Home / รักโบราณ / บุปผาซ่อนไฟ / ตอนที่2 มิอาจยอมรับได้

Share

ตอนที่2 มิอาจยอมรับได้

last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-29 14:28:54

ครึ่งชั่วยามต่อมา

         หลิวหนวนหนวน เปลี่ยนจากนั่งในรถม้า เป็นมาควบอาชาคู่ใจของนางแทน หญิงสาวในชุดบุรุษ ดูคมเข้มยิ่งนัก ต่างจากเมื่อครู่ที่นางนอนเอนกายในรถม้า ที่นางปล่อยให้เป็นตัวตนแท้จริง หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้าง เมื่อเห็นหลังคาเรือนพัก ที่มีไว้รับรองคนจากสกุลหลิวและเจียง พี่สาวของนางคงรออยู่ในนั้นแล้วเป็นแน่ เหอะ! ความฝันบ้าบอนั่น จะมาทำให้นางหวาดหวั่นได้อย่างไรกัน ในเมื่อเบื้องหน้าคือพี่สาวของนาง ที่รอนางอยู่

         “ท่านพี่หลิวเอิน ท่านว่าพี่หญิงอินอิน จะจำข้าได้หรือไม่ขอรับ”

         เจียงสือเอ่ยถามญาติผู้พี่ แน่นอนว่าเขาคุ้นเคยกับชื่อหลิวเอิน มากกว่าชื่อแท้จริงของญาติผู้พี่ ชายหนุ่มเวลานี้โตเต็มวัย และมีความสูงเพิ้มขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อน ที่ได้พบกับพี่หญิงอินอิน

         “หึ ๆ ต่อให้เจ้าจะสูงกว่านี้อีกสักหน่อย นางก็ยังคงจดจำเจ้าได้”

         หญิงสาวปรับน้ำเสียงให้เข้มขึ้น เยี่ยงบุรุษหนุ่มทั่ว ๆ ไป ก่อนจะกระตุ้นม้าให้ออกเดินต่อ เหล่าทหารที่คุ้นเคยกับคุณหนูใหญ่สกุลหลิว ต่างพากันหัวเราะอย่างครื้นเครง เมื่อนึกถึงสุราชั้นดีจากเมืองหลวง ที่คุณหนูใหญ่ มักนำมาฝากพวกเขาอยู่เสมอ รวมถึงเหล่าองรักษ์คิดตามคุณหนูใหญ่ ที่เป็นสหายร่วมดื่มกินยามพบหน้า

         “เร็วเข้าเร่งฝีเท้าหน่อย”

         เจียงสือ สั่งการเสียงดัง ใบหน้าของทุกคนเปื้อนยิ้ม ที่จะได้พบมิตรที่คุ้นเคยจากเมืองหลวง ทว่าเมื่อทุกคนมาถึงหน้าเรือนพัก สิ่งที่ผิดแผกไปก็พลันพุ่งขึ้นมาในใจ ความเงียบที่ไม่ควรมี และกลิ่นอันคุ้นเคยของเหล่านักรบ ทำให้ทุกคนรีบเหวี่ยงกายลงจากหลังม้าในทันที มันคือปฏิกิริยาของการป้องกันตัว แอ๊ด! เสียงประตูเปิดออกอย่างช้า ๆ ทุกคนถึงกับกลั้นหายใจไปชั่วขณะ เมื่อกลิ่นคาวเลือดโชยเข้าจมูก

         “ไม่!”

         หลิวเอินพุ่งตรงไปยังหน้าประตู สิ่งที่นางเห็นคือชายชราที่มีบาดแผลเต็มกาย กำลังพยายามยื่นมือออกมาดันที่ประตู พ่อบ้านชรา ที่พยายามจะดันประตูให้ออกกว้างกว่านี้ แต่เขาทำมันไม่ได้ ด้วยแรงที่เหลืออยู่มันช่างน้อยนิดเหลือเกิน มาแล้ว...คุณชายหลิวเอินมาแล้ว เพียงเห็นเห็นหน้าของคุณชาย มือที่ยกค้างก็ตกลงพื้นอย่างสิ้นเรี่ยวแรง

         “ดูแลเขา”

         หลิวเอิน สั่งการเสียงเครียด ก่อนที่นางจะเร่งฝีเท้าตรงไปยังตัวเรือน ตลอดทางเดินที่นางก้าวผ่าน เต็มไปด้วยร่างของคนจากจวนมหาเสนาบดี ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างที่สุด พี่สาวของนางเล่า

         เจียงสือวิ่งตามญาติผู้พี่มาติด ๆ ใจของเขาในตอนนี้ มันไม่ได้มีความยินดีที่จะได้พบหน้าเช่นในคราแรก แต่มันเต็มไปด้วยความกังวล มือเรียวผลักบานประตูเรือนให้เปิดออก...

         “อ๊าก!!!! พี่หญิง”

         ภาพที่เห็นมันไม่ต่างจากความฝันของนางเลยสักนิด หลิวเอินพุ่งเข้าไปด้วยความเร็ว ที่เหนือกว่าคนปกติ นางสะกิดปลายเท้าเหินขึ้นไปยังร่างของพี่สาว ที่ถูกมัดห้อยตัวอยู่บนขื่อเรือน หญิงสาวโอบกอดร่างของพี่สาวเอาไว้แน่น ก่อนจะตัดเชือกพาร่างนั้นลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา

         “พี่หญิงอินอิน”

         เจียงสือ ได้แต่ยืนนิ่งราวถูกสาป เมื่อเห็นสภาพของญาติผู้พี่ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรื่นเริง พลันแดงก่ำราวสีเลือด

         “พี่หญิง...ข้ามารับท่านแล้ว ไยจึงไม่รอข้าเล่า”

         หลิวเอิน ยกมืออันสั่นเทา วางทาบบนใบหน้าของพี่สาวอย่างเบามือ ไยจึงเป็นเช่นนี้เล่า นางเฝ้ารอที่จะได้พบหน้ากัน ก่อนที่พี่สาวของนางจะออกเรือน มันควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เช่นในทุกครั้งที่พี่สาวของนางมาเยือน เพราะนางคือความลับของสกุลหลิว คนที่ต้องเดินทางมาที่นี่ จึงเป็นพี่สาวผู้แสนดีของนาง หญิงสาวขบกรามแน่น เมื่อนึกถึงความจริงที่นาง ไม่อาจเดินทางกลับไปเมืองหลวงได้อย่างเปิดเผย เพราะต่อให้นางอยู่ในคราบของบุรุษ ก็ใช่ว่าจะหลุดรอดสายตาของศัตรูได้ตลอดเวลา ดังนั้นพี่สาวของนางจึงเลือกเป็นฝ่ายมาเยือนแทนทุกครั้ง

ภายนอกตัวเรือน เหล่าทหารที่ติดตามมา ต่างพากันคุกเข่าก้มหน้านิ่ง สิ่งที่พวกเขาพบเจอในวันนี้ มันมิใช่สิ่งที่พากันวาดหวัง ภาพรอยยิ้มเสียงหัวเราะ ที่ทุกคนคิดว่าจะได้พบ มันกลับเป็นกองซากศพของเหล่าสหาย ที่วันนี้พวกเขาควรได้ร่วมดื่มกินกันอย่างครื้นเครง ทุกคนต่างนิ่งเงียบเพื่อไว้อาลัย ให้แก่นายหญิงน้อยและเหล่าทหารติดตามของนาง

ใช้เวลาอยู่พอสมควร เหล่าทหารจึงลุกขึ้น ช่วยกันจัดการกับศพของสหายจากมเองหลวง แม้ไม่ได้จัดงานใหญ่โตอย่างสมเกียรติ แต่ก็ไม่คิดที่จะปล่อยทิ้งขว้างเช่นผีไร้ญาติ เรื่องนี้คงยังไม่อาจเปิดเผยออกไปได้ ตราบใดที่หาคนร้ายยังไม่พบ

         “เรื่องนี้อย่าได้แพร่งพราย ข้าจะพาพี่หญิงกลับจวนเจียง”

         หลิวเอิน อุ้มร่างไร้ลมหายใจของพี่สาว ที่ห่อด้วยผ้าคลุมของนางเอาไว้เป็นอย่างดี ก้าวเดินออกมาหยุดอยู่หน้าประตูเรือน พร้อมกับสั่งการเสียงเรียบ หากพี่สาวของนางปรากฏตัวอีกครั้งที่เมืองหลวง นางอยากรู้นักว่าจิ้งจอกตัวใดจะเคลื่อนไหวก่อนกัน และไม่ว่าจะเป็นตัวไหน นางก็จะไม่เหลือทางให้พวกมันได้เดิน

