مشاركة

บทที่ 7

last update تاريخ النشر: 2026-01-24 07:03:08

“อวี้เหลียนหรือ” หลินเจ๋ออี้มีท่าทีประหลาดใจ เขามองมายังเยว่ป่ายเหอก่อนมองไปยังหม่าเซียวหราน “ที่แท้เจ้าก็มีนามว่าอวี้เหลียน” เขาพึมพำราวกับได้รับความอยุติธรรมที่ตนรู้ชื่อของนางเป็นคนสุดท้ายในที่นี้

“ข้าพยายามตามหาเจ้า...” ไม่เอ่ยเปล่าหลินเจ๋ออี้ก้าวมาข้างหน้า

“พวกท่านอย่าเพิ่งก้าวเข้ามา” หลี่เทียนเสียงเอ่ยเมื่อมองเห็นคนทั้งหมดกำลังจะก้าวเข้ามายังลานกว้าง

เขาหรี่ดวงตาก่อนมองไปโดยรอบ “รอยเท้าพวกนี้สับสนจนเกินไป ไม่อาจมองแยกแยะแล้ว” หลี่เทียนเสียงมองไปโดยรอบเพื่อมองหาสิ่งผิดปกติ

“ไม่จำเป็นแล้ว คนร้ายมีเพียงคนเดียว อีกทั้งน่าจะรู้จักกับผู้ตายทั้งสองเป็นอย่างดี” เยว่ป่ายเหอก้าวเดินตรงไปยังหลินเจ๋ออี้ “ข้าต้องการพบสาวใช้ผู้นั้น ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เป็นคนแรก” นางเอ่ยเสียงเรียบก่อนชะงักเมื่อหลี่เทียนเหวินก้าวเข้ามาขวาง

“แม่นาง...”

“เรียกข้าว่าอวี้เหลียน ข้าไม่มีแซ่” นางเดาออกถึงท่าทีลำบากใจของเขา

        โจวจื่อหยวนพยักหน้า “ข้าเองก็เหมือนจะเคยได้ยินมาบ้างว่านอกจากรองประมุขทั้งสองที่ใช้แซ่เยว่แล้ว คนของวังบุปผาจะมีชื่อที่เป็นสัญลักษณ์ของตัวเองไปจนตาย เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องเหลวไหล”

หม่าเซียวหรานยิ้มในหน้า “แม่นางอวี้เหลียน เมื่อครู่ท่านบอกว่าคนร้ายมีเพียงคนเดียว อีกทั้งน่าจะรู้จักสนิทสนมกับผู้ตายเป็นอย่างดี อาศัยหลักฐานใดหรือ”

“ถามเขาสิ เขาน่าจะรู้แล้ว” เยว่ป่ายเหอมองหลี่เทียนเสียง แต่อีกฝ่ายกลับเงยหน้ามองไปบนกำแพงสูง ซึ่งอีกด้านเป็นหน้าผาสูงชันเพียงใดทุกคนล้วนตระหนักดี

“แม่นาง...ลงไปดูด้านล่างแล้วกระมัง”

“ลงแล้วอย่างไร ไม่ลงแล้วอย่างไร” นางเพียงตอบเขาสั้น ๆ

ทุกคนที่ยืนอยู่กลับมีท่าทีตื่นตระหนก หุบเหวด้านหลังสูงชันจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหุบเหวแห่งความตาย แต่สตรีตรงหน้ากลับลงไปโดยที่เสื้อผ้าของนางยังคงสะอาดไร้ร่องรอยขีดข่วน หรือคราบสกปรก จะให้พวกเขาเชื่อว่าอย่างไรเล่า

“แต่หุบเขานั่น...”

เยว่ป่ายเหอยิ้มที่มุมปาก “ท่านไม่ต้องลงไปที่ก้นเหวหรอก ข้าหาได้เก่งกาจปานนั้น ขึ้นไปดูก็จะรู้ มองจากบนกำแพงจุดที่ข้ายืนเมื่อครู่จะมองเห็นหุ่นฟางสวมเสื้อผ้าครบชุดตัวหนึ่งติดอยู่ตรงกิ่งไม้”

“อะไรนะ” ทุกคนอุทาน

“หากไม่ใช่วันที่วิสัยทัศน์ปลอดโปร่ง แน่นอนว่าคงโดนเมฆหมอกบัง วันนี้แดดจ้ามองทะลุลงไปเห็นอย่างชัดเจน” นางเอ่ยเสียงเรียบ

“แล้วที่บอกว่าผู้ตายน่าจะรู้จักสนิทสนมกับผู้ตายเป็นอย่างดีเล่า” หลี่เทียนเสียงไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเช่นทุกคน ใบหน้าของเขาเรียบเฉยในยามที่เอ่ยถามหญิงสาว

“สตรีนางนั้นน่าจะนัดแนะกับใครสักคน นางยืนอยู่ตรงนั้นใกล้กำแพง ทั้งยังยืนอยู่กับคนร้าย จากนั้นมีใครอีกคนเดินเข้ามาเห็นเห็นการณ์ คนร้ายซัดอาวุธเข้าใส่ลำคอของผู้มาใหม่ สตรีนางนั้นเข้ามาขัดขวางเขาจึงจำต้องปลิดชีพนาง ก่อนเหวี่ยงร่างคนทั้งคู่ไปยังจุดนั้น”

นิ้วเรียวชี้ไปยังจุดที่พบศพของเซียวฟู่หรงและเกาชิงหลิว

“ช่างคาดเดาได้เป็นฉาก ๆ เจ้าอยู่ในเหตุการณ์หรือไร” หลิ่วเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน

“เป็นอย่างที่นางพูดจริง ๆ” หลี่เทียนเสียงชี้ไปยังพื้นใกล้ทางเดินซึ่งมีคราบเลือดจุดเล็ก ๆ อยู่ “หยดเลือดตรงนี้คงกระเด็นออกมาในยามที่อาวุธถูกซัดออกมาในระยะไกล จากจุดนั้นมาถึงจุดนี้ หากคนร้ายมีวรยุทธ์สูงและอาวุธที่ใช้ปักเข้าไปยังลำคอของผู้ตาย เลือดที่ออกมาจากบาดแผลก็จะยังไม่มาก แต่หากเขาล้มลงแล้วคว่ำด้านที่มีบาดแผลลงบนพื้น หยดเลือดก็จะคงมีให้เห็น หากไม่สังเกตข้าเองก็แทบจะมองไม่เห็นเช่นกัน เลือดที่ออกมาจากจุดที่ศพอยู่ น่าจะเกิดจากการที่คนร้ายดึงอาวุธสังหารออกจากบาดแผล”

“ข้าต้องการพบสาวใช้นางนั้น” เยว่ป่ายเหอแจ้งความประสงค์อีกครั้ง

“เช่นนั้นคงต้องรบกวนคุณชายหม่านำทางเพราะผู้อาวุโสห้ามมิให้ผู้ใดพบนาง” หลี่เทียนเสียงหันมามองหม่าเซียวหราน

“เช่นนั้นก็ได้ ข้าให้คนเฝ้านางเอาไว้แล้ว เชิญทางนี้” หม่าเซียวหรานผายมือ ก่อนเดินนำคนทั้งหมดออกไปยังจุดเกิดเหตุ

แต่ถึงอย่างนั้นยังไม่ทันที่พวกเขาจะก้าวพ้นประตู เสียงของความวุ่นวายที่อยู่ห่างออกไปกลับทำให้เยว่ป่ายเหอถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง

หลี่เทียนเสียงเองก็ขมวดคิ้วแล้วเหลือบไปมองหญิงสาว สองคนสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาแล้วพบว่าเหล่าคุณชายตัวแทนจากตระกูลใหญ่และหลินเจ๋ออี้หายตัวไปแล้ว นัยว่าพวกเขาคงรุดไปดูเหตุการณ์อย่างแน่นอน

“โดนปิดปากไปแล้วกระมัง” เยว่ป่ายเหอพึมพำ

“แม่นางหมายถึงสาวใช้นางนั้นหรือ”

“พวกท่านคนกลุ่มใหญ่ยกโขยงกันมาเพื่อดูสถานที่เกิดเหตุ บุรุษมากมายเดินไปเดินมา อีกทั้งข่าวที่ท่านเดินทางมายังกวงหมิงซานก็ลือกันทั้งหวงยี่ซาน คนร้ายไม่ลงมือกลบเกลื่อนสิ่งที่อาจเปิดโปงเขาได้ ย่อมโง่งมเต็มทน”

