LOGINChapter 5
พายุทรายด้านนอกพัดโหมกระหน่ำจนเสียงลมหวีดหวิวปะทะกับบานหน้าต่างกระจกหลากสี ของห้องพักส่วนตัว แต่อนุภาพของลมมรสุมไม่อาจย่างกรายเข้ามาภายในห้องโถงกว้างใหญ่ที่ถูกอบด้วยกลิ่นน้ำหอมกุหลาบดามัสกัสผสมกลิ่นไม้สนสด กลิ่นหอมฟุ้งนุ่มนวลนั้นอบอวลกลบไอร้อนของพายุทะเลทรายด้านนอกจนหมดสิ้น นลินานั่งถอนหายใจเบา ๆ อยู่บนตั่งบุนวมลายอาหรับ นิ้วเรียวยาวของเธอเกลี่ยถ้วยชาเซรามิกทรงสูงที่ชาร้อนนั้นเริ่มเย็นชืดไปแล้ว ความเงียบงันในวังทำให้เธอรู้สึกเหมือนเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่านชีคคาลิลกับตาริกออกไปตรวจแถบชายแดนทางทิศตะวันตกตั้งแต่รุ่งสาง เนื่องจากพายุทรายทำลายแนวค่ายพักชั่วคราวของชาวบ้าน และก่อนที่เขาจะออกไป เขาไม่ได้บอกเธอ
สักคำ มีเพียงทิ้งความอุ่นร้อนของสัมผัสยามเช้าไว้บนหน้าผากของเธออย่างถือวิสาสะและเอาแต่ใจ โดยที่เธอไม่ได้อนุญาตเสียด้วยซ้ำ และคำพูดทิ้งท้ายแสนราบเรียบที่ฟังดูเหมือนคำสั่งมากกว่าความห่วงใย‘อยู่ให้สบาย แต่อย่าพยายามเดินสุ่มสี่สุ่มห้าออกไปกลางมรสุม’
เสียงกลอนประตูไม้สักสลักลายดังกริ๊ก เบา ๆ ดึงนลินาออกจากภวังค์ความคิด ร่างเล็กในชุดยาวแบบชาวเบดูอินสีชมพูบานเย็นสดใสเดินก้าวรวดเร็วเข้ามาในห้อง พร้อมกับถาดทองเหลืองใบใหญ่ที่มีอุปกรณ์หลากหลายวางเรียงราย ใบหน้าจิ้มลิ้ม นัยน์ตากลมโตสุกใส และรอยยิ้มกว้างที่เปิดเผยจนเห็นไรฟันขาวสะอาดยามเห็นหน้าเธอ
“ซาลามค่ะ คุณนลินา!” สาวน้อยวัยสิบแปดปีเอ่ยทักทายเสียงสดใสปานนกกระจิบยามเช้า เธอค้อมตัวลงนิดหนึ่งอย่างตื่นเต้น ก่อนจะวางถาดลงบนโต๊ะไม้ข้างตั่ง
“หนูชื่อ ยาซีรา ค่ะ! ท่านชีคสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าให้หนูมาคอยดูแลและอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งวัน ท่านชีคบอกว่ากลัวคุณจะเหงาจนคิดจะปีนกำแพงวังหนีพายุออกไป!”
นลินาชะงักไปนิดหนึ่ง เมื่อได้ยินชื่อของชายผู้เป็นเจ้าของวัง
“เขาสั่งไว้แบบนั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ!” ยาซีราทรุดตัวลงนั่งบนพรมหนานุ่มข้างตั่งอย่างคล่องแคล่ว ไร้ซึ่งความประหม่าหรือเกร็งอย่างนางกำนัลคนอื่น ๆ
“ท่านชีคบอกอีกนะคะ ว่าคุณเป็นแขกคนสำคัญมากห้ามปล่อยให้นั่งอยู่เฉย ๆ เด็ดขาดเพราะท่านชีคกลัวคุณเบื่อที่นี่ แล้วก็นี่ค่ะ!”
