เทพีพฤกษาเกิดใหม่เป็นนางร้ายในภพมนุษย์

เทพีพฤกษาเกิดใหม่เป็นนางร้ายในภพมนุษย์

last updateLast Updated : 2026-06-08
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
56Chapters
2.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เทพีพฤกษาผู้ครอบครองรากวิญญาณหมื่นพฤกษา อยู่ ๆ ก็ถึงคราวชดใช้เคราะห์กรรม ตกสู่ห้วงภพมนุษย์ เข้าสู่ร่างของบุตรสาวราชครู "จูอี้เฟย" นางร้ายที่ชื่อเสียงฉาวโฉ่ "ให้ตายสิสวรรค์ เหตุใดถึงทำกับข้าได้กันนะ"

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 ปฐมบทการเกิดใหม่ของนางร้าย

จูอี้เฟยกะพริบตาปริบ ๆ นางก้มลงมองมือของตนเอง... ไม่สิ มือของร่างมนุษย์ที่นางเพิ่งเข้ามจุติเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน นิ้วมือเรียวยาว ผิวขาวเนียนละเอียด แต่ทว่าตอนนี้ฝ่ามือนั้นกลับแดงระเรื่อ

นางเงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้า

สตรีในชุดสีชมพูอ่อนผู้หนึ่งกำลังนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น กุมแก้มซ้ายที่มีรอยนิ้วมือห้านิ้วประทับตราแดงเถือก น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม ปากก็พร่ำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ฟังแล้วน่ารำคาญเป็นที่สุด

“อี้เฟย... ฮึก... ข้าผิดไปแล้ว เจ้าอย่าโกรธเคืองข้าเลย ข้าไม่ได้ตั้งใจแย่งองค์ชายสามมาจากเจ้าเลยนะ...ฮึก ๆ ฮื่อ หากเจ้าไม่พอใจ…ข้า…”

จูอี้เฟยมึนงง นี่คือที่ไหน นี่นางอยู่ภพมนุษย์อย่างนั้นหรือ? แล้วสตรีชุดชมพูเป็นใครกัน มาทำหน้าสำออย น่าสงสารอยู่ตรงนี้อยู่ได้ยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่เรื่องที่งุนงงไปหมด

นางแค่เผลอหลับไปในสวนหมื่นพฤกษาเองนะ เหตุใดนางจึงมาอยู่โลกมนุษย์ได้?

และบริเวณรอบข้างต่างมีชาวบ้านเข้ามามุงดูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมป้องปากกระซิบกัน

“ดูสิ บุตรสาวราชครูจูอาละวาดอีกแล้ว”

“จิตใจคับแคบยิ่งนัก แค่เดินชนนิดเดียวถึงกับตบตีคน”

“นางมารร้ายชัด ๆ รูปโฉมสะสวยเสียเปล่า แต่นิสัยช่างต่ำตม”

ในขณะที่ผู้คนกำลังซุบซิบ ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหลเข้ามาในหัวราว โชคดีที่นางจิตใจแข็งแกร่ง มิเช่นนั้นคงได้สลบเป็นลมไปเป็นแน่

...อ้อ แม่นางชุดชมพูผู้นี้คือหลินชิงชิงบุตรสาวอนุภรรยาเสนาบดีหยาง ผู้ชอบทำตัวเป็นดอกบัวขาวบริสุทธิ์ แสร้งเดินเซมาเหยียบชายกระโปรงร่างเดิมจนเกือบล้ม พอร่างเดิมโวยวายเข้าหน่อย นางก็บีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจ

จูอี้เฟยเจ้าของร่างเดิมก็ผู้โง่เขลาและอารมณ์ร้อน จึงฟาดฝ่ามือใส่ไปหนึ่งฉาดท่ามกลางตลาด

“...”