เยว่ป่ายเหอเอ่ยจบก็ก้าวเดินไปช้า ๆ ข้าง ๆ นางยังมีหลี่เทียนเสียงที่รักษาระยะห่างอย่างเหมาะสม

“แม่นางคิดเช่นไรกับสถานที่เกิดเหตุ” ชายหนุ่มถามขึ้น

ทั้งสองยังคงครุ่นคิดอย่างใจเย็น ในยามที่ก้าวเดินไปยังต้นเสียง ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นหาได้อยู่ในความสนใจของทั้งเขาและนาง

“หุบเขาแห่งนี้สูงรองลงมาจากเหลียนหัวซานของตระกูลหลี่ กระนั้นคนที่สามารถเหินกายออกไปจากจุดเกิดเหตุมีเพียงสี่คน และพวกเขาแต่ละคนก็อยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหม่าในยามที่เกิดเรื่อง สาวใช้นางนั้นให้การณ์ว่าคนร้ายหนีไปโดยใช้เส้นทางหลังกำแพง แน่นอนว่าเรื่องนี้สี่ตระกูลย่อมถูกพุ่งเป้า แต่กลับจงใจทิ้งหุ่นฟางเอาไว้ให้เห็น ทั้งที่สามารถโยนลงไปในหุบเขาลึกได้”

เยว่ป่ายเหอกางพัดออกสะบัดเบา ๆ ท่าทีของนางราวกับทำไปเพราะความเคยชิน หากแต่พอนึกขึ้นได้ก็รีบตวัดพัดปิดอย่างแรง จึงไม่ทันสังเกตเห็นความประหลาดใจที่วูบไหวในดวงตาของหลี่เทียนเสียง

ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้นางอย่างลืมตัว เมื่อได้กลิ่นหอมเย็นโชยออกมาจากตัวพัด ใบหน้ายังคงเรียบเฉยในยามที่เดินตามหญิงสาวไปเงียบ ๆ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 64 จบ

    นี่อาจเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดแล้ว...เขาเองก็ไม่ต้องจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ที่ต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต อย่างน้อยเขาก็ได้ส่งบุตรชายไปดูแลทายาทคนเดียวของเหอจือวั่นแม้ไม่อาจทดแทน อย่างน้อยความรู้สึกผิดท่วมท้นก็บรรเทาลง เพื่อความสบายใจของเขาเอง...ยังไม่ทันที่จะได้ออกจากเหลียนหัวซาน เยว่จื่อจิงพลันขมวดคิ้ว สายตาของนางกวาดมองไปยังด้านหลัง ทำให้หลี่เทียนเหวินเองก็มีท่าทีระแวดระวัง รถม้าขนาดกลางซึ่งกำลังวิ่งตามมาด้านหลัง ทำให้คนทั้งสองหรี่ตาลงมองไม่วางตาผู้ที่บังคับรถม้าสวมชุดสีดำทั้งตัว เขาเป็นบุรุษที่สวมหมวกที่มีผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้มิดชิด กระทั่งรถม้าจอดลงผู้มาใหม่ก็ยังไม่ยอมเผยใบหน้าให้เห็น“จอมยุทธ์ท่านนี้ ท่านตามเราสองคนมาด้วยเหตุใด”มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง บรรยากาศเริ่มกดดันทันทีที่เยว่จื่อจิงก้าวมายืนตรงหน้าหลี่เทียนเหวินคนผู้นั้นดึงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ของสิ่งนั้นถูกกำลังภายในซัดออกมา เยว่จื่อจิงรับเอาไว้อย่างง่ายดาย ก่อนที่นางจะอ้าปากค้างเมื่อมองเห็นว่าของสิ่งนั้นคืออะไร“พวกเจ้า! เจ้า...ท่านมีวรยุทธ์! นางเล่า นาง...”ไม่มีเสียงตอบรับอีกทั้งรถม้าก็เริ่มออกว