         “ต้องเป็นคนภายใน หาไม่แล้วใครจะลงมือได้โดยที่พวกเขามิทันตั้งตัว”

         เจียงสือเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียง ที่เต็มไปด้วยความเจ็บร้าว เขาใช้สายตาสำรวจทุกอย่างในเวลาอันสั้น ไม่ต้องคาดเดาสิ่งใดให้มากความ เพราะมีเพียงคนในเท่านั้น ที่จะลวมือโดนคนทั้งคณะไม่ทันระวังตัว

         “จะเป็นใครข้าไม่สน ข้าจะทำให้พวกมันต้องชดใช้”

         หญิงสาวเอ่ยออกมาอีกครั้ง ก่อนจะพาร่างพี่สาวเดินตรงไปยังหน้าประตูจวนพัก ทุกก้าวของนาง ราวกับแบกภูเขาทั้งลูก มันช่างหนักอึ้งจนแทบก้าวเท้าไม่ออก ข้าจะพาพี่กลับไปหาท่านตาเองนะเจ้าคะ และข้าจะตามล่าพวกมันต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะลากพวกมันลวนรกไปกับข้า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่67 ประชดหรือ

    “ท่านทำเพื่อนางอย่างนั้นหรือ” หนิงเชียวยังเชื่อว่าที่เขาทำเช่นนี้ เพื่อประชดนางที่ไม่แต่งงานกับเขา ตามสัญญาหมั้นหมาย หญิงสาวจึงเอ่ยถามออกไป ด้วยความมั่นใจ แม่ทัพหนุ่มทำเพียงเพื่อให้นางหึงหวง และเขาทำสำเร็จ นางกำลังหวงเขาที่เป็นของนางตั้งแต่แรก “ข้ามั่นใจว่าหูเจ้ายังคงปกติดี ไยจึงเข้าใจสิ่งใดยากเย็นนักเล่า ส่งแขก!” แม่ทัพหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ ก่อนจะสั่งพ่อบ้าน ส่งแขกที่เขาไม่ได้เชื้อเชิญ ก่อนจะหันไปคว้ามือว่าที่ภรรยา หลิวอินอิน เดินตามการจับจูงของแม่ทัพหนุ่ม นางก้าวเคียงข้างรถเข็ญ เข้าไปในเรือน โดยที่คนทั้งสามไม่ได้สนใจ ต่อเสียงหวีดร้อง ด้วยความไม่พอใจ นางถูกรั้งตัวพาออกไปยังประตูจวน หญิงสาวแสดงอาการขัดขืนอย่างที่สุด ไม่ว่าอย่างไรนางก็คือฮูหยินสายรอง เจ้าพวกคนชั้นต่ำนี้ กล้าดีเยี่ยงไรมาแตะต้อง เนื้อตัวของนาง หญิงสาวพยายามสะบัด มือของพ่อบ้านให้หลุด ออกจากต้นแขนของนาง ทว่ามือของชายชรา กับแข็งราวเหล็กกล้า “ปล่อยข้านะ เจ้าคนชั้นต่ำ เอามือสกปรกของเจ้าออกไปพ้นเนื้อตัวข้าเดี๋ยวนี้” หญิงสาวยังคงพยายามที่จะดื้อดึง ไม่ก้าวเดิน ต

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่66 อดีตคู่หมั้น

    ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ จวนแม่ทัพสกุลจ้าวหลิวอินอิน ได้ก้าวลงจากรถม้า ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าประตูจวน วันนี้นางตั้งใจนำขนม ที่ซื้อหอชุ่นเทียน เพื่อเอามาฝากจ้าวหรูอี้ และว่าที่สามี ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขึ้นบันไดหน้าจวน ก็มีรถมาคันหนึ่ง เคลื่อนเข้ามาจอดเสียก่อน หญิงสาวจึงหันกลับไปมอง ก่อนจะคลี่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นแล้วว่าคนที่ลงมาจากรถม้าคือผู้ใด “ดูเหมือนความยุ่งยาก เฉกเช่นคนเมืองหลวง เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้วสินะ!” หญิงสาวเอ่ยเบา ๆ กับชุ่ยผิง นางไม่ได้ชื่นชอบความวุ่นวาย กับการช่วงชิงบุรุษ ของหญิงสาวมากมายในเมืองหลวง เพียงเพื่อให้ตนเองมีจุดยืน เพราะสำหรับนางแล้ว นับตั้งแต่จำความได้ นางมีจุดยืนอันแน่วแน่ของตนเอง มาตั้งแต่ต้น มิเว้นแม้แต่พี่สาวผุ้ล่วงลับของนาง ก็ไม่ต้องพึ่งพิงอำนาจของบุรุษ ในการมีชีวิตรอด นี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผล ที่พี่สาวของนางถูกลอบสังหาร จิ้งจอกหลายตัวเริ่มโผล่หัวออกมาแล้ว นางแค่ยังคงแสดงต่อไป “อ้าว...นึกว่าผู้ใด หนูใหญ่หลิวนี่เอง ลมอันใดหอบให้เจ้า มาที่จวนแม่ทัพเล่า” ยังไม่ทันที่หลิวอินอิน จะได้ตัดสินใจก้าว เข้าไปในจวนตามความตั้งใจเดิม เสียงจาก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่65 มุ่งมั่น