คุณหนูสกุลจูสูดลมหายใจเข้าลึก ให้ตายเถอะ เป็นถึงบุตรสาวราชครู สถานะสูงส่ง เหตุใดจึงไม่รู้จักเก็บอารมณ์บ้างเลยนะ นางจับจ้องไปที่ฝ่ามือขวาของตนเองอีกครั้ง กำมือแน่นแล้วคลายออก สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่อ่อนปวกเปียก ร่างกายที่ไร้ซึ่งตบะ ไร้ซึ่งพลังวิเศษ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่นางมิค่อยถูกใจเลยสักนิด ที่นี่พลังปราณฟ้าดินเบาบางยิ่งนัก แต่ก็ยังดีที่พอสัมผัสถึงอะไรบางอย่างได้

เมื่อตอนอยู่ภพสวรรค์ นางบรรลุกลายเป็นเทพได้เพราะรากวิญญาณหมื่นพฤกษา ไม่คิดว่าเมื่อได้ลงมาอยู่โลกมนุษย์ มันจะตามลงมาด้วย ในขณะที่จมอยู่กับความคิดของตัวเอง เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหลินชิงชิงก็ดังเข้ามาอีกครั้ง ร่างงามจึงเลิกมอบมือของตัวเอง

หญิงสาวพึมพำเสียงเบา “...อ่อนหัด”

หลินชิงชิงที่กำลังร้องไห้ชะงักไปเล็กน้อย “อี้เฟย นั่นเจ้าว่าอะไรนะ”

จูอี้เฟยเหยียดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูเกรี้ยวกราดเหมือนนางร้ายแต่มันเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความดูแคลนอย่างถึงที่สุด นางสะบัดข้อมือเบา ๆ สองสามทีราวกับกำลังเตรียมพร้อมร่างกาย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ดังไปทั่วบริเวณ

“ข้าบอกว่า... มันเบาไปไงเล่า เจ้าหูหนวกงั้นหรือไง?”

เกิดความเงียบกริบไปทั่วตลาด

หลินชิงชิงเบิกตากว้าง ลืมบีบน้ำตาไปชั่วขณะ

จูอี้เฟยเชิดหน้าขึ้น นางก้าวเท้าเข้าไปหาหลินชิงชิงช้าๆ ท่าทางสง่างามสมกับคุณหนูในห้องหอ และกลิ่นอายแปลก ๆ ทำให้หลินชิงชิงรู้สึกหนาวเย็น

“องศาการเหวี่ยงแขนเมื่อครู่กว้างเกินไป แรงส่งจากไหล่ก็ไม่ดี ข้อมือก็เกร็ง...” นางวิเคราะห์ฉพลางส่ายหน้าอย่างผิดหวัง “ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นแค่รอยแดงจาง ๆ บนหน้าเจ้า แทนที่เจ้าจะฟันหักหรือกรามเคลื่อน... ช่างน่าขายหน้านัก หากท่านพ่อรู้ว่าข้าจูอี้เฟย ตบคนได้ไร้ประสิทธิภาพเพียงนี้ ข้าคงไม่กล้าสู้หน้าบรรพชน”

“!!!”

ผู้คนอ้าปากค้าง แทนที่นางจะแก้ตัวว่าไม่ได้ทำ หรือสำนึกผิด นางกลับวิจารณ์การตบของตัวเองแทน!

คุณหนูสกุลจูย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางหลินชิงชิงขึ้นมาพิจารณา แววตาที่มองมาทำเอาหญิงสาวผู้ถูกกระทำขนลุกซู่ มันไม่ใช่สายตาของความริษยา แต่มันคือสายตาของผู้ที่อยู่สูงกว่าจนเทียบไม่ติด

“ฟังไว้นะ หลินชิงชิง และพวกเจ้าทุกคนที่กำลังสอดรู้สอดเห็น...”

จูอี้เฟยกวาดสายตาไปรอบ ๆ

“ข้าคือจูอี้เฟย บุตรสาวราชครูจูเหวินเจิ้ง ผู้เป็นอาจารย์ของจักรพรรดิ หากข้าคิดจะรังแกใครจริง ๆ ... พวกเจ้าคิดว่ามันจะจบแค่การตบหน้าเท่านั้นหรอกหรือ หากข้าต้องการทำจริง ๆ เจ้าคงไปเป็นปุ๋ยอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ”

“วันหลังหากจะใส่ร้ายว่าข้ารังแกเจ้าน่ะ” จูอี้เฟยปัดมือที่เปื้อนแป้งประทินโฉมของหลินชิงชิงออกอย่างรังเกียจ “...ช่วยทำตัวให้สมกับเป็นเหยื่อหน่อย อย่าให้เสียชื่อข้าว่ารังแกได้แค่สตรีไร้ทางสู้ที่สะดุดขาตัวเอง”

กล่าวจบ นางก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรง ทิ้งให้ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ทั้งหลายต่างตกตะลึงกับความจริง แต่ส่วนใหญ่ก็ย่อมมิเชื่อนางร้ายอย่างจูอี้เฟยอยู่แล้ว ซึ่งนางหาได้ใส่ใจไม่ ร่างงามส่งเสียงเรียกสาวใช้