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 63

    “หากคนที่นี่ยุ่งยากมากเรื่องกันนัก พรุ่งนี้ข้าจะพาเขากลับวังบุปผาทันที” เอ่ยจบนางก็ละสายตากลับมา ก่อนเริ่มพันแผลให้ชายหนุ่มที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาตั้งแต่แรกเริ่ม หลี่เซวียนกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง คนด้านหลังของเขามีท่าทีประดักประเดิด กระนั้นพวกเขาก็ยังมีแก่ใจส่งเสียงขอโทษนางออกมา ก่อนจะทยอยกันเดินหายไป โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ดังเดิม“ข้าจะกลับวังบุปผา” เยว่จื่อจิงเอ่ยหลังจากพันผ้าพันแผลให้เขาเสร็จ “เกี้ยวจะถูกส่งมารับท่านหนึ่งเดือนข้างหน้า คิดว่าท่านคงเตรียมตัวทัน”ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มพลันเลิกคิ้วมองนางอย่างอ่อนใจ “เช่นนี้เป็นอย่างไร ข้าจะกลับพร้อมเจ้า แต่เราไหว้ฟ้าดินกันก่อนอย่างถูกต้อง จากนั้นเราค่อยออกเดินทางจากเหลียนหัวซานพร้อมกัน”หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาด้วยท่าทีลังเล “เช่นนั้นข้าจะให้พวกนางเดินทางล่วงหน้าไปเตรียมการณ์ ข้า...ให้เวลาท่านสองวัน วันที่สามออกเดินทาง”“ได้”เขารับปากนางอย่างง่ายดายจนแม้แต่หญิงสาวเองก็คาดไม่ถึง“ท่าน...ยอมไปกับข้าจริง ๆ หรือ”“หากข้าไม่ไปตอนนี้แล้วเจ้ากลับคำไม่ส่งเกี้ยวมารับ ข้ามิต้องม่ายขันหมากหรอกหรือ” เขายังคงเห็นขันกับเรื่องนี้“จิงเอ๋อร์...เจ้าเป็นส

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 62

    “ข้ายังทนหิวได้อีกนิดหน่อย” นางกระซิบก่อนจุมพิตคนที่เอาแต่อดทนอดกลั้น “เดินทางมาหลายวันท่านไม่คิดถึงข้าเลยหรือ ข้าคิดถึงท่านแทบแย่”“มิใช่เพราะเจ้าที่บอกว่าไม่ชอบพื้นหยาบ ๆ หรือไร” เขากระซิบเสียงพร่า กระทั่งอุ้มนางตัวลอยขึ้นแล้วก้าวเดินไปยังฉากกั้นที่เขาเตรียมน้ำสำหรับอาบเอาไว้ “หากอาหารเย็นชืดอย่าโทษข้า เป็นเจ้าเองที่ยั่วยวนข้า”และแล้ววันนั้นกว่าที่คนทั้งสองจะได้กินมื้อเย็น ก็ในอีกชั่วยามต่อมา ซึ่งแน่นอนว่าอาหารทั้งหมดเสี่ยวเอ้อต้องนำลงมาอุ่นใหม่ หลังจากมื้อเย็น ทั้งสองจึงเริ่มปรึกษากันว่าจะทำเช่นไรจึงจะสามารถเข้าถึงตัวเยว่จื่อจิง ในยามที่ตระกูลหลี่วุ่นวายเช่นนี้ในความมืดเยว่จื่อจิงจ้องมองหลี่เทียนเหวิน ด้วยดวงตาที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ หญิงสาวกำลังใคร่ครวญบางอย่างในใจเงียบ ๆ คิดทบทวนและพยายามคาดเดาการกระทำของอีกฝ่ายอย่างละเอียดนางถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนตั้งใจจะลุกขึ้น กระนั้นคนที่นางคิดว่าหลับอยู่กลับคว้าข้อมือนางเอาไว้“หากถอนหายใจครั้งหนึ่งต้องอายุสั้นลงหนึ่งปี เช่นนั้นตั้งแต่เจ้ามานั่งลงข้างเตียงคงอายุสั้นแล้วอย่างแน่นอน”“ท่านกำลังแช่งข้าหรือ” นางเอ่ยถามเขาเสียงเข้ม“ช่วยข้าไ