สาวน้อยชูถ้วยกระเบื้องเล็ก ๆ ที่บรรจุแป้งเนื้อเหนียวสีน้ำตาลเข้มจัดขึ้นมา กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นผสมกลิ่นน้ำมันดอกส้มและใบชาโชยเข้าเตะจมูกนลินาทันที
“นี่คืออะไรน่ะ?” นลินาขมวดคิ้วเล็กน้อย ชะโงกหน้าเข้ามามอง
“เฮนน่าค่ะ!” ยาซีราตอบ นัยน์ตาเป็นประกายวาววับ
“หญิงสาวในอัลซาฮาราเวลาเบื่อ ๆ หรือเวลาจะเข้าพิธีสำคัญ เราจะวาดลายเฮนน่ากันค่ะ! วันนี้หนูจะวาดลายกุหลาบทะเลทรายให้คุณเอง ฝีมือหนูดีที่สุดในวังชั้นในเลยนะ ขนาดท่านน้าฟาริดายังเคยชมเลย”
นลินามองกรวยบีบแป้งในมือของสาวน้อย ก่อนจะหลุบสายตามองมือข้างซ้ายของตัวเองที่เพิ่งจะปลดผ้าพันแผลออก รอยถลอกเล็ก ๆ เริ่มแห้งเป็นรอยแผลเป็นบาง ๆ
“ฉันคงวาดไม่สวยหรอก แล้วก็ไม่เคยทำด้วย”
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ! ยาซีราจัดการเอง” เด็กสาวไม่รอคำอนุญาตเป็นทางการ เธอยื่นมือไปจับมือบางของนลินาขึ้นมากุมไว้อย่างเบามือ สัมผัสผิวมือของเด็กสาวนุ่มและอบอุ่น
“มือของคุณนลินานิ่มจังเลยค่ะ สมกับเป็นมือของช่างตัดเสื้อผ้าสวย ๆ อย่างที่คุณเป็นเลย”
นลินาผ่อนลมหายใจออกเบา ๆ รู้สึกตัวว่าไหล่ที่เคยเกร็งเริ่มผ่อนคลายลงไปได้มาก ความสดใสและร่าเริงของยาซีราเหมือนสายลมเย็นที่พัดเข้ามาทลายความอึดอัดในห้องแห่งนี้
แป้งเฮนน่าเย็น ๆ สัมผัสลงบนหลังมือของนลินา ปลายกรวยเล็กบีบน้ำแป้งสีเข้มออกมาเป็นเส้นสายอ่อนช้อย ยาซีราตั้งใจวาดลวดลายอย่างพิถีพิถัน ปากก็ชวนคุยไม่หยุดหย่อนด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
“รู้ไหมคะคุณนลินา...” ยาซีราเอียงคอขณะจรดปลายกรวยบีบแป้งเป็นรูปกลีบดอกไม้
“ตามธรรมเนียมของพวกเรา ลายเฮนน่าบนมือของหญิงสาวมีความหมายซ่อนอยู่เยอะมากเลยนะคะ ถ้าเป็นลายกุหลาบทะเลทรายสลับลายเครือเถาแบบนี้...”
“แบบนี้หมายความว่าไง?” นลินาถามด้วยความสนใจ สายตาจดจ้องมองเส้นสายอันประณีตที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นบนผิวเนื้อ
“หมายถึงการเปิดรับความรัก และพันธนาการที่ไม่มีวันตัดขาดค่ะ” ยาซีราช้อนสายตาขึ้นมองนลินาแล้วยิ้มพรายอย่างมีเลศนัย
“ท่านชีคท่านเน้นย้ำกับหนูสามรอบเลยนะคะว่า ให้วาดลายกุหลาบแห่งฟาริสให้คุณเท่านั้น ห้ามใช้ลายอย่างอื่นเด็ดขาด”
นลินาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่ง ความร้อนวิ่งผ่านจากลำคอขึ้นมาถึงใบหู “เขา...สั่งลายนี้เหรอ?”
“ใช่ค่ะ!” ยาซีราหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะสดใสใสกระจ่าง
“ท่านชีคน่ะ ปกติไม่เคยสนใจเรื่องไร้สาระของพวกผู้หญิงหรอกนะคะ ตึกกว้าง ๆ ฝั่งนู้นหรือเรื่องงานผ้างานวาด ท่านไม่เคยแวะไปดูเลยสักครั้ง แต่เมื่อคืนนี้ ท่านกลับเรียกหนูไปพบที่ห้องทำงานเพื่อดูสมุดภาพลายเฮนน่าตั้งครึ่งชั่วโมงแน่ะ!”
นลินาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระทึกผิดจังหวะขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพใบหน้าคมคายดุดันของท่านชีคคาลิลที่กำลังนั่งเปิดสมุดภาพลายเฮนน่าของสตรีฉายชัดขึ้นในหัว ชายผู้ครองแผ่นดินอันทรงอำนาจและเย็นชาเนี่ยนะ จะมานั่งเลือกลายเส้นบนมือให้เธอ?
“เขาคงแค่อยากให้ฉันมีอะไรทำแก้เบื่อมากกว่า” นลินาพยายามปรับน้ำเสียงให้เรียบตึง กลบความรู้สึกปั่นป่วนในอก
“เขาคงไม่อยากเห็นฉันเดินไปเดินมาในวังให้เกะกะสายตา”
“จริงเหรอคะ?” ยาซีราเลิกคิ้ว ยิ้มหยอกเย้า
“แต่ตอนที่ท่านชีคสั่งหนู นัยน์ตาของท่านชีคไม่ได้ดูเหมือนคนที่กำลังคิดว่าคุณนลินาเกะกะเลยนะคะ หนูรับใช้ในวังนี้มาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นท่านชีคมองใครด้วยสายตาแบบที่มองคุณมาก่อนเลยล่ะค่ะ”
“สายตาแบบไหนกัน...” นลินากระซิบถามเสียงแผ่วเบาจนแทบหลุดหายไปในลมมรสุมนอกหน้าต่าง
“สายตาเหมือนพญาอินทรีที่เจอสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด และกลัวว่าถ้าละสายตาไปแม้แต่เสี้ยววินาที สิ่งนั้นจะบินหายไปในอากาศน่ะสิคะ” ยาซีราวางกรวยบีบแป้งลง ยื่นมือไปแตะชาดอกส้มชงใหม่ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวนยื่นให้เธอ
“ลองดื่มชาส้มร้อน ๆ ดูสิคะ นี่ก็สูตรโปรดของท่านชีคเหมือนกัน ท่านบอกว่าถ้าคุณได้ลองลิ้มรสความหวานฉ่ำผสมความขมปลายลิ้นของส้มในทะเลทราย คุณจะเข้าใจเมืองนี้มากขึ้น”
นลินารับแก้วชามาถือไว้ ความร้อนจากแก้วส่งผ่านฝ่ามือไปถึงหัวใจ เธอลิ้มรสชาร้อนช้า ๆ รสชาติหวานฉ่ำของเนื้อส้มอบแห้งปะทะเข้ากับความขมบางเบาของชาดำและกลิ่นหอมของกระวาน เป็นรสชาติที่ซับซ้อนแต่กลับทิ้งความนุ่มนวลติดอยู่ที่โคนลิ้นอย่างน่าประหลาด ไม่ต่างจากตัวตนของชายที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
“แล้ว...” นลินาทอดสายตามองลวดลายเฮนน่าสีน้ำตาลเข้มที่เริ่มแห้งบนหลังมือ
“ปกติ เขาออกไปตรวจงานแบบนี้บ่อยไหม?”