“เสี่ยวถัง! กลับจวน ข้าหิวแล้ว เสียพลังงานไปกับการออกแรงที่ไร้ประโยชน์จริง ๆ”

สาวใช้คนสนิทที่ยืนตัวสั่นงก ๆ รีบวิ่งตามคุณหนูของตนไปอย่างงุนงง ทิ้งให้ชาวบ้านและหลินชิงชิงมองตามแผ่นหลังที่เหยียดตรงอย่างไม่วางตา

ขณะที่เดินหันหลังกลับ จูอี้เฟยแอบเหลือบมองหลินชิงชิงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเบะปากให้แม่ดอกบัวขาวประจำเมืองหลวงสักที นางเกลียดคนแบบนี้ที่สุด ไม่ว่าจะภพสวรรค์หรือมนุษย์ นางก็ล้วนเจอทั้งนั้น!

หลังจากนั้นหญิงสาวกับสาวใช้นามว่าเสี่ยวถังก็พากันเดินกลับเรือนมาจากย่านตลาดจนถึงเรือนหลังบุปผาหลังงาม เรือนที่ใหญ่ที่สุดในจวนราชครูจู

อี้เฟยเดินนำเข้าไปในห้องนอน มิได้แสดงอาการปกติอะไรออกมาให้เสี่ยวถังพบรุธเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งท่วงท่าการเดิน การพูดก็ยังเหมือนกับอี้เฟยคนก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

หญิงสาวเอนหลังลงบนเตียงนุ่ม โดยมีเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงปลายเท้า อี้เฟยเปลี่ยนอริยาบถเป็นเท้าคาง มองดูเสี่ยวถังตั้งแต่หัวจรดเท้า สร้างความกดดันให้แก่สาวใช้ตัวน้อย

แต่หารู้ไม่ว่า บุตรสาวสกุลจูผู้งดงามกำลังนึกถึงความทรงจำทั้งหมดต่างหาก

‘ว่ากันว่าภพมนุษย์จะเริ่มเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญพรตได้ จะต้องเข้าพิธีชำระวิญญาณ เพื่อปลุกรากวิญญาณประจำตัวขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่านางจะเข้าพิธีชำระวิญญาณไปหลายครั้งแล้ว ก็ยังไร้วี่แววรากวิญญาณที่ตื่นขึ้น แต่พอมาเป็นนาง เทพีพฤกษาผู้งดงามจากสวรรค์ชั้นฟ้า กลับทำให้ร่างนี้มีรากวิญญาณขึ้นมาแทนเสียได้’

เสี่ยวถังเห็นคุณหนูของตนจดจ้องอยู่ก็ก้มหน้างุด ไม่กล้าสู้สายตา

‘คุณหนูกำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการอย่างไรกับคุณหนูหลินผู้นั้นเป็นแน่’

‘ไม่ได้ ๆ คนทั้งเมืองหลวงรังเกียจคุณหนูหมดแล้ว เราจะยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้!’

“คุณหนูเจ้าคะ... บ่าวว่า...ท่านอย่าไปยุ่งกับคุณหนูหลินเลยเจ้าค่ะ”

“โอ ทำไมล่ะ?”

“ก็...ตอนนี้ทั้งเมืองหลวงต่างมิชอบคุณหนูหมดแล้ว แต่เพราะยังเห็นแก่หน้าของราชครู เลยมิกล้าแสดงออกมาโจ่งแจ้ง ข้าไม่อยากให้คุณหนูถูกดูแคลนเจ้าค่ะ”

พูดความในใจจบ ใบหน้าเล็กก้มลงทันทีเพื่อหลบสายตา

‘ยัยเด็กน้อยคนนี้ดูท่าจะเป็นห่วงนาง’

‘แต่ชะตาชีวิตนางร้ายมันจะเงียบเหงาได้อย่างไรกัน’

เด็กสาวครุ่นคิดไปถึงบรรดาหน้าคุณหนูตระกูลน้อยใหญ่ทั้งหลาย ที่เคยแอบด่าทอเจ้าของร่างเดิมลับหลังว่าเป็นคนไร้ค่า ไหน ๆ ก็มาใช้ชีวิตอยู่ในร่างที่ทั้งงดงาม ทั้งเยาว์วัยขนาดนี้แล้ว

‘หึหึ... เสร็จข้าแน่!’