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 61

    หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาอย่างโกรธกรุ่น เมื่อครู่นางมองไม่ผิดอย่างแน่นอน เขาจงใจไม่ปัดป้องกระบี่ของนางชัด ๆ “ท่านจงใจยอมแพ้หรือ” หญิงสาวกัดฟันกรอด“อย่าลืมคำสัญญาของตัวเองเล่า”“บัดซบ! หลี่เทียนเหวิน เจ้าคนสมควรตาย!” นางสบถออกมาแม้จะสบถออกมาแต่นางกลับดึงกระบี่ออก ปรี่เข้ามาสกัดจุดบนร่างใหญ่ กระทั่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังโงนเงน แต่ท่าทีเช่นนั้นดูเผิน ๆ แล้วคือการถลาเข้าไปกอดชายหนุ่มเอาไว้ในสายตาชาวยุทธ์ทั่วหล้าหลี่เทียนเหวินเอนตัวเข้าหาร่างเล็ก เกาะกุมนางเอาไว้จนมั่นใจว่านางจะไม่ดิ้นหลุดมือไปแน่ ๆ กระทั่งมองเห็นเหล่าผู้อาวุโสกำลังปรี่เข้ามาดูอาการของเขา“จิงเอ๋อร์ ข้ารู้นะว่าเจ้าเองก็จงใจจะพ่ายแพ้ให้ข้า” เขากระซิบเสียงเบาให้นางได้ยินเพียงคนเดียว “คิดไปจากข้าตอนนี้ ไม่ง่ายแล้ว”เยว่จื่อจิงสบถด่าทอชายหนุ่มออกมาหลายคำ กระทั่งผู้คนมากมายห้อมล้อมเข้ามา นางเงยหน้ามองทุกคนด้วยดวงตราโกรธเกรี้ยว “ไสหัวไปให้หมด!! หาไม่ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!!”พูดจบก็ตะโกนเรียกชุ่ยจวี๋ให้มารับกระบี่ไปจากมือของตน มองใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มของหลี่เทียนเหวิน นางพลันรู้สึกอยากสังหารคนขึ้นมาหญิงสาวกระชับมือเข้ากับร่างแกร่

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 60

    “ท่านพ่อเช่นนั้นข้าขอเสนอตัวเอง” หลี่เทียนเหวินพลันเอ่ยออกมาทุกคนสูดหายใจเข้าด้วยความประหลาดใจ แม้แต่เยว่จื่อจิงเองก็ยิ้มและเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม“ย่อมได้” นางตกลงก่อนจะหันไปมองหลี่เซวียน “หากข้าชนะ ข้าจะพาเขาไปทันที เรื่องในยุทธภพพวกท่านไม่อาจยุ่งเกี่ยว เรื่องฝ่ายมารตระกูลหลี่ยิ่งไม่อาจสอดมือ หากข้าพ่ายแพ้จากวันนี้ไปอีกห้าสิบปี วังบุปผาจะไม่ย่างกรายเข้ามาในหวงยี่ซานอีก”หลินยวี๋หรงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินกระนั้นหลินเจ๋ออี้กลับยิ้มออกมา “นี่เป็นวิธีที่ชาญฉลาด ประมุขเยว่ถึงกับประนีประนอมขนาดนี้ ช่างหาได้ยากยิ่ง” ชายหนุ่มพึมพำมองอย่างไรเขาก็ยังคิดว่าเยว่จื่อจิงกำลังหาทางออกให้กับทุกคน ดูท่าแล้วเรื่องราวความแค้นที่คิดว่าไม่อาจสะสาง อาจจะจบลงในวันนี้โดยที่ไม่จำเป็นต้องนองเลือดแต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องดูว่าการประลองจะจบลงเช่นไร เนื่องจากฝีมือของหลี่เทียนเหวินอยู่ในระดับที่ไม่อาจคาดเดา แต่เยว่จื่อจิงที่มีคัมภีร์เทพกระบี่ตระกูลเหอก็ไม่อาจดูแคลนดูแล้วการประลองครั้งนี้คงยากที่จะตัดสิน...เวทีประลองในยามนี้สองฝ่ายต่างก็ยืนเตรียมพร้อม เยว่จื่อจิงสะบัดฝักกระบี่สีแดงออกไป กระบี่หั่วซานร้อนแรงดังอั