    “เอาเป็นว่าเรื่องนี้ แล้วค่อยมาคุยกันเมื่อ เจ้าอารมณ์เย็นลงกว่านี้อีกสักหน่อย” จ้าวเทียนหลง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียง ดูสงบนิ่งที่สุด เพื่อยุติปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ด้วยอารมณ์ของภรรยา กำลังเดือดดาลอย่างที่สุด หากเวลานี้ เขายังขัดขวางตอนนางอยู่ ผลที่ออกมา ย่อมมิใช่เรื่องที่ดี ซึ่งนางไม่เคยที่จะพูดจา หรือแสดงสีหน้าเช่นนี้ ต่อเขาและมารดามาก่อนเลย แต่เมื่อนางกล้าที่จะทำ นั่นหมายความว่านางเอาจริงแล้ว “แต่นาง...” “ท่านแม่ กลับไปพักผ่อนที่เรือนสักครู่เถอะขอรับ นางมีหน้าที่ดูแลจวน อย่างไรเสีย ก็เป็นหน้าที่ของนาง ท่านแม่ควรอยู่ให้สบายเถอะขอรับ” ยังไม่ทันที่เจ้าฮูหยิน จะได้เอ่ยสิ่งใดออกมา จ้าวเทียนหลง รีบเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน เขารู้ดีว่ามารดา กำลังไม่พอใจ กับสิ่งที่ภรรยาของเขา เอ่ยออกมา แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อ ทั้งจวนรอง ล้วนอยู่ได้เพราะนาง หากมารดายังดึงดันไม่ให้เรื่องยุติ คงเกิดเรื่องใหญ่ตามมา จนยากที่จะประสานรอยร้าว ให้กลับมาเหมือนเดิมได้ “นับเจ้ายังรู้คิดจ้าวเทียนหลง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ข้าจะยินยอม เป็นเบี้ยในกระดานของเจ้า หาก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่64 กุมอำนาจ

    “หนิงเซียว เจ้าหยุดได้แล้ว เรื่องในอดีตเจ้าจะขุดคุ้ย ขึ้นมาเพื่อสิ่งใดกัน หรือเจ้าคิดว่าเวลานี้ เจ้าช่วยเหลือเจ้าได้มากอย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินคำสบประมาทจากภรรยา จ้าวเทียนลง อยากที่จะพุ่งเข้าไป บีบคอนางเสียให้ตายคามือ แต่เพราะเวลานี้ นางยังมีประโยชน์ สำหรับเขาและมารดา หากจะลงมือให้นางถึงตาย ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยินยอม ให้นางแสดงความโอหัง เหนือเค้าที่เป็นสามีได้ตามแต่ใจ ตราบใดที่เขายังขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำครอบครัว นางจะพอใจต่อการกระทำของเขาหรือไม่ นั่นมิใช่สิ่งที่นาง จะมาแสดงออกต่อหน้าเขา “เหอะ! ข้าขุดคุ้ยเยี่ยงนั่นรึ การที่ข้ากล้าที่จะเอ่ยปาก ถึงความบกพร่องในตัวของเจ้าออกมา นั่นเพราะข้ายังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เจ้าในฐานะสามีอยู่ แต่จำไว้ให้ดี ว่าถ้าวันไหน ข้าไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาจากปากอีก นั่นหมายความว่า ในสายตาของข้า เจ้าก็มีต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง ที่ข้าพร้อมจะโยนทิ้งเมื่อใดก็ได้” “นังคนสารเลว! เจ้าอาจหาญด่าทอบุตรชายของข้า ทั้งยังหยามหมิ่นเขา ต่อหน้าข้าที่เป็นมารดา เจ้าช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย” จ้าวฮูหยิน ตวาดด่าทอลูกสะใภ้เส