“ถ้าพายุเข้าก็บ่อยค่ะ” ยาซีราตอบพลางเก็บอุปกรณ์
“แต่ปกติท่านชีคจะไม่เคยเร่งรัดให้ตาริกเตรียมม้าขี่กลับในวันเดียวกันเลยนะคะ เว้นแต่ครั้งนี้ ตอนเช้าหนูแอบได้ยินตาริกบ่นว่า ท่านชีคสั่งให้เตรียมม้าเร็วไว้ล่วงหน้า เพราะท่านจะรีบกลับมาให้ทันทานอาหารเย็น”
นลินามองออกไปนอกหน้าต่าง ม่านฝุ่นทรายสีทองยังคงหมุนวนอยู่กลางอากาศ แสงอาทิตย์เริ่มลดลงต่ำลงทุกที ลมหายใจของเธอหนักขึ้นนิดหน่อย ยามคิดถึงเวลาเย็นที่กำลังจะมาถึง สัมผัสแห้งของแป้งเฮนน่าบนผิวเนื้อ รสขมหวานของชาส้มบนลิ้น และเสียงหัวเราะของยาซีราที่ยังคงดังอยู่ข้าง ๆ ทุกอย่างในวังแห่งนี้ กำลังค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในความรู้สึกของเธอทีละน้อย โดยที่เธอไม่อาจต้านทานได้เลย
Chapter30กลิ่นหอมอบอวนของชาดอกมะลิยามเช้าโชยเตะจมูก เจือด้วยกลิ่นไอฝนโปรยปรายจาง ๆ จากสวนกล้วยไม้เบื้องนอก นลินาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าป่านสีขาวตัวหลวมกอดอกยืนมองละอองฝนที่เกาะเป็นหยดน้ำบนกระจกหน้าต่างห้องทำงานในบ้านพักย่านใจกลางกรุงเทพฯ เสียงจังหวะฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องดัง เปาะแปะ เปาะแปะ ให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น และแสนคุ้นเคย ผิดกับเสียงลมแล้งพัดทรายปะทะกระจกเพนท์เฮาส์สวีทกลางคาบสมุทรที่เธอเพิ่งเดินทางจากมาเมื่อแปดวันก่อนนิ้วเรียวบางแตะลงบนแหวนเพชรทรงหยดน้ำล้อมไพลินสีน้ำเงินเข้มบนนิ้วนางข้างซ้าย ความเย็นเยียบของเรือนทองคำขาวตัดกับอุณหภูมิผิวกายผ่าวร้อนที่เธอยังคงจดจำสัมผัสได้ดี เสียงสั่นครืด ครืดของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นต่อเนื่อง นลินาอมยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากอิ่ม จังหวะการหายใจขยับสม่ำเสมอทว่าแฝงรอยเต้นรัวใต้อกเธอไม่ได้รีบร้อนก้าวยาว ๆ ไปรับในทันที ทิ้งช่วงเวลาให้จังหวะริงโทนดังขึ้นอีกสองครั้งก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดรับสายแล้วยกขึ้นแนบใบหู“ยังไม่ถึงเวลาประชุมที่บริษัทไม่ใช่หรือคะ?” นลินาทักขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มเย้ายวน สายตาหลุบมองหยดน้ำฝนที่ไหลเปรอะกระจกปลายสายเงียบไปราวสี่วิ
Chapter29เสียงใบมะพร้าวและต้นอินทผลัมพริ้วไหวตามแรงลมยามสาย อากาศอบอ้าวปนไอแดดจัดจ้านภายนอกถูกเจือจางด้วยสายลมเย็นชุ่มชื้นจากน้ำพุหินอ่อนทรงอาหรับกลางลานคฤหาสน์โบราณ กลิ่นดอกมะลิสายพันธุ์อาระเบียนผสมกลิ่นอินทผลัมอบเนยและเครื่องเทศกานพลูหอมละมุนฟุ้งอบอวลทั่วโถงรับรองต้อนรับขนาดมหึมา หลังคาทรงโดมแกะสลักลวดลายเรขาคณิตสลับลายนกพญาอินทรีทอดเงาเป็นแนวโปร่งตาลงบนพื้นหินอ่อนขัดมันสีน้ำผึ้งนลินาสวมชุดเดรสยาวผ้าไหมไทยผสมผ้าฝ้ายสีครีมอ่อน แขนยาวทรงลูกไม้เรียบหรู ผมดำดกถูกรวบครึ่งศีรษะเปิดใบหน้าเนียนหวาน สองมือบางประสานเข้าหากันแน่นบนตัก จังหวะการหายใจขยับสั้นและเร็วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตสุกใสมองจับจ้องไปยังประตูซุ้มโค้งหินทรายด้านหน้า