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 59

    หลินยวี๋หรงมองดูผู้คนมากมายที่กำลังให้ความสนใจเยว่จื่อจิง กระทั่งสายตาของเขาสะดุดเข้ากับร่างอรชรที่กำลังก้าวขึ้นไปยังลานประลองหญิงสาวในชุดสีชมพูใบหน้าโกรธกรุ่น กำลังมองตรงมายังหลี่เทียนเหวิน กระทั่งจงใจส่งสายตาเกลียดชังมายังเยว่จื่อจิง“ผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้าน้อยขอเสียมารยาท” อวิ๋นรั่วหลุนเดินขึ้นไปยังลานประลอง ซึ่งบัดนี้คู่ที่กำลังจะประลองยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นมาเรื่องนี้หาได้เกินความคาดหมายหรือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะในบางครั้งท่ามกลางการประลอง หากมีชาวยุทธ์คนใดข้องใจกับฝีมือของบางคน พวกนาง หรือพวกเขาสามารถขึ้นมาท้าทายคู่ต้อสู้ได้แต่เรื่องนี้ต้องอยู่ก่อนหน้าการประลองยุทธ์ระดับสูง การที่อวิ๋นรั่วหลุนทำเช่นนี้แม้ไม่ผิด แต่ก็นับว่าไม่ถูกไม่ควรเสียทีเดียว เนื่องจากการกระทำนี้นับว่าเป็นการล่วงเกินเหล่ายอดฝีมือ ซึ่งกำลังจะขึ้นประลองเป็นลำดับถัดไป“น้องเล็กเจ้ากำลังจะทำอะไร อย่าเสียมารยาท ลงมาจากลานประลองเดี๋ยวนี้”“พี่ใหญ่ข้าได้ท้าทายจอมยุทธ์หญิงท่านหนึ่งเอาไว้ นางกับข้าตกลงกันแล้ว ใครชนะย่อมได้แต่งให้พี่เหวิน” อวิ๋นรั่วหลุนผู้ไม่รู้จักที่ตายเอ่ยด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจหลี่เทียนเหวินที่

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 51

    ชายหนุ่มมองใบหน้าหลับใหลในอ้อมแขนอย่างครุ่นคิด ครึ่งเดือนมานี้นางนอนหลับในอ้อมกอดของเขา ราวกับว่าสิ่งที่พวกเขาทำล้วนเป็นเรื่องธรรมดาเขาไม่เคยเห็นนางแสดงท่าทีขัดเขิน ไม่เคยเห็นนางแสดงท่าทีรังเกียจ ทั้งยังไม่เคยเอ่ยถึงว่าการกระทำเช่นนี้ หาใช่สิ่งที่สหายสมควรกระทำกันในยามเข้านอนนางขยับตัวเว้นที่ให้เ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-30
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 46

    “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” ชายหนุ่มพึมพำในความมืดสองแขนกอดรั้งร่างเล็กเข้ามาชิดอก พยายามไม่ให้นางดิ้นรนจนทำให้บาดแผลได้รับความกระทบกระเทือน หรืออย่างน้อยหากเกิดเรื่องอย่างเมื่อครู่เขาจะได้คว้านางเอาไว้ได้ทันมือใหญ่ควานหาบาดแผลตรงข้างลำคอ ก่อนจะใช้มือกดเอาไว้เพื่อห้ามเลือด มองไปรอบกายที่มืดมิด เขาพลัน

    last updateآخر تحديث : 2026-03-29
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 40

    ประตูสู่ราตรีไร้กาลถูกเปิดออก หยกคู่ลายผีเสื้อของเยว่จื่อจิงและหลี่เทียนเสียง มาบัดนี้ยังคงอยู่ในช่องกุญแจ เนื่องจากหากดึงออกประตูหินที่ทั้งหนาและแข็งแกร่งจะถูกปิดลงในทันทีหลี่เทียนเสียงและเยว่ป่ายเหอถูกคุมตัวออกมาจากคุกไม้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ได้แต่ส่งเสียงตะโกนออกมาจากคุกน้ำ ซึ่งหนึ่งในเสียงที่ตะโก

    last updateآخر تحديث : 2026-03-27
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 39

    “เรื่องนี้ข้าไม่มั่นใจ พิษในร่างของเขามีอำนาจเหนือร่างกาย ในขณะที่เจ้าเอาชนะพิษต่าง ๆ ได้ ดังนั้นเจ้าจึงเป็นยาถอนพิษที่สมบูรณ์ที่สุด” เยว่จื่อจิงขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมามองเยว่ป่ายเหอด้วยดวงตาสงสัย แต่เมื่อมองไม่เห็นความผิดปกติระหว่างคนทั้งคู่นางก็หันกลับไป“ศิษย์พี่”“ว่าอย่างไร”“อาจารย์เองก็รู้เรื่อ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-26
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status