืนยันว่าผู้หญิงในกล้องวงจรปิดที่ไปหาเสี่ยสมานคืนนั้นคือคุณหลินแน่ ๆ บวกกับคลิปเสียงที่คุยกับคุณเฟื่องรดา หลักฐานมันแน่นจนดิ้นไม่หลุดแล้วเพื่อน ตอนนี้ตำรวจกำลังไปที่บริษัทของแก เพื่อเชิญตัวมาสอบปากคำ และทางตำรวจต้องการขยายผลว่าใครเป็นผู้ร่วมขบวนการฆ่าครั้งนี้บ้าง”ปกรณ์รับฟังด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แม้จะรู้ซึ้งถึงธาตุแท้ของรินลดามานานแล้ว แต่ความผูกพันที่เคยมีในอดีตก็ยังคงทำให้เขาอดใจหายไม่ได้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก ขณะที่ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาท้าทายความจริงอันโหดร้ายตรงหน้าเมื่อรินลดาปรากฏตัวที่ออฟฟิศในเช้าวันนั้น แววตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความมั่นใจกลับเหม่อลอยไร้จุดหมาย ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนไร้วิญญาณ บ่งบอกถึงค่ำคืนที่ผ่านพ้นไปอย่างยากลำบาก ทว่าความสงบนั้นก็ถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อ
รินลดาเดินออกจากบริษัทด้วยหัวใจที่เลื่อนลอย ความกดดันบีบคั้นเธอจากทุกทิศทาง เรื่องคลิปวิดีโอและรูปถ่ายอัปยศที่อยู่ในมือถือของเสี่ยสมานคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายชีวิตและความรักที่เธอพากเพียรสร้างมา หากสิ่งเหล่านั้นถูกส่งไปให้ปกรณ์ ชีวิตเธอคงพังไม่เป็นท่า และขุมทองอย่างเขาคงหลุดลอยไปตลอดกาล‘จะทำอย
หลังพายุอารมณ์รักสงบลง ร่างกายที่อ่อนระทวยของเมธาวีร์ซบลงกับแผงอกแกร่งของปกรณ์ สัมผัสอุ่นร้อนยังคงกรุ่นอยู่ทั่วกาย เสียงลมหายใจของทั้งคู่ยังคงหอบถี่ระรัว ปกรณ์ลูบไล้เรือนผมนุ่มสลวยของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย“ไหนเล่ามาซิ คุณยายทำไมถึงให้เมย์กินยาคุม
ทันทีที่ปิดประตูห้องลง เมธาวีร์ยืนพิงหลังกับประตู กอดอกตัวเองแน่นพลางหอบหายใจถี่ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่โคนขาและรอยจูบที่แก้มยังคงทำเอาเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอทิ้งตัวลงบนเตียง พลิกกายไปมาด้วยความซ่านสยิว ความรู้สึกอยากรู้อยากลองที่เพิ่งถูกปลุกเร้าทำให้เธอโหยหาอ้อมกอดนั้นมากกว่าเดิม“พี่ปริ้นซ์นะ
รินลดาเดินออกจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกที่ยังคงสับสนและร้อนผ่าวไปทั่วสรรพางค์กาย ภาพเหตุการณ์บนรถเมล์ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด เธอพยายามสลัดมันทิ้งไปเมื่อเห็นร่างสูงของหัวหน้าหนุ่มยืนรออยู่ข้างโต๊ะทำงาน ในมือของเขาถือแฟ้มเอกสารบางอย่าง แต่สายตาที่เขามองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเร