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
56 Chapters
ตอนที่ 1 ปฐมบทการเกิดใหม่ของนางร้าย
จูอี้เฟยกะพริบตาปริบ ๆ นางก้มลงมองมือของตนเอง... ไม่สิ มือของร่างมนุษย์ที่นางเพิ่งเข้ามจุติเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน นิ้วมือเรียวยาว ผิวขาวเนียนละเอียด แต่ทว่าตอนนี้ฝ่ามือนั้นกลับแดงระเรื่อนางเงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้าสตรีในชุดสีชมพูอ่อนผู้หนึ่งกำลังนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น กุมแก้มซ้ายที่มีรอยนิ้วมือห้านิ้วประทับตราแดงเถือก น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม ปากก็พร่ำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ฟังแล้วน่ารำคาญเป็นที่สุด“อี้เฟย... ฮึก... ข้าผิดไปแล้ว เจ้าอย่าโกรธเคืองข้าเลย ข้าไม่ได้ตั้งใจแย่งองค์ชายสามมาจากเจ้าเลยนะ...ฮึก ๆ ฮื่อ หากเจ้าไม่พอใจ…ข้า…”จูอี้เฟยมึนงง นี่คือที่ไหน นี่นางอยู่ภพมนุษย์อย่างนั้นหรือ? แล้วสตรีชุดชมพูเป็นใครกัน มาทำหน้าสำออย น่าสงสารอยู่ตรงนี้อยู่ได้ยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่เรื่องที่งุนงงไปหมดนางแค่เผลอหลับไปในสวนหมื่นพฤกษาเองนะ เหตุใดนางจึงมาอยู่โลกมนุษย์ได้?และบริเวณรอบข้างต่างมีชาวบ้านเข้ามามุงดูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมป้องปากกระซิบกัน“ดูสิ บุตรสาวราชครูจูอาละวาดอีกแล้ว”“จิตใจคับแคบยิ่งนัก แค่เดินชนนิดเดียวถึงกับตบตีคน”“นางมารร้ายชัด ๆ รูปโฉมสะสวยเสียเปล่า แต่นิสัยช่าง
Read more
ตอนที่ 2 ท่านพ่อข้ายิ่งใหญ่กับต้นท้อน้อย
“เสี่ยวถัง เจ้ามิต้องเป็นห่วงไปหรอก มีท่านพ่ออยู่ ใครจักกล้าทำอะไรข้าได้”“แต่ว่าคุณหนู...” เสี่ยวถังยังทำหน้ากังวล แต่พอเห็นอี้เฟยเรียกนางเข้าไปไกล ๆ ก็ยอมเดินตามเข้าไป“ข้าจะให้เจ้าดูอะไรอย่างหนึ่ง เสี่ยวถังตัวน้อย”“คุณหนู! นี่มัน!”บุตรสาวสกุลจูแบมือให้สาวใช้ดูต้นท้อน้อยที่อยู่ภายในฝ่ามือของนาง เสี่ยวถังตัวน้อยเอามือปิดปาก ท่าท่างตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็น“เย้ ๆ คุณหนูมีปลุกรากวิญญาณได้แล้ว เย้!” นางกรีดร้องไปทั่วทั้งห้อง จนอี้เฟยได้แต่ปิดปากหัวเราะแต่อยู่ ๆ ต้นท้อสีเขียวกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีทอง สีส้ม สีฟ้า สีน้ำตาลสลับกันไปมา ทำให้อี้เฟยถึงกลับขมวดคิ้ว แต่เสี่ยวถังเกือบจะเป็นลม!“คะ...คุณหนู! ท่านมีรากวิญญาณอะไรกันแน่เจ้าคะ เหตุใดบ่าวถึงเห็นเป็นทั้งสี่ธาตุเลย!”“ให้ข้าดูสักหน่อย”จิตของหญิงสาวดิ่งลึกเข้าสู่ห้วงตำหนักวิญญาณ เบื้องหน้าคือเศษเสี้ยววิญญาณของเจ้าของร่างเดิมที่แตกกระสาน ทว่าสิ่งที่น่าตกใจคือร่องรอยของปราณมรณะสีดำทมิฬที่เกาะกินวิญญาณดวงนั้นอยู่ทันใดนั้นเอง ปราณมรณะที่แฝงอยู่ก็พุ่งตัวออกมาราวกับอสรพิษ ฉกกัด หมายจะทำลายดวงจิตใหม่ที่เพิ่งเข้ามาแทนที่“สารเลว!” จูอี้เฟยสบถลั