เสียงรถยนต์เครื่องยนต์ V8 ทรงพลังเคลื่อนเข้ามาจอดบนลานกรวด ขบวนรถ SUV สีดำเนี้ยบกริบสี่คันพร้อมรถตำรวจนำขบวนหยุดลงหน้ามุขคฤหาสน์ ประตูรถคันกลางเปิดออกโดยองครักษ์ในชุดเครื่องแบบอาหรับโบราณเต็มยศ ชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนและหญิงวัยเดียวกันในชุดผ้าไทยสีพาสเทลภูมิฐาน ก้าวลงมาจากรถตามด้วยชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้มที่มีสีหน้าทึ่งและ
Chapter28เสียงครางต่ำของสายลมราตรีปะทะกับแผ่นกระจกนิรภัยกรุรอบห้องสวีท ลมทะเลทรายภายนอกโหมกระหน่ำจนทรายเม็ดละเอียดปลิวว่อนชนกระจกดัง ซ่า ซ่า คล้ายเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ไอร้อนที่เคยอบอ้าวถูกบดบังด้วยความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศระดับห้าดาวกลิ่นกำยานไม้กฤษณาเข้มข้นเจือกลิ่นเทียนหอมอโรมากุหลาบดำและเบอร์กามอตลอยวนเวียนในมวลอากาศ อบอวลชวนให้จิตใจล่องลอยอยู่ในห้วงเสน่หานลินาสวมเสื้อคลุมยาวผ้าซาตินสีแชมเปญตัวบางนั่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งไม้แกะสลักโบราณ มือบางจับแปรงไม้ขึ้นมาหวีเรือนผมยาวดกดำของตัวเองช้า ๆ จังหวะการหายใจขยับขึ้นลงตื้นและแผ่วเบา ยามที่นัยน์ตากลมโตสุกใสทอดมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่รอยแดงระเรื่อจาง ๆ บนซอกคอและแนวกระดูกไหปลาร้ายังคงเด่นชัด รอยตราประทับที่ชายหนุ่มฝากไว้เมื่อคราวกดอารมณ์คลั่งรักลงบนเรือนร่างของเธอ เสียงก้าวเท้าหนักแน่นทว่านุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลังท่านชีคคาลิลในชุดกางเกงขายาวสีดำตัวเดียว ปลดท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นหนั่นและรอยแผลเป็นกร้าวแกร่งตามผิวกายผ่าวร้อน ก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอ รูปร่างสูงใหญ่ของเขาทอดเงาครอบคลุมร่
Chapter27เสียงสายลมทะเลทรายพัดกระพือหวีดหวิวปะทะกระจกกันกระแทกหนาพิเศษของเพนท์เฮาส์สวีท เสียงนั้นดัง วูบ...วูบ...แฝงความกดอากาศต่ำที่เริ่มก่อตัวภายนอก ไอแดดจัดจ้านยามบ่ายทอดเงาเป็นแนวทแยงยาวเหยียดบนพื้นหินอ่อนสีครีม กลิ่นชาสะระแหน่ร้อน ๆ ในแก้วใสส่งควันฉุย เจือกลิ่นน้ำมันหอมกฤษณาจาง ๆ ที่ยังคงตกค้างบนหมอนหนานุ่มในห้องนอน นลินาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีนู้ดตัวบางทับกางเกงขายาวทรงกว้าง นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานกระจกข้างระเบียง นิ้วเรียวบางเกร็งแน่นขณะถือปากกาสไตลัสค้างไว้เหนือหน้าจอแท็บเล็ตนานหลายนาที สายตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่แบบร่างชุดราตรีตรงหน้าจอ แต่ละสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกอย่างคนมีเรื่องในใจจังหวะการหายใจของเธอสะดุดกึก ยามที่ตาริกก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นด้วยจังหวะการเดินที่รวดเร็วกว่าปกติ เสียงส้นรองเท้าคอมแบทหนังกระทบพื้นดัง ตึง! ตึง! องครักษ์หนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะค้อมศีรษะให้นลินาเล็กน้อย“คุณนลินาครับ...” ตาริกเอ่ยภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงต่ำตึง“ทางสภาชนเผ่าเริ่มการประชุมแล้ว แต่สถานการณ์มีความตึงเครียดมากกว่าที่คาดไว้ครับ”นลินาค่อย ๆ วางปากกา