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่63 ลองดู

    จวนจ้าวสายรอง จ้าวฮูหยิน กำลังมองตรงไปยังลูกสะใภ้คนรอง ด้วยแววตาชิงชัง อย่างไม่คิดที่จะปกปิดเอาไว้แม้แต่น้อย ลูกสะใภ้ที่นางเคยหมายมั่นเอาไว้ ว่าจะต้องนำพาบุตรชายคนรองของนาง ให้ก้าวสู่อำนาจในภายหน้า ด้วยการหนุนนำจากสกุลเดิมของลูกสะใภ้ ทว่าจนถึงเวลานี้ บุตรชายสุดที่รักของนาง ยังไม่ก้าวข้ามตำแหน่ง ขุนนางชั้นเล็ก ๆ ไปไม่ได้เลย ครั้งก่อนที่บุตรชาย ได้ก้าวเข้าสู่ราชสำนัก ก็ด้วยอำนาจของบุตรชายคนโต ที่แลกมากับการรับจ้าวหรูอี้ เป็นบุตรสาวสายตรง แต่เวลานี้ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามที่นางคาดหวัง แม้เพียงครึ่งเสียว “ท่านแม่มองข้าเยี่ยงนี้ หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ หรือกำลังตำหนิว่าขา ไม่อาจทำในสิ่งที่ต้องการได้เจ้าคะ” หนิงเชียวเอ่ยถามแม่สามี ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้อ่อนน้อม อย่างที่เคยเป็น นางอดทนมามาก พอแล้ว กับการถูกกดดัน และข่มเหงทางความรู้สึก ผู้ใดจะไปรู้เล่า ว่าการถอนหมั้นกับเจ้าเทียนฉี แล้วเลือกแต่งงานกับเจ้าเทียนหลง ชีวิตของนางจะแปรเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ มิใช่ดีขึ้น ทว่ามันตรงกันข้าม... “หนิงเชียว เจ้ากล้านักนะ ที่ใช้น้ำเสียงและสายตาเช่นนี้ต่อขา ใช่และอย่างไร! ข้าก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่62 เคารพเงิน

    “เช่นนั้น! ก็อย่าได้หาว่า พวกข้ารังแกสตรี” หัวหน้าของผู้มาเยือน ชี้ปลายกระบี่ไปยังหน้าของสาวใช้ นางก็แค่สตรีพูดหนึ่ง ที่เรียนรู้วิชายุทธ์ก็เท่านั้น หากเทียบกับบุรุษแล้ว เขามั่นใจว่า นางไม่มีทางทัดเทียมก็ได้ หากเป็นชายเจ้าของบ้าน นั่นใช่! เขายอมรับว่าคนผู้นั้น เขารู้สึกหวั่นไหวและกริ่งเกรงอยู่ในใจ แต่กับนาง สาวใช้ต่ำชั้น หาได้ทำให้เขา มีความรู้สึกหวาดกลัวได้เลยแม้แต่น้อย “อย่าเสียเวลาเลย หากชาหมดกา นายข้าต้องรีบกลับจวน สตรีในห้องหอ มิอาจเที่ยวเล่นนอกจวน ได้ตามอำเภอใจ” แค่ก ๆ เสียง ไอถี่ดังขึ้น จากชายเจ้าของบ้าน ก่อนที่เขาจะชำเลืองมอง ไปยังสตรีในห้องหอ ผู้ที่ไม่อาจไปไหนตามอำเภอใจได้ ช่างเป็นคำนิยาม ที่ไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย ด้วยรู้จักกันมานาน ทั้งยังทำการค้าด้วยกันมาหลายปี หญิงงามผู้นี้ ยังห่างไกลคำว่า สตรีในห้องหอประหนึ่งท้องฟ้าสูงกับหุบเหวลึก! “ท่านจะรีบดื่มไปทำไม ไม่ต้องเร่งเร้าให้ข้ารีบกลับบ้าน อย่างไรเสียค่าสตรีผู้บอบบาง ย่อมมิรั้งอยู่ รบกวนท่านนานอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ผู้ที่กำลังหน้าดำหน้าแดง จากการสำลักน้ำชา มีหรือน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status