Read more
ตอนที่ 3 เหยียบย่ำศักดิ์ศรีตระกูล
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ลานกว้างหน้าจวนราชครูอยู่ ๆ ข่าวลือเรื่ององค์ชายสามจะเสด็จมาเยือนจวนราชครูแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับไฟลามทุ่ง ชาวบ้านนับร้อยต่างมายืนออเพื่อรอชมเรื่องสนุก ด้วยรู้ดีว่าวันนี้จะมีการตัดสินชะตาของ "นางร้าย" ประจำเมืองเสียงกลองสัญญาณดังขึ้น ขบวนเกียรติยศขององค์ชายสามจ้าวเฟิงเคลื่อนขบวนมาอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยขันทีคนสนิทหรือกงกงผู้ถือม้วนราชโองการสีทอง ข้างกายองค์ชายยังมีใต้เท้าหยาง หยางเฉียนเฮ่อบิดาของหลินชิงชิง ที่ยืนยืดอกด้วยความลำพองใจ‘แม้นางบุตรสาวตัวดีจะมิได้เกิดจากฮูหยินเอก แต่นางก็ทำให้องค์ชายสามลุ่มหลงได้ ช่างเป็นหมากที่ดีทีเดียว’ ใต้เท้าหยางลูบคางเบา ๆ พลางมองหน้าตระกูลจูที่ตัวเองไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่‘เฮอะ จะอาจารย์ของจักรพรรดิก็ดี อาจารย์บรรดาองค์ชายก็ช่าง ก็แค่ขุนนางที่ไร้อำนาจ มีแต่ยศกับบารมี จักเอาสิ่งใดมาเทียบกับเขาที่เป็นเสนาบดีที่กุมอำนาจหลายฝ่ายไว้ได้กันเล่า’จูอี้เฟยเดินออกมาพร้อมบิดามารดา นางกวาดตามองฝูงชนที่มารุมล้อมด้วยแววตาเรียบเฉย‘จงใจมาตอนเช้าที่คนพลุกพล่าน... คิดจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตระกูลข้าให้จมดินสินะ’กงกงคลี่ราชโองการอ่านเสียงแหลมสู
Read more
ตอนที่ 4 พระสหายของบรรพชนจักรพรรดินี
ณ ศาลาริมน้ำ“นี่ท่านแม่กำลังบอกลูกว่า บรรพชนของเราเคยเป็นสหายกับบรรพชนจักรพรรดินีผู้สถาปนาแคว้นงั้นหรือเจ้าคะ ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว” นางพยายามทำตัวให้เหมือนดูตื่นเต้นกับความยิ่งใหญ่ของบรรพชนของตัวเองเข้าไว้ แตใจจริงของนางชาติก่อนเคยสัมผัสกับผู้แข็งแกร่งแห่งภพสวรรค์มาแล้วนับไม่ถ้วน เมื่อได้ยินจึงมิได้คิดว่ามันหวือหวาอะไรขนาดนั้น“ใช่แล้ว ความลับนี้ มีเพียงแค่ผู้นำตระกูลและภรรยาเท่านั้นที่จักทราบได้ แต่เนื่องจากเจ้าเป็นบุตรสาวคนเดียวของสกุลเราพ่อกับแม่จึงตัดสินใจที่จะมอบมันให้แก่เจ้า แต่กลับมิคาดคิดเลยว่า…สมบัติชิ้นนี้มันจะเลือกลูกตั้งแต่เกิดมา” ฮูหยินจูพูดแล้วอมยิ้มให้กับวาสนาของบุตรสาว พลางลูบแก้มเนียนของอี้เฟยเบา ๆนี่นางรู้สึกเหมือนพอจะเริ่มเดาได้บ้างแล้ว เหตุใดบิดามารดาของเจ้าของร่างนี้ ถึงได้ตามใจบุตรสาวคนเสียคนขนาดนี้ เป็นเพราะเกิดมา ก็มีสมบัติวิเศษเลือกเป็นนายแล้ว ใครบ้างจักมิตามใจ แต่ตอนนี้ข้าก็คือเจ้าของร่างแล้ว จักคิดมากไปทำไมกันนางนิ่งเงียบพลางครุ่นคิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของบิดามารดาอีกครั้งเหตุใดจึงรู้สึกว่าพวกเขากำลังเคร่งเครียดและกำลังปกปิดสิ่งใดกับนางอยู่