Chapter26กลิ่นไอทะเลทรายยามค่ำคืนพัดผ่านระเบียงหินอ่อนของเพนท์เฮาส์ห้องสวีท นำพาความเย็นชืดปะปนกลิ่นกุหลาบอาระเบียนและไม้หอมที่ลอยมาจากสวนลอยฟ้าด้านล่าง แสงไฟเมืองยามราตรีส่องสะท้อนกระจกบานโตระยิบระยับ ทว่าภายในห้องกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงพัดลมแอร์ที่ทำงานแผ่วเบา และเสียงแก้วไวน์เจียระไนกระทบลงบนโต๊ะไม้ เนื้อหนา นลินานั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่ตัวยาว ส้นสูงสีนู้ดถูกถอดทิ้งไว้ข้างฐานโซฟาอย่างไม่เป็นระเบียบ รองเท้าส้นเข็มราคาแพงที่ใส่ออกงานเมื่อครู่ทิ้งรอยแดงเป็นแถบเล็ก ๆ ไว้บนหลังเท้าเรียวบาง นิ้วมือบางขยับลูบคลำรอยกดทับนั้นช้า ๆ จังหวะการหายใจขยับเข้าออกเป็นจังหวะยาวและลึก ความเหนื่อยล้าจากสายตาและแรงปะทะทางอารมณ์ในงานเลี้ยงยังคงตกค้างอยู่ในมวลอากาศ สร้อยเพชรไพลินน้ำหนึ่งยังคงโอบรัดอยู่บนลำคอขาวผุดผาด ความเย็นของทองคำขาวและอัญมณีชิ้นโตซึมผ่านผิวเนื้อ จนผิวกายส่วนนั้นหนาวเกร็งขึ้นเป็นลอนคลื่นเบา ๆ เสียงส้นเท้าหนังกระทบพื้นไม้หมากรุก ท่านชีคคาลิลเดินออกมาจากห้องแต่งตัว เขาสลัดเสื้อสูททักซิโด้ทิ้งไปแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอลงมาสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกำยำและรอยสักลายอาหรับโบ
Chapter25เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงจากวงออร์เคสตราสี่ชิ้นดังกังวานก้องทั่วห้องโถงแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว กลิ่นดอกลิลลี่พันธุ์อาราเบียนสีขาวนวลผสมกลิ่นแชมเปญชั้นเลิศและน้ำหอมราคาแพงฟุ้งอบอวลในอากาศ ไฟคริสตัลระย้อยขนาดมหึมาบนเพดานสูงทอดแสงสีส้มทองวาววับ สะท้อนกับแก้วเจียระไนและสร้อยเพชรบนเรือนร่างของบรรดาแขกเหรื่อชั้นสูงบรรยากาศเต็มไปด้วยเหล่านักการเมืองระดับประเทศ ทูตานุทูตจากหลากหลายทวีป และเหล่านักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลแห่งคาบสมุทรอาหรับ เสียงแก้วทรงสูงกระทบกันดังกริ๊ง ผสานกับเสียงหัวเราะอย่างมีชั้นเชิงและบทสนทนาโต้ตอบภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับสำเนียงเป็นทางการพรึบ!แสงไฟส่วนหนึ่งในห้องโถงพลันดึงจังหวะดิ่งลงเล็กน้อย ยามที่ประตูบานซุ้มหินอ่อนขนาดมหึมาด้านหน้าเปิดออกช้า ๆ เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ภายในงานเริ่มชะงักกึก จังหวะการก้าวเท้าของแขกเหรื่อค่อย ๆ ชะลอลง นัยน์ตานับร้อยคู่พร้อมใจกันผินกลับไปจ้องมองผู้มาใหม่ที่กำลังก้าวผ่านบานประตูเข้ามา ท่านชีคคาลิลในชุดทักซิโด้สีดำสนิทตัดเย็บประณีต รูปร่างสูงใหญ่สง่างามดุจพญาอินทรีแห่งทะเลทราย ก้าวเดินเข้ามาอย่างมั่นคง สายตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มดุดัน