Read more
ตอนที่ 5 บะหมี่ของเด็กพิการ
สามวันผ่านไปอี้เฟยก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในเรือนหลังงาม มิได้ออกไปที่ใดอีก แต่ทรัพยากรการฝึกฝนของนาง อย่างเช่นสมุนไพรล้ำค่า ผนึกอสูร หรือแม้กระทั่งผนึกแร่แปลก ๆ ก็ต่างมีไม่ขาดสาย เป็นเพราะต้าอี ต้าเอ้อร์ ต้าซาน และภูตต้นไม้อีกหลายตน ที่ต่างพยายามตั้งใจทำภารกิจ ส่งมอบมาให้นางไม่ขาดสาย คนทำดีก็ต้องได้รับรางวัลตอบแทน ซึ่งรางวัลตอบแทนนี้ดูเหมือนเหล่าภูตต้นไม้จะชื่นชอบมากจากตอนแรกที่มีพลังอยู่แค่ระดับปฐวีขั้นต้น ตอนนี้นางอยู่ในขั้นปลายแล้ว เหลืออีกเพียงนิดเดียว จะทะลวงสู่ขั้นสมบูรณ์แบบแล้วตรงเข้าสู่ระดับนภาพขั้นต้นได้เลยช่วงนี้อยู่แต่ในจวนรู้สึกอดอู้ไม่น้อย วันนี้อี้เฟยจึงชวนเสี่ยวถัง สาวใช้คนสนิทออกมาเดินเล่นที่ด้านนอก พร้อมกับองครักษ์ฝีมือดีอีกสี่คนที่ตามนางออกมาด้วยแต่ไม่รู้เป็นเพราะโชคชะตาของนางร้ายประจำเมืองหลวงหรือกระไร เหตุใดออกมานางจะต้องพบเจอกับแม่นางดอกบัวขาวที่เป็นอดีตสหายด้วย“นั่นมิใช่บุตรสาวจวนราชครูหรอกหรือ”“ได้ข่าวว่านางพึ่งจะตบหน้าคุณหนู เอ้ย ว่าที่พระชายาองค์ชายสามไปมิใช่หรอกหรือ เหตุใดถึงกล้าโผล่หน้าออกมาอีก”“ใช่ ๆ น่ารังเกียจสิ้นดี”สาวใช้ผู้ติดตามหลินชิงชิง เมื่อได้ย
Read more
ตอนที่ 6 พี่สาวคือนางร้ายของเมืองหลวงหรือเจ้าคะ
อี้เฟยมองหน้าเด็กทั้งหก หนึ่งคือเด็กชายที่ปกติดีเพียงแต่ไร้รากวิญญาณ ส่วนเด็กน้อยคนอื่นต่างมีรากวิญญาณพฤกษากันหมด เพียงแต่ร่างกายพิการ ซึ่งมันก็เป็นการดียิ่งนักที่เด็กเหล่านี้ต่างมีรากวิญญาณพฤกษา ปฐมของสรรพสิ่งต่าง ๆ“พี่สาว ท่านคือนางร้ายที่ทุกคนในเมืองหลวงพูดกันหรือเจ้าคะ” เด็กหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาซบลงตรงเอวของนาง มันมีเสียงคำถาม แต่เด็กตรงหน้าไม่ได้ขยับปากพูดเลยแม้แต่น้อย“ฉินเอ๋อร์ อย่าเสียมารยาทกับผู้มีพระคุณสิ” ถังจิ้งเหิงเอ่ยเตือนถังเยว่ฉินเบา ๆอี้เฟยเงยหน้าขึ้นมองทุกคน ดูเหมือนว่าเด็กเหล่านี้จะได้ยินเสียงของเด็กน้อยคนนี้ แต่เสี่ยวถังกับองครักษ์ทั้งสี่ของนางกลับไม่ได้ยินเสียง รากวิญญาณหมื่นพฤกษาในมโนภาพสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อดวงตาของอี้เฟยจับจ้องไปที่ป้ายหยกสีฟ้าที่ห้อยอยู่ที่เอวของเด็กน้อยทั้งหกคงเป็นเพราะป้ายหยกชิ้นนี้เป็นแน่ ที่ทำให้เด็ก ๆ สื่อสารกันได้ ใครเป็นคนให้ของวิเศษเช่นนี้แก่เด็ก ๆ นะ ระดับพลังของสมบัตินี้อยู่ระดับวิญญาณเชียวนะความมืดมิดของยามวิกาลปกคลุมไปทั่วเมืองหลวง ถังจิ้งเหิง พี่ใหญ่ของกลุ่มเป็นผู้นำทางจูอี้เฟยและเสี่ยวถังเดินลึกเข้าไปในตรอกร้างที่ห่างไกลจากย่า
Read more
ตอนที่ 7 เจ้านายกับสาวใช้
เมื่อกลับมาถึงเรือนพำนักในจวนราชครู ความเงียบสงบยามวิกาลช่วยชะล้างความวุ่นวายภายนอกออกไปจนสิ้น เสี่ยวถังสั่งบ่าวไพร่ให้เตรียมน้ำอุ่นลอยดอกไม้ไว้รอคุณหนูของตนอยู่แล้วจูอี้เฟยปลดอาภรณ์ที่เปื้อนเหงื่อไคลออก ก้าวลงแช่ในถังไม้ใบใหญ่ที่มีไอน้ำลอยกรุ่น ความอบอุ่นของสายน้ำ มันช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการใช้รากวิญญาณมาตลอดทั้งวัน เสี่ยวถังคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายอย่างรู้ใจ มือเล็ก ๆ ของสาวใช้คนสนิทค่อย ๆ วักน้ำรดไหล่เนียนระหงของนายหญิงอย่างเบามือ ขัดถูผิวพรรณอย่างทะนุถนอมราวกับกำลังดูแลหยกเนื้อดี"คุณหนู เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ผ่อนคลายสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ" เสี่ยวถังเอ่ยเสียงใส พลางนวดไหล่ให้อี้เฟยเบา ๆหลังจากชำระร่างกายจนสะอาดสะอ้าน อี้เฟยสวมชุดนอนผ้าแพรสีขาวบางเบาที่ให้ความรู้สึกสบายตัว นางเดินมานั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ตั้งอยู่ เส้นผมสีดำขลับที่เปียกชื้นทิ้งตัวยาวสยายลงมาเต็มแผ่นหลังเสี่ยวถังหยิบผ้าขนหนูผืนนุ่มมาซับน้ำออกจากเส้นผมให้นายหญิงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะใช้หวีไม้จันทน์หอมค่อย ๆ สางผมที่ยาวสลวยนั้นอย่างนุ่มนวล ทุกจังหวะการหวีเต็มไปด้วยความตั้งใจและเทิดทูน
Read more
ตอนที่ 8 หน้าที่ของไป๋ลี่ลี่
"จริงด้วย ข้าเกือบลืมไปเลย"อี้เฟยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง นางหลับตาลง เพียงแค่หนึ่งความคิด จดหมายที่มีเนื้อหาของสารตามที่นางต้องการก็ปรากฏขึ้นทีละตัว‘จับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลหยาง รวบรวมรายชื่อขุนนางที่ติดหนี้บ่อนพนัน และเตรียมยุ้งฉางสำหรับเก็บเสบียง... รอคำสั่งต่อไป’ดวงตาของหญิงสาวกวาดสายตามองเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อ จดหมายก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว...ณ ห้องทำงานในบ่อนบริเวณรอบ ๆ เสียงของนักพนักทั้งหลายที่กำลังเล่นเสี่ยงทายโชคของตนเองอยู่ ส่งเสียงดังไปทั่วทั้งบ่อน แต่เมื่อมองเข้าไปในห้องทำงานลับของไป๋ลี่ลี่ เสียงนั้นกลับเงียบสงบลงส่วนไป๋ลี่ลี่ สตรีผู้เป็นเจ้าของบ่อนพนันกำลังนั่งดีดลูกคิดคิดบัญชีด้วยสีหน้ามีความสุข“เฮ้อ~ การได้เห็นตัวเลขพวกนี้ช่างมีความสุขยิ่งนัก สุขใจกว่าต้องแต่งงานให้กับบุรุษชั่วคนนั้นเสียอีก”จู่ ๆ เหนือศีรษะก็ปรากฏแผ่นกระดาษที่เปล่งรัศมีสีเขียวอ่อน ๆไป๋ลี่ลี่สะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็รีบคว้าจดหมายนั้นมาเปิดอ่าน คิ้วเรียวสวยที่ขมวดมุ่นในตอนแรกค่อย ๆ คลายออกเมื่ออ่านข้อความจบ ริมฝีปากแต้มชาดยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจทันใดนั้น จดหมายในมือก็สลายกลายเป็นละออง
Read more
ตอนที่ 9 หน้าที่ของไป๋ลี่ลี่ 2
รถม้าของไป๋ลี่ลี่จอดลงที่หน้าประตูหินขนาดใหญ่ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้รู้สึกแตกต่างที่หน้าประตู มีศิษย์ฝ่ายนอกสวมชุดสีขาวขลิบฟ้าสองคนกำลังยืนเฝ้ายามด้วยท่าทางเบื่อหน่าย อีกคนหนึ่งกำลังถือไม้กวาดทำความสะอาดใบไม้แห้งที่ลานหน้าประตูอย่างเกียจคร้านเจ้าของบ่อนพนันแห่งเมืองหลวงรีบก้าวลงจากรถม้า สะบัดพัดขนนกขึ้นมาปิดบังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินนวยนาดตรงเข้าไปหาศิษย์ทั้งสามคน"หยุด! นี่คือเขตหวงห้ามของสำนักบรรลุเมฆา คนนอกห้ามเข้า!" ศิษย์เฝ้าประตูคนหนึ่งตะคอกเสียงดังเมื่อเห็นสตรีแต่งกายฉูดฉาดเดินเข้ามา "หญิงสาวเช่นเจ้าคงหลงทางกระมัง รีบกลับไปเสีย ก่อนที่ข้าจะ...""ก่อนที่เจ้าจะทำไมรึ อาซาน"ไป๋ลี่ลี่ลดพัดลง เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่จ้องมองศิษย์หนุ่มผู้นั้นศิษย์หนุ่มที่ชื่อ อาซาน ชะงักกึก หน้าถอดสีทันที "ถะ...เถ้าแก่เนี้ยไป๋!"ศิษย์อีกคนที่กวาดพื้นอยู่รีบโยนไม้กวาดทิ้งแล้วทำท่าจะวิ่งหนีเข้าไปในสำนัก แต่ลูกน้องร่างยักษ์ของไป๋ลี่ลี่ก็กระโดดไปดักหน้าไว้เสียก่อน"จะรีบไปไหนกันเล่า เสี่ยวลิ่ว" ไป๋ลี่ลี่เอ่ยเสียงหวานหยดย้อย "เมื่อคืนก่อนยังไปนั่งโอ้อวดที่บ่อนข้าว่าเจ้าเป็นถึง
Read more
ตอนที่ 10 การอนุมานของผู้อาวุโสใหญ่
ณ จวนตระกูลโอวหยาง ตระกูลแม่ทัพผู้เก่าแก่ไม่แพ้ตระกูลใดในเมืองหลวงภายในห้องหนังสือที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย โอวหยางโจว ประมุขตระกูลคนปัจจุบันกำลังนั่งพิจารณาสารลับในมือด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แสงเทียนวูบไหวเมื่อมีเสียงเคาะประตูหนักแน่นดังขึ้น"ท่านประมุขขอรับ ผู้อาวุโสใหญ่ขอเข้าพบ" เสียงพ่อบ้านดังลอดเข้ามาโอวหยางโจววางสารลับในมือลง พลางเงยหน้ามองบานประตู คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายลงเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนคือใคร "ให้เข้ามาได้"บานประตูเปิดออก เผยให้เห็นร่างของบุรุษวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาว กำลังเดินเข้ามา ชายผู้นี้คือ โอวหยางโหว ผู้เป็นทั้งผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักบรรลุเมฆาและเป็นทั้งนายท่านรองของตระกูลโอวหยาง"เชิญด้านในเถิด น้องรักของพี่" โอวหยางโจวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ เรียกน้องชายสุดที่รักเข้ามา เขาเลื่อนถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุน้ำชาให้ "เหตุใดวันนี้จึงมาพบข้าถึงจวนเล่า มีเรื่องอันใดหรือไม่... นั่งลงดื่มชาก่อนเถิด แล้วคิ้วนั่นจะขมวดเป็นปมไปถึงเมื่อใดกัน"โอวหยางโจวเอ่ยหยอกเย้าน้องชายเบา ๆ แม้ภาระหน้าที่ในฐานะประมุขจะทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างนั่งสนทนากับน้องชายเท่าใดนัก แต่เมื่ออีกฝ่ายมาหาด้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status